เข้าสู่ระบบบทที่ 2 อ่อย
เวลาปัจจุบัน
มหาลัยชื่อดังย่านกรุงเทพฯ
-ได๋-
“ไอ้คินมึงทำไร วัน ๆ ส่องแต่สาวนะมึง” ไอ้เดย์พูดพลางชะเง้อไปมองหน้าจอโทรศัพท์ของไอ้คิน “ใครวะ คนคุยใหม่มึง?”
“เปล่า” ไอ้คินส่ายหน้า “กูเห็นเขาดูสตอรี่กูทุกอัน กูเลยเข้าไปเสือกเขาบ้าง”
“แต่สวยใช้ได้เลยว่ะ สีผมจี๊ดจ๊าดฉิบหาย”
“กูว่าหน้าคุ้น ๆ แต่คิดไม่ออกว่าใคร”
“ไหนกูช่วยดู เผื่อเป็นสาวในสต๊อกของพวกมึง” ฉันโผล่หน้าเข้าไปมองหน้าจอโทรศัพท์ของไอ้คินบ้าง ก็ต้องได้เห็นรูปผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งสวยเหมือนที่มันว่า ตัวเล็ก ตาโต สีผมแปลกตา มิหนำซ้ำนมยังบึ้มอีกต่างหาก สเปกไอ้คินชัด ๆ จะว่าไปแล้วเหมือนน้องรหัสฉันที่ชื่อ ‘เพอร์’ เลยแฮะ
“กูว่าไม่ใช่สาวในสต๊อกใครหรอก ในกลุ่มเรามีใครคุยกับสาวผมสั้นที่ไหน” ไอ้ปายโผล่หน้าเข้ามาบ้าง ก่อนที่มันจะหันไปอีกทาง “หรือของมึงไอ้ภีม ซุ่มเงียบปะวะ”
“ไหน” คราวนี้ภีมโผล่หน้าเข้ามาอีกคน กลายเป็นว่าเราห้าคน กำลังสุมหัวดูรูปผู้หญิงคนหนึ่งด้วยความตั้งอกตั้งใจ แต่นั่นไม่ใช่ที่ฉันสนใจเลยสักนิด ที่สนใจคือลมหายใจร้อน ๆ ของภีมกำลังเป่ารดต้นคออยู่ต่างหาก แม้จะไม่ใช่ครั้งแรก แต่ก็ไม่คุ้นชินสักที
ทุกคนคงรู้แล้วว่าจุดเริ่มต้นของฉันที่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้คือเรื่องอะไร ถ้าไม่ใช่เรื่องที่ฉันเกือบถูกไอ้ลุงโรคจิตข่มขืน แล้วคนที่ช่วยเหลือฉันไว้ และช่วยให้ฉันได้มีชีวิตใหม่ก็คือเขาคนนี้
วันนั้นภีมตั้งใจ ‘โกหก’ เพื่อที่จะช่วยให้ฉันรอดพ้นจากข้อครหาว่าขโมยเงินของทรงพล ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าภีมไม่ช่วยฉันไว้จะเป็นยังไง ฉันคงโดนป้าบังเกิดเกล้าด่าทอเสีย ๆ หาย ๆ เหมือนเดิม และคงจะ ‘ขู่’ เรื่องเดิม ๆ ที่สามารถทำให้ฉันกลัวได้ นั่นจึงทำให้ฉันยอมจำนนตลอดมา
แน่นอนว่าวันที่เกิดเรื่องป้าฉันโมโหมาก แต่ไม่มีคำด่าทอหรือคำขู่ให้ได้ยินเลยสักนิด ฉันไม่รู้ว่าภีมทำยังไงถึงทำให้คนปากจัดแบบป้าหุบปากเงียบได้ แต่นั่นถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากสำหรับฉันเลยล่ะ
ส่วนทรงพลผัวของป้าฉันไม่ได้เอาความ แลกกับการที่อีกฝ่ายเลิกยุ่งกับฉันตลอดชีวิต และคำขู่ของภีมซึ่งไม่รู้ว่าคืออะไร ทำให้ฉันมีชีวิตอิสระมาจนถึงทุกวันนี้ ก่อนที่ฉันจะถูกรับเข้ากลุ่มของภีมเพราะไม่มีที่ไป พวกเขาช่วยเหลือในแบบที่ฉันไม่คิดว่าจะได้รับจากคนแปลกหน้า ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย ให้ยืมเงิน หางานให้ทำ และอื่น ๆ อีกมากมาย
เห็นห่าม ๆ หน้าม้อและหน้าหนา ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าพวกมันดีกับฉันมาก เราก็เลยสนิทกันอย่างที่เห็น
อ้อ! ขอเล่าเสริมอีกว่าต่อให้ฉันไม่เอาเรื่องทรงพล แต่คนมันชั่วยังไงก็ยังชั่วอยู่วันยังค่ำ ก็เลยถูกจับเข้าคุกในเวลาต่อมา ซึ่งนั่นทำให้ฉันโล่งใจมากเลยทีเดียว
“ยังไงไอ้ภีม มึงคุ้นหน้าปะ” เสียงไอ้ปายดึงสติฉันกลับมา จากที่ลืมเลือนว่าลมหายใจร้อน ๆ กำลังเป่ารดต้นคอ ตอนนี้กลับมาสัมผัสได้อีกครั้ง และเป็นการสัมผัสที่ฉันต้องหน้าร้อนกว่าเดิม เนื่องจากว่าแผ่นอกแน่นแข็งแนบชิดแผ่นหลังเข้ามาแนบแน่น พร้อมใบหน้าของภีมแทบจะแนบกับแก้มของฉันอยู่รอมร่อ
“กูไม่รู้จัก” เสียงทุ้มดังขึ้นใกล้หู “หรือมึงว่าไงได๋ เคยเห็นผู้หญิงคนนี้ในไอจีกูบ้างหรือเปล่า”
“แล้วกูจะรู้ได้ไง”
“มึงเล่นไอจีกูตลอด กูเลยถามมึงนี่ไง”
“กูเล่นก็จริง แต่กูไม่ได้ละลาบละล้วงข้อมูลส่วนตัวของมึงสักหน่อย” ฉันเถียงกลับ “กูก็ดูแค่ข้อความที่ทักมาจ้างงานแค่นั้นแหละ”
ภีมเป็นคนที่โลกส่วนตัวสูงมาก นาน ๆ เขาจะขยับปากที แต่ก็ไม่ได้เงียบจนไม่พูดไม่จา เขาพูดแต่ไม่มากเท่าไอ้สามตัวนั้น เพราะแบบนี้เขาถึงโยนไอจีตัวเองมาให้ฉันไล่เช็กเรื่องงาน ซึ่งฉันก็เห็นหมดนั่นแหละว่าใครทักหาเขาบ้าง แต่ก็ไม่ได้ยุ่งวุ่นวายอะไร ไล่ตอบเฉพาะเรื่องงานเท่านั้น
หากให้พูดตามตรง ฉันอดที่จะโล่งใจไม่ได้ที่เขาไม่ตอบแชทสาวคนไหนเลย และที่น่าตกใจมากกว่านั้น เขาปักหมุดแชทฉันไว้บนสุดของแชท แต่ฉันก็ไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองหรอกว่ามันหมายความว่าอะไร คิดว่าเขาคงขี้เกียจเลื่อนหาแชทนั่นแหละ
“จะว่าไปเรานินทาไอ้ได๋กับไอ้ภีมไม่ได้นะเว้ย เดี๋ยวแม่งเห็นหมด” เสียงไอ้ปายบ่นอุบอิบ ก่อนจะหันไปหาไอ้ภีม “มึงก็เหมือนกัน เลิกให้มันเล่นไอจีสักที”
“ทำไม พวกมึงจะแชร์คลิปโป๊กันหรือไง”
“ไอ้ห่ารู้ทัน”
“กูจะเลิกยุ่งกับพวกมึง ตอนที่กูมีผัวเท่านั้นแหละ” ฉันพูดต่อเมื่อเห็นพวกมันทำหน้าเบื่อหน่ายที่ถูกจับได้ “ถ้าอยากให้กูเลิกยุ่ง พวกมึงก็เลิกกันซีนกูกับผู้ชายคนอื่นสักที”
“กูไม่ให้มี” เสียงของภีมดังขึ้นทันควัน
“เหอะ! กูเป็นเจ้าของชีวิตของกูเถอะ!”
“ก็ใช่ แต่กูไม่ให้มี”
กวนประสาท!
บอกเลยว่าภีมเป็นผู้ชายที่กวนประสาทหน้าตาย ปีหนึ่งเป็นยังไงก็ยังเป็นอยู่อย่างนั้น ไม่รู้เลยว่าได้นิสัยนี้มาจากใคร ทั้ง ๆ ที่แม่กับพ่อของเขาไม่ใช่แบบนี้เลยด้วยซ้ำ ส่วนพี่ภามก็ออกจะใจดี มีแต่เขาที่แตกหน่ออยู่คนเดียว!
“มันกำลังด่ามึงในใจไอ้ภีม” เสียงไอ้เดย์ดังขึ้น พร้อมสะกิดภีมยิก ๆ ปากระบายยิ้มเหมือนกำลังจะแกล้งฉันอีกครั้ง “ด่าแรงด้วยนะ สายตาอาฆาตจัด กูสงสารผัวในอนาคตมึงจริง ๆ”
“เพราะแบบนี้ไงกูถึงไม่ให้มี” ไม่ว่าเปล่า ภีมก็จับหัวฉันให้หันไปมองเขา “ให้คนที่รับเคราะห์กรรมเป็นกูคนเดียวก็พอ”
“ถ้าไม่อยากให้กูมีผัว พวกมึงก็อย่ามีเมียสิ” แม้จะแอบรู้สึกแปลก ๆ กับคำพูดเมื่อครู่ แต่ก็ต้องปัดความรู้สึกนั้นทิ้งไป
“ไม่ใช่เมียครับคุณได๋ เขาเรียกว่าแลกเปลี่ยนความพึงพอใจ” ไอ้คินคนแรดที่สุดในกลุ่มพูดต่อ “อ๊ะ ๆ อย่ามองกูแบบนั้น กูป้องกันนะค้าบ และกูก็ไม่ได้เยสาวบ่อยขนาดนั้นด้วย”
“มึงไม่มี แต่ใช่ว่าไอ้สามตัวนี้จะไม่มีเหมือนมึงนี่”
“…” ไอ้เดย์เงียบ บ่งบอกเลยว่ากำลังซุกสาวไว้แน่ ๆ
“กูอยู่ในสถานะคนคุย พอดียังไม่ได้เป็นเมียว่ะ” ไอ้ปายไหวไหล่อีกคน
“ของกูมึงก็เห็นแล้วจากไอจี” และนี่คือเสียงของภีม “สามปีกูคุยกับมึงแค่คนเดียว”
ตึกตัก! ตึกตัก! ตึกตัก!
ใช่ค่ะ นี่คือเสียงหัวใจของฉันเอง มันดังตอบสนองหลังจากที่ภีมพูดประโยคเมื่อกี้จบ ฉันไม่กล้ามองหน้าเขาด้วยซ้ำ ไม่กล้ามองสบตาคมที่กำลังมองมาไม่หยุด พูดตรง ๆ ว่ากับผู้ชายคนนี้ ฉันไม่กล้าทำอะไรกับเขาเลย ไม่กล้าแม้กระทั่งคิดไปเองว่าอีกฝ่ายทำเหมือนกำลัง ‘อ่อย’ ฉันอยู่
“ว่าแต่มึงไอ้ปาย กูเห็นมึงแกล้งไข่ตุ๋น ชอบน้องเขาเหรอวะ” ท่ามกลางความคิดอันสับสนวุ่นวาย ไอ้เดย์ก็หันไปถามไอ้ปายเรื่องของ ‘ไข่ตุ๋น’ เด็กสาวปีสองที่เราได้รู้จักผ่านเจน เด็กของเฮียปรากพี่ชายไอ้ปาย
“ชอบห่าอะไร กูแกล้งเพราะน้องมันน่ามันเขี้ยวเท่านั้นแหละ” ไอ้ปายกลอกตามองบนรัว ๆ “เด็กอะไรเฉิ่มฉิบหาย”
“อย่าให้เห็นว่าแอบแดกนะมึง”
“กูไม่ใช่มึง” ฝ่ามือของไอ้ปายประทับลงบนหัวของไอ้คินเบา ๆ “กูรักเดียวใจเดียวครับ”
“กูจะคอยดู!”
จบตอนพิเศษหลายปีต่อมา“ดีใจกับปริญญาใบที่สองของสามีเค้าด้วยนะคะ” ฉันส่งยิ้มกว้างพร้อมยื่นช่อดอกกุหลาบที่สั่งทำพิเศษให้ภีม อย่างที่รู้ว่าฉันแพ้ดอกไม้ เลยต้องให้ร้านเลือกสายพันธุ์ที่กลีบดอกซ้อนกันแน่น ๆ สักหน่อย เพื่อไม่ให้มีเกสรโผล่ออกมา ยังดีที่ร้านยอมรับออเดอร์และทำให้ ฉันก็เลยมีดอกไม้สวย ๆ มาให้คุณสามีในวันนี้“ซื้อมาทำไมดื้อ เดี๋ยวก็แพ้หรอก” ภีมรีบรับไปถือไว้อย่างรวดเร็ว แถมหน้ายังดูดุขึ้นด้วยนะ “ทีหลังไม่ต้องซื้อดอกไม้ให้ภีมนะ ภีมไม่อยากให้ดื้อไม่สบาย”“รับทราบค่ะ” ยังคงส่งยิ้มให้ภีมอยู่เหมือนเคย “อย่าทำหน้าดุสิคะ วันนี้วันดีนะ แล้วเค้าก็ตั้งใจสั่งทำให้ภีมโดยเฉพาะเลยนะ ภีมต้องดีใจกับสิ่งที่เค้าให้สิ”“เมียใครวะ ดื้อจริง ๆ” เป็นเหมือนเคยที่ภีมจะบีบแก้มฉันเบา ๆ ก่อนจะพึมพำกับตัวเอง “เมียกูนี่แหละ ทั้งสวยทั้งน่ารัก ดื้อด้วย”“แล้วรักไหมคะ”“รักจนโงหัวไม่ขึ้น” คำตอบที่ได้รับทำให้ฉันพอใจไม่น้อย “เดี๋ยวเค้ายืนรอตรงนั้นนะ ให้คนอื่นได้เข้ามาร่วมแสดงความยินดีบ้าง”ว่าแล้วฉันก็มายืนรอภีมที่ใต้ร่มไม้ไม่ไกลจากจุดที่ภีมยืนอยู่ สายตายังคงจ้องมองไปที่เขาตลอดเวลา มันเต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม และควา
ตอนพิเศษ 2เวลาปัจจุบัน“ในที่สุดก็สอบเสร็จแล้วโว้ย!!!!!” คินทำหน้าดีใจเต็มประดาหลังจากออกมาจากห้องสอบแล้ว น้ำเสียงฟังดูสดชื่นอย่างเห็นได้ชัด บ่งบอกว่าตอนนั้นดีใจที่ได้เรียนจบแล้วจริง ๆ“แปลกที่มันไม่ชวนแดกเหล้าเหมือนทุกปี” เดย์ว่าต่อ ในขณะที่มือกดส่งข้อความหาแฟนสาว “กูลืมไป มันมีคนรอฉลองด้วยแล้วนี่หว่า”“พูดอย่างกับมึงไม่มีเนอะไอ้ห่า” คินกลอกตามองบนรัว ๆ “ชอบแซะกูจังนะพวกมึง”“เขาแซะเพราะมึงออกปากว่าจะไม่รักไม่ชอบเด็กแสบของมึงต่างหาก!” คู่ปรับตัวยงอย่างได๋เบะปากส่งไปให้คิน “กลืนน้ำลายตัวเองอร่อยจริง ๆ”“คงไม่อร่อยเท่าน้ำลายเพื่อนหรอกมั้ง” คินโต้กลับทันควัน “ว่าแต่เป็นไงวะได๋ น้ำลายเพื่อนสนิทอร่อยจริงไหมวะ”“กูไม่บอกคนขี้เสือกแบบมึงหรอก แบร่!” ได๋แลบลิ้นปลิ้นตาใส่คิน แล้วหันไปซบแขนภีมที่ยืนอยู่ข้างกาย “เค้าหนวกหูเสียงนกเสียงกาอะภีม เราไปเดินเล่นห้างกันไหม”“มันด่ามึงว่าเป็นนกเป็นกา” ปายสะกิดคินยิก ๆ สีหน้าชอบใจเหมือนทุกครั้งที่คินถูกด่า “นับวันมันยิ่งปากดีจริง ๆ ว่ะ”“มันคิดว่าแบ็คมันใหญ่มั้ง” คินมองได๋ด้วยความปองร้าย “ไว้ไอ้ภีมเผลอเมื่อไหร่ มึงโดนกูแกล้งแน่!”“กูกลัวตายแหละ!” เป็นอีก
สองอาทิตย์ต่อมา“ไอ้ภีม เพื่อนใหม่มึงยังไม่เลิกกลัวเราอีกเหรอวะ” คินสะกิดเพื่อนสนิทของตัวเองยิก ๆ “นี่ก็สองอาทิตย์แล้วนะเว้ย เธอยังไม่ชินกับความหล่อของพวกเราอีกเหรอ”“มึงเลิกพูดมาก เดี๋ยวเขาก็เลิกกลัวมึงเอง” ที่จริงภีมอยากตอบว่าหล่อแต่เหี้ย แต่มันจะโดนเขาด้วย เพราะได๋ก็ยังกลัวเขาไม่เลิก แม้จะไม่ได้กลัวมากเหมือนไอ้พวกนี้ แต่ก็ยังมีความไม่ไว้ใจให้เห็นอยู่จาง ๆ“นี่เธอ” คินหันมาสนใจเพื่อนใหม่อย่างได๋บ้าง ซึ่งคนถูกเรียกก็มองเขาตาปริบ ๆ เหมือนไม่มีพิษภัยอะไร“เรียกทำไม”“ถามจริง ๆ กลัวอะไรในตัวพวกเรา”“ก็กลัวหลายอย่าง” หญิงสาวคนเดียวของกลุ่มตอบด้วยความซื่อ แน่นอนว่ามันสามารถเรียกเสียงหัวเราะจากปายและเดย์ได้ คะแนนความชอบที่จะให้เป็นเพื่อนสนิทเพิ่มขึ้นมารัว ๆ“กลัวอะไร บอกให้มันหายข้องใจ” ปายมองได๋ขำ ๆ ต่างจากคินที่กลอกตามองบนรัว ๆ แล้วตอนนี้“กลัวหลายอย่าง บอกไม่ถูกจริง ๆ” เนื่องจากได๋เป็นผู้หญิงคนเดียวของกลุ่ม เวลาตั้งวงสังสรรค์จะทำเพียงนั่งมองพวกเขากินเท่านั้น เธอไม่กล้ากินเพราะกลัวเมาแล้วจะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หรือพูดง่าย ๆ ว่ากลัวโดนทำมิดีมิร้ายนั่นเอง“เธอกลัวพวกเราข่มขืนเธอ?” เดย์ถาม
ตอนพิเศษ 1หลายปีก่อนชั้นปีการศึกษาที่ 1‘อึดอัดจัง แต่ก็ไม่รู้จะไปไหน’ ได๋นั่งอยู่ในสภาพเสื้อนักศึกษาขาดหลุดลุ่ย ยังดีที่มีเสื้อคลุมของภีมที่ให้ยืมใส่ก่อนหน้า สภาพจึงดูดีขึ้นมาสักหน่อย แต่ผมเผ้ายังยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงเหมือนเดิมเมื่อหลายชั่วโมงก่อนเธอยังนั่งคลุกขี้ดินอยู่ข้างถนนอยู่เลย แต่ตอนนี้ดันได้นั่งอยู่บนโซฟาหรูภายในคอนโดของภีม และที่ได้มานั่งตรงนี้ก็เพราะเธอไม่มีที่ไป กลายเป็นคนไร้บ้านและไร้ครอบครัวอย่างถาวร มีเพียงเงินติดบัญชีเล็กน้อยเท่านั้น“จะกินข้าวก่อนหรืออาบน้ำก่อน” หลังจากที่ภีมกลับมาจากคุยโทรศัพท์เรียบร้อยแล้ว เขาก็เดินมาหาคนตัวเล็กที่สภาพต่างจากเมื่อเช้า ไม่เหลือเค้าโครงของคนที่ด่าและตวัดตาค้อนมองเขาเลยสักนิด“เราอยากรู้เรื่องที่เกิดขึ้น” เรื่องที่ว่าเกี่ยวกับครอบครัวของเธอ “ป้าณีจะไม่มายุ่งวุ่นวายกับเราแล้วใช่ไหม”หลังจากที่ทรงพลถูกจับ ทั้งได๋และภีมถูกเชิญตัวให้ไปโรงพักด้วยเช่นกัน เพราะต้องไปให้ปากคำเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ได๋ยอมไม่เอาความทรงพล เพื่อแลกกับการที่ราณีเลิกยุ่งกับชีวิตของเธอ แม้ว่าจะต้องไปตายดาบหน้าก็ตาม แต่ก็ดีกว่าอยู่ในขุมนรกที่มีทั้งป้าชั่ว ๆ กับ
“งอนอีกแล้ว” จากตอนแรกที่บีบแก้มเมีย ภีมก็เปลี่ยนเป็นจิ้มเบา ๆ แทน “เดี๋ยวจะถ่ายตอนงอนลงด้วยนะ”“เดี๋ยวเค้าจะยึดไอจีของภีมเลยคอยดู”“ทุกวันนี้ก็ยึดอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” แค่ภาพโปรไฟล์เป็นรูปของเขาเท่านั้น นอกนั้นเต็มไปด้วยภาพของได๋ทั้งสิ้น “หรือจะให้เปลี่ยนเป็นภาพคู่ จะได้เป็นไอจีดื้อไปเลย”“ไม่เอา เดี๋ยวคุณป้าน้อยใจ” ว่าแล้วดวงตากลมโตก็มองหน้าแฟนหนุ่มตาใสแจ๋ว “ทำไมภีมไม่อัปรูปคุณป้าลงบ้างอะ เค้ากลัวคุณป้ารู้สึกไม่ดี”“แม่ไม่รู้สึกหรอก แม่ชอบจะตาย”นั่นไม่ใช่คำพูดปลอบใจแต่อย่างใด แต่พรรษาชอบที่ลูกชายคลั่งรักได๋จริง ๆ อาจเป็นเพราะหล่อนถูกชะตากับได๋ และอยากได้ได๋เป็นลูกสะใภ้ เพราะแบบนี้ถึงได้คอยช่วยคอมเมนต์หวีดราวกับเป็นเอฟซี กลัวลูกชายจะรักษาผู้หญิงดี ๆ ไว้ไม่ได้“ไอ้ได๋! ไอ้คินจะกินหมูกระทะของมึงหมดแล้วนะเว้ย!” คำบอกกล่าวที่ปายตะโกนมาทำให้ได๋หันไปมอง ก็ต้องได้เห็นเตาถ่านถูกตั้งพร้อมกระทะย่างอยู่บนลานไม้ เท่านั้นคนอยากถ่ายรูปก็รู้สึกขี้เกียจมาทันที“เค้าไม่อยากถ่ายแล้ว เรากลับไปกินหมูกระทะกันเถอะ” ดวงหน้าสวยหันมาบอกแฟนหนุ่มของตน แล้วเดินกลับไปที่ลานไม้ พร้อมปากตะโกนส่งเสียงให้ทั้งวงได้ยิน
บทส่งท้ายสองอาทิตย์ต่อมาบ้านพักติดธารน้ำ“เห้ย ๆ พวกมึงช่วยกันปะวะ ทำไมไอ้ได๋แม่งแทงถูกทุกรอบ” เสียงโวยวายของคินดังขึ้นเสียงดัง หลังจากที่เจ้ามืออย่างภีมเปิดใบเฉลยน้ำเต้าปูปลาแล้ว“ช่วยห่าอะไร มึงดวงไม่ดีเอง” คนดวงดีกวาดเงินมาวางไว้ต่อหน้าตัวเอง “จะพักก็ได้นะ อ่อนแอก็แพ้ไปน้อง”“ไม่พักโว้ย! คอยดูกูจะแทงจนผัวมึงเจ๊งเลย!” ว่าแล้วคินก็หันไปหาเมียของตน “แสบอย่าอ่อม สู้มัน”“สู้ไงอะ หนูว่าพี่พอดีกว่ามั้ง” เมียแสบของคินตอบกลับ “เสียดายเงินอะ เก็บไว้เปย์หนูดีกว่า”“พี่เปย์อยู่แล้วน้อง ไม่ต้องห่วง” คินโยกหัวเมียตัวเองเบา ๆ “ส่วนนี่เป็นศึกของศักดิ์ศรี ไม่สู้ไม่ได้”“ถ้ามึงจะสู้ขนาดนี้ สงสัยกูคงต้องแอบเปิดบ่อนแล้วมั้งไอ้คิน” เฮียกาลที่นั่งอยู่อีกวงตอบกลับมา โดยข้างกายเขามีเฮียปรากกับเฮียเธียรเช่นกัน วันนี้พวกเขามากันครบแก๊งกันเลยทีเดียว“เฮียกล้าก็เปิดดิ แต่ผมไม่เข้าไปเล่นนะ กลัวโดนจับ”“เอ้าไอ้ห่า! ทีแบบนี้มึงไม่กลัว”“ใครจะมาจับมันกลางป่ากลางเขาแบบนี้” เฮียเธียรพูดขึ้นอีกคน ในขณะที่ตานั่งมองเมียเด็กอย่างหนูแฮม ว่าเธอจะอยู่กับเพื่อนได้หรือเปล่า เนื่องจากว่านาน ๆ เขาพามาเจอเหล่ากลุ่มแก๊งที เธ







