Beranda / โรแมนติก / มนต์ดำร่ายรักเสน่หา / ตอนที่ 9 พ่อครูขุนศึก

Share

ตอนที่ 9 พ่อครูขุนศึก

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-24 08:46:33

ณ บ้านเรือนไทยโบราณหลังใหญ่ ปลูกลึกเข้าไปในความเงียบสงัดของท้ายป่าช้าหลังหมู่บ้านผักตบ จังหวัดอุดรธานี แสงอาทิตย์ยามบ่ายแก่ส่องลอดเรือนยอดลงมากระทบผืนไม้สักขัดเงา

ขุนศึก ชายหนุ่มวัย 35 ปี ผู้มีรูปลักษณ์ราวเทพบุตรจุติ ผิวขาวผ่องตัดกับเส้นผมดำขลับ ดวงตาดำคมกริบราวกับนิลกาฬ ทว่าแฝงไว้ด้วยความเย็นชาจนผู้คนรอบข้างต่างเกรงกลัว กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นเรือน

"ของมันแรงจริงๆ... แรงจนน่าตกใจ... ข้าคงช่วยเอ็งได้แค่นี้..." พ่อครูหนุ่มพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงทุ้มนุ่มแฝงไว้ด้วยความหนักใจเล็กน้อย ก่อนหน้านั้นเพียงครู่ ขุนศึกกำลังถอดจิตท่องไปยังมิติแห่งวิญญาณ

เพื่อร่ำเรียนและฝึกฝนวิชาอาคมอันแก่กล้าที่สืบทอดมาแต่บรรพบุรุษ ทันใดนั้นเอง สัมผัสแห่งญาณของเขาก็รับรู้ถึงกระแสพลังงานมืดมิด ไอความโสโครกและชั่วร้ายที่แผ่ซ่านเข้ามาในเขตอาคมของเขา

กลิ่นอับชื้นและเหม็นเน่าของความตายคลุ้งเคล้ามากับสายลมวิญญาณอย่างรุนแรง แต่สิ่งที่น่าประหลาดคือ ท่ามกลางความมืดมนนั้น กลับมีบางสิ่งบางอย่างดึงดูดจิตของเขาให้เข้าไปใกล้ ราวกับถูกมนต์สะกด เมื่อจิตของขุนศึกเคลื่อนเข้าไปใกล้ต้นตอของพลังงานมืดนั้น เขาก็ได้เห็นภาพอันน่าสะพรึงกลัว

ผู้หญิงคนหนึ่ง... ใบหน้าหวานซึ้งแม้จะซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว กำลังถูกวิญญาณร้ายตนหนึ่งเข้าทำร้ายอย่างทารุณ รูปร่างของผีร้ายนั้นบิดเบี้ยว น่าเกลียดน่ากลัว ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน

ทันทีที่วิญญาณร้ายสัมผัสได้ถึงพลังอำนาจอันบริสุทธิ์และแก่กล้าของขุนศึก มันก็รีบผละจากร่างของหญิงสาว แล้วหลบหนีหายไปในความมืดมิดอย่างรวดเร็วราวกับหนีไฟ ภาพใบหน้าของหญิงสาวผู้นั้นติดตรึงอยู่ในความทรงจำของขุนศึกอย่างประหลาด ราวกับเขาเคยพบเจอเธอที่ไหนมาก่อน... ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างลึกซึ้งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ในภพชาติปัจจุบันนี้

จนกระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมา ขณะที่ขุนศึกกำลังนั่งบริกรรมคาถาเพื่อเสริมพลังอำนาจแห่งตน จิตของเขาก็พลันรับรู้ถึงกระแสความทุกข์ทรมานและความหวาดกลัวอย่างแสนสาหัสที่ส่งมาจากห้วงลึกของจิตใจดวงหนึ่ง ราวกับเสียงกระซิบที่แผ่วเบาแต่ชัดเจน

"ช่วยฉันด้วย..." ขุนศึกจำได้ทันทีว่านั่นคือเสียงของหญิงสาวที่เขาเคยเห็นในมิติวิญญาณ หากเขาไม่รีบรุดไปช่วยเหลือในทันที ป่านนี้ดวงจิตอันบริสุทธิ์นั้นคงถูกความมืดมิดกลืนกินไปแล้ว...

ด้วยญาณหยั่งรู้และความเมตตาที่ซ่อนลึกอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันเย็นชา ขุนศึกจึงตัดสินใจที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือหญิงสาวผู้นี้ โดยไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะนำพาชีวิตของเขาไปสู่เส้นทางที่ไม่เคยคาดคิด... และผูกพันเขาไว้กับดวงจิตดวงนั้นอย่างแน่นแฟ้น...

"ไอ้แดง!" ขุนศึกเอ่ยเสียงต่ำ เรียกกุมารทองลูกเลี้ยงของตนที่มักจะซุกซนอยู่ไม่ไกล "มึงไปดูที ใครกันที่บังอาจใช้อีผีตนนั้นมาทำร้ายคน" ดวงตาคมกริบของพ่อครูหนุ่มเปล่งประกายวาววับด้วยความไม่พอใจที่เห็นพลังงานชั่วร้ายรุกรานเข้ามาในเขตอาคมของตน

"จ๊ะพ่อ! เดี๋ยวฉันจะไปดูให้เดี๋ยวนี้แหละ" ไอ้แดง กุมารทองร่างเล็ก ผิวทองอร่าม ดวงตากลมโตเป็นประกาย รีบรับคำสั่งอย่างกระตือรือร้น ก่อนจะวูบหายไปจากห้องด้วยความรวดเร็ว

ไม่นานนัก ร่างเล็กๆ ของไอ้แดงก็ปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าฉายแววตกใจเล็กน้อย

"พ่อๆ! มีหญิงแก่ผมขาว นุ่งขาวห่มขาว เลี้ยงผีเขมรผีมอญน่ากลัวมากๆ เลยพ่อ!" ไอ้แดงเล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "อีผีตัวนั้นที่พ่อให้ฉันไปดู มันชื่อผีอีบัว มันโดนผัวกับเมียน้อยวางแผนฆ่าอย่างโหดเหี้ยมตอนท้องแก่ๆ เลยพ่อ วิญญาณมันเลยมีแรงอาฆาตค่อนข้างเยอะมากๆ"

ไอ้แดงเน้นเสียงหนักตรงคำว่า 'มากๆ' เพื่อให้พ่อครูหนุ่มรับรู้ถึงความร้ายกาจของวิญญาณตนนั้น

"ยายหมอผีคนนี้น่าจะรับจ้างทำคุณไสย์ใส่คนอื่นเป็นอาชีพหลักเลยพ่อ" ไอ้แดงเสริมด้วยน้ำเสียงจริงจัง "หากใครให้ค่าครูเยอะๆ ของที่ปล่อยไปก็จะยิ่งแรงกล้าตามจำนวนเงินที่ได้รับมา ยิ่งถ้ามีการสังเวยเลือดเนื้อให้พวกผีที่เลี้ยงไว้ด้วยแล้ว พลังของมันก็จะทวีคูณขึ้นไปอีกหลายเท่า"

ขุนศึกขมวดคิ้ว ดวงตาคมกริบฉายแววครุ่นคิด "แล้วผู้หญิงคนนั้น... หญิงสาวที่ถูกอีบัวเล่นงาน... เธอไปทำอะไรให้ใครกัน? ถึงได้ถูกจ้างวานให้ยายหมอผีคนนั้นเล่นงานจนปางตายเช่นนี้... หรือว่าเธอไปขัดผลประโยชน์ใครเข้า?"

พ่อครูหนุ่มพึมพำกับตัวเองด้วยความสงสัย เขาไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวความขัดแย้งของชาวบ้าน แต่เมื่อมีพลังงานชั่วร้ายเข้ามาในเขตอาคมของตน และยังทำร้ายผู้บริสุทธิ์ถึงชีวิต เขาก็ไม่อาจนิ่งเฉยได้...

ตามจริงระยะทางระหว่างจังหวัดอุดรธานีกับกรุงเทพมหานครนั้นห่างไกลกันพอสมควร การที่พลังไสยดำจากแม่หมอที่ส่งผลกระทบต่อขุนศึกมาถึงอุดรได้รุนแรงถึงเพียงนี้เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอย่างยิ่ง

หรืออาจจะเป็นเพราะ... พลังอาฆาตแค้นของผีอีบัวนั้นรุนแรงเกินกว่าจะถูกจำกัดด้วยระยะทาง หรือบางที... อาจเป็นเพราะดวงชะตาของหญิงสาวผู้นั้นกำลังอ่อนแอ เปิดช่องโหว่ให้พลังงานชั่วร้ายแทรกซึมเข้ามาได้โดยง่าย...

ขุนศึกครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ต่างๆ นานา แต่ในใจลึกๆ เขากลับรู้สึกถึงบางสิ่งที่เชื่อมโยงเขากับหญิงสาวผู้นี้อย่างประหลาด ความรู้สึกคุ้นเคยที่เกิดขึ้นในมิติวิญญาณยังคงแจ่มชัด

ราวกับมีสายใยบางอย่างที่มองไม่เห็นถักทอพวกเขาทั้งสองไว้ด้วยกัน... สายใยแห่งโชคชะตา หรืออาจจะเป็น... สายใยแห่งกรรมที่เคยผูกพันกันมาในอดีตชาติก็เป็นได้...

ว่าแล้วขุนศึกก็โบกมืออนุญาตให้ไอ้แดงกุมารทอง ออกไปซุกซนตามประสาเด็ก ก่อนที่ตนเองจะเดินขึ้นเรือนไทยหลังใหญ่ เพื่อเข้าไปนั่งพักผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการถอดจิตและเพ่งญาณ

ในแต่ละวัน พ่อครูหนุ่มแห่งบ้านผักตบแทบจะไม่มีเวลาส่วนตัวเลยก็ว่าได้ ชาวบ้านในละแวกนี้ต่างก็ประสบพบเจอกับเรื่องราวเหนือธรรมชาติอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการถูกผีร้ายเข้าสิง การถูกมนต์ดำคุณไสยเล่นงาน หรือแม้กระทั่งความขัดแย้งที่นำไปสู่การใช้ไสยเวททำร้ายกันเอง

เมื่อเกิดเรื่องเดือดร้อน เหล่าชาวบ้านก็จะแห่กันมาขอความช่วยเหลือจากพ่อครูขุนศึกผู้มีอาคมแก่กล้า ทำให้กิจของสงฆ์และกิจของหมอผีของเขานั้นแทบจะควบคู่กันไป จนบางครั้งเขาก็รู้สึกเหนื่อยหน่ายกับภาระที่แบกรับอยู่บนบ่าเหล่านี้...

แต่ด้วยจิตใจที่เมตตาและต้องการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ขุนศึกก็ไม่เคยปฏิเสธที่จะยื่นมือเข้าช่วยบรรเทาทุกข์ให้กับผู้ที่เดือดร้อนเลย...

"พ่อครูซ่อยแหน่! ลูกข่อยถืกผีเข้า!" เสียงชายวัยกลางคนในหมู่บ้านดังลั่นมาจากนอกเรือน วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยความหวาดกลัว

ขุนศึกที่เพิ่งจะทิ้งตัวลงนั่งพักผ่อนบนแคร่ไม้ไผ่ ถึงกับต้องรีบลุกขึ้นมานั่งตัวตรง ก่อนที่จะได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งขึ้นบันไดเรือนมาอย่างรวดเร็ว

"พี่ขุนๆ!" เสียงไอ้ชาติดังลั่นมาก่อนที่ร่างผอมสูงของเด็กหนุ่มจะโผล่พ้นบันได ไอ้ชาติเป็นเด็กกำพร้า พ่อแม่เสียหมด ขุนศึกเห็นน่าสงสารเลยรับมาเลี้ยงดู ตอนนี้อายุก็ย่างเข้า 15-16 ปีแล้ว เป็นเด็กฉลาดและคอยช่วยเหลือขุนศึกสารพัด

"เออ กูได้ยินแล้ว... เดี๋ยวลงไป" ขุนศึกตอบรับด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ก็แฝงไว้ด้วยความเหนื่อยหน่ายใจเล็กน้อย

"จ้าพี่" ไอ้ชาติรับคำ ก่อนจะรีบลงบันไดไปรอพ่อครูหนุ่มอยู่ข้างล่าง

#มนต์ดำร่ายรักเสน่หา

ว่าด้วยไสยเวทย์... ผู้ที่เรียนและประสบความสำเร็จย่อมเป็นผู้ที่มีบุญญาบารมีแก่กล้าดวงชะตาเหนือคน...และอาจจะเหนือผีห่าซาตานบางตัว...

⚠️ คำเตือน

ห้ามนำรูปไปใช้เด็ดขาด หากพบเจอจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

เปิดตัวพ่อครูขุนศึกแห่งบ้านผักตบ

ฝากเนื้อฝากตัวพ่อครูสุดหล่อหน่อยนะคะ ไหนใครโดนผีเข้าจะได้ส่งพ่อครูไปเป่าให้🥰

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มนต์ดำร่ายรักเสน่หา   ตอนที่ 39 เส้นทางอันมืดมิด

    เมื่อทานข้าวเสร็จเรียบร้อย ทั้งสามคนก็ออกเดินทางกันต่อทันที จุดหมายปลายทางคือจังหวัดอุดรธานี การเดินทางดำเนินไปอย่างราบรื่นจนกระทั่งรถเข้าสู่เขตนครราชสีมา จู่ๆ ก็เริ่มมีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้น แพร ที่นั่งอยู่เบาะหลังเริ่มรู้สึกไม่ดี เธอได้แต่ภาวนาในใจ 'ขออย่าให้เป็นเหมือนรอบก่อนที่พาไหมมาครั้งแรกด้วยเถอะ' เพราะสิ่งที่เธอเคยเจอมาในวันนั้นมันน่ากลัวจนถึงขั้นไม่อยากมีชีวิตอยู่ เธอเริ่มรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว เหงื่อมือเหงื่อเท้าออกอย่างควบคุมไม่ได้ "พ่อครูคะ..." ไหมเอ่ยขึ้น แต่ยังไม่ทันที่จะพูดจบ "อย่าทักครับคุณไหม" ขุนศึก กล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและเด็ดขาด ทำให้ไหมรู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมาทันที สิ่งที่ขุนศึกห้ามมันตรงกับสิ่งที่แพรกำลังรู้สึกอยู่พอดี ท้องฟ้าที่เคยสดใสเบื้องหน้าเริ่มมัวหมองและมืดครึ้มเหมือนฝนกำลังจะตก บรรยากาศรอบนอกรถเงียบสงัดลงอย่างผิดปกติ ถนนที่ควรจะมีรถวิ่งพลุกพล่านกลับว่างเปล่า... ตลอดทางเหลือเพียงรถของพวกเขาอยู่แค่คันเดียว ความเงียบที่ปกคลุมอยู่ภายในรถช่างน่าอึดอัดหนักอึ้ง ทุกคนต่างรู้ดีว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังคืบคลานเข้ามา... และมันกำลังจะปรากฏตัวในไม่ช้า... หลัง

  • มนต์ดำร่ายรักเสน่หา   ตอนที่ 38 การตัดสินใจ

    หลังจากคำสารภาพที่เปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างให้ไม่เหมือนเดิม ไหมได้ใช้เวลาขบคิดทบทวนอยู่นาน เธอตระหนักได้ว่าการผลักไส ขุนศึกออกไป ไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง เพราะไม่ว่าเธอจะหนีไปไกลแค่ไหน คำสาปแห่งความแค้นข้ามภพก็ยังคงตามติดเธอไปทุกที่ และอาจจะทำให้คนอื่นๆ ต้องมาเดือดร้อนอีกครั้ง ในที่สุด ไหมจึงตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับโชคชะตาด้วยความกล้าหาญ โดยมีขุนศึกอยู่เคียงข้าง หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ไหมก็ได้ตกลงกับเขาว่าจะเดินทางกลับจังหวัดอุดรธานีด้วยกัน "ผมอยากให้คุณมีชีวิตรอด...ไม่ว่ายังไงก็ตาม" ขุนศึกกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เขารู้ดีว่าวิญญาณร้ายของ ปานขวัญไม่มีทางปล่อยไหมไปง่ายๆ การไปอยู่ในสถานที่ที่เขาคุ้นเคยและเต็มไปด้วยอาคมจะช่วยปกป้องเธอได้ อย่างน้อยก็ให้ผ่านช่วงอายุเบญจเพสที่ดวงตกที่สุดนี้ไปก่อน เธออาจจะอยู่รอดปลอดภัย แพรเองก็เห็นด้วยกับความคิดของขุนศึก เธอรู้ว่าเพื่อนรักต้องการใครสักคนที่จะช่วยพยุงเธอให้ก้าวเดินต่อไปได้ และขุนศึกคือคนๆ นั้น... ไม่ใช่แค่เพราะเขาเป็นผู้มีอาคม แต่เพราะเขาคือคนที่รักและพร้อมจะปกป้องไหมด้วยชีวิต การเดินทางกลับไปยังบ้านเกิดของขุนศึกที่จังหวัดอุดรธานี

  • มนต์ดำร่ายรักเสน่หา   ตอนที่ 37 คำสาปสุดท้าย

    "กูตามหามึงเจอแล้ว...อีเพียงรัก!" เสียงแหบโหยของแม่หมอเฒ่าดังขึ้นอย่างน่าขนลุก ราวกับเสียงของปีศาจที่เพิ่งหลุดออกมาจากขุมนรก ลมพายุโหมกระหน่ำรุนแรงกว่าเดิม พัดเอาเศษฝุ่นและใบไม้เข้ามาในบริเวณที่ยืนอยู่ ใบหน้าของแม่หมอเฒ่าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น ดวงตาแดงก่ำราวกับเลือดที่พร้อมจะกระเด็นออกมาได้ทุกเมื่อ "ตายซะเถอะมึง! กูจะได้จองจำวิญญาณของมึงให้เป็นทาสรับใช้กูตลอดไป!" สิ้นคำนั้น แม่หมอก็ล้วงมีดสั้นอาคมออกมาจากกระเป๋าที่ซ่อนอยู่แนบอก ปลายมีดส่องประกายวาววับในความมืดที่เข้าปกคลุม... ราวกับความตายกำลังโบกมือทักทาย ไหมน้ำตาคลอหน่วย เธอมองไปยังเปลวเพลิงที่ยังคงโหมไหม้ มองไปยังร่างไร้วิญญาณของพี่ชายและภพที่นอนอยู่บนพื้น... เหตุใดเบญจเพสของเธอถึงได้ร้ายแรงได้ขนาดนี้? เธอสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปแล้ว... หากต้องตายไปเสียตอนนี้... ก็คงจะดีเหมือนกัน... คนอื่นจะได้ไม่เดือดร้อนเพราะเธออีก... ความรู้สึกผิดที่กัดกินใจมานาน ผลักดันให้เธอตัดสินใจที่จะยอมรับชะตากรรม... เธอค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ ... ปล่อยให้ร่างของตัวเองเตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับคมมีดที่กำลังจะปลิดชีพ... "ปัง!" ในจังหวะที่แม่หมอเงื้อม

  • มนต์ดำร่ายรักเสน่หา   ตอนที่ 36 กริชปักวิญญาณ

    ในสถานการณ์ที่อันตรายถึงขีดสุด ขุนศึกไม่รอช้า เขาใช้นิ้วชี้จรดลงบนหน้าผากของ ไหม และ หมอก เพื่อร่ายคาถาคุ้มครองอย่างรวดเร็ว พลังแห่งอาคมแผ่ซ่านออกมาจากตัวขุนศึก สร้างเกราะคุ้มภัยที่มองไม่เห็นปกป้องทั้งสองจากเหล่าวิญญาณร้ายที่พุ่งเข้ามา จากนั้น ขุนศึกก็หยิบ กริชสั้น ที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายออกมา เขามองกริชด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจบริกรรมคาถาโบราณที่เคยร่ำเรียนมาจากปู่ผู้เป็นอาจารย์ เสียงพึมพำแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยพลังแห่งจิตอาคม รอบๆ ตัวของเขาเกิดลมหมุนวนราวกับมีพลังงานบางอย่างถูกดึงเข้ามา วินาทีต่อมา ขุนศึกก็ลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาฉายแววคมกริบราวกับพญาอินทรีที่มองเห็นเหยื่อในระยะไกล เขาปากริชสั้นเล่มนั้นออกไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ฉึบ!" แรงอานิสงส์จากคาถาที่ร่ายออกมาพร้อมกับการปากริช ทำให้เหล่าผีร้ายที่อยู่รอบข้างกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ตัวมันถูกเผาไหม้และสลายหายไปในอากาศราวกับควันไฟ ส่วนกริชสั้นที่พุ่งออกไปนั้น มุ่งตรงไปยัง ริน ด้วยความเร็วสูง เกือบปักเข้าที่กลางหน้าผากของเธอ! แต่ในเสี้ยววินาทีสุดท้าย ยายแม่หมอก็ปรากฏกายขึ้นอย่างกะท

  • มนต์ดำร่ายรักเสน่หา   ตอนที่ 35 ห้วงสุดท้ายที่ทำเพื่อเธอ

    ในความวุ่นวายของเพลิงไหม้ที่โหมกระหน่ำ และเสียงไซเรนรถดับเพลิงที่ใกล้เข้ามา รินยกกระบอกปืนขึ้นช้าๆ มือของเธอสั่นเทาเล็กน้อยแต่แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอันบ้าคลั่ง เป้าหมายของเธอคือไหม! ท่ามกลางความตื่นตระหนกที่ทุกคนยังไม่ทันตั้งตัว เสียงปืนก็ดังลั่นสนั่นหวั่นไหว! "ปัง!" วินาทีนั้นเอง... ในห้วงจิตสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่ของ ภพ... ร่างกายที่ผอมโซ ซูบซีดไร้เรี่ยวแรง ราวกับหุ่นกระบอกที่เคยถูกชักใย ก็พุ่งเข้าขวางทางกระสุนนั้นอย่างรวดเร็วเกินคาด! กระสุนพุ่งเจาะทะลุร่างของเขาอย่างจัง! ไหมหลับตาปี๋ด้วยความตกใจสุดขีด ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เธอถึงกับช็อก! ภพล้มทรุดลงไปต่อหน้าต่อตา! เลือดสีแดงฉานไหลทะลักออกมาจากอก เสื้อผ้าสีขาวบัดนี้ย้อมไปด้วยสีแดงสด! "ภพ!!!" ไหมร้องออกมาเสียงหลงด้วยความตกใจอย่างที่สุด เธอไม่คิดว่าเรื่องราวจะเลวร้ายได้ถึงเพียงนี้! ไหมรีบคลานเข้าไปใกล้ร่างของภพที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้น พลางประคองศีรษะของเขาขึ้นมาอย่างแผ่วเบา ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม "ภพ... คุณ... คุณเป็นยังไงบ้าง!?" เสียงของไหมสั่นเครือ ตัวเธอสั่นสะท้านไปท

  • มนต์ดำร่ายรักเสน่หา   ตอนที่ 34 มนต์ดำคุกคาม

    ทันทีที่ขุนศึกพูดจบ พนักงานที่เคยส่งเสียงโหวกเหวกประท้วงอยู่เมื่อครู่ ก็พลันเงียบเสียงลง ดวงตาของพวกเขากลายเป็นเหม่อลอยคล้ายคนไร้สติ ก่อนที่ทั้งหมดจะเริ่มเคลื่อนไหวอย่างพร้อมเพรียงราวกับถูกชักใย พวกเขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ไหมและพี่ชายอย่างช้า ๆ แต่เต็มไปด้วยพลังงานคุกคามที่น่าขนลุก สถานการณ์ที่เคยเป็นเพียงการประท้วง บัดนี้กลับกลายเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติที่ควบคุมไม่ได้ "คุณไหม! หลบมาอยู่ข้างหลังผม!" ขุนศึกสั่งเสียงเข้ม แววตาคมกริบจ้องมองไปยังกลุ่มคนที่ถูกควบคุมด้วยอำนาจมืด ไหมรีบถอยไปหลบอยู่ด้านหลังขุนศึกอย่างว่าง่าย โดยมีเมฆและหมอกตามมาหลบอยู่ใกล้ ๆ ด้วยเช่นกัน พวกเขารู้ดีว่าสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่นี้ ไม่ใช่เรื่องที่คนธรรมดาจะรับมือได้ ขุนศึกยืนเด่นอยู่เบื้องหน้า เป็นด่านแรกในการปกป้อง เขาหลับตาลงเล็กน้อย สูดลมหายใจลึก ก่อนจะเริ่มสวดภาวนาคาถาคุ้มครองด้วยเสียงที่หนักแน่นและกังวาน ไม่ช้าพลังแห่งอาคมก็แผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขา เป็นเกราะคุ้มกันที่มองไม่เห็น บรรยากาศรอบตัวพลันเย็นยะเยือก ทันใดนั้น! เสียงกรีดร้องโหยหวนของพวกสัมภเวสีที่สิงสู่อยู่ในร่างของพนักงานก็ดังระงมไปทั่วบริเวณ เสียงน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status