مشاركة

บทที่5          

last update تاريخ النشر: 2024-10-24 14:57:17

บทที่5 

        

สาวน้อยวัยยี่สิบที่กำลังจะเข้าสู่ปีที่ยี่สิบเอ็ดอีกไม่กี่วันนี้เดินยิ้มมาหาผู้เป็นบิดาซึ่งกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านหลังงามริมหาดทรายสวย ใบหน้าเรียวสะอาดไร้เครื่องสำอางนั้นเกลี้ยงเกลาละมุนละไมมากกว่าจะสวยผุดผาดจนคนมองต้องเหลียวหลัง หากแต่เมื่อมองพิจารณาอย่างแท้จริงแล้วคนมองจะพบว่าสาวน้อยนามว่า มนตรา นั้นงดงามเพียงใด...

ใบหน้าเรียวได้รูปประดับด้วยคิ้วโก่งเรียวโดยไม่ต้องพึ่งพาดินสอหรือสิ่งเติมแต่ง ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มเป็นประกายสดใส จมูกเรียวเล็กแม้ไม่โด่งเป็นสันแต่ก็งดงามได้รูปรับกับริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูระเรื่อด้วยวัยสาวยามยิ้มแย้มอวดไรฟันขาวสะอาดแล้ว รอยยิ้มของเธอยิ่งงดงามละลายใจคนมอง เพราะมันยิ้มทั้งปากและดวงตาจนคนมองแทบหลอมละลายเลยทีเดียว...

“ไม่ไปทำงานหรือเย็นนี้” นายมิ่ง เอ่ยทักบุตรสาวคนเล็กเมื่อเห็นว่าเย็นแล้วแต่มนตราก็ยังไมได้ออกไปทำงาน 

“มนเพิ่งโดนไล่ออกค่ะพ่อ...”

“เรื่องเดิมๆ อีกล่ะสิ พ่อว่าเราเปลี่ยนงานไปทำอย่างอื่นก็ได้นะลูก อีกแค่เทอมเดียวมนก็จะเรียนจบแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำงานหนักส่งเสียตัวเองเรียนหรอกน่า แค่นี้พ่อมีแรงมีเงินส่ง...”

“แต่มนไม่อยากอยู่เฉยๆ นี่คะ อีกอย่างการได้ทำงานด้วยเรียนด้วยมันทำให้มนขยันและฉลาดทันคนนะคะ” สาวน้อยยิ้มร่าแล้วมาแย่งสายยางจากมือผู้เป็นพ่อไปรดน้ำต้นไม้เสียเอง นายมิ่งมองบุตรสาวแล้วส่ายหน้ายิ้มๆ

มนตราเรียนภาคค่ำที่วิทยาลัยแห่งหนึ่งในระดับอนุปริญญาและเทอมหน้าเธอก็จะเรียนจบแล้ว และทุกวันหลังเลิกเรียนในภาคปกติมนตราจะต้องไปทำงานพาร์ตไทม์ในตำแหน่งสาวเชียร์เบียร์ หรือพนักงานขายเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ทั้งหลายแหล่นั่นตามห้างสรรพสินค้าหรือร้านอาหารใหญ่ๆ ที่มีการจัดงานเทศกาลลานเบียร์หรืองานชุมนุมสินค้าต่างๆ และทุกครั้งสาวน้อยก็จะกลับมาบ้านด้วยใบหน้าบูดบึ้งและน้ำตานองหน้าในตอนแรกๆ ที่ทำงาน แต่พอทำไปนานเข้ามนตราก็เรียนรู้ลูกล่อลูกชน และวิธีการหลบหลีกเอาตัวรอดจากบรรดาเฒ่าหัวงู หนุ่มขี้หลีทั้งหลายแหล่ จากเพื่อนสาวๆ ที่ทำงานด้วยกันจนสามารถทำงานได้อย่างมีความสุขและปลอดภัยกลับบ้าน และไม่ทำให้บิดาเป็นห่วงมากนัก แต่ด้วยความเป็นพ่อนายมิ่งเองก็อดห่วงลูกสาวอยู่ไม่น้อยและนึกสงสารชะตาชีวิตของมนตราที่เกิดมาเห็นหน้าแม่ได้เพียงสามปีเท่านั้นภรรยาของเขาก็เสียชีวิตด้วยโรคร้าย เขาจึงรับภาระเลี้ยงดูเธอกับพี่ชายมาตลอดสามสิบปีโดยไม่ได้แต่งงานใหม่...

            “เอ... พ่อคะ ช่วงนี้พี่เมืองหายหน้าไปนะคะ ปกติทุกๆ สามเดือนจะโผล่มา หรือไม่ถ้าเงินหมดก็จะมาหาเรานะคะ นี่ก็สามเดือนแล้วนะคะ ทำไมพี่เมืองไม่มานะ มันแปลกๆ ไปนะพ่อว่าไหม...”

มนตราหันมาถามบิดาด้วยใบหน้ายุ่งๆ เมื่อ มิ่งเมือง พี่ชายของเธอเงียบผิดปกติ เพราะมิ่งเมืองเป็นคนที่ค่อนข้างจะเกเร ติดการพนันและชอบเที่ยวเตร่แม้จะมีงานทำเป็นหลักแหล่งในตำแหน่งหน้าที่คนขับรถของบริษัทชื่อดังแห่งหนึ่ง แต่ทุกๆ เดือน หรือบางทีก็อาจจะสามเดือนเขาจะมาที่นี่เพื่อมาขอหยิบยืมเงินจากเธอหรือไม่ก็จากบิดาทั้งที่มิ่งเมืองอายุก็สามสิบแล้วแต่ก็ยังหาสาระอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง...

“อืม... นั่นสินะมันแปลกๆ ไป มนลองโทร. หาพี่เขารึยังลูก” แม้ลูกชายจะเป็นอย่างไรแต่ผู้เป็นพ่อก็ยังห่วงหาอยู่นั่นเอง หากเทียบกันแล้วนายมิ่งค่อนข้างห่วงมิ่งเมืองมากกว่ามนตราเสียอีก...

“โทร. แล้วค่ะ แต่เป็นสัญญาณฝากข้อความทุกครั้งเลย ไม่รู้ว่าพี่เมืองเป็นอะไรไหมนี่มนก็ติดต่อพี่เมืองไม่ได้นานแล้วนะคะ”

“พี่เขางานยุ่งหรือเปล่าลูก”

“ก็ไม่รู้สิคะ เดี๋ยวค่ำๆ มนจะโทร. หาอีก มนรู้สึกไม่ดียังไงไม่รู้ค่ะพ่อ...” มนตรากล่าวเสียงแผ่วไปเล็กน้อย

“คงไม่มีอะไรมั้งลูก...”

“หากไม่มีพี่เมือง มนก็มีพ่อเหลืออยู่คนเดียวเรามีกันแค่สามคนหากไม่มีใครคนใดคนหนึ่งมันก็เคว้งคว้างนะคะพ่อ” หญิงสาวกล่าวเสียงเศร้าๆ

“อย่าคิดมากเลยลูกเอาล่ะเรากลับเรือนเล็กกันเถอะ ไปกินข้าวกันดีกว่าพ่อหิวแล้ว...”

นายมิ่งกล่าวตัดบท คำพูดของบุตรสาวทำให้ชายวัยหกสิบเศษครุ่นคิดและหนักใจทั้งห่วงบุตรชายบุตรสาว... เขามีเวลาอยู่อีกไม่นาน และเรื่องนี้เขาเองก็ไม่อยากให้ลูกๆ ได้รับรู้ว่าเขากำลังป่วย

“ไม่หนูเล็ก อย่าทิ้งพี่ไป ที่รักของพี่อยู่กับพี่เถอะคนดี... อย่าจากพี่ไป อย่า หนูเล็ก อย่าไป... เฮือกกก...”

อัครวัฒน์ผวาเฮือกเด้งตัวขึ้นจากที่นอนนุ่มมือหนาไขว่คว้าไปกลางอากาศเหมือนจะคว้าอะไรสักอย่างไว้กับตนให้นานที่สุด... แต่สุดท้ายเขาพบเพียงความว่างเปล่า...

ชายหนุ่มถอนใจร่างแกร่งชุ่มโชกด้วยเหงื่อจนเปียกชื้นไปทั้งกาย มือหนาเรียวยาวแบบบุรุษลูบใบหน้าหล่อเหลาซึ่งปราศจากรอยยิ้มมานานกว่าสองปีของตนอย่างอ่อนล้า... ตั้งแต่เขาได้สูญเสียคู่หมั้นไป เขาไม่เคยนอนหลับสนิทเลยสักครั้ง ทุกค่ำคืนเขามักตื่นกลางดึกและได้ยินเสียงหวานกระซิบบอกรักเขาแผ่วเบา เสียงหวานแห้งเครือแสนเบาแต่ดังก้องอยู่ในหัวของเขา...

ร่างสูงลุกขึ้นจากที่นอนทั้งร่างกายที่ไร้อาภรณ์ปกปิดเขาไม่เคยใส่เสื้อผ้านอน... ยิ่งเมื่อเขาต้องอยู่อย่างเดียวดายเช่นนี้เขาก็ไม่คิดจะปกปิดร่างกายให้พ้นจากสายตาของใคร

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • มนต์เสน่หาซาตานเถื่อน   บทที่ 61. อวสาน

    บทที่ 61. อวสาน “ไม่อยากนอนค่ะอยากทำอย่างอื่น..” มนตราบอกสามีเสียงพร่าเล็กน้อยแล้วเผยอกายขึ้นผลักเขานอนลงแทนที่ตนก่อนจะก้มลงไล้เลียยอดอกของเขาอย่างที่เขาทำกับเธอเมื่อครู่อัครวัฒน์ถึงกับครางเสียงดังเลยทีเดียว..“โอ้ว มนจ๋ามนที่รัก... ดีเหลือเกินเมียจ๋า...” อัครวัฒน์ครางกระเส่าเร่าร้อน กายแกร่งปวดหนึบไปด้วยความต้องการอยากจะโจนจ้วงเข้าสู่โพรงร่างสาว อัครวัฒน์ร้อนจนไม่อาจจะรีรอให้หล่อนเล่นเกมเหนือเขาได้ ชายหนุ่มผลักร่างเล็กลงนอนแทนที่ตนเปลี่ยนจากเกมรับเป็นเกมรุก มนตราหัวเราะเบาๆ อย่างถูกใจเมื่อเห็นแววตาและความพรั่งพร้อมของสามี อัครวัฒน์ก้มลงไปยังกึ่งกายสาวแล้วแตะแต้มริมฝีปากเลียไล้ไปทั้งกลีบกายสาวสดฉ่ำชุ่มชื้น...“อ๊า โอ้ววว... พี่โดมขา...” มนตราครางกระเส่าแล้วแอ่นหยัดสะโพกเข้าหาปากร้ายของเขาเร่าๆ ด้วยความเสียว ก่อนที่สะโพกมนจะเกร็งค้างกับปากและลิ้นของเขาเมื่อพุ่งทะยานไปสู่ความสุขสมอัครวัฒน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วจับร่างเล็กให้ก้มก้งโค้งในท่าคลา

  • มนต์เสน่หาซาตานเถื่อน   บทที่ 60.

    บทที่ 60. มนตรามองสามีที่กำลังจูงมือลูกๆ มาหาตนในสวนผักปลอดสารพิษที่เธอกับลูกสาวฝาแฝดทั้งสองช่วยกันปลูก น้องมิ่งแก้ว กับ น้องมิ่งขวัญ ชอบกินผักซึ่งเธอพอใจมากที่เด็กๆ ชอบกินผัก ตอนนี้เด็กหญิงทั้งสองสี่ขวบแล้ว“คุณแม่ขา.. พวกเรามาแย้วววว..” เด็กหญิงหน้าตาน่ารักวิ่งมาหาผู้เป็นแม่จนผมเปียปลิวไสว มนตรากางแขนรอรับลูกสาวทั้งสองแล้วหอมแก้มแดงๆ ของสองสาวจอมซนหนักๆ อย่างรักใคร่และมันเขี้ยว“เหงื่อท่วมมาเชียวไปเล่นอะไรกันมาคะเนี่ย”“วิ่งจับผีเสื้อค่า แต่จับไม่ได้สักตัว” เด็กหญิงมิ่งขวัญตอบเจื้อยแจ้ว“ผีเสื้อบินเร็วๆๆ แบบนี้ค่า” เด็กหญิงมิ่งแก้วทำท่าบินๆ ให้ผู้เป็นแม่ดู“ผีเสื้อบินน่ารักจัง”“ช่ายค่า น่ารักเหมือนแก้วเหมือนขวัญ” เด็กหญิงทั้งสองพูดขึ้นพร้อมกันแล้วกอดคอกันยิ้มแฉ่งให้บิดามารดาของตน“เซี้ยวจริงๆ เลยลูกพ่อ” อัครวัฒน์เดิน

  • มนต์เสน่หาซาตานเถื่อน   บทที่ 59.

    บทที่ 59.“เมื่อคืนมนฝันถึงคุณชลิตาด้วยค่ะ” มนตราบอกสามีซึ่งซบหน้าหอบกระเส่าอยู่กับอกอวบใหญ่ของตนหลังจากที่เพลงรักเร่าร้อนที่ไม่รู้ว่าเป็นรอบที่เท่าไหร่จบลง...แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ความรักที่พวกเขามีให้กันก็ยังคงฉ่ำหวานอยู่ตลอดเวลา ยิ่งตอนนี้ลูกๆ ไม่อยู่ขัดความสำราญพวกเขาก็ยิ่งรักกันเหนียวแน่นมากขึ้น เพราะน้องมิ่งแก้วกับน้องมิ่งขวัญในวัยสองขวบนั้นไปเที่ยวพักผ่อนที่ไร่ของคุณลุงเด่นคุณป้ายอดรักกับคุณปู่คุณย่าที่ยังคงแข็งแรงสดใส ซึ่งยินดีจะเลี้ยงดูหลานๆ เพื่อให้โอกาสลูกชายลูกสะใภ้คนดีได้อยู่ด้วยกันลำพังบ้างมนตรากับอัครวัฒน์นั้นต่างช่วยกันเลี้ยงดูลูกๆ ฝาแฝดทั้งสองด้วยกันมาตลอด ไม่ว่าจะไปไหนมาไหนพวกเขาก็จะยกกันไปทั้งครอบครัว มาดคุณโดมแฟมิลี่แมนจึงเป็นที่กล่าวขวัญและมนตราก็เป็นหญิงสาวที่ใครๆ ต่างก็อิจฉาในความโชคดีของเธอที่ได้สามีที่ดีแสนน่ารักอย่างคุณโดม อัครวัฒน์ ดีแลนด์ คนนี้...“จริงเหรอ เหมือนพี่เลย พี่ก็ฝันว่าหนูเล็กมาเยี่ยม เธอดูมีความสุขมากทั้งที่พี่ไม่ได้ฝันถึงเธอมานานมากตั้งแต่เราแต่งงานกัน...”

  • มนต์เสน่หาซาตานเถื่อน   บทที่58.

    บทที่58.“แล้วแก้แค้นเธอสำเร็จไหมคะ...” มนตราถามล้อๆ พลางยิ้มพรายอย่างเจ้าเล่ห์...“ก็ไม่รู้สินะ รู้แต่ว่ามันทำให้พี่ได้ทั้งเมียและลูกมาพร้อมๆ กัน...”อัครวัฒน์ยิ้มกว้างพอๆ กับเธอที่ยิ้มไม่หุบ รอยยิ้มสดใสของมนตราดังมีมนต์ขลังที่ทำให้เขาถอนสายตาจากใบหน้านวลไม่ได้เลย ชายหนุ่มมองเธออย่างหลงใหลจนมนตรารู้สึกร้อนๆ หนาวๆ กับแววตาที่เริ่มจะพราวพรายของเขา“เราทานข้าวกันดีกว่าค่ะ มนอยากจะไปเดินเล่นในไร่...” หญิงสาวตัดบทและหาทางเอาตัวรอดจากเปลวเสน่หาของเขาไปก่อนในเช้านี้อัครวัฒน์รู้ทันความคิดเธอจึงคีบจมูกเล็กๆ นั้นเบาๆ อย่างมันเขี้ยวแล้วนั่งลงเคียงข้างกัน... หนุ่มสาวนั่งรับประทานอาหารเช้าด้วยกันและคุยกันด้วยความรักและเข้าใจ ความบาดหมางความแค้นเคืองขึ้งโกรธมลายหายไปจากใจของพวกเขาจนหมดสิ้นมีเพียงความรักอ่อนหวาน ที่โอบล้อมพวกเขาไว้ด้วยรักแท้ที่ต่างอภัยให้กันและกัน...หลังจากที่ปรับความเข้าใจกันแล้วอัครวัฒน์ก็จดทะเบียนกับมนตราไว้ก่อนแล้วจัดงานแต่งงานใ

  • มนต์เสน่หาซาตานเถื่อน   บทที่57.

    บทที่57.พระมิ่งเมืองกล่าวด้วยน้ำเสียงเนิบนุ่มเต็มไปด้วยเมตตาธรรมซึ่งมนตราสัมผัสได้ น้ำตาแห่งความปลื้มปีติเอ่อล้นออกจากดวงตางามช้าๆ เธอไม่อยากเชื่อเลยว่านี่คือคนคนเดียวกันที่เคยทำร้ายเธออย่างเลือดเย็นมาก่อน...“ชีวิตคนเราไม่ได้ยืนยาวสักเท่าไหร่หรอกนะโยมน้องมน... อะไรที่ดีๆ ผ่านเข้ามาในชีวิตก็ควรจะคว้าไว้ โดยเฉพาะความสุขเพราะมันอาจจะอยู่กับเราไม่นาน หรือ เราอาจจะไม่ได้อยู่จนพบเจอมัน หากให้มิจฉาทิฐิบดบังจิตใจ... หลวงพี่จะบอกกล่าวเพียงเท่านี้...” มนตรารู้สึกเหมือนมีใครเขี่ยผงเล็กๆ ออกจากตาทั้งที่รู้แต่เธอกลับเขี่ยมันออกเองไม่ได้“ไหนแบมือมาสิโยมน้องมน...” หญิงสาวยื่นมือออกไปตามที่หลวงพี่บอก แล้วพระมิ่งเมืองก็วางของสิ่งหนึ่งลงบนมือของเธอด้วยการปล่อยให้มันตกลงมาเบาๆ มนตรามองของตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ“ฝากไปให้โยมโดมด้วย บอกว่าเป็นของขวัญจากหลวงพี่ให้เป็นของขวัญแต่งงาน... เจริญพร...”“สาธุค่ะหลวงพี่...” มนตราสาธุการด้วยความซาบซึ้งมองตามหลังพระมิ่งเมืองไปด้วยดวงใจที่เปี่ยมล้นด้วยควา

  • มนต์เสน่หาซาตานเถื่อน   บทที่ 56.

    บทที่ 56.“หากไม่ยุ่งกับเมียจะไปยุ่งกับใครล่ะครับ ไม่เอาไม่ทะเลาะกันนะ เดี๋ยวลูกเราจะหน้ายุ่ง...”“เมื่อไหร่คุณจะกลับไปคะ”“ทำไมน้องมนพูดแบบนี้ล่ะครับ เมียอยู่ที่ไหนผัวก็ต้องอยู่ที่นั่นสิครับ”“ฉันจำได้ว่าไม่เคยแต่งงานกับคุณนะคะ และเราก็ไม่ได้มีสถานะอะไรที่เกี่ยวข้องกันแล้ว แม้แต่แฟน หรือคนรัก เราก็ไม่เคยใช้มันร่วมกันมาก่อน...” คำพูดของเธอทำให้อัครวัฒน์สะอึกถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว...“พี่...”“พอเถอะค่ะ หากคุณจะทำทุกอย่างให้ฉันเพื่อไถ่โทษ หรือเพราะรู้สึกผิดที่หลอกใช้ฉันเพื่อนแก้แค้น เราจบสิ้นกันไปแล้ว ฉันยกโทษให้คุณ เราเป็นอิสระต่อกัน... ปล่อยฉันไปเถอะนะคะ ถือว่าเราให้โอกาสกันและกัน ให้อิสระกันและกัน ฉันอาจจะได้เจอผู้ชายสักคนที่รักฉันจริงและพร้อมจะดูแลฉันกับลูก คุณเองก็อาจจะเจอผู้หญิงดีๆ ที่เหมาะสมกับคุณทุกๆ ด้าน ผู้หญิงที่ไม่ใช่ลูกสาวพ่อบ้านกระจอกๆ อย่างฉัน...”มนตราตัดสินใจพูดออกมาเพื่อไม่ให้ตัวเองมีหวังอะไรลมๆ แล้ง

  • มนต์เสน่หาซาตานเถื่อน   บทที่ 53.

    บทที่ 53.“นั่นสิคะ น้องล่ะทึ่งหนูมนจริงๆ เธอใจเด็ดมากที่กล้าทำขนาดนั้น ลูกชายคุณพี่นี่โดนน้อยไปไหมคะ”“โธ่... นี่ไม่มีใครสงสารโดมบ้างหรือคะ ถึงรักจะเข้าข้างน้องมนแต่รักก็สงสารโดมนะคะคุณแม่”“ไอ้สงสารก็สงสารจ้ะ แต่รักดูสิ จ

  • มนต์เสน่หาซาตานเถื่อน   บทที่ 49.

    บทที่ 49.“มน เป็นอะไรไปลูก”“เปล่านี่คะพ่อ ว่าแต่พ่อเถอะทำไมดูเซียวๆ ล่ะคะ”เธอหันมายิ้มบางๆ ให้บิดาที่นั่งวีลแชร์มาหาตนด้วยความช่วยเหลือจากพยาบาลพิเศษซึ่งคุณดาราจ้างไว้ดูแลบิดาของเธอ ซึ่งมนตราไม่สามารถจะปฏิเสธความหวังดีของท่านได้ เธอเองก็ไม

  • มนต์เสน่หาซาตานเถื่อน   บทที่ 48.

    บทที่ 48.หญิงสาวพยายามบอกตัวเองเช่นนั้น เธอพยายามยิ้มและพยายามจะหัวเราะ แต่สิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้คือ เธอกำลังร้องไห้ดังคนเสียสติ... หญิงสาวปิดห้องเงียบล้มตัวลงนอนบนที่นุ่มแสนสบายในห้องรับรองของเรือนเด่นซึ่งในครั้งนี้เธอมาในฐานะแขกของคุณดารา ไม่ใช่ผู้หญิงหรือนางบำเรอของอัครวัฒน์ เธอมีเกียรติและศักดิ์ศ

  • มนต์เสน่หาซาตานเถื่อน   บทที่44.

    บทที่44.“โดมถามตัวเองก่อน ถามตัวเองให้ดีให้มั่นใจให้ชัดเจนว่ารู้สึกอย่างไรกับหนูมนแล้วค่อยคิดทำอย่างอื่นต่อไป คิดให้ดีและตอบตัวเองให้ได้ และให้เร็วที่สุดเพราะหากช้าหรือมัวแต่ทิฐิดื้อดึง โดมจะเสียใจ...” คำพูดของบิดาที่คุยกันก่อนหน้านี้ดังก้องอยู่ในหัว...

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status