Share

ตอนที่ 10 ห้วงคำนึง

last update Tanggal publikasi: 2025-12-24 08:46:37

เมื่อขุนศึกและไอ้ชาติมาถึงบ้านหลังที่เกิดเหตุ ชายผู้นั้นก็รีบเล่าด้วยน้ำเสียงกังวล

"ซ่อยแหน่พ่อครู! บักกล้าลูกข่อย มันไปเล่นซ่อนแอบแถวป่าซ้ากับหมู่ กลับมาก็เป็นไข้ บ่กินข้าวกินปลา มันว่าอยากกินแต่เลือด สงสัยถืกผีแถวป่าซ้าเข้าสิงแล้ว"

ขุนศึกพยักหน้าเข้าใจ เดินเข้าไปใกล้เด็กชายที่นอนตัวสั่นอยู่บนแคร่ ดวงตาขวางก่ำ ไม่มีแววของเด็กน้อยผู้ใสซื่อ พ่อครูหนุ่มจ้องมองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้นแล้วเอ่ยเสียงต่ำ

"ออกไปจากร่างเด็กน้อยผู้นี้เสีย! บ่ซั่นอย่าหาว่ากูบ่เตือน!"

เสียงแหบพร่าตอบกลับมา ไม่ใช่น้ำเสียงของเด็กน้อย

"กูบ่ออก! กูหิว! กูจะกินตับมัน!"

ขุนศึกถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงหนักแน่น

"ได้! เดี๋ยวกูจะให้ท่านพญายมราชมารับมึงไปเสียเดี๋ยวนี้เลย!"

ว่าแล้วพ่อครูหนุ่มก็ยกมือขึ้น ท่องคาถาบูชาท่านพญายมราช เสียงทุ้มนุ่มก้องกังวานไปทั่วบ้าน เรียกให้ท่านมารับเอาวิญญาณสัมภเวสีผีเร่ร่อนตนนี้ไปรับกรรมตามที่ได้ก่อไว้...

ไม่นานนัก วิญญาณของผีเร่ร่อนที่สิงอยู่ในร่างเด็กน้อยก็กรีดร้องโหยหวนด้วยความหวาดผวาอย่างสุดขีด มันเห็นแล้ว... เห็นทูตแห่งความตาย... เห็นเงาร่างสูงใหญ่ดำทะมึนที่แผ่รังสีอำนาจน่าเกรงขาม นั่นคือ ท่านพญายมราช ผู้พิพากษาแห่งยมโลก

สำหรับผู้ที่สิ้นลมหายใจไปแล้ว ดวงวิญญาณทุกดวงล้วนต้องเดินทางไปรับการพิพากษาจากท่านพญายมราชในนรกภูมิ ผู้ใดก่อกรรมทำบาปไว้มาก ก็ต้องชดใช้กรรมนั้นๆ ตามบทลงโทษที่ท่านได้ตัดสินไว้

เมื่อรับกรรมครบถ้วนแล้ว จึงจะสามารถไปเสวยสุขในสรวงสวรรค์ได้ ส่วนพวกที่กลายเป็นผีเร่ร่อนและเหล่าสัมภเวสีนั้น คือวิญญาณที่แหกกฎแห่งกรรม ไม่ยอมไปรับการพิพากษา หรือยังคงยึดติดกับห้วงแห่งโลกมนุษย์ด้วยความอาฆาตแค้นและแรงปรารถนาอันแรงกล้า... บัดนี้ เวลาแห่งการชดใช้ของมันได้มาถึงแล้ว...

เมื่อผีเร่ร่อนตนนั้นถูกพลังแห่งยมโลกฉุดกระชากออกจากร่างของเด็กน้อย ขุนศึกก็รีบทำพิธีผูกแขนเรียกขวัญทันที เขาบริกรรมคาถา สวดเรียกขวัญที่หลุดลอยให้กลับคืนสู่ร่างน้อยๆ พร้อมกับผูกด้ายมงคลที่ข้อมือเพื่อปกป้องคุ้มครอง

ไม่นานมากเด็กน้อยก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น มองไปรอบๆ ด้วยความงุนงง ก่อนจะหันไปมองชายผู้เป็นพ่อที่ยืนอยู่ข้างๆ

"ขอบคุณหลายๆ เด้อครับพ่อครู... บักกล้าขอบคุณพ่อครูเร็วๆ ลูกหล่า" ผู้เป็นพ่อเอ่ยด้วยความซาบซึ้งใจ

"ขอบคุณครับ พ่อครู" เด็กน้อยยกมือไหว้ขุนศึกด้วยความเคารพ

"บ่เป็นหยังดอก... ต่อไปนี้กะอย่าพากันไปเล่นแถวป่าซ้านั่นอีกล่ะ ผีมันหลาย" ขุนศึกเตือนด้วยน้ำเสียงเอ็นดู

"บ่ไปแล้วครับ... ย่านหลาย" เด็กน้อยตอบเสียงสั่น เผยให้เห็นแววตาที่ยังคงหวาดกลัวต่อสิ่งที่เพิ่งเผชิญมา

"ไป ชาติ กลับ" ขุนศึกเอ่ยสั้นๆ พลางลุกขึ้นยืน

"ครับพี่ขุน" ไอ้ชาติรับคำ รีบเดินตามหลังพ่อครูหนุ่มกลับไปยังเรือนไทยท้ายป่าช้า

เมื่อมาถึงบ้าน แสงตะวันเริ่มลับขอบฟ้า ทิ้งไว้เพียงความมืดมิดและความเงียบสงัด

"พี่ขุนหิวข้าวยังครับ? เดี๋ยวผมทอดไข่ให้กิน" ไอ้ชาติถามด้วยความเป็นห่วง

ขุนศึกถอนหายใจเบาๆ "ไอ้ชาติ... เอ็งทอดแต่ไข่ให้ข้ากินติดกันจะเป็นอาทิตย์แล้วเด้อนี่"

ไอ้ชาติหัวเราะแห้งๆ "ก็ผมเฮ็ดกับข้าวอย่างอื่นบ่เป็นนี่ครับ แล้วทำไมพี่ขุนบ่หาเมียสักทีล่ะครับ จะได้มีคนเฮ็ดกับข้าวแซ่บๆ ให้กิน"

ขุนศึกหันขวับไปมองหน้าเด็กหนุ่ม ดวงตาคมกริบดุขึ้นเล็กน้อย "เดี๋ยวเถอะมึง!"

ไอ้ชาติรีบยกมือไหว้หัวเราะแหะๆ ก่อนจะรีบเดินเข้าครัวไปเตรียมทอดไข่เจียวตามเคย ทิ้งให้ขุนศึกส่ายหน้าเอือมระอา แต่ในใจลึกๆ ก็อดอมยิ้มกับความไร้เดียงสาของเด็กหนุ่มไม่ได้... เรื่องเมีย... มันช่างเป็นเรื่องที่ไกลตัวสำหรับเขาเสียเหลือเกิน...

อยู่ๆ ภาพใบหน้าหวานซึ้งแต่ซีดเผือดด้วยความหวาดกลัวของไหมก็ปรากฏขึ้นในโชนประสาทของขุนศึกอย่างกะทันหัน ราวกับมีใครเอารูปมาฉายให้เห็นชัดเจน ดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกนั้นติดตรึงอยู่ในห้วงความคิดของเขาอย่างไม่ยอมจางหาย

"ซิบหายเอ๋ย... สงสัยจะยุ่งเรื่องชาวบ้านมากเกินไปจนเก็บไปคิด" เขาบ่นพึมพำกับตัวเองเสียงต่ำ พลางยกมือขึ้นกุมขมับ พยายามจะสลัดความคิดฟุ้งซ่านและภาพใบหน้าของหญิงสาวแปลกหน้าออกจากสมอง

ก่อนที่ไอ้ชาติจะเดินถือจานไข่เจียวสีเหลืองทองกลิ่นหอมฉุยมาวางตรงหน้า พร้อมกับกระติบข้าวเหนียวร้อนๆ ที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนไม่แพ้กัน

ขุนศึกพยายามตั้งสมาธิกับอาหารตรงหน้า กลืนความรู้สึกประหลาดที่เกิดขึ้นในใจลงคอ แต่ภาพใบหน้าของไหมก็ยังคงแวบเข้ามาเป็นระยะๆ ราวกับมีใครจงใจตอกตรึงมันไว้ในความทรงจำของเขาอย่างแน่นหนา... ความรู้สึกกังวลใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเริ่มก่อตัวขึ้นในอกของพ่อครูหนุ่มอย่างช้าๆ...

"ไอ้แดง! ไอ้แดง!" ขุนศึกเอ่ยเรียกกุมารทองลูกเลี้ยงอีกครั้ง น้ำเสียงของเขาฟังดูจริงจังขึ้นเล็กน้อย

ไม่นานนัก ร่างเล็กสีทองอร่ามของไอ้แดงก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ถึงแม้ไอ้ชาติจะเห็นกุมารทองตนนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่ทุกครั้งที่เห็น ร่างกายของเด็กหนุ่มก็ยังคงขนลุกเกรียวด้วยความกลัวอยู่ดี เขาพยายามหลบไปยืนอยู่ด้านหลังของขุนศึกอย่างเงียบๆ

"มาแล้วจ๊ะพ่อ!" ไอ้แดงตอบรับด้วยน้ำเสียงสดใสตามเคย

"เอ็งไปดูผู้หญิงคนนั้นที... ว่าเป็นอย่างไรบ้างแล้ว" ขุนศึกสั่งด้วยความเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด

"พ่อเป็นห่วงพี่คนสวยเหรอจ๊ะ?" ไอ้แดงเลิกคิ้วเล็กน้อย มองหน้าพ่อครูหนุ่มด้วยแววตาเจ้าเล่ห์

"เอ็งนี่สู่รู้จริงๆ เลยนะไอ้แดง!" ขุนศึกเอ็ดลูกเลี้ยงเบาๆ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ "ข้าจะให้เอ็งไปดูว่ายายแก่แม่หมอนั่นส่งผีอีบัวมาเล่นงานเธออีกหรือเปล่า"

"ได้จ้าพ่อ!" ไอ้แดงรับคำอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยิ้มกว้างแล้ววูบหายตัวไปในความมืดอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงไอ้ชาติที่ยังคงยืนตัวสั่นอยู่ด้านหลังของขุนศึก...

ขุนศึกเองก็สับสนและหาคำตอบให้กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ได้เช่นกัน ทำไมเขาถึงต้องเข้าไปพัวพันกับเคราะห์กรรมของหญิงสาวที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน?

เหตุใดเมื่อยามที่เธอตกอยู่ในอันตราย เพียงแค่ความคิดถึงเขาแวบเข้ามาในห้วงคำนึงของเธอ เขากลับสามารถรับรู้และยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเธอได้อย่างทันท่วงที ราวกับมีสายใยที่มองไม่เห็นเชื่อมโยงจิตวิญญาณของพวกเขาทั้งสองไว้ด้วยกันอย่างแน่นหนา

หากปู่ของเขายังอยู่ คงจะดีไม่น้อย ท่านผู้เป็นอาจารย์และผู้ถ่ายทอดวิชาไสยเวททุกแขนง คงจะสามารถไขปริศนาและให้คำตอบแก่เขาได้ว่าเหตุใดจึงเกิดเรื่องราวประหลาดเช่นนี้

แต่ด้วยความมุ่งมั่นในการปฏิบัติธรรมและการแสวงหาความหลุดพ้น ปู่ของเขาได้เดินทางไปยังทิเบตเพื่อบำเพ็ญสมาธิขั้นสูงเป็นเวลานานแล้ว ทำให้ขุนศึกต้องเผชิญหน้ากับความสงสัยและความกังวลเหล่านี้เพียงลำพัง...

เขาได้แต่หวังว่าไอ้แดงจะนำข่าวคราวเกี่ยวกับหญิงสาวผู้นั้นและแม่หมอผีกลับมาให้เขาได้คลายความสงสัยเสียที...

#มนต์ดำร่ายรักเสน่หา

ว่ากันว่าหากดวงจิตของเราเป็นห่วงหรือหวงแหนสิ่งใดมากๆ จิตนั้นย่อมผูกติดหรือสามารถล่องลอยไปตามความห่วงหาได้เสมอ...

พ่อครูนึกถึงสาวที่ไปช่วยแล้วง่ะ ขนาดยังไม่ทันได้เห็นหน้า

ทุกคนอ่านแล้วงงกันไหมค่ะ ถ้างงไว้ไรท์จะมาอธิบายให้อีกที😁😁

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มนต์ดำร่ายรักเสน่หา   ตอนที่ 57 กาลเวลาผันผ่าน

    “ลูกสาวของแม่!” ไหม น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความตื้นตันใจอย่างล้นพ้น ‘แพร... ใช่แกใช่ไหม... ขอบใจนะ... ขอบใจที่กลับมาอยู่ด้วยกันอีก...’ ไหมคิดในใจอย่างซาบซึ้งใจที่สุด ไหม และ ขุนศึก ตั้งชื่อให้ลูกสาวคนนี้ว่า น้องแพร เด็กน้อยเป็นเด็กเลี้ยงง่าย ไม่กวนแม่เลยแม้แต่น้อย ทั้งสองรักลูกสาวคนนี้มากที่สุดในชีวิต พวกเขาต่างใช้ชีวิตด้วยความสงบสุขในทุกวัน ในหมู่บ้านก็มีแต่เรื่องดีๆ ชาวบ้านต่างอยู่กันอย่างมีความสุข ไม่มีความวุ่นวายหรือเรื่องร้ายจากสิ่งลี้ลับมากล้ำกรายอีกต่อไปแล้ว เผลอแป๊บเดียว น้องแพรน้อย ก็อายุย่างเข้า สามขวบ แล้ว เด็กน้อยเติบโตอย่างน่ารัก เฉลียวฉลาด และติดแม่มาก “กินอีกคำนะคะคนเก่ง” ไหมป้อนข้าวลูกสาวอย่างอ่อนโยน เด็กน้อยพยักหน้าให้แม่ด้วยความเข้าใจ “เอาอีกคะ... คูแม่” เสียงน้อยๆ ที่พูดไม่ชัดนั้นช่างน่าเอ็นดูยิ่งนัก ขุนศึก เดินเข้ามาพร้อมถุงผลไม้เต็มมือ “ทำอะไรกันจ๊ะ... สองคนแม่ลูก”ขุนศึกเอ่ยถามเมื่อมาถึง “พอดีเมื่อเช้าลุงกำนันแกให้พี่ไปทำพิธีขึ้นบ้านใหม่... ดูสิแกฝากผลไม้มาให้น้องแพรเยอะแยะเลย” ขุนศึกยื่นถุงให้ภรรยา “โห... เยอะขนาดนั้นอย่าลืมไปแบ่งให้ชาติกับแหลมกินด้วยนะพี่”

  • มนต์ดำร่ายรักเสน่หา   ตอนที่ 56 วิวาห์รัก

    ในที่สุด... วันที่ ไหม และ ขุนศึก รอคอยก็มาถึง วันที่พวกเขาจะได้สวมมงคลสมรส เคียงคู่กันอย่างสมบูรณ์แบบ งานแต่งงานจัดขึ้นแบบ บ้านๆ ตามประเพณีภาคอีสาน อย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง ณ ลานบ้านของขุนศึกที่ถูกตกแต่งด้วยผ้าขาวม้าหลากสีและดอกไม้พื้นบ้านบรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะจากญาติพี่น้องและชาวบ้านทุกครัวเรือนที่มาร่วมงาน ทุกคนต่างยิ้มแย้มและสนุกสนานไปกับเสียงดนตรีหมอลำและพิธีสู่ขวัญผูกแขนราวกับเป็นงานรวมญาติครั้งใหญ่ที่สุดในรอบปี หมอก พี่ชายคนเดียวที่เหลืออยู่ ก็เดินทางจากต่างประเทศเพื่อมาร่วมงานแต่งของน้องสาวด้วยสีหน้าเปี่ยมด้วยความปิติยินดีที่สุด แม้จะยังคงมีความโศกเศร้าจากการสูญเสียครั้งใหญ่ แต่การเห็นน้องสาวกลับมายืนหยัดได้อย่างเข้มแข็งและมีความรักที่ดี ก็ทำให้เขาสบายใจ หมอกเดินเข้ามาโอบกอดน้องสาวแน่นพลางกระซิบเบาๆ “มีความสุขมากๆ นะไหม” “ค่ะ... พี่หมอก” ไหมตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือจากความตื้นตัน จากนั้น หมอก ก็หันไปหา ขุนศึก ที่ยืนอยู่ข้างๆ “พ่อครู... ฝากด้วยนะครับ” น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและไว้วางใจอย่างที่สุด ขุนศึก รับคำอย่างหนักแน่น “ครับผม... ผมจะดูแลไหมตลอดไป”

  • มนต์ดำร่ายรักเสน่หา   ตอนที่ 55 การตื่นสู่ความจริง

    สุดท้าย... ในฝันอันน่าสะพรึงกลัว ไหม ก็โดนกระทำย่ำยีเฉกเช่นเดียวกับที่ ปานขวัญ เคยถูกกระทำในอดีตชาติ! ความเจ็บปวดทรมานแสนสาหัสของปานขวัญเป็นเช่นนี้เองสินะ! ไหมสะดุ้งตื่นขึ้นมา เหงื่อท่วมตัวและหายใจหอบแรง แม้เป็นแค่ความฝันเธอยังเจ็บปวดและหวาดกลัวขนาดนี้ ไหมร้องไห้สะอื้นคนเดียวอย่างหนักอยู่ในความมืด แม้เธอต้องชดใช้ในสิ่งที่ทำมาทุกภพทุกชาติแล้ว แต่ความทรมานที่เธอเพิ่งสัมผัสได้ในความฝันนั้น คงเทียบไม่ได้กับสิ่งที่ปานขวัญต้องเผชิญจริงๆ เลย... ความสำนึกผิดกัดกินหัวใจเธออย่างรุนแรง 2 ปี ผ่านไป... ไหม ยังคงปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดป่าอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุด จิตใจของเธอก็กลับมาแข็งแรงขึ้น เธอรู้สึกปลงกับชีวิตมากขึ้นเยอะ และเข้าใจในสัจธรรมของโลก ยังไงเสียคนเราหากยังไม่ตาย ก็ต้องดำเนินชีวิตต่อไป ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับเรื่องราวใดๆ ก็ตาม ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เธอจะกลับไปใช้ชีวิตทางโลกอย่างเข้มแข็ง ไหม ออกจากวัดป่าแล้วและกลับมาใช้ชีวิตในบ้านของ ขุนศึก อีกครั้ง เธอไม่ได้หนีหายไปไหน และยังคงมี ขุนศึก อยู่เคียงข้างตามคำสัญญา ทุกอย่างดำเนินต่อไปอย่างเรียบง่ายในบรรยากาศที่สงบสุขหลังพ้นวิกฤต “เป็นจั่งใด

  • มนต์ดำร่ายรักเสน่หา   ตอนที่ 54 ส่วนบุญที่ไม่ปรารถนา

    แม้ว่า ไหม จะตั้งใจสวดมนต์แผ่เมตตาเพื่อส่งส่วนบุญไปถึงดวงวิญญาณต่างๆ แต่ก็มีดวงวิญญาณหนึ่งที่ได้รับผลบุญนั้นอย่างเต็มเปี่ยม ทว่ากลับปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง! “กูไม่ต้องการส่วนบุญจากมึง! ฮือๆ ... กูไม่ต้องการ!” เสียงร้องไห้ปานจะขาดใจของ ปานขวัญ ดังก้องอยู่ในมิติแห่งความว่างเปล่า ใน กระบอกไม้ไผ่อาคม นั้นกว้างใหญ่มากเกินกว่าจินตนาการได้ มองไปทางไหนก็ดูเวิ้งว้างไปหมด วิญญาณของปานขวัญนั่งกอดเข่า ร้องไห้และสาปแช่งซ้ำๆ อยู่ทุกวินาที! เธอไม่ต้องการสิ่งใดนอกจาก การแก้แค้น เธอปรารถนาให้ไหมโดนคนรุมทำร้ายร่างกายและจิตใจก่อนจะสิ้นใจตายเหมือนที่เธอเคยเจอ! ทว่า... ไหมก็คงมีบุญเก่าบุญก่อนหนุนนำอยู่ แม้จะชดใช้กรรมในทุกชาติที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่ทรมานแสนสาหัสเท่าปานขวัญ นั่นยิ่งทำให้ความแค้นของเธอเพิ่มทวีคูณ! ไหม บวชมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว เธอเริ่มชินกับการได้เห็นและได้ยินวิญญาณที่มาขอส่วนบุญอยู่ทุกวัน การได้นุ่งขาวห่มขาวและอยู่ในสถานที่ที่สงบเช่นวัดป่า ทำให้จิตใจที่บอบช้ำของเธอค่อยๆ ถูกเยียวยาทีละน้อย... ความสงบเริ่มก่อตัวขึ้นในห้วงลึกของหัวใจ ในช่วงกลางวัน ขุนศึก ก็จะมาเยี่ยมเยือนที่วัดป่าอยู่ทุกวัน หาก

  • มนต์ดำร่ายรักเสน่หา   ตอนที่ 53 บอกรักเพื่อลา

    ขุนศึก นั่งคุยกับ ปู่โส ผู้เป็นที่เคารพรัก ในขณะที่ท่านกำลังเช็ดพระพุทธรูปบนบ้าน ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้ทำพิธีต่างๆ ร่วมกับขุนศึก ปู่โสจากบ้านไปอยู่ทิเบตนานพอควร แต่ท่านก็รู้ดีว่าในช่วงที่ท่านไม่อยู่ หลานชายอย่างขุนศึกทำหน้าที่ได้ดี ช่วยดูแลชาวบ้านยามที่ต้องเผชิญกับสิ่งที่มองไม่เห็น ท่านรู้สึกภูมิใจในตัวหลานคนนี้มาก “ปู่ฮู้ได้จั่งใด๋ว่าเกิดเรื่องที่บ้านผักตบ” ขุนศึกเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ภาพนิมิต บอกเหตุการณ์ทุกอย่างเลยถือโอกาสมาเยี่ยมเยือนบ้านนำ” ปู่โสตอบด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมเมตตา “แต่เดี๋ยวปู่กะต้องไป” “อ้าว... คือว่าแนวนั้นล่ะปู่! กลับมาอยู่บ้านเฮาได้แล้ว ปู่อายุหลายแล้วเด้” ขุนศึกรู้สึกใจหายและเป็นห่วง ปู่โสส่ายหน้า เบาๆ “มึงอยู่ได้แล้ว... สามารถดูแลชาวบ้านแทนปู่ได้แล้ว ปู่พอใจและภูมิใจในโตมึงหลาย... แต่ปู่อยากไปนั่งธรรมอยู่พู่น มันเงียบและสงบ... บ่ต้องกังวลเรื่องใด” ในตอนที่ปู่โสไปนั่งปฏิบัติธรรมที่ทิเบต ท่านอยู่กับการสวดมนต์อย่างแท้จริง ท่านไม่ต้องกังวลว่าจะมีผู้ใดรบกวน ไม่ต้องกินข้าว หรือแม้แต่ขยับตัวเลยด้วยซ้ำ ท่านต้องการเดินตามรอยพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง “ครับปู่...” ขุนศึก

  • มนต์ดำร่ายรักเสน่หา   ตอนที่ 52 สละชีวิตเพื่อปกป้องเพื่อนอย่างเธอ

    หลวงปู่แก้ว สวดแผ่เมตตาด้วยพลังจิต เพื่อให้ดวงวิญญาณของ ปานขวัญ สงบลง แต่ด้วยจิตใจที่เต็มไปด้วยความคับแค้นและความทรมานที่เคยได้รับทั้งกายและใจก่อนตาย ทำให้เธอไม่สามารถปลงหรือให้อภัยได้ง่ายๆ “พวกมึงมีแต่คนใจดำ... ไม่ต้องสวดหรือสาธยายอะไรทั้งสิ้น! กูไม่รับ! ได้ยินไม่ว่ากูไม่รับ! ต่อให้กูต้องตกนรกหมกไหม้! กูก็ยอม!” ปานขวัญ ใช้แรงจิตอันแรงกล้าที่เหลืออยู่ พุ่งกิ่งไม้แหลม แถวนั้นเข้าใส่ ไหม อย่างรวดเร็วและรุนแรง วันนี้ไหมจะต้องตาย! หากไหมตายเสียตอนนี้ เธอจะจองจำวิญญาณของไหมให้อยู่ใต้ฝ่าเท้าของเธอตลอดไป ไหมจะทุกข์ระทมยิ่งกว่าพวกสัมภเวสีทั้งหลาย ฉัวะ!! เสียงกิ่งไม้แหลมเสียบเข้ากลางอกอย่างรุนแรงจน ทะลุออกด้านหลัง! “ไม่!!... แพร! ไม่นะ!” เสียงของ ไหม กรีดร้องลั่นป่าช้า เพราะคนที่พุ่งเข้ามาขวางและรับคมกิ่งไม้นั้นไว้เต็มๆ คือ แพร! เลือดทะลักออกจากปากของแพรทันที ทุกคนรีบเข้ามาหาแพรที่ล้มลงอย่างรวดเร็ว “แพร... ฮือๆ ... ทำไมแกถึงทำแบบนี้!” ไหมร้องไห้กอดเพื่อนรักไว้แน่น ทำไมทุกคนต้องปกป้องเธอจนตาย ทำไมไม่ปล่อยให้เธอตายเอง “อย่าทำร้ายเพื่อนฉันอีกเลย... ฉันขอร้อง...” แพรเอ่ยขอร้องปานขวัญด้วยเส

  • มนต์ดำร่ายรักเสน่หา   ตอนที่ 28 อุบัติเหตุที่เกิดจากการจงใจ

    ในวันต่อมา รินร้อนใจใคร่รู้ถึงความเคลื่อนไหวของฝั่งไหม จึงเดินทางไปยังบ้านของแม่หมอด้วยความกระวนกระวาย "แม่หมอคะ... ทางฝั่งอีนังไหมเป็นยังไงบ้างคะ? มันยังทรมานอยู่ใช่ไหมคะ?" รินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงความสะใจ แม่หมอเฒ่าหัวเราะในลำคออย่างเยือกเย็น "หึ! ถ้านังนั่นไม่มีคนช่วยเหลือป่านนี้คงนอนกระเ

  • มนต์ดำร่ายรักเสน่หา   ตอนที่ 22 ใช้ชีวิตที่บ้านพ่อครู

    ในขณะที่ทุกคนกำลังสนทนากันอยู่นั้นเอง ขุนศึกก็เดินลงมาจากเรือนไทยด้วยท่าทางสงบนิ่ง แต่แววตาคมกริบกลับฉายความหนักแน่น "ทุกคนสามารถไปพักผ่อนที่อื่นได้ตามสะดวกนะครับ... แต่ยกเว้นคุณไหม" เสียงทุ้มต่ำของขุนศึกเอ่ยขึ้นอย่างชัดเจน "เพราะอะไรหรือจ๊ะ พ่อครู?" แพรเอ่ยถามด้วยความสงสัยและเป็นห่วงเพื่อน "เพ

  • มนต์ดำร่ายรักเสน่หา   ตอนที่ 16 ความหวังแห่งทางรอด

    "แม่คะ... แพรพอจะทราบแล้วค่ะว่าใครเป็นคนทำของใส่ไหม... ต้องเป็นผู้หญิงคนนั้นแน่ๆ ค่ะ... ผู้หญิงที่มาอาละวาดไหม" แพรเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธและความเชื่อมั่นในสิ่งที่เธอคิด คุณแม่ของไหมพยักหน้าช้าๆ ใบหน้าเศร้าสร้อย "แม่ก็คิดแบบที่แพรว่าเหมือนกัน... ผู้หญิงคนนั้นดูมีแต่ความอา

  • มนต์ดำร่ายรักเสน่หา   ตอนที่ 9 พ่อครูขุนศึก

    ณ บ้านเรือนไทยโบราณหลังใหญ่ ปลูกลึกเข้าไปในความเงียบสงัดของท้ายป่าช้าหลังหมู่บ้านผักตบ จังหวัดอุดรธานี แสงอาทิตย์ยามบ่ายแก่ส่องลอดเรือนยอดลงมากระทบผืนไม้สักขัดเงา ขุนศึก ชายหนุ่มวัย 35 ปี ผู้มีรูปลักษณ์ราวเทพบุตรจุติ ผิวขาวผ่องตัดกับเส้นผมดำขลับ ดวงตาดำคมกริบราวกับนิลกาฬ ทว่าแฝงไว้ด้วยความเย็นชา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status