LOGIN“ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้ครับคุณพ่อ”
ลมเหนือ ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาวัยยี่สิบเก้าปีผู้เป็นทายาทคนที่สองของตระกูลอัครินทร์เดชา ตอนนี้เขากำลังคุยโทรศัพท์กับพ่อที่โทรมาบอกข่าวว่าน้องขับรถชนเสาไฟฟ้า อาการสาหัส ถึงแม้ปลายฝนจะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว แต่เขาก็ไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป จึงโทรบอกผู้ช่วยให้เตรียมรถเพื่อออกเดินทาง เนื่องจากตอนนี้ยังพักอยู่ในบ้านสวนที่พ่อมาสร้างไว้ที่ขอนแก่นตามคำเชิญชวนของเพื่อนท่าน โดยจ้างให้ลุงคนหนึ่งอยู่ดูแลประจำ ซึ่งเขาก็คุ้นเคยกับจังหวัดนี้เป็นอย่างดี เพราะเคยมาใช้ชีวิตอยู่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย เขาเพิ่งกลับจากเมืองนอกได้เพียงห้าเดือนหลังจากบินไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ และศึกษาดูงานอยู่ที่นั่นพักใหญ่เพื่อเตรียมตัวกลับมาช่วยครอบครัวดูแลบริษัท เอเคซี คอนสตรัคชั่น ที่ทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างแบบครบวงจร ทว่าพอกลับมาก็ไม่ได้อยู่ในออฟฟิศเสียทีเดียว เพราะต้องมาคุมงานก่อสร้างอาคารโรงงานในภาคอีสานด้วยตัวเอง ลมเหนือเรียนจบวิศวกรรมโยธาตอนอยู่ไทย และมีประสบการณ์คุมงานก่อสร้างหลายแห่ง พ่อจึงไว้ใจให้ทำงานนี้เพราะเป็นโรงงานของเพื่อนท่าน ตอนนี้ก็สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีแล้ว แต่เขายังต้องเคลียร์เอกสารอีกนิดหน่อยเลยไม่ได้เดินทางกลับ ในขณะที่เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า ภรัณ ผู้ช่วยวัยไล่เลี่ยกันเดินมาเคาะประตูห้อง แต่เพราะห้องถูกเปิดไว้ อีกฝ่ายจึงถือวิสาสะเดินเข้ามา “หารถได้แล้วใช่ไหม” ลมเหนือเอ่ยถามโดยที่ไม่หันไปมอง “ไม่มีรถแล้วครับ ส่วนรถกระบะคันนั้นเขาน่าจะซ่อมเสร็จพรุ่งนี้ เห็นบอกว่าในอู่ซ่อมรถมีช่างยนต์มาทำงานแค่คนเดียว งานเลยไม่เดิน” คนที่กำลังเก็บของใส่กระเป๋าอยู่นั้นหันไปมองคนพูด แล้วพ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด หรือเขาพลาดเองที่ขับรถกระบะของพ่อมาทำงาน แทนที่จะขับรถของตัวเองมา ส่วนสาเหตุนั้นก็ไม่ใช่อะไร ตอนกลับบ้านเมื่อสัปดาห์ก่อน เขาต้องนำรถของตัวเองเข้าศูนย์บริการ แต่เพราะถูกหัวหน้าโฟร์แมนโทรตาม เนื่องจากงานมีปัญหาต้องรีบแก้อย่างเร่งด่วน เลยจำเป็นต้องขับรถคันอื่นมาแทน ภรัณก็ขอติดรถมาด้วยตามปกติ ซึ่งมันก็ไม่แปลกที่จู่ๆ รถกระบะจะเสียจนขับไม่ได้ เพราะถ้านับอายุก็ถือว่าหลายปี พ่อไม่ยอมขายให้คนอื่นทั้งที่ท่านก็รวยมากจนสามารถซื้อรถมาจอดทิ้งไว้ได้เป็นสิบยี่สิบคัน เห็นบอกว่าจะเอาไว้ขับตอนมาอยู่บ้านสวนหลังจากเกษียณ ซึ่งอีกนานกว่าจะถึงวันนั้น เขาว่ารถนี่แหละที่จะไปก่อนคน “คงต้องขึ้นรถทัวร์หรือขึ้นรถตู้ไปครับ แต่ว่าตอนนี้ห้าทุ่มแล้ว ต้องรอให้ถึงพรุ่งนี้อย่างเดียว” ภรัณบอกพลางดูนาฬิกาข้อมือ “รอไม่ได้หรอก ผมต้องรีบกลับไปดูน้อง เดี๋ยวขับรถมอเตอร์ไซค์ไป” รถมอเตอร์ไซค์ที่เขาเอ่ยถึงก็คือรถที่พ่อซื้อไว้ให้พ่อบ้านขับเวลาไปซื้อของ ฉะนั้นเขามีสิทธิ์จับมันได้ทุกเมื่อ “จะดีหรือครับ ผมว่ามันอันตรายนะ ระยะทางก็ไม่ใช่ใกล้ๆ” “ก็ดีกว่านั่งรอจนถึงตอนเช้าแล้วกัน คุณอยู่ที่นี่ช่วยเคลียร์งานที่ค้างอยู่ให้ผมเถอะ แล้วเจอกันอีกทีในออฟฟิศ” ลมเหนือบอกพลางสะพายกระเป๋าเป้สีดำแล้วเดินดุ่มๆ ออกจากห้องไป ภรัณจะเดินตามไปห้ามอีกครั้ง แต่ก็ไม่ทันเพราะเขาเดินเร็วมาก ในขณะที่เดินไปหารถจักรยานยนต์และบอกพ่อบ้านหาหมวกกันน็อกให้ มือก็ล้วงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาผู้เป็นพ่ออีก เพราะยังสงสัยว่าปลายฝนขับรถไปไหน ทำไมถึงประสบอุบัติเหตุได้ ซึ่งท่านยังไม่ได้เล่าให้ฟังอย่างละเอียดเลย เขารู้แค่ว่าตอนสามทุ่มยี่สิบนาทีของวันนี้ น้องส่งข้อความมาบอกประโยคเดียวว่า ‘น้องเอื้องแย่งแฟนฝน’ ตามด้วยอีโมจิร้องไห้ แต่คนเป็นพี่ไม่ได้เปิดอ่านเพราะชาร์จแบตทิ้งไว้อยู่ในห้องนั่งเล่น และเข้าไปแช่น้ำในอ่างอยู่นานเพราะเหนื่อยมากจริงๆ พอออกไปสวมใส่เสื้อผ้าก็ทิ้งตัวลงนอน จนกระทั่งได้ยินเสียงพ่อบ้านเคาะประตูห้อง บอกว่ามีคนโทรมาสองครั้งแล้ว เขาถึงได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นลมเหนือนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวันวานแล้วยิ้มอย่างสุขใจ เขาเล่าให้เอื้องฟ้าฟังหมดแล้วว่าที่ผ่านมามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง เธอจึงรู้ถึงสาเหตุที่โทรศัพท์ของเขามีแต่รูปถ่ายของเธอเต็มไปหมดเขาเล่าให้เธอฟังอีกด้วยว่าบ้านหลังเล็กที่ซื้อไว้หลังจากกลับมาอยู่ไทย ก็ซื้อไว้เพื่อรอเธอ เพราะตั้งใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะจีบให้ติดแล้วสร้างครอบครัวไปด้วยกันเดิมทีเขาควรไปแสดงตัวกับเอื้องฟ้าตั้งแต่เดือนแรกที่กลับมาแล้ว แต่เพราะช่วงนั้นมีงานด่วนมาก คนที่ถูกมอบหมายให้ไปทำหน้าที่เป็นวิศวกรประจำโครงการในไซต์งานก่อสร้าง เกิดประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์กะทันหัน และหาคนมาแทนอย่างเร่งด่วนไม่ได้ พ่อเลยขอให้เขาลุยงานต่างจังหวัดอีกครั้ง ซึ่งต้องอยู่ที่นั่นเป็นระยะเวลาห้าเดือนแต่ตอนอยู่ขอนแก่น ใช่ว่าเขาจะไม่ไปหาเอื้องฟ้าเลย เพราะอาศัยช่วงวันหยุดขับรถกลับบ้านแล้วแอบแวะไปดูเธอที่บ้านเช่า แต่ไม่ได้ไปทุกอาทิตย์เพราะบางทีก็เหนื่อยล้าจากงาน อีกทั้งระยะทางก็ไกลมาก เดือนหนึ่งเขาจะกลับสักสองครั้งได้ลมเหนือคิดว่าจะเริ่มจีบเอื้องฟ้าตั้งแต่ช่วงเดือนที่สองที่เขามาอยู่ไทย เพราะอาทัตอนุญาตให้จีบ แต่เวลาเขาไปบ้านเช่าหลังนั้นทีไร ก็มั
ในที่สุด วันที่น้องเขาต้องฝึกงานในช่วงปี 4 ก็มาถึงปลายฝนได้ฝึกงานกับบริษัทที่อยู่ใกล้บ้านของรดา แต่ก็ไม่วายแอบแวะมาที่บ้านอัครินทร์เดชาเกือบทุกอาทิตย์ เนื่องจากทนคิดถึงคุณย่าไม่ไหว เลยทำให้เขากับน้องได้เจอหน้ากันมากขึ้นอยู่ช่วงหนึ่งลมเหนือกับปลายฝนสนิทกันมาก เรียกได้ว่ามีความลับอะไรก็ไม่เคยปิดบังกันได้เลย ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เขาต้องเตรียมตัวไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ แต่ใจก็ยังพะวงถึงเอื้องฟ้าตลอด กลัวเธอมีแฟน กลัวเธอไม่รู้ว่าเขาแอบรัก ความกังวลทั้งหมดทั้งมวลมันเลยถ่ายทอดออกมาทางสีหน้า จนคนที่อายุน้อยกว่ารู้สึกได้“พี่เหนือเป็นไรอะ” เธอเอ่ยถามพี่ชายในขณะที่ช่วยเขาจัดกระเป๋าเดินทาง“เปล่า”“เหรอคะ ฝนก็นึกว่าไม่อยากไปต่างประเทศแล้วซะอีก”ชายหนุ่มเงียบไปชั่วครู่ ดูเหมือนว่าเขาเองก็อึดอัดใจเช่นกันที่ต้องปิดบังเรื่องนี้กับน้อง เมื่อคิดไตร่ตรองดูดีๆ แล้ว ในที่สุดก็ถามน้องไปว่า“รู้จักน้องสาวของรดาไหม”“น้องสาวของรดา… เหมือนเคยได้ยินว่าอาทัตมีลูกสองคนนะคะ แต่ฝนยังไม่เคยเห็นหน้าเลย ไม่ค่อยได้แวะไปบ้านเพื่อนด้วย ว่าแต่… พี่เหนือมีอะไรเหรอ”“น้องชื่อเอื้องฟ้า ตอนนี้เรียนอยู่ ม.5 แล้ว พี่ว่าจะฝากใ
วันครบรอบวันเกิดปีที่ยี่สิบเอ็ดของน้อง…“พี่ไม่ลืมหรอก เดี๋ยวพี่ซื้อเค้กไปให้นะ” ลมเหนือบอกน้องสาวผ่านโทรศัพท์ เมื่อครู่นี้ปลายฝนโทรมาย้ำเตือนเขาว่าลืมอะไรไปหรือเปล่า เขาที่พึ่งเสร็จจากการทำรายงานบันทึกประจำวันเลยต้องรีบเก็บสัมภาระเพื่อไปร้านเค้กให้เร็วที่สุดสถานที่ที่เขาทำงานอยู่นี้คือไซต์งานก่อสร้างอาคารพาณิชย์ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทเอเคซีคอนสตรัคชั่น เมื่อเดินไปที่รถก็เจอกับโฟร์แมนคนสนิทที่เดินผ่านมา“อ้าว จะรีบไปไหนครับ” ชายหนุ่มอายุไล่เลี่ยกันเอ่ยถามอย่างแปลกใจ ถึงแม้ตอนนี้จะถึงเวลาเลิกงานแล้ว แต่เขาก็ไม่เคยเห็นเจ้านายหนุ่มรีบกลับขนาดนี้“รีบไปซื้อเค้กให้น้องครับ เมื่อกี้โทรมาทวงแล้ว” ลมเหนือพูดยิ้มๆ อย่างไม่ซีเรียส“ผมก็นึกว่าจะรีบไปหาสาวซะอีก”“สาวที่ไหน ไม่มีหรอก”“อายุตั้งยี่สิบห้าแล้ว จะไม่ลองคบใครสักคนเลยหรือครับ ขนาดผมหน้าตาไม่ดียังจีบผู้หญิงติดเลย”คำพูดของอีกฝ่ายทำให้ลมเหนืออดขำไม่ได้ เขาตอบว่า“ผมทำแต่งานภาคสนาม ตากแดดตากลม จะเอาเวลาที่ไหนไปจีบผู้หญิงล่ะ ขอตัวก่อนนะ ต้องรีบไปแล้ว” เอ่ยเพียงเท่านั้นก็โบกมือให้อีกฝ่ายแล้วเข้าไปนั่งในรถเขาใช้โทรศัพท์ค้นหาดูว่าแ
วันต่อมา หมออนุญาตให้คุณย่าชบากลับบ้าน ท่านนั่งรถไปกับหลานชายคนโต เอื้องฟ้าจึงใช้โอกาสนี้ขอร้องลมเหนือให้ขับรถพาไปดูพี่สาวอีกครั้ง เขาก็ยอมทำตามใจทว่าเมื่อไปถึงกลับพบว่ารดาย้ายออกไปแล้ว ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าไปอยู่ที่ไหนเนื่องจากเจ้าตัวไม่ได้บอกเพื่อนร่วมงาน คล้ายกับว่าไม่อยากให้น้องตามมาดูอีกเอื้องฟ้าเสียใจที่มาไม่ทัน แต่ลมเหนือก็คอยปลอบอยู่ตลอด เธอจึงพยายามทำใจและเคารพการตัดสินใจของพี่อยู่ที่นั่นได้ไม่นานนักเขาก็พาเธอกลับบ้านอัครินทร์เดชาเพราะผู้ใหญ่มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยที่คฤหาสน์หลังใหญ่นั้น น้องเพลินยังอยู่กับลุงและป้าสะใภ้เช่นเดิมเพราะได้ทั้งขนมทั้งของเล่น ตอนนั่งเล่นดินอยู่ในสวนหน้าบ้าน พ่อกับแม่เรียกก็แทบไม่หันมามอง มีเพียงเจ้าหมามีตังค์ที่วิ่งมาต้อนรับด้วยท่าทางดีใจ เหมือนไม่ได้เจอกันหลายวัน ทั้งที่เจ้านายเพิ่งออกจากบ้านไปแค่สามชั่วโมงเอื้องฟ้ารักหมาโกลเด้นตัวนี้มาก เพราะวันที่เธอหนีไป ก็มีแค่มันที่รู้ และยังเห่าเรียกเหมือนจะรั้งกันไว้อีก เธอจึงนั่งลงแล้วลูบหัวมันด้วยความรักสักพักแม่บ้านก็ออกมาตามทุกคนให้เข้าไปข้างในเพราะมีคนรออยู่ หญิงสาวทำหน้าแปลกใจนิดหน่อย พอหันไปถามคนตั
“พายัยเอื้องมาทำไมคะ ดาบอกแล้วไงว่าไม่ต้องยุ่งกับชีวิตดา ตราบใดที่ดายังทำงานในบาร์อยู่ ไม่อดตายหรอก”“หยิ่งทะนงไม่เคยเปลี่ยน” เขาพูดด้วยสีหน้าเรียบนิ่งรดายักไหล่อย่างไม่ยี่หระ แน่นอนว่าลมเหนือเคยมาหาเธอครั้งหนึ่งแล้วเมื่อสองเดือนก่อน เขาบอกว่าถ้าต้องการความช่วยเหลือก็บอกเขาได้ แต่ให้ตายอย่างไร เธอก็คงไม่มีทางเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากเขาเด็ดขาดเธอไม่สนโลกมานานแล้ว และไม่ชอบเรียกร้องความสงสารจากใครด้วย โดยเฉพาะกับคนที่เคยมีปัญหาต่อกัน“พี่ดา มันเกิดอะไรขึ้นหรือคะ แล้วคุณมนไปไหน”“แม่เหรอ ตัดสินใจจากโลกนี้ไปแล้ว หนี้สินรุมเร้า”เอื้องฟ้าได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจจนพูดไม่ออก แต่พี่กลับทำเหมือนไม่รู้สึกอะไรเลยใช่ว่ารดาไม่เสียใจที่แม่ปลิดชีพตัวเองภายในบ้านหลังเล็ก แม่หลอกให้เธอหนีเอาตัวรอดคนเดียว แล้วนางก็ขอจบทุกอย่างด้วยตัวเอง เธอเสียใจ แต่ก็โกรธที่แม่ฆ่าตัวตายมากกว่าจากเหตุการณ์นี้เองที่ทำให้เธอกลายเป็นคนไม่สนโลก และไม่แสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น แม้แต่น้ำตาสักหยดเดียวก็ไม่มี ทุกวันนี้ทำงานในบาร์ที่ต้องไปทำเรื่องอย่างว่ากับลูกค้าต่อ เธอก็ทำเพียงเพราะให้แต่ละวันมันผ่านไปเท่านั้นอะไรคือความทุกข
“พี่พัทร่วมมือกับพี่ดาเพราะเกลียดเอื้อง เอื้องไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม…”“พัทไม่ได้เกลียดเธอคนเดียวหรอก แต่เกลียดน้องพี่ด้วยทั้งที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งหลายปี ที่น่ากลัวคือซ่อนมีดไว้ข้างหลังแล้วแสร้งทำดีต่อหน้าเพื่อน แต่พี่ก็ไม่ได้โทษพัทฝ่ายเดียวหรอกนะ ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดมันมาจากตัวพี่เอง พี่รักพัทไม่ได้เพราะใจไปอยู่กับเธอหมดแล้ว นี่เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พัทตามสืบว่าเธอเป็นใคร จนกระทั่งเกลียดเธอเข้ากระดูกดำนั่นแหละ”“พี่พัทเป็นแบบนี้มานานหรือยังคะ”“ได้ยินคุณย่าบอกว่าเริ่มมีอาการตั้งแต่ช่วงปีแรกที่พี่ไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ แต่พัทไม่ยอมไปหาหมอ อาการเลยหนักขึ้นเรื่อยๆ พี่ก็รู้สึกผิดเหมือนกันที่เคยด่าทอ เคยไล่ให้ไปตายด้วย ครอบครัวพี่เคยตั้งมั่นว่าจะไม่ยุ่ง แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่ดูอยู่ห่างๆ และช่วยเรื่องค่ารักษาเป็นครั้งคราวหลายคนอาจจะตั้งคำถามว่าช่วยทำไม แต่ชีวิตของคนเราก็มีแค่นี้ โกรธแค้นกันไปจนวันตายก็มีแต่จะทุกข์ใจเปล่าๆ แล้วพี่ก็เชื่อว่าถ้าปลายฝนยังมีชีวิตอยู่ ก็คงอยากช่วยเพื่อนเหมือนกัน”“พี่ปลายฝนใจดีมาก ใจดีเหมือนคุณลุงปรานต์”“ใช่ แต่พลาดตรงที่ไปคบกับภาวิน โดยที่ไม่รู้ว่ามันแอบ
พัทรินเงียบหายไปถึงสองวันเพราะคิดมากจนนอนไม่หลับ เป็นเหตุให้เธอปวดหัวจนออกจากบ้านไม่ได้เมื่อถึงช่วงบ่ายของวันต่อมา เธอกลับมาที่บ้านอัครินทร์เดชาอีกครั้ง แล้วพบว่าต้นกุหลาบหายไป แต่มีกล้วยไม้มาแทนที่ แขวนเรียงรายกันอย่างหนาตามากกว่าเดิมอีกเมื่อถามคนสวนจึงได้ความว่าเอาไปให้โรงเรียนประถมที่อยู่ในละแ
“กะ กลัวอะไรคะ พี่ลมเหนือพูดเรื่องอะไร”“หึ! เลิกตอแหลได้แล้ว ไม่อิน” เขาหันหน้าหนีไปทางอื่นอย่างฉุนเฉียวคำพูดนั้นทำให้หญิงสาวถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่จะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ “พัทไม่เข้าใจสิ่งที่พี่ลมเหนือพูดค่ะ ไม่ทราบว่าหมายถึงอะไร?”แววตาของลมเหนือที่มองพัทริน ถึงแม้จะดูเย็นยะเยือก แต่เธอ
พยานสองคนเล่าเหมือนกันว่ารดาสวมรอยเป็นเอื้องฟ้าแล้วบอกให้ภาวินมาที่รีสอร์ต เมื่อเขามาถึง รอจนถึงช่วงค่ำ นายพงษ์ก็ทำหน้าที่เอาของมึนเมาไปให้โดยบอกว่าเป็นบริการเครื่องดื่มฟรี แต่มีการใส่ยานอนหลับลงไปด้วยเดิมทีรดาไม่คิดว่าปลายฝนจะบุกไปหาแฟนกับชู้ถึงรีสอร์ต เธอแค่คิดจะจัดฉากให้ภาวินนอนกับเด็กที่ตัวเอง
“ร้อนเงินเหรอ”“ค่ะ” หญิงสาวกัดฟันตอบ เธอกำลังอยู่ในช่วงร้อนเงิน แล้วยังมาท้องกับผู้ชายที่เจอกันในผับอีก แน่นอนว่ามีเซ็กซ์ตั้งแต่คืนแรกที่รู้จักกันเพราะคิดว่าเขารวยจนสามารถเลี้ยงเธอได้ เธอจึงปล่อยให้ตัวเองท้องเพื่อจับเขาทว่า… สิ่งที่คิดมานั้นไม่เป็นความจริงเท่าใดนัก เพราะเขาก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ค







