Share

บทที่ 3

Penulis: โมเนโต้
“เฟนด์ คุณบ้าไปแล้วเหรอ? อย่าลืมความเป็นตัวของตัวเอง คุณเป็นเพียงคนที่แค่มาแต่งงานกับตระกูลของเรา อย่าคิดว่าเพียงเพราะแค่คุณเป็นทหารมาสองสามปี แล้วคุณจะสามารถมาล้อเล่นกับฉันด้วยความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยได้งั้นเหรอ”

อีวานกัดฟันและพยายามยืนขึ้น

ปัง!

เฟนด์ตอบโต้ด้วยการเตะและผลักเขากลับลงไปปัดฝุ่นในพื้นที่

“ฉันจะไม่พูดซ้ำอีก!”

เฟนด์บิดหลังมืดของอีวาน

"อ๊ากก!" อีวานร้องเสียงหลง เขารู้สึกราวกับว่ากระดูกของเขาถูกบดขยี้ออกเป็นเสี่ยง ๆ

“ไอ้ลูกนอก...” อีวานเงยหน้าขึ้นและกลัวจนพูดไม่ออกเมื่อเงยหน้าขึ้นไปพบกับใบหน้าที่โหดเหี้ยม ไร้ความปรานีของเฟนด์

“แกจะกินมันไหม? ถ้าแกไม่ทำ ฉันจะฆ่าแกทิ้งทันที!” เฟนด์ประกาศอย่างเย็นชา

“กะ-กะ-กิน ฉันจะกินมัน!”

ครั้งนี้อีวานรู้สึกกลัวเฟนด์อย่างที่สุด แม้ว่าเขาจะไม่เต็มใจ แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะฝืนกัดขนมปังที่เต็มไปด้วยดินและยัดเข้าปากไป

“ชาวน่าขอบคุณมากสำหรับการดูแลไคลีอย่างดี เซเลน่าอยู่ที่นี่ไหม?”

เฟนด์เดินไปหาสาวใช้ เขาจำได้ว่าชาวน่าเคยเป็นสาวใช้ส่วนตัวของเซเลน่าที่สนิทกับเธอมาก

“คุณผู้หญิง ถูกเนรเทศให้ออกจากตระกูลเทย์เลอร์ค่ะ เนื่องจากครอบครัวต่อต้านการให้กำเนิดไคลี และเธอก็ไม่เชื่อฟังพวกเขา นั่นคือเหตุผลว่าทำไม…”

ดวงตาของชาวน่าเต็มไปด้วยน้ำตาขณะที่เธอเล่าถึงเหตุการณ์นั้น

"ไปกันเถอะพาฉันไปหาเธอ!”

เฟนด์อุ้มไคลีขึ้นมา “ไคลีจะไม่มีใครหน้าไหนกล้ายุ่งกับหนูอีกในอนาคต!”

“พี่สาวคะ เขาเป็นใครกันคะ”

ไคลียังหวาดกลัวจากเรื่องก่อนหน้านี้ เห็นได้ชัดว่าเธอยังคงหวาดกลัว

“ไคลีเขาเป็นพ่อของหนู เรียกเขาว่าพ่อ เขายังไม่ตาย เขากลับมาแล้ว!"

ชาวน่าเร่งรีบที่จะอธิบาย ตลอดห้าปีที่ผ่านมาชีวิตของเซเลน่าช่างน่าสงสาร

“คุณเป็นพ่อของหนูจริงๆเหรอคะ”

ไคลีเม้มริมฝีปากของเธอ ขณะที่ดวงตาของเธอสว่างไสวขึ้น “พวกเขาบอกว่าพ่อของหนูตายไปแล้ว คุณเป็นพ่อของหนูจริง ๆ เหรอ? แต่แม่บอกว่าพ่อยังมีชีวิตอยู่อย่างแน่นอน แม่บอกว่าถ้าพ่อกลับมาเราจะไม่ต้องไปเก็บขยะกันอีก!”

เฟนด์ฉีกยิ้มทันที ถึงแม้ว่าเขาจะสูงเจ็ดฟุตและเป็นนักรบสูงสุดคนเดียวของดัสเซีย แต่ดวงตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีแดงกล่ำด้วยน้ำตา

“ชาวน่าคุณควรจะตัดสินใจให้ดี ถ้าคุณกล้าเดินออกจาก เทย์เลอร์ เรสซิเด้นส์ คุณจะตกงาน คุณควรจะรู้ว่ามีคนมากมานที่ต่อสู้เพื่อที่จะมีโอกาสได้เป็นสาวใช้ของตระกูลเทย์เลอร์!” อีวานตะโกนลั่น หลังจากที่เขากินขนมปังสองก้อนเสร็จในที่สุด

“แกมันไร้สาระ!”

เฟนด์เตะเขาซ้ำ อีวานถึงกับกระอักเลือดออกมาเต็มปาก

"ดี! คนแบบนี้สมควรได้รับมัน!” ไคลีร้องเสียงแหลมอย่างตื่นเต้นขณะที่เธอได้เห็นฉากตรงหน้า

“ฉันไม่ต้องการงานนี้ ไปกันเถอะ นายท่านเฟนด์ ฉันจะพาคุณไปหาคุณเซเลน่าของคุณ!”

ชาวน่าข่มใจเธอจากนั้นมองไปที่ ไคลี และถามว่า “ไคลี ทำไมหนูถึงไม่ทักพ่อของหนู”

ไคลีก้มหัวลงอย่างเขินอาย หลังจากนั้นไม่นานในที่สุดเธอก็พูดด้วยน้ำเสียงที่ไร้เดียงสาอ่อนหวาน

“พ่อ…”

"เด็กดีของพ่อ ดูหนูสิ เนื้อตัวมอมแมมเหลือเกิน รีบไปกันเลย พ่อจะพาหนูไปอาบน้ำทำความสะอาดและซื้อเสื้อผ้าใหม่เปลี่ยนกัน!”

เฟนด์ จูบไคลีที่หน้าผากด้วยความรัก เขารู้สึกว่าหัวใจของเขาอบอุ่นขึ้น เธอคือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา

ทันใดนั้น เฟนด์ก็นำชาวน่าและไคลี มายังโรงอาบน้ำที่ดีที่สุดในอาณาเขตกลาง

“นายท่านที่นี่แพงมาก…” ชาวน่า เตือนเขาเบา ๆ

“ลูกสาวของฉันสมควรได้รับการดูแลแบบนี้”

เฟนด์ ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองตลอดเวลา สายตาที่เต็มไปด้วยความรักของเขายังคงจับจ้องไปที่ ไคลีที่ยังอยู่ในอ้อมแขนของเขา

“คุณครับ คุณมาผิดที่หรือเปล่า? โรงอาบน้ำแห่งนี้ไม่ต้อนรับคนขอทาน!”

เมื่อพวกเขามาถึงประตู พนักงานบริการก็หัวเราะเยาะเบา ๆ ขณะที่เขามองไปที่ใบหน้าสกปรกมอมแมมของไคลี สายตาที่เขาจ้องมองเต็มไปด้วยความรังเกียจ

“ฉันรู้!”

เฟนด์ เอ่ยเตือนอย่างจริงจังว่า “ฉันให้เวลาแก 10 นาที!”

"10 นาที?" อีกฝ่ายก็สับสน

“10 นาที เพื่อจัดการสถานที่แห่งนี้ ฉันต้องการให้ลูกสาวอันเป็นที่รักของฉันได้อาบน้ำ!”

พนักงานบริการหัวเราะเบาๆ “คุณผู้ชายนี่คุณกำลังล้อเล่นเหรอ? เรามีห้องอาบน้ำส่วนตัวสำหรับผู้คนมากกว่าพันคนและยังไม่ได้รวมกิจกรรมอื่นๆอีก เว้นแต่ว่าคุณมีเงิน 80,000 เหรียญ ไม่งั้นอย่าฝันเลยว่าฉันจะเคลียร์ที่นี่ให้!”

“ต้องบอกว่าระบบปรับปรุงชั่วคราวก่อนจะดำเนินการต่อ มองดูคุณสิ คุณไม่น่าจะใช่คนที่สามารถควักเงินจำนวนมากได้! นอกจากนี้แม้ว่าคุณมีเงินเป็นจำนวนมากคุณคงไม่คิดว่าเราจะให้บริการแก่พวกขอทานใช่ไหม?”

สีหน้าของเฟนด์หม่นลง อากาศรอบข้างดูเหมือนจะลดลงสองสามองศา “พูดอีกทีซิ?”

“ลูกสาวของคุณสกปรกมาก เธอไม่ใช่ขอทานหรือ”

ปัง!

พนักงานบริการถูกเตะออกไป

“คุณทำบ้าอะไร คุณกำลังจะพยายามทำอะไร? คุณรู้ไหมว่าที่นี่คือที่ไหน”

พนักงานบริการปีนกลับขึ้นมาและตะโกนว่า “ทุกคนมีคนมาหาเรื่อง”

“ให้ตายเถอะ สถานที่แห่งนี้อยู่ภายใต้เขตอำนาจของตระกูลคลาร์ก ไอ้บ้านี่น่ะเหรอที่กล้าที่จะมา

สร้างปัญหาที่นี่”

"ถูกต้อง เราไม่สามารถช่วยได้ ถ้าเขาอยู่ที่นี่บอกศาลว่าเอามันให้ตาย!”

ลูกค้าสองสามคนส่ายหัวเมื่อเห็นที่เกิดเหตุ

เราควรทราบว่าโรงอาบน้ำที่หรูหราเช่นนี้ได้รับการสนับสนุนจากบุคคลที่มีอิทธิพล

ถึงขนาดที่ว่าพวกเขามีอำนาจที่จะทำให้อาณาเขตกลาง ทั้งหมดสั่นสะเทือนใต้เท้าของพวกเขา

ในไม่ช้ากลุ่มผู้ชายที่ร่างกายกำยำก็รีบเข้ามา

“ใครกล้ามาก่อปัญหาในที่ของเรา” หนึ่งในนั้นตะโกน

เขาเป็นผู้ชายที่รูปร่างกำยำ

“ดินแดนนี้เป็นของตระกูลคลาร์ก นายกล้ามากที่กล้าก่อปัญหาที่นี่!” ผู้ชายอีกคนพูด

“ลูกสาวของฉันไม่ใช่ขอทาน ก็ดีถ้าแกทำให้ฉันอับอาย และถ้าใครกล้าทำให้ลูกสาวของฉันขุ่นเคืองอีก มันจะไม่จบลงด้วยดีแน่!”

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาลูกสาวของเขาต้องผ่านความทุกข์ทรมานมามาก เฟนด์เพียงหวังว่าจะทำให้เธอและเซลีน่าเจอปัญหาให้น้อยลง

“ไอ้เด็กนั่น นี่แก แกช่างกล้ามาก!”

“แกรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร? ฉันคือมังกรดำ แห่งอาณาเขตกลาง นายพลของตระกูลคลาร์ก คุกเข่าและยอมรับการกระทำของแกในวันนี้ แล้วไปให้พ้นสายตาของฉัน!”

“สถานประกอบการของฉัน ไม่ได้ให้บริการคนที่แต่งตัวไม่ดี และเราไม่ให้บริการคนขอทานเนื้อตัวเน่าเหม็น ลูกสาวนายเป็นขอทานแน่ ๆ …”

ชายร่างกำยำก้าวไปข้างหน้าสองก้าวพร้อมกับใบหน้าที่หยิ่งผยอง

"อะไรนะ!? เขาคือมังกรดำงั้นเหรอ? ฉันได้ยินมาว่าเขาเป็นนักสู้ที่น่ากลัว ความสำเร็จทั้งหมดของเขามาจากการสังหารของเขา! ครั้งหนึ่งเขาสามารถฆ่าคนกว่าร้อยคน และช่วยชีวิตอาจารย์คลาร์ก เรื่องราวนั้นแพร่กระจายไปทั่วท้องถนน!”

ผู้อยู่ในเหตุการณ์บางคนถอยไปสองสามก้าวด้วยความรู้สึกกลัว พวกเขารู้สึกถึงความน่ากลัวจากภายใน

“แกจะคุกเข่าต่อหน้าฉันไหม?”

เฟนด์ประหลาดใจ “ฉันกลัวคนที่กล้าให้ฉันคุกเข่า ยังไม่ทันเกิด ฉันก็ลืมไปแล้วว่าฉันฆ่าคนไปกี่คน!”

“น่าสนใจ แกกล้าทำตัวแข็งกร้าวต่อหน้าฉัน ฮ่า ๆ ๆ ฉันกลัวว่าแกจะยังไม่เกิด ตอนที่ฉันเริ่มสับคนอื่นด้วยกระบี่ของฉัน!”

มังกรดำ หัวเราะออกมาดัง ๆ “ฉันขอโทษนะเด็กน้อย ฉันรู้ดีว่ามีคนที่มีอำนาจมากมายในอาณาเขตกลางมีกี่คน บังเอิญแกไม่ได้อยู่ในรายชื่อนั้น!”

“วันนี้…แกจะได้รู้จักฉัน!”

เมื่อเขาพูดจบประโยคก็มีแสงวูบผ่าน มังกรดำล้มลงไป

มังกรดำ ยังคงนอนนิ่งอยู่บนพื้น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความแปลกประหลาดใจ เขาไม่หายใจอีกต่อไป

ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่!

"คุณพระช่วย มังกรดำตายแล้ว!” มีคนตะโกนด้วยความกลัวหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 2455

    ตราบใดที่มันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการบ่มเพาะโอสถของเขา ทั้งสองคนจะทำอะไรตามต้องการก็ย่อมได้ สิ่งนั้นไม่กระทบอะไรกับเขาเลย“ถึงฉันจะดูแคลนหมอนี่ แต่เขาก็ยังกล้าเสมอ เขาก็คงจะมีความสามารถอยู่บ้าง เขาน่าจะผ่านสองขั้นตอนแรกได้อย่างไม่มีปัญหา” เกรย์สันพูดอย่างชัดเจนรูดี้มองไปที่เกรย์สันด้วยรอยยิ้มเย็นชาบนใบหน้าแล้วตอบว่า "นายดูมั่นใจกับหมอนี่มากเลยนะ ฉันจะคิดว่าทุกครั้งที่เขาพูดก่อนหน้านี้ล้วนเป็นเรื่องไร้สาระทั้งหมด“ฉันคิดว่าเขาอาจจะไปถึงขั้นที่สองก่อนที่เขาจะล้มเหลวโดยสิ้นเชิง! ฉันอยากเห็นจริง ๆ ว่าถ้าล้มเหลวขึ้นมา เด็กสารเลวคนนี้จะสู้หน้าเราได้ยังไง”เกรย์สันสูดหายใจเข้าลึก ๆ เขารู้สึกได้ว่าความโกรธของรูดี้ที่มีต่อเฟนด์นั้นลึกซึ้งกว่าของเขามากดวงตาของรูดี้ลุกเป็นไฟ เห็นได้ชัดว่าเขาเกลียดเฟนด์มากเพียงใดเกรย์สันหัวเราะอย่างเย็นชา "แล้วมาดูกันว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ฉันคิดว่าเขาน่าจะสามารถไปถึงขั้นตอนสุดท้ายได้ ถ้าเขาสามารถควบรวมอักขระทางยาได้ถึงร้อยเม็ดเขาก็น่าจะมาถึงระดับนั้น"หลังจากที่ทั้งสองพูดเรื่องเหล่านั้นออกมา พวกเขาก็ปิดปากเงียบพร้อม ๆ กับการมองดูเฟนด์โดยไม่พูดอะไรพวกเขามอง

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 2454

    ผู้อาวุโสฮอร์สท์กระแอมเล็กน้อยในขณะที่เขาพูดต่อ “หลังจากที่เธอบ่มเพาะโอสถได้สำเร็จแล้ว ให้นำโอสถมาให้ฉันตรวจสอบ พวกเธอจะมีเวลาในการทดสอบทั้งสิ้นแปดชั่วโมง ถ้าเธอไม่สามารถบ่มเพาะโอสถได้ภายในแปดชั่วโมง ก็จะแปลว่าไม่ผ่านการทดสอบ ดังนั้นอย่าได้ช้าเกินไป”พวกเขาทั้งสามพยักหน้าแทบจะพร้อมกัน หลังจากผู้อาวุโสฮอร์สท์ให้คำแนะนำแล้ว เขาก็จัดให้มีคนงานสองสามคนคอยเป็นคนตรวจ มีผู้ดูแลยืนอยู่ด้านหลังทั้งสามคนเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไม่ทำอะไรผิดพลาดหลังจากนั้นผู้อาวุโสฮอร์สท์ก็หันกลับมาและไปหาผู้สอบคนอื่น ๆ รูดี้หรี่ตาลง ขณะที่เขาเหลือบมองเฟนด์และพูดว่า "ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการบ่มเพาะโอสถระดับหกคือขั้นตอนสุดท้าย แต่ขั้นตอนแรกก็ไม่ง่ายเช่นกัน ถ้านายรู้ว่าทำไม่ได้ ก็อย่าทำให้ต้องสิ้นเปลืองวัตถุดิบเลย ของพวกนี้ล้วนมีราคาค่างวด ต่อให้นายจะขายตัวเองเป็นทาสก็ยังไม่พอให้ซื้อของพวกนี้!”เฟนด์ถอนหายใจออกเบา ๆ หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านั้น ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าเขาเบื่อเกินกว่าจะอ้าปากพูดด้วยซ้ำ เขาตัดสินใจที่จะเพิกเฉยต่อผู้ชายคนนั้นและทุกสิ่งที่จะออกมาจากปากเขา ถึงโต้ตอบไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรอยู่ดี

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 2453

    เกรย์สันหรี่ตาลงขณะที่เขามองเฟนด์ด้วยความโกรธเช่นกัน เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ดูเหมือนว่าวันนี้ นายจะมาที่นี่เพื่อหาเรื่องขายหน้าให้กับตัวเองเท่านั้น"หลังจากพูดจบเกรย์สันก็หันหลังกลับและเงียบไป เสียงความขัดแย้งหยุดลง และทุกคนรอบ ๆ ก็เริ่มกระซิบกระซาบกันผู้อาวุโสฮอร์สท์มองเฟนด์อย่างมีความหมาย ราวกับว่าเขามองเฟนด์ในมุมมองที่ต่างออกไป ทันใดนั้นผู้อาวุโสฮอร์สท์ก็อยากรู้เรื่องของเฟนด์อย่างไม่น่าเชื่อ แต่ในขณะนั้นเขาไม่อาจพูดอะไรออกมาได้เมื่อเขาเห็นว่าทุกคนได้จับกลุ่มกันเรียบร้อยแล้ว ผู้อาวุโสฮอร์สท์ก็โบกมือแล้วพูดว่า "มากับฉัน!"ทุกคนติดตามผู้อาวุโสฮอร์สท์ไปเป็นกลุ่ม ๆ ผู้อาวุโสฮอร์สท์เข้าไปในเรือวิญญาณ ภายในเรือเต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังรีบร้อนพวกเขาเดินตามหลังผู้อาวุโสฮอร์สท์ไปอย่างใกล้ชิด เดินลัดเลาะไปตามทางก่อนจะมาถึงห้องกว้างขวางในที่สุด ห้องกว้างขวางมากจนเรียกได้ว่าห้องโถงเลยทีเดียวทันทีที่พวกเขาก้าวเข้าไปในห้อง ทุกคนก็สามารถสัมผัสได้ถึงรังสีของโอสถที่หนาแน่นรอบ ๆ บรรยากาศ พื้นที่ในห้องนี้ใหญ่เกินพอสำหรับพวกเขาแปดสิบคนเฟนด์ประเมินสถานการณ์เล็กน้อย ห้องนี้ใหญ่พอที่จะรองรับคน

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 2452

    พวกเขาถาโถมข้อกล่าวหาและดูหมิ่นมามากเกินไป ถึงเขาจะไม่อยากโต้เถียงกับคนพวกนี้ แต่เขาก็ยังถูกบังคับให้ต้องเงยหน้าขึ้นมาอย่างช้า ๆ อยู่วันยันค่ำเขามองเข้าไปในดวงตาของรูดี้ซึ่งเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ราวกับเขาเป็นเพียงแมลงในสายตาของรูดี้เฟนด์หัวเราะอย่างเย็นชา “แล้วนายได้ยินเสียงสุนัขที่เห่าดังที่สุดแล้วหรือยังล่ะ?”คำพูดเหล่านั้นสามารถเยาะเย้ยทุกคนที่นั่นได้สำเร็จ เขาเปรียบเทียบกิลเบิร์ตกับสุนัขและเย้ยหยันทุกคนที่ฟังสุนัขตัวนั้นเห่า มันทำให้การแสดงออกบนใบหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปกิลเบิร์ตเกือบจะลืมความโกรธของตัวเองไปแล้ว เขาไม่อยากจะเชื่ออะไรด้วยซ้ำว่าเฟนด์จะสามารถขจัดคำดูถูกดูแคลนทั้งหมดลงได้ แต่ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้นกิลเบิร์ตหันกลับมาจ้องมองเฟนด์ด้วยใบหน้าแดงก่ำจากความโกรธเขาอยากจะตะโกนกลับแต่ถูกรองเหรัญญิกปรามไว้ "ดูเหมือนว่านายจะไม่อยากเข้าร่วมการทดสอบแล้วสินะ!"ประโยคนั้นเพียงประโยคเดียวก็ทำให้กิลเบิร์ตไม่อาจพูดอะไรออกมาได้อีก กิลเบิร์ตตระหนักได้แล้วว่าเขาได้ทำให้รองเหรัญญิกขุ่นเคืองอย่างหนักหากเขายังคงยืนกรานที่จะต่อปากต่อคำกับเฟนด์ รองเหรัญญิกอาจจะดึงเขาออกไปจริง ๆ แล้วเขาจะ

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 2451

    “สมองหมอนั่นจะต้องมีอะไรผิดปกติจริง ๆ นั่นแหละ เขาคิดจริง ๆ หรือว่าเขาอยู่ในระดับเดียวกับอีกสองคนที่อยู่ตรงหน้าเขา แค่เพราะไปยืนอยู่กลุ่มเดียวกัน? นั่นน่าจะตลกมากเกินไปหน่อยนะ…”“ฉันนึกว่าการทดสอบจะเข้มงวดและจริงจังเสียอีก ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะได้เห็นอะไรแบบนี้ ทำเอาฉันขำจนปวดท้องเลยล่ะ…”แอนดรูว์ขมวดคิ้วอย่างรู้สึกอับอาย รองเหรัญญิกโกรธจนตัวสั่นหลังจากได้ยินคำพูดของกิลเบิร์ต เขานึกอยากจะพุ่งตัวไปไปตบกิลเบิร์ตสักสองสามครั้งกิลเบิร์ตเพิกเฉยต่อชื่อเสียงของวิมานโอสถอย่างเห็นแก่ตัวที่สุด พวกเขาแทบอยากจะมุดดินหนี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นี่จะเป็นความอัปยศอดสูที่วิมานโอสถไม่อาจจำกัดทิ้งได้รองเหรัญญิกตะโกนออกไปว่า "หุบปากเดี๋ยวนี้! นายกำลังพูดเรื่องบ้าอะไร ถ้าไม่อยากเข้าร่วมการทดสอบ ก็ไสหัวไปซะ!"รองเหรัญญิกโกรธมาก ขณะที่เขาพูดเช่นนั้น สีหน้าของเขาดูอดสูอย่างไม่น่าเชื่อ เขายังคิดจะฆ่ากิลเบิร์ตให้ตายเสียเดี๋ยวนี้ เมื่อถูกตำหนิเช่นนั้นก็ทำให้กิลเบิร์ตตระหนักได้ว่าเขาพูดผิดไปถึงกระนั้นก็ไม่มีทางที่เขาจะถอนคำพูดเหล่านั้นกลับคืนมา เขากระแอมเบา ๆ ก่อนที่จะรีบหันศีรษะไปซ้ายทีขวาที อย่างไม่กล้

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 2450

    ไม่มีใครรู้ดีไปกว่ารองเหรัญญิกว่าโอสถระดับหกหมายถึงสิ่งใด ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา วิมานโอสถรับบัณฑิตมาจำนวนนับไม่ถ้วน แต่มีไม่มากนักที่จะได้กลายเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุระดับหกจริง ๆคอนสแตนซ์ยิ้มอย่างมีความหมายขณะที่เขาเอ่ยถาม "รองเหรัญญิกคนนี้มีความสามารถหลากหลายจริง ๆ ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าวิมานโอสถจะมีอัจฉริยะกับเขาด้วย ผมไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย"ริมฝีปากของรองเหรัญญิกกระตุก เขาต้องการอธิบายตัวเอง แต่ถ้าเขาบอกว่าเฟนด์ไม่สามารถสกัดโอสถระดับหกได้ และมีเพียงพรสวรรค์ในการสร้างอักขระทางยาเท่านั้น มันคงจะกลายเป็นเรื่องตลกครั้งใหญ่ และทุกคนคงจะหัวเราะเยาะวิมานโอสถเป็นแน่แต่ถ้าเขายังคงดื้อรั้นต่อไป พอถึงเวลาต้องบ่มเพาะโอสถ เฟนด์ก็จะเปิดเผยความจริงข้อนั้นออกมา เมื่อนั้นความอัปยศอดสูก็จะยิ่งหนักข้อขึ้นเขาถึงกับมือสั่น ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยรู้สึกเหมือนตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้มาก่อน เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกกักขังอยู่ในกำแพงอีกสองด้าน ทุกคนคิดว่ารองเหรัญญิกกำลังวางแผนที่จะใช้ความเงียบเพื่อตอบคำถามเมื่อเห็นกับตาว่ารองเหรัญญิกไม่ตอบอะไรออกมาแต่ทว่าคอนสแตนซ์คล้ายกับจะไม่เ

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 443

    ชายหลายคนรีบปรี่เข้ามา แล้วปิดประตูด้านหลังทันที“ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติแล้ว ฉันคงไม่ใช้วิธีนี้หรอก อย่างไรก็ตาม วันนี้พวกเธอไม่มีสิทธิ์เลือก!”“ฉันจ่ายเงินให้แน่นอน และ 70 ล้านก็เป็นราคาที่สูงเสียดฟ้า! พวกเธอเลิกทำตัวไร้เดียงสาได้แล้ว ดาราทุกคนมีราคาทั้งนั้น ช่างไร้สาระจริง ๆ ขายศิลปะไม่ได้ขายตัวงั้นเห

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 463

    มีดทำครัวในมือของไทเกอร์ตกลงพื้น เขาตกใจด้วยความหวาดกลัวเหตุการณ์ตรงหน้าเขาไม่น่าจะเป็นไปได้แม้แต่ในความฝันเฟนด์ที่ถูกล้อมไปด้วยคนมากมาย และเขาคิดว่าเฟนด์จะต้องตายอย่างแน่นอนแต่เขากลับเห็นร่างมากมายล้มลงทีละคน เลือดไหลทะลักไปทั่วพื้นคนจากพรรคอินทรีค่อย ๆ ลดลงและในไม่ช้าก็เหลือเพียง 70 ถึง 80 คนลูกพี

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 461

    สเปคเตอร์เฟซพยักหน้าอย่างไรก็ตามเมื่อเขาเพิ่งพูดจบก็เห็นรถวิ่งมาจากทางประตูเมือง“ทำไมถึงมีแท็กซี่ขับมาทางนี้?!”“แท็กซี่หยุด มีคนลงมาและวิ่งมาหาเฟนด์!”ทันย่ามองดูอย่างใกล้ชิด “ดูเหมือนว่าเขาจะมาช่วยเฟนด์! เขาถือมีดทำครัวมาด้วย!”“เอ๊ะ!” ไทเกอร์มองเห็นจากที่ไกล ๆ ว่ามีคนเกือบ 300 คนยืนอยู่หน้าเฟนด์หัวใ

  • มหาเทพ แห่ง สงคราม   บทที่ 430

    ผู้บัญชาการหญิงสังเกตเห็นเฟนด์ เธอยิ้มให้เขาและเดินเข้าไปข้างใน เฟนด์ที่ยืนอยู่ข้างๆ แสร้งทำเป็นชื่นชมต้นบอนไซ ผู้คนมางานมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามที่คาดไว้ ทหารทั่วไปได้รับเหรียญตราที่ระลึกทองแดง ในขณะที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้ช่วยของพวกเขาได้รับเหรียญเงิน ไม่กี่นาทีต่อมา ชายคนหนึ่งก็มาถึง ผู้ชายคนนั้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status