เข้าสู่ระบบตกเย็นของวัน
“มาดูที่อะไรของมึงวะเฮีย ชาวบ้านจะขายให้มึงเหรอวะ” ภีมบ่นให้พี่ชายอย่าง ภาม ภวัต อินทราราราม ผู้บริหารโครงการอินทรารารามต่อจากภูเบศ พ่อของทั้งสอง
“ไม่ขายจะอยู่ยังไง ในเมื่อรัฐบาลแก้ไขปัญหากลิ่นขยะไม่ได้” คนเป็นพี่ตอบกลับ ในขณะที่ตายังมองหน้าจอโทรศัพท์อยู่อย่างนั้น
“แก้ไขไม่ได้ หรือไม่คิดจะแก้กันแน่” พูดจบรถสปอตก็จอดตรงฝั่งหนึ่งของถนนสองเลน โดยที่ต่อหน้ามีตัวแทนของลูกบ้านยืนรออยู่ก่อนหน้าแล้ว ผู้บริหารวัยสามสิบเอ็ดปีจึงลงเข้าไปพูดคุยเกี่ยวกับสถานที่ดังกล่าว ส่วนคนพามาอย่างภีมก็เดินพิจารณาพื้นที่อีกละแวก พร้อมกันนั้นก็จุดบุหรี่สูบไปด้วย
“อีได๋มึงกลับมาเดี๋ยวนี้! อีระยำกล้าทำหน้ากูแหกได้ไงห๊ะ!” จังหวะเดียวกันเสียงร้องตะโกนโหวกเหวกโวยวายก็ดังให้ได้ยิน ซึ่งตาคมก็เหลือบมองตามเสียงที่ว่า ก่อนที่คิ้วจะขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อเห็นภาพต่อหน้า มันเป็นภาพของผู้หญิงตัวเล็ก ๆ วิ่งหัวซุกหัวซุนเหมือนกำลังหนีตาย แถมเสื้อนักศึกษาที่ใส่ยังขาดหลุดลุ่ยอีกต่างหาก
“อีได๋กูบอกให้มึงหยุด!” ไม่พูดเปล่าอีกฝ่ายก็หยิบก้อนหินโยนใส่เธออย่างป่าเถื่อนโหดร้าย ยังดีที่โยนไม่โดน แต่โชคร้ายคือเธอวิ่งสะดุดขาตัวเองแล้วล้มคะมำไม่ไกลจากจุดที่ภีมยืนอยู่
ดวงหน้าสวยน้ำตานองหน้า ทั้งร่างและมือสั่นเทาอย่างน่าสงสาร มือกำลังยกขึ้นไหว้แต่ก็ถูกจับไว้เบา ๆ ก่อนที่ใบหน้าของใครคนหนึ่งจะโผล่มาให้เห็น บดบังเรือนร่างของอีกฝ่ายจนมิด
“ภะ…ภีม”
“ให้ช่วยไหม” เขาถามด้วยสีหน้าที่ยังนิ่งเฉยอย่างที่ชอบทำ “ถ้าไม่จะได้ไม่ยุ่ง”
“ช่วยฮึก! เราหน่อยได้ไหมฮือ!” ได๋พูดพลางสะอื้นแทบฟังไม่รู้ความ “มันจะข่มขืนเรา!”
“กูเปล่านะ! กูไม่ได้จะข่มขืนมัน!” ชายที่วิ่งตามมาเอ่ยพูดด้วยความตะหนก “กูเป็นลุงของมัน กูจะทำแบบนั้นทำไม!”
“แล้วทำไมสภาพเธอถึงเป็นแบบนี้”
“ก็…ก็มันขโมยเงินกู! กูเลยต้องวิ่งตามมันมานี่ไง”
“กูไม่ได้ทำ กูไม่ได้ขโมยเงินมึง!” เสียงหวานตะโกนกลับ “มึงจะข่มขืนกู!”
“เห็นสันดานมันไหม ถ้ามันกล้าพูดกับลุงของมันกู ๆ มึง ๆ แบบนี้ เรื่องขโมยเงินเล็กน้อยเลยล่ะ!”
“มึงไม่ใช่ลุงกู!”
“ถ้าเธอขโมยเงินลุงจริง ทำไมเสื้อเธอถึงหลุดลุ่ยแบบนี้ล่ะ” ภีมยังถามด้วยความใจเย็น รอดูท่าทีของทั้งสองว่าเรื่องมันเป็นอย่างไรกันแน่ แต่ดูเหมือนเขาจะได้คำตอบแล้วล่ะว่าจะเชื่อฝ่ายไหนดี
“มันขโมยแล้วซ่อนเงินไว้ในนม กูแค่จะเอาคืนก็แค่นั้น” คนเป็นลุงตอบในขณะที่มือกุมหน้าที่ถูกฟันจนเลือดอาบ “มันไม่ได้ทำครั้งแรก! มันขโมยเงินกูตั้งหลายครั้ง!”
“เราไม่ได้ขโมยนะภีม” หญิงสาวส่ายหน้าพัลวัน นอกจากจะมีน้ำตาเปรอะเปื้อนเต็มหน้าแล้ว ยังมีรอยฟกช้ำที่มุมปากอีกต่างหาก “เราไม่ได้ทำจริง ๆ อย่าปล่อยเรากลับไปนะ เราไม่อยากกลับไปอยู่ที่นั่นแล้ว”
พุดจบได๋ก็ร้องไห้ออกมาหนักกว่าเดิม พร้อมกันนั้นก็ยังมีเสียงด่าทอดังให้ได้ยินอย่างต่อเนื่อง เป็นเหตุให้ภามและคนอื่น ๆ ได้ยินจนต้องเดินมาดู
“มีอะไรกันวะภีม”
“แจ้งตำรวจที ไอ้นั่นมันจะข่มขืนเธอ” ภีมว่าพลางพยักพเยิดหน้าไปยังทรงพล ซึ่งเขาที่ได้ยินอย่างนั้นก็เตรียมตัวที่จะหนี แต่ก็ถูกชาวบ้านแถวนั้นจับไว้ได้ซะก่อน
“จะมาจับกูทำไม! จับมันสิโว้ย มันจะขโมยเงินกู! กูแค่จะเอาเงินกูคืนก็แค่นั้น!” ทรงพลทั้งโวยวายและพยายามดิ้นหนีต่อการจับกุม “อีได๋มันโกหก! ส่วนมึงก็โง่เชื่อในสิ่งที่มันเล่า!”
“ผมไม่ได้เชื่อลุงสักหน่อย” ภีมพูดหน้าตาย พร้อมมือหนาช่วยดึงสาบเสื้อนักศึกษาที่ขาดหลุดลุ่ยให้เธอ และได๋ก็กำลังมองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจเช่นกัน
“ผมเชื่อในสิ่งที่ผมเห็น” ว่าแล้วตาคมก็หันกลับไปมองทรงพลอีกครั้ง “ผมเห็นลุงกำลังฉุดกระชากลากถูเธอ แถมยังดึงกระชากเสื้อเธอจนขาด”
“…”
“ถ้าไม่ข่มขืน แล้วจะให้เรียกว่าอะไร”
“มึง! พวกมึงรวมหัวกันโกหก กูไม่ได้ทำ!” ทรงพลร้องโวยวายดังกว่าเดิม แต่ก็ไม่มีใครรับฟัง พร้อมทั้งถูกมัดมือมัดเท้ากดไว้กับพื้นถนน รอตำรวจมารับหลังจากนี้
“ทำไม…” ถึงโกหกว่าเห็น ทั้ง ๆ ที่เขาไม่เห็นจริง ๆ ด้วยซ้ำ ได๋ไม่กล้าถามออกมา แต่คิดว่าคนฟังน่าจะเดาออก
“คนรวยที่นิสัยเสียก็เป็นแบบนี้แหละ” ภีมย้อนเอาคำด่าของเธอมาพูดกับเธอ “จะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น”
จบตอนพิเศษหลายปีต่อมา“ดีใจกับปริญญาใบที่สองของสามีเค้าด้วยนะคะ” ฉันส่งยิ้มกว้างพร้อมยื่นช่อดอกกุหลาบที่สั่งทำพิเศษให้ภีม อย่างที่รู้ว่าฉันแพ้ดอกไม้ เลยต้องให้ร้านเลือกสายพันธุ์ที่กลีบดอกซ้อนกันแน่น ๆ สักหน่อย เพื่อไม่ให้มีเกสรโผล่ออกมา ยังดีที่ร้านยอมรับออเดอร์และทำให้ ฉันก็เลยมีดอกไม้สวย ๆ มาให้คุณสามีในวันนี้“ซื้อมาทำไมดื้อ เดี๋ยวก็แพ้หรอก” ภีมรีบรับไปถือไว้อย่างรวดเร็ว แถมหน้ายังดูดุขึ้นด้วยนะ “ทีหลังไม่ต้องซื้อดอกไม้ให้ภีมนะ ภีมไม่อยากให้ดื้อไม่สบาย”“รับทราบค่ะ” ยังคงส่งยิ้มให้ภีมอยู่เหมือนเคย “อย่าทำหน้าดุสิคะ วันนี้วันดีนะ แล้วเค้าก็ตั้งใจสั่งทำให้ภีมโดยเฉพาะเลยนะ ภีมต้องดีใจกับสิ่งที่เค้าให้สิ”“เมียใครวะ ดื้อจริง ๆ” เป็นเหมือนเคยที่ภีมจะบีบแก้มฉันเบา ๆ ก่อนจะพึมพำกับตัวเอง “เมียกูนี่แหละ ทั้งสวยทั้งน่ารัก ดื้อด้วย”“แล้วรักไหมคะ”“รักจนโงหัวไม่ขึ้น” คำตอบที่ได้รับทำให้ฉันพอใจไม่น้อย “เดี๋ยวเค้ายืนรอตรงนั้นนะ ให้คนอื่นได้เข้ามาร่วมแสดงความยินดีบ้าง”ว่าแล้วฉันก็มายืนรอภีมที่ใต้ร่มไม้ไม่ไกลจากจุดที่ภีมยืนอยู่ สายตายังคงจ้องมองไปที่เขาตลอดเวลา มันเต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม และควา
ตอนพิเศษ 2เวลาปัจจุบัน“ในที่สุดก็สอบเสร็จแล้วโว้ย!!!!!” คินทำหน้าดีใจเต็มประดาหลังจากออกมาจากห้องสอบแล้ว น้ำเสียงฟังดูสดชื่นอย่างเห็นได้ชัด บ่งบอกว่าตอนนั้นดีใจที่ได้เรียนจบแล้วจริง ๆ“แปลกที่มันไม่ชวนแดกเหล้าเหมือนทุกปี” เดย์ว่าต่อ ในขณะที่มือกดส่งข้อความหาแฟนสาว “กูลืมไป มันมีคนรอฉลองด้วยแล้วนี่หว่า”“พูดอย่างกับมึงไม่มีเนอะไอ้ห่า” คินกลอกตามองบนรัว ๆ “ชอบแซะกูจังนะพวกมึง”“เขาแซะเพราะมึงออกปากว่าจะไม่รักไม่ชอบเด็กแสบของมึงต่างหาก!” คู่ปรับตัวยงอย่างได๋เบะปากส่งไปให้คิน “กลืนน้ำลายตัวเองอร่อยจริง ๆ”“คงไม่อร่อยเท่าน้ำลายเพื่อนหรอกมั้ง” คินโต้กลับทันควัน “ว่าแต่เป็นไงวะได๋ น้ำลายเพื่อนสนิทอร่อยจริงไหมวะ”“กูไม่บอกคนขี้เสือกแบบมึงหรอก แบร่!” ได๋แลบลิ้นปลิ้นตาใส่คิน แล้วหันไปซบแขนภีมที่ยืนอยู่ข้างกาย “เค้าหนวกหูเสียงนกเสียงกาอะภีม เราไปเดินเล่นห้างกันไหม”“มันด่ามึงว่าเป็นนกเป็นกา” ปายสะกิดคินยิก ๆ สีหน้าชอบใจเหมือนทุกครั้งที่คินถูกด่า “นับวันมันยิ่งปากดีจริง ๆ ว่ะ”“มันคิดว่าแบ็คมันใหญ่มั้ง” คินมองได๋ด้วยความปองร้าย “ไว้ไอ้ภีมเผลอเมื่อไหร่ มึงโดนกูแกล้งแน่!”“กูกลัวตายแหละ!” เป็นอีก
สองอาทิตย์ต่อมา“ไอ้ภีม เพื่อนใหม่มึงยังไม่เลิกกลัวเราอีกเหรอวะ” คินสะกิดเพื่อนสนิทของตัวเองยิก ๆ “นี่ก็สองอาทิตย์แล้วนะเว้ย เธอยังไม่ชินกับความหล่อของพวกเราอีกเหรอ”“มึงเลิกพูดมาก เดี๋ยวเขาก็เลิกกลัวมึงเอง” ที่จริงภีมอยากตอบว่าหล่อแต่เหี้ย แต่มันจะโดนเขาด้วย เพราะได๋ก็ยังกลัวเขาไม่เลิก แม้จะไม่ได้กลัวมากเหมือนไอ้พวกนี้ แต่ก็ยังมีความไม่ไว้ใจให้เห็นอยู่จาง ๆ“นี่เธอ” คินหันมาสนใจเพื่อนใหม่อย่างได๋บ้าง ซึ่งคนถูกเรียกก็มองเขาตาปริบ ๆ เหมือนไม่มีพิษภัยอะไร“เรียกทำไม”“ถามจริง ๆ กลัวอะไรในตัวพวกเรา”“ก็กลัวหลายอย่าง” หญิงสาวคนเดียวของกลุ่มตอบด้วยความซื่อ แน่นอนว่ามันสามารถเรียกเสียงหัวเราะจากปายและเดย์ได้ คะแนนความชอบที่จะให้เป็นเพื่อนสนิทเพิ่มขึ้นมารัว ๆ“กลัวอะไร บอกให้มันหายข้องใจ” ปายมองได๋ขำ ๆ ต่างจากคินที่กลอกตามองบนรัว ๆ แล้วตอนนี้“กลัวหลายอย่าง บอกไม่ถูกจริง ๆ” เนื่องจากได๋เป็นผู้หญิงคนเดียวของกลุ่ม เวลาตั้งวงสังสรรค์จะทำเพียงนั่งมองพวกเขากินเท่านั้น เธอไม่กล้ากินเพราะกลัวเมาแล้วจะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หรือพูดง่าย ๆ ว่ากลัวโดนทำมิดีมิร้ายนั่นเอง“เธอกลัวพวกเราข่มขืนเธอ?” เดย์ถาม
ตอนพิเศษ 1หลายปีก่อนชั้นปีการศึกษาที่ 1‘อึดอัดจัง แต่ก็ไม่รู้จะไปไหน’ ได๋นั่งอยู่ในสภาพเสื้อนักศึกษาขาดหลุดลุ่ย ยังดีที่มีเสื้อคลุมของภีมที่ให้ยืมใส่ก่อนหน้า สภาพจึงดูดีขึ้นมาสักหน่อย แต่ผมเผ้ายังยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงเหมือนเดิมเมื่อหลายชั่วโมงก่อนเธอยังนั่งคลุกขี้ดินอยู่ข้างถนนอยู่เลย แต่ตอนนี้ดันได้นั่งอยู่บนโซฟาหรูภายในคอนโดของภีม และที่ได้มานั่งตรงนี้ก็เพราะเธอไม่มีที่ไป กลายเป็นคนไร้บ้านและไร้ครอบครัวอย่างถาวร มีเพียงเงินติดบัญชีเล็กน้อยเท่านั้น“จะกินข้าวก่อนหรืออาบน้ำก่อน” หลังจากที่ภีมกลับมาจากคุยโทรศัพท์เรียบร้อยแล้ว เขาก็เดินมาหาคนตัวเล็กที่สภาพต่างจากเมื่อเช้า ไม่เหลือเค้าโครงของคนที่ด่าและตวัดตาค้อนมองเขาเลยสักนิด“เราอยากรู้เรื่องที่เกิดขึ้น” เรื่องที่ว่าเกี่ยวกับครอบครัวของเธอ “ป้าณีจะไม่มายุ่งวุ่นวายกับเราแล้วใช่ไหม”หลังจากที่ทรงพลถูกจับ ทั้งได๋และภีมถูกเชิญตัวให้ไปโรงพักด้วยเช่นกัน เพราะต้องไปให้ปากคำเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ได๋ยอมไม่เอาความทรงพล เพื่อแลกกับการที่ราณีเลิกยุ่งกับชีวิตของเธอ แม้ว่าจะต้องไปตายดาบหน้าก็ตาม แต่ก็ดีกว่าอยู่ในขุมนรกที่มีทั้งป้าชั่ว ๆ กับ
“งอนอีกแล้ว” จากตอนแรกที่บีบแก้มเมีย ภีมก็เปลี่ยนเป็นจิ้มเบา ๆ แทน “เดี๋ยวจะถ่ายตอนงอนลงด้วยนะ”“เดี๋ยวเค้าจะยึดไอจีของภีมเลยคอยดู”“ทุกวันนี้ก็ยึดอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” แค่ภาพโปรไฟล์เป็นรูปของเขาเท่านั้น นอกนั้นเต็มไปด้วยภาพของได๋ทั้งสิ้น “หรือจะให้เปลี่ยนเป็นภาพคู่ จะได้เป็นไอจีดื้อไปเลย”“ไม่เอา เดี๋ยวคุณป้าน้อยใจ” ว่าแล้วดวงตากลมโตก็มองหน้าแฟนหนุ่มตาใสแจ๋ว “ทำไมภีมไม่อัปรูปคุณป้าลงบ้างอะ เค้ากลัวคุณป้ารู้สึกไม่ดี”“แม่ไม่รู้สึกหรอก แม่ชอบจะตาย”นั่นไม่ใช่คำพูดปลอบใจแต่อย่างใด แต่พรรษาชอบที่ลูกชายคลั่งรักได๋จริง ๆ อาจเป็นเพราะหล่อนถูกชะตากับได๋ และอยากได้ได๋เป็นลูกสะใภ้ เพราะแบบนี้ถึงได้คอยช่วยคอมเมนต์หวีดราวกับเป็นเอฟซี กลัวลูกชายจะรักษาผู้หญิงดี ๆ ไว้ไม่ได้“ไอ้ได๋! ไอ้คินจะกินหมูกระทะของมึงหมดแล้วนะเว้ย!” คำบอกกล่าวที่ปายตะโกนมาทำให้ได๋หันไปมอง ก็ต้องได้เห็นเตาถ่านถูกตั้งพร้อมกระทะย่างอยู่บนลานไม้ เท่านั้นคนอยากถ่ายรูปก็รู้สึกขี้เกียจมาทันที“เค้าไม่อยากถ่ายแล้ว เรากลับไปกินหมูกระทะกันเถอะ” ดวงหน้าสวยหันมาบอกแฟนหนุ่มของตน แล้วเดินกลับไปที่ลานไม้ พร้อมปากตะโกนส่งเสียงให้ทั้งวงได้ยิน
บทส่งท้ายสองอาทิตย์ต่อมาบ้านพักติดธารน้ำ“เห้ย ๆ พวกมึงช่วยกันปะวะ ทำไมไอ้ได๋แม่งแทงถูกทุกรอบ” เสียงโวยวายของคินดังขึ้นเสียงดัง หลังจากที่เจ้ามืออย่างภีมเปิดใบเฉลยน้ำเต้าปูปลาแล้ว“ช่วยห่าอะไร มึงดวงไม่ดีเอง” คนดวงดีกวาดเงินมาวางไว้ต่อหน้าตัวเอง “จะพักก็ได้นะ อ่อนแอก็แพ้ไปน้อง”“ไม่พักโว้ย! คอยดูกูจะแทงจนผัวมึงเจ๊งเลย!” ว่าแล้วคินก็หันไปหาเมียของตน “แสบอย่าอ่อม สู้มัน”“สู้ไงอะ หนูว่าพี่พอดีกว่ามั้ง” เมียแสบของคินตอบกลับ “เสียดายเงินอะ เก็บไว้เปย์หนูดีกว่า”“พี่เปย์อยู่แล้วน้อง ไม่ต้องห่วง” คินโยกหัวเมียตัวเองเบา ๆ “ส่วนนี่เป็นศึกของศักดิ์ศรี ไม่สู้ไม่ได้”“ถ้ามึงจะสู้ขนาดนี้ สงสัยกูคงต้องแอบเปิดบ่อนแล้วมั้งไอ้คิน” เฮียกาลที่นั่งอยู่อีกวงตอบกลับมา โดยข้างกายเขามีเฮียปรากกับเฮียเธียรเช่นกัน วันนี้พวกเขามากันครบแก๊งกันเลยทีเดียว“เฮียกล้าก็เปิดดิ แต่ผมไม่เข้าไปเล่นนะ กลัวโดนจับ”“เอ้าไอ้ห่า! ทีแบบนี้มึงไม่กลัว”“ใครจะมาจับมันกลางป่ากลางเขาแบบนี้” เฮียเธียรพูดขึ้นอีกคน ในขณะที่ตานั่งมองเมียเด็กอย่างหนูแฮม ว่าเธอจะอยู่กับเพื่อนได้หรือเปล่า เนื่องจากว่านาน ๆ เขาพามาเจอเหล่ากลุ่มแก๊งที เธ







