LOGIN“ลูกสาวของแม่!” ไหม น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความตื้นตันใจอย่างล้นพ้น ‘แพร... ใช่แกใช่ไหม... ขอบใจนะ... ขอบใจที่กลับมาอยู่ด้วยกันอีก...’ ไหมคิดในใจอย่างซาบซึ้งใจที่สุด ไหม และ ขุนศึก ตั้งชื่อให้ลูกสาวคนนี้ว่า น้องแพร เด็กน้อยเป็นเด็กเลี้ยงง่าย ไม่กวนแม่เลยแม้แต่น้อย ทั้งสองรักลูกสาวคนนี้มากที่สุดในชีวิต พวกเขาต่างใช้ชีวิตด้วยความสงบสุขในทุกวัน ในหมู่บ้านก็มีแต่เรื่องดีๆ ชาวบ้านต่างอยู่กันอย่างมีความสุข ไม่มีความวุ่นวายหรือเรื่องร้ายจากสิ่งลี้ลับมากล้ำกรายอีกต่อไปแล้ว เผลอแป๊บเดียว น้องแพรน้อย ก็อายุย่างเข้า สามขวบ แล้ว เด็กน้อยเติบโตอย่างน่ารัก เฉลียวฉลาด และติดแม่มาก “กินอีกคำนะคะคนเก่ง” ไหมป้อนข้าวลูกสาวอย่างอ่อนโยน เด็กน้อยพยักหน้าให้แม่ด้วยความเข้าใจ “เอาอีกคะ... คูแม่” เสียงน้อยๆ ที่พูดไม่ชัดนั้นช่างน่าเอ็นดูยิ่งนัก ขุนศึก เดินเข้ามาพร้อมถุงผลไม้เต็มมือ “ทำอะไรกันจ๊ะ... สองคนแม่ลูก”ขุนศึกเอ่ยถามเมื่อมาถึง “พอดีเมื่อเช้าลุงกำนันแกให้พี่ไปทำพิธีขึ้นบ้านใหม่... ดูสิแกฝากผลไม้มาให้น้องแพรเยอะแยะเลย” ขุนศึกยื่นถุงให้ภรรยา “โห... เยอะขนาดนั้นอย่าลืมไปแบ่งให้ชาติกับแหลมกินด้วยนะพี่”
ในที่สุด... วันที่ ไหม และ ขุนศึก รอคอยก็มาถึง วันที่พวกเขาจะได้สวมมงคลสมรส เคียงคู่กันอย่างสมบูรณ์แบบ งานแต่งงานจัดขึ้นแบบ บ้านๆ ตามประเพณีภาคอีสาน อย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง ณ ลานบ้านของขุนศึกที่ถูกตกแต่งด้วยผ้าขาวม้าหลากสีและดอกไม้พื้นบ้านบรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะจากญาติพี่น้องและชาวบ้านทุกครัวเรือนที่มาร่วมงาน ทุกคนต่างยิ้มแย้มและสนุกสนานไปกับเสียงดนตรีหมอลำและพิธีสู่ขวัญผูกแขนราวกับเป็นงานรวมญาติครั้งใหญ่ที่สุดในรอบปี หมอก พี่ชายคนเดียวที่เหลืออยู่ ก็เดินทางจากต่างประเทศเพื่อมาร่วมงานแต่งของน้องสาวด้วยสีหน้าเปี่ยมด้วยความปิติยินดีที่สุด แม้จะยังคงมีความโศกเศร้าจากการสูญเสียครั้งใหญ่ แต่การเห็นน้องสาวกลับมายืนหยัดได้อย่างเข้มแข็งและมีความรักที่ดี ก็ทำให้เขาสบายใจ หมอกเดินเข้ามาโอบกอดน้องสาวแน่นพลางกระซิบเบาๆ “มีความสุขมากๆ นะไหม” “ค่ะ... พี่หมอก” ไหมตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือจากความตื้นตัน จากนั้น หมอก ก็หันไปหา ขุนศึก ที่ยืนอยู่ข้างๆ “พ่อครู... ฝากด้วยนะครับ” น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและไว้วางใจอย่างที่สุด ขุนศึก รับคำอย่างหนักแน่น “ครับผม... ผมจะดูแลไหมตลอดไป”
สุดท้าย... ในฝันอันน่าสะพรึงกลัว ไหม ก็โดนกระทำย่ำยีเฉกเช่นเดียวกับที่ ปานขวัญ เคยถูกกระทำในอดีตชาติ! ความเจ็บปวดทรมานแสนสาหัสของปานขวัญเป็นเช่นนี้เองสินะ! ไหมสะดุ้งตื่นขึ้นมา เหงื่อท่วมตัวและหายใจหอบแรง แม้เป็นแค่ความฝันเธอยังเจ็บปวดและหวาดกลัวขนาดนี้ ไหมร้องไห้สะอื้นคนเดียวอย่างหนักอยู่ในความมืด แม้เธอต้องชดใช้ในสิ่งที่ทำมาทุกภพทุกชาติแล้ว แต่ความทรมานที่เธอเพิ่งสัมผัสได้ในความฝันนั้น คงเทียบไม่ได้กับสิ่งที่ปานขวัญต้องเผชิญจริงๆ เลย... ความสำนึกผิดกัดกินหัวใจเธออย่างรุนแรง 2 ปี ผ่านไป... ไหม ยังคงปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดป่าอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุด จิตใจของเธอก็กลับมาแข็งแรงขึ้น เธอรู้สึกปลงกับชีวิตมากขึ้นเยอะ และเข้าใจในสัจธรรมของโลก ยังไงเสียคนเราหากยังไม่ตาย ก็ต้องดำเนินชีวิตต่อไป ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับเรื่องราวใดๆ ก็ตาม ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เธอจะกลับไปใช้ชีวิตทางโลกอย่างเข้มแข็ง ไหม ออกจากวัดป่าแล้วและกลับมาใช้ชีวิตในบ้านของ ขุนศึก อีกครั้ง เธอไม่ได้หนีหายไปไหน และยังคงมี ขุนศึก อยู่เคียงข้างตามคำสัญญา ทุกอย่างดำเนินต่อไปอย่างเรียบง่ายในบรรยากาศที่สงบสุขหลังพ้นวิกฤต “เป็นจั่งใด
แม้ว่า ไหม จะตั้งใจสวดมนต์แผ่เมตตาเพื่อส่งส่วนบุญไปถึงดวงวิญญาณต่างๆ แต่ก็มีดวงวิญญาณหนึ่งที่ได้รับผลบุญนั้นอย่างเต็มเปี่ยม ทว่ากลับปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง! “กูไม่ต้องการส่วนบุญจากมึง! ฮือๆ ... กูไม่ต้องการ!” เสียงร้องไห้ปานจะขาดใจของ ปานขวัญ ดังก้องอยู่ในมิติแห่งความว่างเปล่า ใน กระบอกไม้ไผ่อาคม นั้นกว้างใหญ่มากเกินกว่าจินตนาการได้ มองไปทางไหนก็ดูเวิ้งว้างไปหมด วิญญาณของปานขวัญนั่งกอดเข่า ร้องไห้และสาปแช่งซ้ำๆ อยู่ทุกวินาที! เธอไม่ต้องการสิ่งใดนอกจาก การแก้แค้น เธอปรารถนาให้ไหมโดนคนรุมทำร้ายร่างกายและจิตใจก่อนจะสิ้นใจตายเหมือนที่เธอเคยเจอ! ทว่า... ไหมก็คงมีบุญเก่าบุญก่อนหนุนนำอยู่ แม้จะชดใช้กรรมในทุกชาติที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่ทรมานแสนสาหัสเท่าปานขวัญ นั่นยิ่งทำให้ความแค้นของเธอเพิ่มทวีคูณ! ไหม บวชมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว เธอเริ่มชินกับการได้เห็นและได้ยินวิญญาณที่มาขอส่วนบุญอยู่ทุกวัน การได้นุ่งขาวห่มขาวและอยู่ในสถานที่ที่สงบเช่นวัดป่า ทำให้จิตใจที่บอบช้ำของเธอค่อยๆ ถูกเยียวยาทีละน้อย... ความสงบเริ่มก่อตัวขึ้นในห้วงลึกของหัวใจ ในช่วงกลางวัน ขุนศึก ก็จะมาเยี่ยมเยือนที่วัดป่าอยู่ทุกวัน หาก
ขุนศึก นั่งคุยกับ ปู่โส ผู้เป็นที่เคารพรัก ในขณะที่ท่านกำลังเช็ดพระพุทธรูปบนบ้าน ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้ทำพิธีต่างๆ ร่วมกับขุนศึก ปู่โสจากบ้านไปอยู่ทิเบตนานพอควร แต่ท่านก็รู้ดีว่าในช่วงที่ท่านไม่อยู่ หลานชายอย่างขุนศึกทำหน้าที่ได้ดี ช่วยดูแลชาวบ้านยามที่ต้องเผชิญกับสิ่งที่มองไม่เห็น ท่านรู้สึกภูมิใจในตัวหลานคนนี้มาก “ปู่ฮู้ได้จั่งใด๋ว่าเกิดเรื่องที่บ้านผักตบ” ขุนศึกเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ภาพนิมิต บอกเหตุการณ์ทุกอย่างเลยถือโอกาสมาเยี่ยมเยือนบ้านนำ” ปู่โสตอบด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมเมตตา “แต่เดี๋ยวปู่กะต้องไป” “อ้าว... คือว่าแนวนั้นล่ะปู่! กลับมาอยู่บ้านเฮาได้แล้ว ปู่อายุหลายแล้วเด้” ขุนศึกรู้สึกใจหายและเป็นห่วง ปู่โสส่ายหน้า เบาๆ “มึงอยู่ได้แล้ว... สามารถดูแลชาวบ้านแทนปู่ได้แล้ว ปู่พอใจและภูมิใจในโตมึงหลาย... แต่ปู่อยากไปนั่งธรรมอยู่พู่น มันเงียบและสงบ... บ่ต้องกังวลเรื่องใด” ในตอนที่ปู่โสไปนั่งปฏิบัติธรรมที่ทิเบต ท่านอยู่กับการสวดมนต์อย่างแท้จริง ท่านไม่ต้องกังวลว่าจะมีผู้ใดรบกวน ไม่ต้องกินข้าว หรือแม้แต่ขยับตัวเลยด้วยซ้ำ ท่านต้องการเดินตามรอยพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง “ครับปู่...” ขุนศึก
หลวงปู่แก้ว สวดแผ่เมตตาด้วยพลังจิต เพื่อให้ดวงวิญญาณของ ปานขวัญ สงบลง แต่ด้วยจิตใจที่เต็มไปด้วยความคับแค้นและความทรมานที่เคยได้รับทั้งกายและใจก่อนตาย ทำให้เธอไม่สามารถปลงหรือให้อภัยได้ง่ายๆ “พวกมึงมีแต่คนใจดำ... ไม่ต้องสวดหรือสาธยายอะไรทั้งสิ้น! กูไม่รับ! ได้ยินไม่ว่ากูไม่รับ! ต่อให้กูต้องตกนรกหมกไหม้! กูก็ยอม!” ปานขวัญ ใช้แรงจิตอันแรงกล้าที่เหลืออยู่ พุ่งกิ่งไม้แหลม แถวนั้นเข้าใส่ ไหม อย่างรวดเร็วและรุนแรง วันนี้ไหมจะต้องตาย! หากไหมตายเสียตอนนี้ เธอจะจองจำวิญญาณของไหมให้อยู่ใต้ฝ่าเท้าของเธอตลอดไป ไหมจะทุกข์ระทมยิ่งกว่าพวกสัมภเวสีทั้งหลาย ฉัวะ!! เสียงกิ่งไม้แหลมเสียบเข้ากลางอกอย่างรุนแรงจน ทะลุออกด้านหลัง! “ไม่!!... แพร! ไม่นะ!” เสียงของ ไหม กรีดร้องลั่นป่าช้า เพราะคนที่พุ่งเข้ามาขวางและรับคมกิ่งไม้นั้นไว้เต็มๆ คือ แพร! เลือดทะลักออกจากปากของแพรทันที ทุกคนรีบเข้ามาหาแพรที่ล้มลงอย่างรวดเร็ว “แพร... ฮือๆ ... ทำไมแกถึงทำแบบนี้!” ไหมร้องไห้กอดเพื่อนรักไว้แน่น ทำไมทุกคนต้องปกป้องเธอจนตาย ทำไมไม่ปล่อยให้เธอตายเอง “อย่าทำร้ายเพื่อนฉันอีกเลย... ฉันขอร้อง...” แพรเอ่ยขอร้องปานขวัญด้วยเส







