登入“ถ้าคบ ฉันจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไร ฉันเป็นยังไงก็เป็นอย่างงั้น เธอรับได้เหรอ” “ฉันรับได้” “ตอนนี้เธอคงยังไม่รู้” “แต่วันไหนที่รู้” “อยากเลิกตอนไหนก็บอกได้เลย” : “เลิกกันเถอะ” “…” “เกรย์ เราเลิกกะ..อื้อ!” “คำตอบคือไม่เลิก” นางเอกแอบชอบพระเอก เลยไปขอพระเอกเป็นแฟน พระเอกตกลง แต่มีเงื่อนไขว่าเขาจะไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อนเธอ ถ้ารับได้ก็โอเค ถ้ารับไม่ได้ อยากเลิกตอนไหนก็ได้ทั้งนั้น เขาพร้อม แต่พอนางเอกบอกเลิกเข้าจริง ๆ เขากลับทำอย่างที่พูดไม่ได้ ; “หน้าที่บนเตียง เธอควรจะทำให้แค่ฉัน” “นายเคยรักฉันบ้างมั้ย” “…” “แค่เรื่องบนเตียงใช่มั้ย ที่นายต้องการ” “…” “ฉันเข้าใจแล้ว”
查看更多DM (Direct Message)
Celine: มึงงงงง Celine: อยู่ไหน Celine: กูกับอีลูกกอล์ฟถึงแล้วนะ Celine: เหลือมึงกับอีเอลีน ระหว่างที่กำลังรีบสุดฤทธิ์ สมาร์ทโฟนที่กำแน่นอยู่ในมือก็สั่นเนื่องจากการแจ้งเตือนของแชทไอจี คนที่กำลังเดินอย่างรีบเร่งก็เลยจำต้องทำสองอย่างในเวลาเดียวกัน คือเดินไปด้วย ยกสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูหน้าจอไปด้วย ถึงได้รู้ว่าเป็นเซลีน เพื่อนของเธอที่แชทมา “รู้แล้วน่า รู้แล้ว กำลังไปๆ” ที่พูดอยู่ตอนนี้ แน่นอนว่าเจ้าของสมาร์ทโฟนอย่าง ‘นาตาชา’ ตั้งใจตอบคำถามคนในแชท หากแต่คนได้ยินก็คงมีแค่เธอคนเดียว ในเมื่อคนรีบยังเดินไม่ถึงลานรับน้องเลย ..วันนี้เป็นวันรับน้องปีหนึ่งของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเจบราวน์ (Faculty of Engineering / J Brown University) “โทษคับๆ” ปึก! “โอ๊ย!” ระหว่างที่กำลังเดิน เดิน เดิน แล้วก็เดิน (เร็วๆ) สงสัยฟ้าคงหมั่นไส้ ถึงได้สั่งให้ใครก็ไม่รู้วิ่งสวนเธอมาแล้วชนไหล่เธอไปอย่างแรงเพราะความรีบร้อน จนเธอเซ และตอนนี้เหมือนไม่ใช่แค่เซอย่างเดียว แต่ทำท่าเหมือนจะเซแล้วหงายหลังด้วย เพราะเสียหลัก ทรงตัวไม่อยู่ ..ซวยแล้วนาตาชา แบบนี้หงายหลังกระแทกพื้นแน่ๆ เลย! ปึก! หลังเธอกระแทกจริงๆ แต่เหมือนไม่ได้กระแทกพื้นอย่างที่คิด ..แล้วกระแทกอะไร? สิ่งที่หลังเธอไปกระแทกเข้า มันแข็งก็จริง แต่เธอก็ไม่เจ็บ แถมไม่ได้หงายหลังล้มตึงอย่างที่คิด แต่เธอยังยืนอยู่ แค่หลังเธอเอนไปด้านหลังนิดหน่อย เพราะเหมือนไอ้ของแข็งที่ว่านั่นมันค้ำยันเธอไว้ไม่ให้เธอหงายหลังไปทั้งตัวอย่างที่ควรจะเป็น “นะ..นาย?” ตอนนี้ที่หันไปเห็น ถึงได้รู้ว่าที่หลังเธอไม่กระแทกพื้น เพราะเหมือนเธอจะเซหงายหลังไปชนเข้ากับด้านหน้าของใครคนนึงที่เดินมาด้านหลังของเธอพอดี ..ผู้ชายหน้านิ่งๆ ที่เธอเห็นแว้บแรกก็ทำเอาหัวใจเต้นแรง และเธอไม่รู้เหมือนกันว่าที่หัวใจเต้นแรงเป็นเพราะความหล่อ+++ของเขา หรือเป็นเพราะว่าเธอตกใจที่การเซแทบหงายหลังของเธอมันทำให้เธอเซไปชนคนอื่นเข้าอีกต่อหนึ่งกันแน่ แต่ที่รู้ๆ คือเธอต้องพูดอะไรสักอย่าง สิ่งที่ควรจะพูดในสถานการณ์ที่เหมือนเธอจะเป็นฝ่ายผิด “เอ่อ ขะ..ขอโทษ” นาตาชาแทบจะหาเสียงตัวเองไม่เจอ แต่ก็พยายามพูดได้จนจบพร้อมๆ กับประคองตัวเองให้กลับมายืนตรงได้ ในขณะที่คนที่เปรียบเสมือนถูกยัดเยียดให้เป็นแผ่นหินหนาหนักที่ตั้งตรงสูงตะหง่านอย่างมั่นคงเพื่อกันเธอไม่ให้ล้มเมื่อกี้นั้นก็ยังคงอยู่ในอาการเดิม คือหน้านิ่ง แววตาก็นิ่ง ไร้ความรู้สึกใดๆ คำขอโทษของเธอ ก็ดูเหมือนว่าเขาจะไม่รับอีกต่างหาก ..เพราะเธอคงทำให้เขาไม่พอใจเข้าให้แล้ว! ไม่อย่างนั้น ตอนนี้คนที่ถูกยัดเยียดให้เป็นอัศวินคงไม่เปลี่ยนจากแววตานิ่งๆ เป็นแววตาที่เหมือนยังนิ่งก็จริง แต่เหมือนกำลังผสมคำด่าคนที่จำใจรับบทเจ้าหญิง (ซุ่มซ่าม) อย่างเธอทางสายตา ..ถ้าจะล้ม ก็ช่วยล้มให้มันไม่เดือดร้อนคนอื่นหน่อย ใช่ เธอรู้สึกได้ว่าสายตานิ่งๆ แกมไม่พอใจของเขาที่มองมายังเธอมันคือประโยคประมาณนี้ ก่อนเขาจะเดินจากไปโดยไม่คิดจะเสวนาพาทีเพื่อนสี่ภาคกับเธอสักคำ “สงสัยจะโกรธ..” นาตาชามองตามตาละห้อยแล้วก็รู้สึกผิดอยู่ในที เพราะอาการของเขาเป็นแบบนั้น เธอคิดอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากเขาคงโกรธหรือไม่ก็ไม่พอใจ ที่เธอเซไปชนเขา ทั้งๆ ที่มันไม่ใช่กงการอะไรของเขาเลยที่จะต้องมาเป็นหลักค้ำยันเธอไม่ให้เซหงายหลังล้มตึงลงกับพื้น เพราะงั้นเขาจะโกรธจนถึงขั้นไม่รับคำขอโทษจากเธอก็คงไม่แปลก แต่ที่แปลก.. คือเธอไม่รู้สึกหมั่นไส้หรือคิดไปว่าเขาหยิ่งหรืออะไรเลยสักนิด ที่เขาไม่รับคำขอโทษรวมทั้งไม่แม้แต่จะพูดโต้ตอบสักคำ เธอทั้งไม่หมั่นไส้ ทั้งไม่ขุ่นเคือง หนำซ้ำยังรู้สึกขอบคุณด้วยซ้ำที่เขาเหมือนช่วยเธอไว้ แม้ว่าเขาจะไม่ได้เต็มใจ และที่แปลกไปกว่านั้น คือหัวใจเธอตอนนี้ มันยังเต้นแรงไม่หาย กับสายตาและใบหน้าหล่อนิ่งนั้น ใบหน้าและแววตาที่เหมือนกับว่าไม่ใช่แค่สมองของเธอเท่านั้นที่จดจำมัน แต่หัวใจก็เช่นกันที่กำลังมีสองสิ่งนั้นตราตรึง @ลานรับน้อง “เฮ้! เหี้ยเกียร์ ไอ้ผีดิบมาแล้วเว้ย” นักศึกษาป้ายแดงนามว่าเจไดหันไปยิ้มบอกเกียร์เพื่อนสนิทของเขา ระหว่างที่พวกเขาสองคนกำลังยืนรอเพื่อนสนิทอีกคนนึงในกลุ่ม ‘เกรย์’ “ไหนวะ” เกียร์หันไปถาม ก่อนจะมองตามสายตาของเจไดไป ถึงได้เห็นไอ้คนถูกเรียกว่าผีดิบกำลังเดินหน้านิ่งๆ ตรงมาทางพวกเขาจริงๆ และสีหน้าท่าทางไอ้สัสนั่น มันนิ่งเป็นสันดานแวมไพร์แบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่สมัยมัธยมมาจนกระทั่งตอนนี้ …มหาลัยปี 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมการบิน ใช่ พวกเขาร่วมหัวจมท้ายด้วยกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม จนตอนนี้มหาลัยก็ยังหนีกันไม่พ้น ยังตายตกตามกันมาอยู่ที่เดียวกันอีก ไม่รู้แบบนี้เรียกว่าพวกเขาทำบุญร่วมชาติหรือชาติที่แล้วร่วมกันทำบาป ชาตินี้เลยต้องมาร่วมกันชดใช้ (เวรกรรม) “มาแล้วเหรอวะ” เจไดถามย้ำอีกรอบ เมื่อเกรย์เดินมาถึง และเพราะเกรย์มาถึงแล้วนี่เอง เจไดกับเกียร์ถึงเพิ่งจะเห็นชัดๆ เพราะอยู่ใกล้ จากที่เมื่อกี้เห็นไม่ชัด เพราะเห็นไกลๆ ว่าสีหน้าเกรย์มันไม่ได้นิ่งปกติ แต่มันนิ่ง..ผิดปกติ ราวกับมีอะไรสักอย่างไปกระตุ้นต่อมนิ่งให้เกิดปฏิกิริยา ไม่ใช่ปฏิกิริยาที่ทำให้เกิดการไหวสะเทือน แต่เป็นปฏิกิริยาที่เหมือนไปกระตุ้นต่อมนิ่งให้ยิ่งนิ่งหนักกว่าเดิม เพิ่มเติมคือแววตาคู่เรียบนิ่งที่เดาความหมายไม่ออก คาดเดาไม่ได้ว่าภายในหัวสมองของคนเป็นเจ้าของมัน กำลังคิดอะไรอยู่ “…” และดูเหมือนว่านอกจากจะเดาไม่ได้แล้ว คนมาดนิ่งก็ไม่อยากให้ใครเดาด้วย ถึงได้เลือกที่จะไม่ตอบอะไร ยังคงนิ่งต่อไปอย่างกับโลกนี้ไม่มีอะไรที่สามารถทำให้เขารู้สึกสะดุ้งสะเทือน “สัส เป็นเชี่ยไรวะ ทำไมนิ่งแปลกๆ หรือก่อนมาไม่ได้กินเลือดวะ แวมไพร์อย่างมึงเลยไม่กระปรี้กระเปร่า ฮ่าๆ” ถึงจะเห็นว่าตอนนี้เกรย์ไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะหยอกล้อได้ แต่สันดานด้านคูณด้านบวกปากหมาเป็นสันดานอย่างเจไดก็ไม่ได้ยี่หระหรือหวั่นเกรงใดๆ “งั้นให้กูกินเลือดมึงมั้ย เผื่อกูจะกะปรี้กะเปร่าขึ้นมา” ไม่ใช่แค่พูดเสียงเรียบนิ่ง แต่เกรย์ทำท่าจะก้าวเข้าหาเจไดด้วยสีหน้าท่าทางนิ่งๆ แต่จงใจจะเอาเรื่องด้วย กำหมัดอีกต่างหาก บ่งบอกเจตนาชัดเจนว่าเลือดที่เขากะจะกินคือเลือดตรงเบ้าหน้าของไอ้เพื่อนปากหมา ทำเอาเจไดถอยหลังแทบไม่ทัน ยกมือขึ้นมาป้องกันตัวพร้อมกันทั้งสองข้างอีกต่างหาก “โว้วๆ ใจเย็นครับเหี้ยเกรย์ แหม กูแค่ล้อเล่นเอง ใช่มั้ยวะเหี้ยเกียร์” ไม่วายหันไปหาแนวร่วมอย่างเกียร์ที่ยืนยิ้มมุมปากราวกับอยากรอดูสงครามมากกว่าจะเข้าไปช่วยห้ามทัพ “ไม่รู้ดิ กูโนคอมเม้นต์” คำตอบเหมือนเป็นการยืนยันว่าเกียร์เลือกอย่างแรก …เลือกให้เกิดสงคราม “ไอ้เพื่อนเวร” เจไดสบถหยาบบวกมองแรงไปที่เกียร์อย่างไม่ปิดบังว่าถ้าเขารอดจากมือ+ตีนไอ้เชี่ยเกรย์ไปได้ ไอ้เชี่ยเกียร์คือรายต่อไปที่จะโดน (ตีน) @อีกด้านของลานรับน้อง “อร๊ายย อีนู๋ววว มาแล้วเหรอยะ แอร๊ยย โล่งไปที พวกกูก็นึกว่ามึงโดนฉุดกลางทางซะละ เห็นตอบแชทก็ไม่ตอบ” ลูกกอล์ฟชะนีเทียมเพียงคนเดียวในกลุ่มทักทันทีที่เห็นนาตาชาเดินเข้ามาหา “โทษที กูรีบเดินอยู่ เลยไม่ได้ตอบ พวกมึงมาถึงกันนานยัง” นาตาชาตอบก่อนจะถามออกไป โดยหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น อุบัติเหตุที่เหมือนจะทำให้หัวใจเธอหลุดลอยไปกับผู้ชายหน้านิ่งแต่หล่อ+++คนนั้นหลายปีต่อมา..หลังเรียนจบ เกรย์กับนาตาชาก็แต่งงานกันทันทีอย่างที่ทั้งคู่ตกลงกันไว้ เพียงแต่ยังไม่มีลูกสักที หรือลูกยังไม่อยากมาเกิดกับผีดิบก็ไม่รู้ ผิดกับเจได เพราะตอนนี้รายนั้นทำเมียท้องไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนเกียร์ไม่ต้องพูดถึง เพราะไอ้เชี่ยนั่นทำเมียท้องก่อนใครเพื่อน ก็มีแค่คุณชายผีดิบ ที่ถึงอยากเป็นคุณพ่อผีดิบใจจะขาด แต่ก็ยังไม่สมดั่งใจ เพราะงั้นวันนี้เขาถึงพานาตาชามาพักผ่อนที่บ้านพักตากอากาศริมทะเล โดยมีเหตุผลหลักๆอยู่สองอย่าง หนึ่งคือผีดิบอยากพาเมียสุดที่รักมาเที่ยว และสองคือ..ทำลูกให้ติดสักที เพราะขืนช้ากว่านี้ เดี๋ยวเขาก็ได้มีเบบี๋(ผีดิบ)ไม่ทันไอ้สองตัวกันพอดีน่ะสิ“เกรย์ ไปเดินเล่นรับลมกันมั้ย ลมกำลังเย็นสบายเลย” นาตาชาเอ่ยชวนพร้อมยิ้มตาแป๋ว หลังจากที่เธอวางแพลนในใจเอาไว้ตั้งแต่เมื่อกี้ที่มาถึงที่นี่แล้ว ว่าพอกินข้าวเย็นเสร็จ เธอจะชวนคุณสามีผีดิบสุดที่รักไปเดินรับลมเล่นที่ริมชายหาด และตอนนี้เวลาที่เธอเฝ้ารอคอยก็มาถึงแล้ว เพราะเธอกับเกรย์กินข้าวเย็นเสร็จแล้ว เป็นอาหารทะเลที่แวะซื้อก่อนจะเข้าบ้าน เพราะทั้งคู่เห็นว่ามันจะเย็นแล้ว เลยแวะซื้อมาทีเดียวเลย อีกอย่าง คืออยากมานั่งกินข้า
เกรย์ถามนิ่งๆ มือยังคีบบุหรี่ที่ยังสูบไม่หมด ควันยังลอยขึ้นจางๆ ดวงตามองคนนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวด้วยแววตาที่สื่อความหมายบางอย่าง“อืม เสร็จแล้ว นายเองก็ไปอาบสิ จะได้สบายตัว” นาตาชาบอกด้วยน้ำเสียงที่บังคับไม่ให้ประหม่า ทั้งๆที่รู้สึกหน้าร้อนชอบกล การที่โดนเขามองแบบนี้มันไม่ชินสักที แต่เธอก็พยายามไม่แสดงอาการ พยายามมองข้าม ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นว่าสายตาเขาสื่ออะไร กลิ่นบุหรี่ที่มันลอยเข้าจมูกเธอก็ด้วย ถึงจะไม่ถูกกับมันนัก เพราะได้กลิ่นแล้วเธอจะมึนหัว แต่เธอก็พยายามไม่แสดงอาการผิดปกติ ว่าเธอเหม็นจนเริ่มจะทนไม่ได้ เธอพอจะรู้ว่าเกรย์สูบบุหรี่บ้างเป็นบางครั้ง แต่ก็ไม่ได้สูบบ่อย และเท่าที่จำได้ เขาก็เหมือนยังไม่เคยสูบตอนอยู่กับเธอ ครั้งนี้เหมือนจะเป็นครั้งแรก เขาเลยคงไม่รู้ว่าเธอปวดหัวถ้าได้กลิ่น แต่ก็อย่างที่บอกว่าเธอพยายามไม่แสดงอาการ พยายามหลีกเลี่ยงการพูดตรงๆ เธอไม่อยากให้เขารู้สึกไม่ดี เลยพยายามทน“อืม เดี๋ยวฉันไป แต่มาใกล้ๆหน่อยสิ” ตอนนี้เธอยืนอยู่แถวๆปลายเตียง ส่วนเขายังนั่งคีบก้านบุหรี่อยู่บนเตียง “ทำไมเหรอ นายมีอะไร” นาตาชาถามด้วยน้ำเสียงปกติ ยังคงไม่แสดงอาการว่าเธอเหม็นกลิ่นบุหรี่
จากวันนั้นที่เดฟบอกว่าจะไม่มายุ่งวุ่นวายกับนาตาชา เขาก็ไม่มาจริงๆ เหมือนเขาจะเป็นคนรักษาคำพูด และเหมือนจะเป็นคนที่เชื่อถือได้อย่างที่นาตาชาคิด หรือเธอคิดผิดก็ไม่รู้ เพราะวันนี้.. จู่ๆเขาก็โผล่มา!“คุณเดฟ!” นาตาชาอุทานอย่างตกใจ ก็ใครจะไปคิด ว่าเหตุการณ์มันจะซ้ำรอยเดิมกับเมื่อวันก่อน คือเลิกเรียนแล้วเธอก็ลงมาถึงใต้ตึกพร้อมๆกับเกรย์และทุกๆคน แล้วจู่ๆเจอเดฟรออยู่ และตอนนี้เขากำลังเดินเข้ามาหา ก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้า“มึงมาทำไม ไหนมึงบอกว่าจะเลิกยุ่งกับนาตาชาแล้ว” เกรย์ออกโรงอีกเช่นเคย ก็คนมันรักมันหวงเมียให้ทำไง“ใช่ กูบอกจะเลิกยุ่งกับนาตาชา” เดฟตอบเสียงเรียบ ใบหน้าเขาก็เรียบเฉยไม่ได้ทุกข์ไม่ได้ร้อนกับสายตาและท่าทีเอาเรื่องของเกรย์ ที่ตอนนี้ก็ยังจ้องอาฆาตเดฟไม่หาย“แล้วมึงมาหาเมียกูทำไมอีก”“แล้วกูบอกเหรอ ว่ากูมาหาเมียมึง” คำตอบนี้จากเดฟพาทุกคนงงกันไปใหญ่“หมายความว่าไง”“กูไม่ได้มาหานาตาชา”“แล้วคุณมาหาใครคะ” คราวนี้นาตาชาเป็นคนถามซะเอง เพราะเธอเองก็อยากจะรู้ และอดที่จะรู้สึกกังวลแปลกๆขึ้นมาไม่ได้ ถึงแม้จะรู้สึกโล่งใจไปเปลาะนึงแล้วก็ตาม ที่เดฟบอกว่าเขาไม่ได้มาหาเธอ “ฉันมาหาเพื่อนเธอ” เด
วันต่อมา ..(ตกเย็น)@1-J Brown University @2-Faculty of Engineering “คุณเดฟ!” เป็นอย่างที่นาตาชาคิดจริงๆ ว่าวันนี้เดฟจะมาหาเธอที่มหาลัย เพราะทันทีที่เธอเดินลงมาถึงใต้ตึกคณะพร้อมกับเกรย์และพวกเซลีน ก็เห็นเดฟรออยู่แล้ว และตอนนี้เขากำลังเดินเข้ามาหาเธอและหยุดอยู่ตรงหน้า“สวัสดี” เขาทักเสียงเรียบพร้อมกระตุกมุมปาก“สวัสดีค่ะ” นาตาชายิ้มตอบตามมารยาท แต่เกรย์ที่ของเริ่มขึ้นตั้งแต่เห็นหน้าไอ้มาเฟียหน้าด้านแน่นอนว่าไม่คิดจะมีคำๆนั้น“จำเป็นต้องสวัสดีมันเหรอ กับไอ้พวกจ้องจะผิดศีลข้อสามแบบนี้” เกรย์พูดนิ่งๆ ดวงตาจ้องอาฆาตไปที่เดฟไม่กะพริบ มือหนาของเขาก็จับมือนาตาชาแน่นไม่ต่างจากเมื่อวาน แต่ที่ต่างคือวันนี้เขาดึงนาตาชามายืนแนบชิด แล้วกอดเอวเธอไว้ ไม่ได้ก้าวมายืนบังเธอเหมือนเมื่อวาน ก็ในเมื่อเธอบอกว่าให้เขาแสดงความรักกับเธอต่อหน้าเดฟ ตอนนี้เขาก็เลยจะทำให้ แต่! เขาคงไม่ทำเหมือนที่เธอยกตัวอย่างให้ฟังทุกอย่างหรอก เพราะเขาคิดจะทำนอกเหนือจากนั้น ยังคงคิดจะคุยกับเดฟ อยากพูดอยากคุยกับมันตรงๆให้เคลียร์กันไปเลย“กูถามจริงเหอะ มึงอยากเห็นอะไรเหรอ ต้องเห็นอะไร มึงถึงจะมั่นใจว่ามึงไม่สามารถแย่งนาตาชาไปจา