Masukรดาเพ่งมองอยู่ครู่หนึ่งก็จับใจความได้ว่าเอื้องฟ้ากับภาวินคุยกันเหมือนคู่รักจริงๆ และน้องก็ยังชวนเขามาพักที่นี่ แถมยังใช้ข้อความสองแง่สองง่ามชวนให้คิดลึกอีก เธอส่ายหน้าไปมาเหมือนไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น
“ยังมีอีก” พูดพลางเลื่อนรูปถ่ายที่น้องสาวของรดาส่งมาให้ภาวินดูในแช็ต เป็นภาพวับๆ แวมๆ ค่อนไปทางโป๊ เพราะถ่ายให้เห็นหน้าอกที่เอามือปิดจุกไว้ รวมถึงภาพเนินเนื้อสามเหลี่ยมซึ่งเป็นการดึงแพนตี้ลง แต่ไม่ถึงขั้นให้เห็นจุดที่ไวต่อความรู้สึก เหมือนตั้งใจยั่วกัน เธอไม่เชื่อหรอกว่าไม่มีการคิดอะไรเกินเลย เพราะภาพในโทรศัพท์มันบอกชัดทุกอย่างแล้ว รดายิ้มเจื่อนเพราะคิดหาคำแก้ตัวแทนน้องสาวไม่ถูก เธอไม่รู้จะวางหน้าอย่างไรจึงหันไปถามนายพงษ์เพื่อกลบอาการเก้อเขิน “ยัยเอื้องมาที่นี่ด้วยหรือคะ ดาคิดว่าไม่น่าจะมานะ” “เอ่อ…” ชายวัยสี่สิบก้มหน้างุดทันที “มีอะไรหรือเปล่า” รดาทำหน้าฉงน “คุณเอื้องมาพักที่นี่ตั้งแต่ตอนกลางวันแล้วครับ ตอนหนึ่งทุ่ม ผมก็เห็นนั่งดื่มกับลูกค้าอยู่ตรงระเบียงนี่แหละ แล้วก็เห็นเดินโอบเอวกันเข้าไปข้างใน” สิ้นเสียงของนายพงษ์ คนฟังต่างก็อึ้งจนพูดไม่ออก ก่อนที่น้ำตาของปลายฝนจะเริ่มเอ่อล้นออกมา “ฝน ฉันไม่อยากให้แกเข้าไปแล้วอะ กลับบ้านเถอะ” พัทรินจับแขนเพื่อน ตั้งท่าจะดึงกลับ แทบไม่ต้องเดาอีกต่อไปว่าสิ่งที่สงสัยนั้นเรื่องจริงหรือเท็จ เพราะคำพูดของชายคนนี้บอกชัดทุกอย่างแล้ว เธอไม่อยากให้เพื่อนเข้าไปเห็นภาพบาดตาบาดใจ “ไม่ ฉันจะเข้าไปดู” “แน่ใจนะว่าไหว” รดาถามอย่างเป็นห่วง “ให้ฉันเข้าไปเถอะ” ปลายฝนมองอย่างวิงวอน เจ้าของรีสอร์ตไม่รู้จะห้ามอย่างไร จึงพยักหน้าแล้วส่งสายตาบอกนายพงษ์ให้ไปเอากุญแจมา เนื่องจากประตูถูกล็อกจากข้างในจึงไม่สามารถเปิดเข้าไปได้ เธอพูดอีกว่า “ในระหว่างที่รอ ฉันขอดูแช็ตอีกครั้งได้ไหม” “อืม” ว่าแล้วก็ยื่นโทรศัพท์ให้คนตรงหน้า ก่อนที่จะเดินกลับไปกลับมาอย่างร้อนรน คนที่รับไปอ่านดูเปลี่ยนสีหน้าเป็นเรียบนิ่ง ต่างจากเมื่อครู่อย่างเห็นได้ชัด เธอแอบกดลบภาพแช็ตทั้งหมด และตามไปลบในถังขยะอีกรอบ ก่อนจะปิดหน้าจอแล้วส่งคืน เรื่องอะไรจะยอมให้เพื่อนเก็บไว้เป็นหลักฐานล่ะ เธอเองก็ต้องปกป้องน้องเหมือนกัน ไม่นานนักนายพงษ์ก็ได้กุญแจมาไขลูกบิดประตู รดามองตามหลังเพื่อนสองคนที่เดินเข้าไปในบ้านน็อกดาวน์หลังเล็ก ใจก็เต้นระทึกตามไปด้วย ผ่านไปไม่กี่อึดใจก็ได้ยินเสียงร้องไห้ดังมาจากในห้อง ก่อนที่ปลายฝนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาทั้งน้ำตาเพราะเห็นคนรักนอนกับชู้จริงๆ แถมยังอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าทั้งคู่ พัทรินจะตามเพื่อนไปเพราะเป็นห่วงความรู้สึก แต่ก็ถูกเจ้าตัวยกมือห้าม “ไม่ต้องตามมา ฉันอยากอยู่คนเดียว” “อ้าว แล้วแกจะทิ้งฉันไว้อย่างนี้เหรอ ฉันมากับแกนะ” “พักอยู่ที่นี่ก่อนจะเป็นไรไป ค่าห้องเดี๋ยวฉันจ่ายให้เอง” ปลายฝนเอ่ยเพียงเท่านั้นก็จากไปทันที เธอไม่ได้อยากทิ้งเพื่อน แต่ยังไม่พร้อมที่จะร้องไห้ต่อหน้าใครจริงๆ พัทรินถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะหันไปมองเพื่อนอีกคน “คืนนี้ฉันคงต้องนอนในรีสอร์ตของแกแล้วแหละ” “อืม มีห้องว่างพอดี เดี๋ยวฉันให้พักฟรีแล้วกัน” ช่วงเวลาเดียวกันนั้น เสียงจากโทรศัพท์มือถือของรดาก็ดังขึ้น ทำให้เธอรู้ว่าพ่อหมดสติจนได้เข้าโรงพยาบาล เธอจึงวานให้นายพงษ์ช่วยจัดการเรื่องที่อยู่ทางนี้แทน“เรื่องอะไร มันยังมีเรื่องที่น่าอายไปกว่าเรื่องของเราอีกเหรอ หกล้มต่อหน้าไอ้พวกรุ่นพี่ที่เราโคตรเกลียดอะ เสียงหัวเราะนี่มาเต็มเลย” ลลินพูดอย่างแค้นใจเมื่อนึกถึงประสบการณ์ครั้งนั้นของตัวเอง เอื้องฟ้าลำบากใจที่จะพูด แต่เพื่อนคนนี้ตั้งแต่คบกันมาก็ไม่เคยมีเรื่องปิดบังกัน มีอะไรก็เล่าให้เธอฟังหมดไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องเซ็กซ์ ถ้าเธอไม่ยอมบอกอะไรเลย ก็กลัวว่าเพื่อนจะคิดว่าตัวเองไม่สำคัญ จึงทำใจกล้าพูดออกไปว่า “เรื่องเกี่ยวกับพี่บุญธรรมน่ะ ไม่สิ ไม่ใช่พี่บุญธรรมจริงๆ แต่คุณย่าบอกว่าอยากลองใจเขาก็เลยต้องปล่อยให้เขาเข้าใจผิด” “ลองใจอะไร” “ไม่รู้เหมือนกัน แต่เรื่องที่เรากำลังจะบอกคือ… เราจูบเขา เขาเลยกัดปากเราคืน” “เฮ้ย! จริงดิ” ลลินยอมรับว่าตกใจพอสมควร ซึ่งสีหน้าของเอื้องฟ้าในตอนนี้แทบจะซีดเป็นไก่ต้มอยู่แล้ว “เราโมโห ก็เลยคิดน้อยไปหน่อย” “ถึงว่า ปากบวมเชียว ที่แท้ก็ถูกพี่เขากัดปากนี่เอง ว่าแต่… เรื่องมันเป็นมายังไงเหรอ คงไม่ได้มีอะไรกันหรอกใช่ไหม” เอื้องฟ้าส่ายหน้าไปมา “ไม่มี เขาคิดว่าเราผ่านผู้ชายมาเยอะแล้ว เราเลยจูบประชด ก็คนมันโกรธนี่นาถึงได้คิดทำอะไรแบบนั้น” “จูบแบบแลกลิ้น?” คนถูก
คำพูดของเอื้องฟ้า ยิ่งฟังก็ยิ่งน่าโมโห ลมเหนือขบฟันแน่นจนกรามเป็นสันนูน ก่อนที่จะกระชากแขนเล็กเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วจนเธอร้องเสียงหลง จากนั้นก็ใช้มืออีกข้างรั้งศีรษะแล้วประกบริมฝีปากเข้ากับเรียวปากนุ่มด้วยอารมณ์โกรธ เขาไม่ได้สอดลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกัน แต่ขบกัดริมฝีปากล่างของเธอเหมือนตั้งใจทำให้เจ็บจนมีเลือดซึมออกมา “อื้อ…” เอื้องฟ้าส่งเสียงอู้อี้ในลำคอเพราะถูกกัดจนน้ำตาไหลทะลัก เธอพยายามที่จะผละออกไป แต่เขาก็จับแขนและศีรษะไว้แน่น เลยได้แต่ทนเจ็บอย่างอยู่อย่างนั้น สักพักแรงกัดก็ค่อยๆ แผ่วลงก่อนที่ทุกอย่างจะนิ่งไปคล้ายกับว่าโลกหยุดหมุน หัวใจของเธอเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอกอยู่แล้ว เพราะการกระทำของเขามันเริ่มทำให้รู้สึกพรั่นใจ เธอพยายามมองลมเหนือเป็นพี่ชายมาตลอด ทว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ตอนนี้ มันกลับทำให้ความรู้สึกบางอย่างที่อยู่ในใจเด่นชัดขึ้น หรือเธอจะหวั่นไหวเข้าแล้วจริงๆ ลมเหนือถอนปากออกแล้วมองกลีบปากชมพูระเรื่อของหญิงสาวที่บวมเจ่อ และมีเลือดซึม พอเห็นท่าทางของเธอแล้วก็อดหัวเราะในลำคอไม่ได้ “ตัวสั่น ทำเหมือนไม่เคย” คนตัวเล็กตื่นจากภวังค์เมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม “ต้
เอื้องฟ้าตามเข้าไปพร้อมยื่นหลอดยาสีขาวให้ “เอื้องแค่อยากรู้ว่าพี่ลมเหนือยังเจ็บเข่าอยู่หรือเปล่า วันนั้นล้มตั้งสองรอบ เอื้องเห็นว่ารอยช้ำยังอยู่เลยเอายามาให้ทาค่ะ” “เจ็บแล้วยังไง ไม่เจ็บแล้วยังไง” เขาถามกลับด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “ไม่ต้องตอบก็ได้ค่ะ เอื้องเอาวางไว้ตรงนี้นะคะ” พูดจบก็เอาหลอดยาไปวางไว้ข้างหัวเตียง แต่มาคิดๆ ดูแล้วเขาอาจจะไม่แตะมันเลย จึงเปลี่ยนใจหยิบมาทาให้ ลมเหนือรู้ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรจึงขยับหนีเล็กน้อย แต่คนที่สุดแสนจะน่ารำคาญก็ยังตามมาจับขาเขาไว้ ก่อนที่เธอจะนั่งลงต่อหน้าเขา “เดี๋ยวเอื้องทายาให้ค่ะ” พูดจบก็ไม่ได้รอให้เขาตอบกลับมา แต่บีบยาชนิดครีมใส่ปลายนิ้วแล้วป้ายไปที่รอยช้ำตรงหัวเข่าทันที จากนั้นก็ถูวนเบาๆ ทำอย่างตั้งอกตั้งใจ ชายหนุ่มนั่งนิ่ง ดวงตาคมจ้องมองทุกการกระทำของคนตัวเล็ก เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเธอต้องมาทำดีด้วย ทั้งที่เขาก็ไม่ได้ดีตอบเลย ไม่รู้ว่ามีจุดประสงค์อะไรกันแน่ “ถ้าอยากได้อะไรก็โทรบอกเอื้องนะคะ เอื้องจะหามาให้ พี่ลมเหนือจะได้ไม่ต้องเดินบ่อย” เธอเอ่ยขึ้นโดยไม่ได้สนว่าเขาจะตอบกลับมาหรือเปล่า แน่นอนว่าตอนนี้ต่างคนต่างก็แลกเบอร์โทรและเฟซกันเรียบร้อยแล
เอื้องฟ้าต้องมาอยู่ในบ้านของลมเหนือนับตั้งแต่วันนั้น และต้องอยู่นานจนกว่าจะเรียนจบเพราะเป็นคำขอของคุณย่า โดยท่านจะให้เขารับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายทุกอย่าง เท่ากับว่าจากนี้ไป เขาต้องโอนเงินให้เธอทุกสัปดาห์ตามที่เห็นสมควร อีกสองวันก็จะเปิดเทอมแล้ว เธอยุ่งอยู่กับการเตรียมชุดกับอุปกรณ์การเรียนทั้งวันจนไม่มีเวลาไปทะเลาะกับชายหนุ่ม เขาเองก็ไม่สนใจเธอเช่นกัน เหมือนต่างคนต่างคิดว่าอีกฝ่ายไม่มีตัวตน แต่แค่อยู่ในบ้านหลังเดียวกันเท่านั้น ซึ่งคุณย่าให้เธอพักในห้องที่อยู่ชั้นบน ส่วนหลานชายของท่านพักในห้องชั้นล่างเพื่อให้ง่ายต่อการไปไหนมาไหน แต่ห้องนอนจริงๆ ของเขาอยู่ข้างห้องของเธอ เดิมทีคุณย่าจะให้คนขับรถมาอยู่ด้วยเพื่อคอยไปรับไปส่ง แต่ลมเหนือไม่ต้องการให้มา เพราะบ้านของเขาไม่ใช่คฤหาสน์ที่อยู่กันหลายคนแล้วจะไม่อึดอัด เขายื่นคำขาดว่าถ้าเอื้องฟ้าจะมาอยู่ที่นี่ก็ต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเอง นั่นหมายความว่าเธอต้องนั่งรถเมล์หรือไม่ก็ขึ้นแท็กซี่ไปเรียนแทน ซึ่งเธอก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันลำบากอะไร เพราะตอนอยู่บ้านเช่าก็ทำแบบนี้เป็นประจำอยู่แล้ว และคิดว่าดีเสียอีกเพราะจะได้มีอิสระมากขึ้น ไม่ต้องมาคอยกังวลว่าจะกล
เอื้องฟ้าส่งยิ้มให้คนชวนทีหนึ่ง ก่อนจะเดินไปนั่งบนเก้าอี้ตามที่ผู้ใหญ่ผายมือเชิญ เหมือนคุณย่าชบาจะรู้ตัวว่าเป็นนางที่มีความสุขอยู่คนเดียวเพราะสังเกตดูสีหน้าของสองหนุ่มสาว ต่างคนต่างทำหน้าบึ้งตึงเหมือนโกรธกันมาเป็นชาติ ไม่ยอมปริปากคุยกันเลยสักนิด แม่บ้านยกจานอาหารมาวางไว้บนโต๊ะเรื่อยๆ เอื้องฟ้านั่งตรงข้ามกับชายหนุ่มโดยมีหญิงชรานั่งตรงหัวโต๊ะ ไม่นานนักคุณย่าก็เอ่ยขึ้นว่า “พักหลังมานี้ลมเหนือกินอาหารรสเผ็ดไม่ค่อยได้เพราะมักจะแสบท้องตลอด ย่าบอกให้รู้ไว้นะ ในฐานะที่เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน” “ผมไม่เคยนับญาติกับผู้หญิงคนนี้” ลมเหนือพูดแทรกอย่างไม่รักษาน้ำใจกัน ตอนนี้เขาแทบอยากลุกหนีไป ถ้าไม่ติดตรงที่ว่าหิวข้าว ก็ไม่มีทางที่เขาจะมาทนนั่งร่วมโต๊ะด้วยหรอก “เอื้องก็ไม่ได้อยากนับญาติกับพี่ลมเหนือเหมือนกันนั่นแหละ” เอื้องฟ้าขอพูดเอาคืนบ้าง ที่ผ่านมาก็มีแต่เขาที่คอยถากถางเธออยู่ตลอด คิดว่าเธอโมโหไม่เป็นหรืออย่างไร ชายหนุ่มวางช้อนส้อมลงบนจานข้าวแรงอย่างแรงด้วยความขุ่นเคือง ผู้เป็นย่ารู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่จึงยื่นมือไปตบหลังมือเบาๆ เพื่อบอกให้ใจเย็นลง “งั้นย่าขอถามเหตุผลหน่อยสิว่าทำไมถึงไม่อ
หลังจากพัทรินขอตัวกลับเพราะไม่รู้จะอยู่ต่อทำไม หญิงชราจึงบอกให้แม่บ้านไปตามเอื้องฟ้ามาพบ ทันทีที่เจ้าตัวเข้ามา คุณย่าชบาเห็นว่าถือตุ๊กตาหมีติดมือมาด้วยจึงมองด้วยความสงสัย “หนูจะเอาตุ๊กตาไปไหนเหรอ” “เอื้องว่าจะเอามาคืนให้พี่ลมเหนือค่ะ แต่ไม่กล้าคุยกับเขาโดยตรง เลยคิดว่าจะฝากคุณย่าเอาไปให้” “เขาทวง?” “เปล่าค่ะ เขาไม่ได้ทวง แต่เอื้องแค่รู้สึกไม่สบายใจ” “โธ่เอ๊ย… ถ้าคิดว่าคืนให้แล้วเขาจะรับไว้จริงๆ ก็ลองเอาไปให้ดู ย่าจะรออยู่ตรงนี้แหละ” เมื่อหญิงชราตอบกลับมาเช่นนั้น เอื้องฟ้าจึงขอตัวเอาตุ๊กตาหมีไปให้ลมเหนือตามที่ตั้งใจไว้ เธอเคาะประตูห้องของเขา ไม่นานนักประตูบานนั้นก็ถูกเปิดเข้าข้างใน แต่พอเขารู้ว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือเธอ จึงรีบประตูอย่างเร็วพลัน ทว่า… ก็ไม่ทันหญิงสาวอยู่ดีเพราะสภาพร่างกายทำให้เสียเปรียบเธอมากกว่า เขาจึงถอยกลับเข้าไปในห้องอย่างไม่สบอารมณ์ “เข้ามาทำไม” “อย่าเพิ่งโมโหค่ะ เอื้องแค่เอาตุ๊กตาหมีมาคืน” เธอบอกพลางปิดประตูให้สนิท ลมเหนือมองของที่อยู่ในมือเอื้องฟ้า สภาพของมันยังดูดีและสะอาดเช่นเดิม ไม่มีรอยเปื้อนเลยแม้แต่น้อย เขาควรจะดีใจที่เธอเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี







