เข้าสู่ระบบส่วนพื้นที่ด้านในนั้นถูกจัดสรรแยกเป็นโซนต่างๆ ทั้งเคาน์เตอร์แคชเชียร์ที่ใช้ไม้เก่ามาปะต่อเติมเพิ่มลูกเล่นให้ดูอ่อนโยนมีความเก่าและใหม่ผสมผสาน ทั้งมุมกาแฟสไตล์เรียบง่ายสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวหรือต้องการพูดคุยธุระ รวมทั้งบริเวณในสวนด้านข้างก็ยังมีชุดโต๊ะเก้าอี้ไม้เข้าชุดอยู่ประจำทุกมุม
หรือหากลูกค้าต้องการรับประทานอาหารท่ามกลางสวนหย่อมสวยๆ ที่ตกแต่งด้วยสระน้ำจำลองราวกับอยู่ในป่า หิมพานต์ นั่งมองเหล่านางกินรีเล่นน้ำอยู่ในสระอโนดาต โดยมีเบื้องหลังเป็นฉากภูเขาจำลองสีทองเปล่งประกายสุกใสทั้งกลางวันและกลางคืน ซึ่งคือตัวตนที่ชัดเจนและลูกค้าจดจำได้ เพราะนี่คือร้านอาหาร ‘ภูเขาทอง’ สาขาใหม่ ณ นครเวียงจันทน์ เปิดบริการได้กว่า 1 สัปดาห์
“ป้าคำปุ่นรับออร์เดอร์”
ภาษาลาวที่ฟังดูคล้ายภาษาไทยท้องถิ่นอีสานถูกส่งไปยังคนที่กำลังง่วนอยู่หน้าเตาก่อนจะทำท่าขนลุกขนพอง เมื่อสายตาพิฆาตของป้าแม่ครัวมองสบมา
โครม!
และก็ได้เรื่องเมื่อเสียงตะหลิวปะทะกับกระทะดังโครมใหญ่ เพราะแม่ครัวหน้ามุ่ยจำต้องละมือจากกระทะผัดข้าวมารับออร์เดอร์ที่ถูกส่งมาให้จากด้านนอก
“จะกินอะไรกันนักหนาเนี่ย เหนื่อย! ไม่ไหวแล้ว!”
‘คำปุ่น’ เป็นแม่ครัววัยกลางคนร่างท้วมคว้าเอาแผ่น ออร์เดอร์ไปดู ปากก็บ่นแต่ตามองดูรายการอาหารที่ถูกสั่งจากลูกค้าโต๊ะล่าสุดที่เพิ่งจะเข้ามา ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่หลายเฮือกติดต่อกัน เพราะวันนี้ดูราวว่าแกจะต้องเหนื่อยเป็นพิเศษแน่ ขนาดเพิ่งจะ 10 โมงกว่า ลูกค้ายังทยอยกันเข้ามาไม่หยุด แล้วหากลูกค้าแน่นร้านไปจนถึงเย็น แกจะไม่เป็นลมตายไปเสียก่อนหรอกเหรอ ทั้งทำอาหาร ทั้งเตรียมเครื่องปรุง หัวหมุนคนเดียวอยู่ในครัว
“เฮ้อ! เหนื่อย!” ปากก็บ่น แต่มือหยิบเครื่องปรุงใส่ชามเพื่อกะปริมาณ
“โธ่! จะบ่นทำไมล่ะจ๊ะป้า ก็ป้าน่ะทำอร่อย ลูกค้าก็มาไม่หยุดน่ะสิ”
พนักงานเสิร์ฟใบหน้าสวยคมจีบปากจีบคอพูดเอาใจ เพราะรู้จุดอารมณ์ดีของแม่ครัววัย 50 ปีเป็นอย่างดี คำปุ่นจะภูมิใจหนักหนา หากมีใครมาเอ่ยชมเรื่องรสมือเป็นหนึ่งไม่มีสองของแก ทว่าน้ำเสียงประดิษฐ์ให้ไพเราะของ ‘มดดำ’ นั้นกลับบ่งบอกว่าเธอไม่น่าจะใช่ผู้หญิง ทั้งที่นุ่งซิ่นและแต่งหญิงหัวจดเท้า
“มันก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ คนมันทำอร่อย ไม่อยากจะคุยว่าข้าน่ะ ร้านไหนๆ ก็ต้องพากันแย่ง”
คำปุ่นยิ้มอย่างภาคภูมิใจ อารมณ์ขุ่นมัวหายไปไม่เหลือ ก่อนจะกลับมาเป็นระลอกใหม่เมื่อคำพูดต่อมาของมดดำนั้นมันยั่วอารมณ์จริงๆ
“แย่งกันไม่เอาเหรอจ๊ะ”
“นี่! อีมดดำ! ข้าว่าจะอารมณ์ดีแล้วนะ เดี๋ยวก็ด่าเปิงให้กลับบ้านไม่ทันเลยนี่!”
“โอ๋ๆๆ ป้าจ๋า หนูก็พูดเล่น ป้าจะได้ไม่เครียดไงล่ะ ป้าจ๋า! ไหม้แล้ว! ไฟไหม้!” มดดำร้องวี้ดว้ายเมื่อเห็นควันโชยฉุยขึ้นมาจากกระทะ
“ว้าย! เอ็งน่ะมาพาข้าคุยเพลิน ไปเลยนะนังมดดำ ไปเลย ไม่ช่วยแล้วยังจะมาทำให้ข้าเสียงาน”
เสียงเอ็ดตะโรของคำปุ่นทำให้เจ้าของร่างสูงที่กำลังเดินไปยังเคาน์เตอร์ต้องชะงัก หัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ดวงตาฉายชัดถึงความกังวลมองตรงไปยังด้านนอกริมน้ำ ก่อนจะวกขึ้นมามองบริเวณสวน และโซนกาแฟที่อยู่ไม่ไกล เพราะสิ่งที่เห็นนั้นคือ พนักงานของเขามีน้อยนักถ้าเทียบกับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ เพราะต้องการพนักงานที่ได้มาตรฐานเพื่อช่วยเสริมร้านสาขาใหม่ให้ลูกค้าได้รับความประทับใจสูงสุด
คุณสมบัติที่เขาต้องการจากพนักงานทุกคน ยกเว้นแม่ครัวที่ต้องการเพียง ‘ความอร่อย’ นั้นก็คือ พนักงานจะต้องมีรูปร่างบุคลิกที่ดูดี ไม่ต้องสวยหล่อมาก แต่ต้องดูสะอาดสะอ้านเหมาะกับการทำงานในร้านอาหาร ต้องขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด และอดทน เพราะงานที่นี่เป็นงานบริการต้องเจอกับลูกค้าที่หลากหลาย
ต้องพูดได้อย่างน้อย 3 ภาษา นั่นคือ ‘ภาษาลาว’ เพราะที่นี่คือประเทศลาว ‘ภาษาไทย’ เพราะที่นี่คือร้านอาหารไทย ‘ภาษาอังกฤษ’ เพราะเป็นภาษาที่ใช้สื่อสารสากล และหากใครจะพูด ‘ภาษาฝรั่งเศส’, ‘ภาษาจีน’ หรือภาษาอื่นๆ ได้อีก ก็จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
คุณสมบัติตามที่เขาต้องการจึงกลายเป็นปัญหาทำให้หาพนักงานได้ยากมากๆ และเขาก็ไม่อยากที่จะรับคนสุ่มสี่สุ่มห้า ไม่อย่างนั้นกฎเกณฑ์ที่ตั้งไว้ก็คงจะล้มไม่เป็นท่า เพราะถ้าไม่ได้ตามคุณสมบัติที่ต้องการ สู้เขาให้พนักงานทำงานมากหน้าที่ขึ้นและจ่ายค่าตอบแทนที่เหมาะสมให้แต่ละคนจะดีกว่า พนักงานทำงานหนักและเหนื่อยก็ได้รับค่าตอบแทนสูง สบายใจกันทั้งสองฝ่ายด้วย
แต่ที่เห็นอยู่ตอนนี้คงจะไม่ใช่เสียแล้ว เพราะแค่ลูกค้าช่วงสายยังมากขนาดนี้ ถ้าเป็นช่วงกลางวันหรือช่วงเย็น คำปุ่นกับพนักงานคนอื่นๆ คงจะรับมือไม่ทันอย่างแน่นอน
เรือนกายสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าฝ้ายตัดเย็บคล้ายเสื้อพระราชทานแต่เป็นสีม่วงอ่อน ตัวเสื้อแต่งคอปก ขอบกระเป๋า ขอบแขนเสื้อ แถบด้านข้างขวาเป็นลวดลายไทยสีทอง เข้ากันกับกางเกง สแลคสีดำเรียบลื่นและรองเท้าแคชชูสีดำสนิท เดินตรงไปที่เคาน์เตอร์พร้อมเปิดหาอะไรบางอย่างจากลิ้นชักด้านล่าง ก่อนจะนำมาคาดไว้ที่บั้นเอว เตรียมพร้อมสำหรับหน้าที่ใหม่
“สาลี่ มาพอดีเลย ไปช่วยงานคำปุ่นในครัวนะ ทางนี้ฉันจะช่วยมดดำเอง”
กัญจน์เอ่ยบอก เมื่อ ‘สาลี่’ พนักงานเสิร์ฟประจำร้านเดินถือเมนูและสมุดจดรายการอาหารตรงมา
กัญจน์ฟังเรื่องราวที่ดวงดาราบอกเล่าทั้งน้ำตา เขาควรจะเชื่อเธอ หรือควรจะเข็ดกับความหลอกลวง แต่เขาก็พ่ายแพ้แก่หัวใจไปแล้ว พ่ายแพ้ต่อความรักที่มีให้กับเธออย่างมากมาย“แล้วทำไมดาวไม่ติดต่อ ทำไมไม่โทรบอก ไม่อธิบาย ทำไมปล่อยให้พี่เจ็บอยู่ฝ่ายเดียว”น้ำเสียงอ่อนลงแต่แฝงไว้ด้วยความเจ็บช้ำ ดวงตาคมเข้มจ้องลึกไปในดวงตาฉ่ำชื้นไปด้วยหยาดน้ำตาที่ยังคงรินไหลไม่หยุด“เพราะผมเป็นคนขอร้องไว้เอง ว่าอย่าบอก”สิททิไชที่เดินตามมาพร้อมกับคุณน้าเดือนยอมรับว่าเป็นคนขอร้องไม่ให้ดวงดาราติดต่อกับเขา“เพราะอะไรครับ”“เพราะผมต้องการพิสูจน์”เรื่องราวความรักของสิททิไชกับเดือนต้องจบลงเพราะทิฐิ ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมรับในครอบครัวของกันและกัน เดือนต้องการอยู่เมืองไทยเพราะอยากอยู่กับพ่อแม่ ในขณะที่สิททิไชเข้ากับบ้านของเดือนไม่ได้เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้เดือนเรียนไม่จบ ส่วนเดือนเมื่อตามมาอยู่กับสิททิไชที่ปากซัน ครอบครัวของสิททิไชที่จัดเป็นคนมีฐานะในท้องที่ก็ยอมรับเดือนไม่ได้เช่นกัน ที่เดือนหนีตามมาอยู่กับสิททิไชโดยไม่แต่งงาน สุดท้ายเดือนจึงเลือกที่จะอุ้มท้องดวงดารากลับไปคลอดที่เมืองไทยสิททิไชในขณะนั้นก็ถือทิฐิไม่ตามง้องอน ท
กัญจน์ฟังถ้อยสนทนาแบบเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง รู้ว่าเด็กหญิงที่ชื่อว่า ‘เจ้าริช’ คงเป็นลูกของผู้หญิงที่อยู่ในวัยไล่เลี่ยกับเขาที่คุณน้าเดือนเรียกว่า ‘ริน’ แต่คนที่คุณน้าเดือนจะไปตามนั้นนอกจากลูกสาว ยังมีใครอีกคนที่คุณน้าเดือนเรียกว่า ‘พี่’ และคนนั้นเหมือนจะต้องการพบเขากัญจน์พยายามปรับสีหน้าให้เรียบที่สุดทั้งที่อารมณ์เริ่มกรุ่น เมื่อรู้สึกว่าแม่กับคุณน้าเดือนกำลังเล่นเกมจับคู่เขากับผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว หรือทั้งหมดนี่จะเป็นแผนของแม่“นี่แม่คงไม่ได้แกล้งขาแพลงหรอกนะครับ”“บ้าน่ะ! ตากัญจน์ ใครจะแกล้ง นี่แม่เจ็บจริงไม่ได้ใช้สแตนอินเลยนะ”“ขอโทษครับ ก็ผมเห็นแม่...” อยากจะพูดว่ากระตือรือร้นที่จะให้เขาพบหน้าแม่ดอกกุหลาบแห่งปากซันนั้นเต็มที และแม่ดอกกุหลาบนั้นจะตื่นเต้นจริงอย่างที่แม่เธอบอกหรือเปล่า“เขาเรียกว่า พรหมลิขิต กัญจน์จะต้องขอบคุณแม่ คอยดูสิ”“ขนาดนั้นเชียวเหรอครับ” เขาทำสีหน้าเอือมๆ ไม่อยากรับมุกแม่“จริง ไม่เชื่อก็ดูสิ” กาญจนาพยักพเยิดใบหน้าไปในทิศทางตรงกันข้ามกัญจน์มองตามสายตาของแม่ ใครบางคนกำลังเดินออกมาจากในบ้าน ทำให้เขาเผลอลุกขึ้นยืนตกตะลึงก่อนจะหลับตาเรียกสติของตัวเอง เขาอาจจ
หลังจากกลับมา เขาได้รับโทรศัพท์ของสิททิไชที่โทร. มาถามไถ่สาเหตุที่เขารีบกลับจนไม่ได้พบหน้ากัน ทั้งที่สิททิไชอยากจะพาเขาไปเยี่ยมชมเกสเฮ้าท์แห่งใหม่ของครอบครัวที่สร้างอยู่ริมแม่น้ำซัน แต่สิททิไชกลับไม่เอ่ยถึงเธอคนนั้นเลยสักนิด แล้วเขาก็ไม่ถาม เพราะภาพที่เห็นมันชัดเจนเสียยิ่งกว่าคำอธิบายใดๆเธอโผเข้าหาอ้อมกอดของสิททิไช ในขณะที่สิททิไชก็กอดร่างแบบบางแน่นอย่างแสนรัก นั่นคือคนที่โหยหาซึ่งกันและกัน และหากจะเทียบเขากับสิททิไช แม้เขาจะหนุ่มกว่า แต่ถ้าจะเทียบความมั่งคั่งและความกว้างขวางในถิ่นนี้ สิททิไชสามารถบันดาลทุกสิ่งให้เธอได้มากกว่าเขาแน่ แม้จะคิดเข้าข้างตัวเองว่าเธอจะต้องติดต่อมาเพื่อบอกเล่าความจริงทุกสิ่งที่ได้สัญญาเอาไว้ หรือโทร. มาตัดพ้อต่อว่าที่เขาทิ้งเธอไว้ที่ปากซัน แต่ไม่มีเลย ไม่มีเสียงใดในโทรศัพท์ที่เขาจดจำได้ว่าเป็นเสียงของเธอ ไม่มีคำอธิบายใดที่จะให้เข้าใจไปทางอื่น เธอเงียบหายราวกับไร้ตัวตน ทั้งที่ความจริงก็คือ เธอไร้ตัวตนจริงๆ‘ดาลาวัน ประเสิดสี’ เป็นพนักงานต้อนรับของโรงแรมที่ปากซัน ไม่ใช่เธอคนนั้น ไม่ใช่ผู้หญิงที่เขารักและสิ่งที่ก่อเกิดในหัวใจก็เป็นเพียงจุดบอดในชีวิต ที่ไม่มี
“นี่เราจะทำยังไงกันดี” พิสสะมัยถามความคิดเห็นของทุกคน“ก็คงต้องปล่อยไปแบบนี้สักพักแหละ จะทำยังไงได้ เจ้านายสั่งอะไรก็ต้องทำ ปุ๋ยปุ่ยไม่ออกเลย เฮ้อ!” มดดำถอนหายใจทำหน้าเนือย เพราะตั้งแต่เช้ามายังไม่ได้หยุดพัก“ปล่อยไปแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ พรุ่งนี้ก็ไม่รู้ว่าเจ้านายจะสั่งอะไรอีก”“อืม... พี่เห็นด้วยกับหรั่งนะ แต่เราจะทำยังไงล่ะ” สาลี่มองพนักงานรุ่นน้องแต่ละคนก่อนจะสบสายตากับหรั่งที่มีแววเคร่งเครียดไม่แพ้กัน“ผมจะไปคุยกับเจ้านายเอง”หรั่งรับอาสาแววตามุ่งมั่นมองทุกคน จนไปหยุดที่พิสสะมัยที่ส่งรอยยิ้มให้กำลังใจมาให้..พลั๊ก!“ว้าย! คุณกัญจน์ทำไมทำแบบนี้ล่ะคะ หรั่งไปทำอะไรให้”พิสสะมัยถลาเข้าไปประคองหรั่งที่ถูกกัญจน์ปล่อยหมัดเข้าสู่ใบหน้าจนไปนอนกองกับพื้น“พิสสะมัยอย่าว่าเจ้านาย” หรั่งหันบอกเมีย มือกุมริมฝีปากที่มีเลือดไหลซึมออกมา“ไม่ว่าได้ไง ว้าย! เลือด! คุณกัญจน์บ้า! ป่าเถื่อน! ทำแบบนี้กับหรั่งได้ไง เจ้านายอกหักแล้วมันเกี่ยวอะไรกับลูกน้อง!” พิสสะมัยปากไวตามใจคิด จะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว“พอแล้วพิสสะมัย หรั่งไม่เป็นอะไร พอแล้ว” หรั่งพยายามห้ามไม่ให้พิสสะมัยพูดมากไปกว่านี้แต่เธอก็ไม่ยอม“ไม่พอ! ฉ
กัญจน์แทบกลั้นลมหายใจที่จะยืนดูเหตุการณ์ตรงหน้าให้จบ โทรศัพท์ถูกกดตัดสายทิ้งเพราะสิททิไชคงไม่ต้องการฟังอะไรจากเขาอีกแล้ว ชายวัยกลางคนที่มีรูปร่างสูงใหญ่สไตล์ลูกครึ่งเหมือนจะตะลึงมองผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้า เช่นเดียวกับเธอที่มองผู้ที่มาใหม่ไม่วางตาคนทั้งคู่ไม่เหมือนเพิ่งรู้จักกัน ไม่ใช่อย่างแน่นอน เพราะทันทีที่สิททิไชขยับร่างพร้อมพูดอะไรบางอย่าง ดาลาวัน(ของเขา) ก็โผเข้าสู่อ้อมกอดของสิททิไชในทันทีกัญจน์สั่นไหวไปทั้งร่าง หันหลังกลับในสภาพเหมือนคนที่ไร้วิญญาณ เขาไม่ต้องการรับรู้อะไรอีก ไม่ต้องการอยู่ต่อเพื่อให้เห็นภาพบาดตาบาดใจ และไม่ต้องการรับรู้อีกแล้วว่าดาลาวัน(ที่เคยเป็นของเขา) จะมาหาสิททิไชด้วยเรื่องอะไร เพราะคนทั้งคู่แสดงออกถึงความรักมากมายที่มอบให้แก่กันและกัน เขาเข้าใจทั้งหมดแล้ว..เสียงเพลง ‘กุหลาบปากซัน’ ที่ดังแว่วมา ทำให้กัญจน์ทนไม่ไหวต้องออกมายืนหาที่มาของเสียง ทั้งที่เป็นเวลาค่อนข้างดึกคนงานน่าจะนอนพักผ่อนกันหมดแล้ว แต่ยังมีอีกห้องหนึ่งที่เปิดไฟอยู่ และก็คงเป็นต้นตอของเสียงลอยตามลมบทเพลงที่ ‘คุณสีเผือก’ แห่งวงคนด่านเกวียน นำมาขับร้องในปี 2529 จนโด่งดังไปทั่วประเทศ ซึ่งศิ
กัญจน์พาดาลาวันกลับมาที่โรงแรมในช่วงบ่ายเพื่อรอสิททิไช เพราะสิททิไชโทร. บอกว่าเขากำลังเข้ามาที่โรงแรม แต่ดาลาวันลืมของสำคัญไว้บนห้อง กัญจน์จึงนั่งรอเธอที่ล็อบบี้ เพราะหากสิททิไชมาถึงก่อนเวลาจะได้คุยกันไปก่อนเสียงเพลง ‘กุหลาบปากซัน’ ดังคลออยู่บริเวณที่เขานั่งอยู่ กัญจน์ยิ้มพลางคิดถึงคำพูดของสิททิไชที่มักบอกเสมอว่าสาวปากซันสวยมาก พร้อมเตือนเขาว่าจะหลงเสน่ห์พวกเธอหากไม่ระมัดระวังหัวใจตัวเอง ตอนนี้เขารู้แล้วว่าคำพูดของสิททิไชไม่เกินจริงเลย เพราะเขาหลงเสน่ห์ดาลาวันจนหัวปักหัวปำจริงๆ เธอสวยงามเหมือนดอกกุหลาบ บอบบาง และหอมที่สุด“ไม่ทราบว่าลูกค้าจะรับเครื่องดื่มอะไรหรือเปล่าคะ”กัญจน์หันมองหญิงสาวรูปร่างเล็กในชุดพนักงานโรงแรมซึ่งเป็นรูปแบบชุดประจำชาติ ใบหน้าสะสวยคมขำกับรอยยิ้มจริงใจนั้นทำให้เขายิ้มตอบ“ขอเป็นกาแฟละกันครับ”“ร้อนหรือเย็นคะ” เธอถามต่อเป็นภาษาไทยสำเนียงชัดเจน“เอ่อ... ร้อนดีกว่าครับ แล้วผมขอน้ำส้มปั่นหนึ่งที่ด้วยนะครับ”“รอสักครู่นะคะ” พนักงานสาวรับคำก่อนจะไปส่งรายการที่หน้าเคาน์เตอร์ไม่นานนักเธอก็นำกาแฟหอมกรุ่นมาเสิร์ฟ พร้อมแจ้งให้เขารอน้ำส้มสักครู่ กิริยามารยาทและการบริการท
“พี่กัญจน์! กรี๊ดดดดด...”“อืม... โอว... ดาว... โอว... เมียจ๋า... โอว...”ดาลาวันกรีดร้องพร้อมกับเสียงทุ้มที่คำรามต่ำอยู่ข้างใบหู หยาดน้ำแห่งความรักที่อุ่นวาบพุ่งทะยานไปเร็วและแรง พร้อมกับตัวตนของเขาที่กระตุกติดๆ กัน ลึก รัวเร็ว และรุนแรง จนดาลาวันต้องกรีดร้องครั้งแล้วครั้งเล่ากับความสุขรับอรุณที่เ
ปลายลิ้นละเอียดชิมความแข็งแกร่งที่ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากเธอกำลังดูดกลืนไอศกรีมสักแท่ง เพียงแต่ไอศกรีมแท่งนี้ไม่ได้เย็น ทว่าเต็มไปด้วยความร้อนแรง แข็งแกร่ง และตื่นตัวราวกับมีชีวิต เพราะทุกครั้งที่เธอโอบล้อมตัวตนของเขา ความใหญ่โตนั้นราวจะขยายมากขึ้น จนเธอแทบจะโอบล้อมไว้ไม่หมด“โอว... ดาวจ๋า... เมียข
บรรยากาศปากซันยามเช้าตรู่ดูจะพลุกพล่านมากกว่าเมื่อคืนที่มาถึง ทั้งเรือข้ามฟากจากฝั่งไทยมาลาว จากฝั่งลาวไปไทย ทั้งเรือขนถ่ายสินค้า และเรือที่บรรทุกรถยนต์เพื่อข้ามแม่น้ำ ให้ความรู้สึกประหนึ่งว่าแม่น้ำโขงที่กว้างใหญ่นี้คือท้องถนนที่มีรถยนต์สัญจรไปมา “อุ้ย!” ดาลาวันสะดุ้งเ
ห้องพักขนาดใหญ่บนชั้น 3 ที่สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำโขงและฝั่งบึงกาฬได้อย่างชัดเจนถูกเปิดไว้ต้อนรับเพราะกัญจน์โทร. มาจองไว้ตั้งแต่ออกจากเวียงจันทน์ ดาลาวันเลี่ยงออกมายืนชมวิวเพราะกัญจน์กำลังรับโทรศัพท์ที่โทร. เข้ามาดาลาวันมองไปอีกฝั่งที่ยังคงมีไฟแสงสีมากมาย ในยามนี้หัวใจรู้สึกเสียดหวิวอย่างบอกไม่ถูก







