เข้าสู่ระบบการที่เขาเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ มันต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแน่ ๆ และมันไม่มีทางที่จะเป็นเรื่องเรียบง่ายเหมือนอย่างที่เยี่ยนอวี้เจ๋อพูดออกมาแน่นอนหากมองในแง่ร้าย บางทีซิงจือเหยียนอาจจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่างแล้ว หรือไม่บางทีเยี่ยนอวี้เจ๋อก็อาจจะไปพูดอะไรบางอย่างกับซิงจือเหยียน...เว่ยอวิ่นลู่เริ่มแสดงอาการลนลานออกมาอย่างเห็นได้ชัดเยี่ยนอวี้เจ๋อพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสงบ “ลู่ลู่ คุณแค่ต้องตัดสินใจเลือก นี่เป็นคำถามที่ง่ายมากนะ”เว่ยอวิ่นลู่อยากจะกลับไปจริง ๆ เธออยากกลับไปอยู่เคียงข้างซิงจือเหยียนกับซิงฉีหยวน แต่เป็นเพราะเรื่องเติ้งโหย่วกังที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายสักที เธอจึงยังจำเป็นต้องพึ่งเยี่ยนอวี้เจ๋อ เพื่อฝังกลบเรื่องราวทั้งหมดนี้ต่อไปเธอยังไปไม่ได้ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องรอจนกว่าเรื่องของเติ้งโหย่วกังจะสะสางเรียบร้อยก่อนถึงจะไปได้ในห้องอาหารส่วนตัวที่เงียบกริบ คนทั้งสามคนจ้องมองไปที่โทรศัพท์ในมือของเยี่ยนอวี้เจ๋อเป็นจุดเดียวปลายสายเงียบงันอยู่เนิ่นนาน จากนั้นพูดเสียงต่ำและแผ่วเบาทันทีว่า “ฉันไม่ไป”ผู้ช่วยรีบก้มหน้าลงต่ำอีกครั้งในทันทีสีหน้าของซิงจือเหยียนยังคงเย็นชาเห
ซิงจือเหยียนเลือกที่จะเชื่อใจเว่ยอวิ่นลู่ ไม่ว่าคนนอกจะลือกันอย่างไรก็ตาม เพราะท้ายที่สุดแล้วเว่ยอวิ่นลู่ก็คือแม่ของซิงฉีหยวนและเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขา นี่คือความจริงที่ไม่อาจโต้แย้งได้เขาเคยให้คำมั่นสัญญาไว้กับเว่ยอวิ่นลู่ว่าจะปกป้องเธอและซิงฉีหยวนเอาไว้ให้ได้ และเขาก็เป็นคนที่รักษาคำพูดเสมอเขาไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดยุยงปั่นหัวที่ออกมาจากปากของเยี่ยนอวี้เจ๋อ “เมื่อไหร่คุณจะปล่อยตัวเธอไป?”เยี่ยนอวี้เจ๋อเดาะลิ้นส่งเสียงในลำคอ “ประธานซิงนี่ใจกว้างจริง ๆ เลยนะครับ ถ้าเป็นผู้ชายทั่วไป หลังจากได้ยินว่าภรรยาตัวเองมาอยู่กินกับแฟนเก่าเป็นสิบวันแบบนี้ คงโกรธจนอยากจะฆ่าคนไปแล้วมั้ง แต่ประธานซิงดูเหมือนจะไม่รู้สึกอะไรเลยนะ หรือว่าคุณไม่กังวลเลยสักนิด ว่าชายหญิงที่เคยรักกันมาอยู่ใต้ชายคาเดียวกันสองต่อสองแบบนี้ จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง?”ซิงจือเหยียนแน่วแน่ “เธอไม่ได้ยินยอมหรอก”สีหน้าของเยี่ยนอวี้เจ๋อยังคงไม่เปลี่ยนไปจากเดิมเลยแม้แต่น้อยซิงจือเหยียนพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งแต่หนักแน่นมั่นคง “คุณนั่นแหละที่บีบบังคับเธอ”เยี่ยนอวี้เจ๋อหัวเราะร่าออกมา แต่รอยยิ้มนั้นกลับไม่หลงเหลือ
เว่ยอวิ่นลู่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็จำต้องพยักหน้าตอบรับซิงจือเหยียนมาถึงที่นัดก่อนเยี่ยนอวี้เจ๋อห้านาที และก่อนที่เยี่ยนอวี้เจ๋อจะก้าวเข้ามาในห้องอาหารส่วนตัว ซิงจือเหยียนก็เพิ่งจะอ่านเอกสารที่ผู้ช่วยยื่นมาเสร็จพอดีผู้ช่วยที่ยืนอยู่ด้านข้างก้มหน้าจนต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ลมหายใจแผ่วเบาแต่กลับถี่กระชั้น สีหน้าดูแปลกและกระอักกระอ่วนอย่างบอกไม่ถูก ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าบนหน้าผากมีเหงื่อซึมออกมา ทั้งที่เครื่องปรับอากาศภายในห้องนี้เปิดอุณหภูมิไว้ต่ำมากก็ตามซิงจือเหยียนอ่านจบแล้วสีหน้ายังคงเรียบเฉย เขาเก็บเอกสารส่งคืนให้ผู้ช่วยแล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เก็บไว้ให้ดี อย่าให้ใครเห็นเด็ดขาด”ผู้ช่วยพยักหน้า “ครับ ประธานซิง”พูดจบ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านนอก ซิงจือเหยียนพูดว่า “เข้ามาได้”คนที่เข้ามาคือเยี่ยนอวี้เจ๋อผู้ชายสองคน คนหนึ่งยืนอยู่ที่หน้าประตู ส่วนอีกคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่หันหน้าเข้าหาประตูพอดี เมื่อทั้งคู่ประสานสายตากัน กระแสคลื่นใต้น้ำที่ยากจะสังเกตเห็นก็โหมขึ้นมาซิงจือเหยียนเริ่มพูดก่อน “นั่งเถอะ”เยี่ยนอวี้เจ๋อถอดเสื้อตัวนอกออกพาดไว้บนพนักพิง แล้วนั่งลงที่ฝ
เธอกุมมือของเยี่ยนอวี้เจ๋อไว้ด้วยท่าทางวิงวอนอย่างไร้ทางออก “ไม่ไปไม่ได้หรือคะ ไม่ไปได้ไหม? คุณอยู่เป็นเพื่อนกับฉันที่บ้านได้ไหมคะ?”เยี่ยนอวี้เจ๋อใช้ฝ่ามือกุมลำคอระหงที่เรียบเนียนของเว่ยอวิ่นลู่ พร้อมตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า “ไม่ได้ครับ นัดกันไว้เรียบร้อยแล้ว”เว่ยอวิ่นลู่เม้มริมฝีปากแน่น “ฉัน...”เยี่ยนอวี้เจ๋อยังคงใช้ลำแขนข้างหนึ่งโอบกอดเว่ยอวิ่นลู่ไว้ ส่วนมืออีกข้างก็กวักเรียกเยี่ยนเสี่ยวไกวที่กำลังนั่งเล่นอยู่บนพรมในห้องนั่งเล่น “ลูกรัก มาหาพ่อที่นี่หน่อยครับ”เยี่ยนเสี่ยวไกววางของเล่น แล้ววิ่งเหยาะ ๆ มาหา “คุณพ่อ คุณแม่”เยี่ยนอวี้เจ๋อดึงมือน้อย ๆ ของลูกมาวางไว้บนฝ่ามือของเว่ยอวิ่นลู่แล้วพูดว่า “ลูกรัก ช่วงบ่ายนี้พ่อมีธุระต้องออกไปข้างนอก วันนี้หนูช่วยอยู่เป็นเพื่อนแม่แทนพ่อดี ๆ ได้ไหมครับ?”เว่ยอวิ่นลู่มีสีหน้าเหม่อลอย ใบหน้าของเธอยังคงขาวซีดไร้สีเลือดเยี่ยนเสี่ยวไกวพยักหน้าอย่างว่าง่าย และกุมมือของเว่ยอวิ่นลู่ไว้แน่น “ได้ค่ะ คุณพ่อไปทำงานได้เลยค่ะ หนูจะอยู่เป็นเพื่อนคุณแม่เองค่ะ”เว่ยอวิ่นลู่ยังคงอยากจะดิ้นรนขัดขืนต่ออีกสักครั้งเธอไม่ค่อยวางใจในตัวเยี่ยนอวี้เจ๋อ ตั้
“คุณมีหลักฐานอะไรมายืนยันไหม? ถ้าไม่มีหลักฐาน ตำรวจก็ทำอะไรไม่ได้หรอกนะครับ”เติ้งโหย่วกังหลับตาลง พูดว่า “ผมมีคลิปเสียง ทุกครั้งที่คุยกับเว่ยอวิ่นลู่ ผมจะอัดไว้หมด”คราวนี้ คนที่นิ่งเงียบกลายเป็นกู้เหยียนหลี่แล้วเมื่อเติ้งโหย่วกังรออยู่นานแต่กลับไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ เขาจึงเงยหน้าขึ้น และเห็นว่าใบหน้าของกู้เหยียนหลี่นั้นเย็นชาเรียบเฉย สายตาดูเลื่อนลอยเหมือนคนเหม่อลอยไปไกลแล้วเขาชะงักไปครู่หนึ่งด้วยความไม่เข้าใจ แล้วก็นึกขึ้นได้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างกู้เหยียนหลี่กับเว่ยอวิ่นลู่ เพราะในฐานะที่เขาเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของกู้เหยียนหลี่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ก็ต้องเคยได้ยินเรื่องราวที่เจ้าตัวพูดออกมากับปากว่าชอบเว่ยอวิ่นลู่เติ้งโหย่วกังจึงอยู่ในความเงียบงันอีกคนกู้เหยียนหลี่ลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า “บอกทุกอย่างที่คุณรู้ให้ตำรวจไปให้หมด ส่วนหลักฐานที่ควรส่งมอบก็ให้ไปหมดเถอะ”เติ้งโหย่วกังพยักหน้า “ผมรู้แล้ว”ในจังหวะที่กู้เหยียนหลี่กำลังจะย่างเท้า เติ้งโหย่วกังก็ถามเขาขึ้นมาว่า “เหยียนหลี่... คุณผิดหวังในตัวผมมากเลยใช่ไหม?”เขาจ้องไปที่ดวงตาของกู้เหยียนหลี่ ไม่ยอมให้พลาดความรู้สึกที่พัด
นี่เป็นเรื่องราวที่เนื้อหาออกจะซ้ำซากจำเจไปหน่อยตอนที่เติ้งโหย่วกังรู้แผนการของเว่ยอวิ่นลู่ครั้งแรก เขาก็ปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด แถมยังรู้สึกโกรธมากที่เหมือนกำลังโดนดูถูก เขาเตือนเว่ยอวิ่นลู่ด้วยท่าทีจริงจังว่า อย่าได้คิดจะมาใช้แผนการแบบนี้กับเขา และในฐานะนักศึกษาแพทย์ที่กำลังจะเริ่มต้นอาชีพเพื่อช่วยชีวิตคน เขายังเตือนทิ้งท้ายด้วยว่าอย่าคิดทำเรื่องที่ส่งผลร้ายต่อทั้งตัวเองและคนอื่นแบบนี้อีกแต่เว่ยอวิ่นลู่ก็ไม่ยอมแพ้ เธอตามขุดประวัติครอบครัวของเขาจนหมดเปลือก พร้อมกับเสนอผลประโยชน์ต่าง ๆ มากมาย แต่เติ้งโหย่วกังกลับไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวเลยสักนิด เขาหันหลังเดินหนีไปทันทีมีครั้งที่หนึ่งและครั้งที่สองยังพอทน ครั้งที่สามครั้งที่สี่ล่ะ? ครั้งที่เก้าครั้งที่สิบจะยืนหยัดอยู่ได้ไหมล่ะ?แล้วถ้าเกิดขึ้นตอนที่เขาต้องทุ่มแรงกายแรงใจในการเข้าทำงานในโรงพยาบาลที่ใฝ่ฝัน แต่กลับถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าล่ะ? ในตอนที่รู้ว่าเพื่อนร่วมรุ่นที่ฝีมือสู้เขาไม่ได้ แต่เพราะมีเบื้องหลังที่ดี มีเส้นสายที่ทรงพลัง ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องอนาคต ไม่ต้องกระวนกระวายใจใด ๆ ก็สามารถเข้าทำงานในโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงระดั
เซิ่นหรูซวงมองเว่ยอวิ่นลู่ แล้วมองไปที่ชายทั้งสองที่ยืนอยู่ข้างกายเว่ยอวิ่นลู่ราวกับเทพผู้พิทักษ์ความสัมพันธ์ระหว่างซิงจือเหยียนและกู้เหยียนหลี่เปราะบางจนถึงขั้นวิกฤติมาเนิ่นนานเพราะเว่ยอวิ่นลู่ เมื่อพวกเขาทั้งสองยืนอยู่ด้วยกัน มวลอากาศรอบด้านย่อมมีความรู้สึกขัดแย้งให้เห็นอย่างชัดเจนเพียงแต่ชายท
เว่ยอวิ่นลู่ควบคุมรายละเอียดได้ดีมาก มีความน้อยใจในน้ำเสียง แกล้งทำเป็นใจกว้าง น่าสงสารและหมดหนทางเป็นน้ำเสียงที่ผู้ชายชอบ และไม่น่าเบื่อหน่ายเธอน้ำตาคลอเบ้า “อาเหยียน คุณบอกฉันได้ไหมคะ?”ซิงจือเหยียนยกมือขึ้น จับมือของเว่ยอวิ่นลู่มาไว้ในมือ ฝ่ามืออันอบอุ่นกุมมือของเว่ยอวิ่นลู่เอาไว้เสียงของเ
เรื่องที่เว่ยอวิ่นลู่ฝืนใจทำไม่ได้ เขาจะเป็นคนทำเองกู้เหยียนหลี่เงยหน้าขึ้น สบตากับซิงจือเหยียนพร้อมพูดยิ้มเยาะ “ประธานซิง ผมคิดว่าคุณเป็นคนใหญ่คนโตแค่ไหน แม้แต่เซิ่นหรูซวงคนเดียวคุณยังจัดการให้ดีไม่ได้”เว่ยอวิ่นลู่กระวนกระวาย “เหยียนหลี่ อย่าพูดแบบนั้นสิ ถึงอย่างไรเสียหรูซวงก็เป็นน้องสาวของอาเห
เซิ่นหรูซวงกำหมัดเอาไว้แน่นเธอไม่อยากไปหาเขาเลยจริง ๆแต่ตอนนี้เธอยังต้องพึ่งพาซิงจือเหยียนอยู่ เธอถึงจะอยู่ในห้องพักผ่อนนี้ต่อไปได้ ถ้าไม่ทำตามใจซิงจือเหยียนล่ะก็ เขาไล่เธอออกไปจะทำอย่างไร?เซิ่นหรูซวงได้แต่ลุกขึ้นอย่างว่าง่าย แล้วเดินไปหาซิงจือเหยียนเมื่อเดินเข้าไปใกล้ ๆ เธอจึงเห็นว่าหน้าของ







