Share

ตอนที่ 6 ผจญภัย

last update Tanggal publikasi: 2024-12-09 07:00:03

สำนักเซียนดาราสวรรค์

“จื่อเถิง มาหาอาจารย์หน่อยเถิด” เสียงของเฉาหมิงเรียกนางด้วยความเอ็นดู ก่อนจะลูบศีรษะของศิษย์ผู้นี้อย่างอ่อนโยน “อาจารย์เจ้าสำนักฝากข้าเอามาให้เจ้า”

จื่อเถิงมองดูหยกสีชมพูอ่อน สีหน้างงงวยเพราะไม่รู้ว่าหยกหน้าตาสวยงามคืออะไร

“อาจารย์เจ้าสำนักเป็นห่วงเจ้ามากจึงฝากข้านำมาให้” เขาถอนหายใจเพราะรู้ว่าอาจารย์ของตนเองใช้พลังเซียนที่สั่งสมมานานหลายสิบปีหลอมหยกชิ้นนี้ขึ้นมาให้ศิษย์หลานโดยเฉพาะ

ครั้นถามว่าเหตุใดจึงทำเช่นนั้นกลับได้คำตอบมาว่า “นางเดินทางออกนอกสำนักเป็นครั้งแรก ย่อมต้องห่วงเป็นธรรมดา”

ทว่า เฉาหมิงกลับสังเกตได้ว่ารอยยิ้มของนางนั้นเต็มไปด้วยความกังวล แต่ไม่อาจถามไถ่สิ่งใดได้อีกเพราะนางคงไม่มีทางบอกอย่างแน่นอน

“ขอบคุณเจ้าค่ะ” จื่อเถิงรับปากว่าจะปกป้องทุกคนและกลับมาสำนักดาราสวรรค์ก่อนเทศกาลโคมไฟแล้วรีบวิ่งไปหาศิษย์น้องอิงฮวาที่ยืนรออยู่ด้านหน้าสำนัก

คล้อยหลังจื่อเถิง เฉาหมิงเอ่ยปากบอกหยางซีอวิ๋นผู้เป็นศิษย์พี่ว่า “อาจารย์เจ้าสำนักสละพลังเซียนเพื่อปกป้องนาง ชะตาของนางคงไม่ธรรมดาเพราะฉะนั้นข้าฝากให้เจ้าดูแลนางด้วย”

“ขอรับ” หยางซีอวิ๋นพยักหน้า “ข้าจะดูแลนางให้ดีที่สุดขอรับ”

ครั้นได้ฝากฝังกับศิษย์อันดับหนึ่งของสำนักแล้ว เฉาหมิงก็พลอยโล่งใจไปบ้าง เรื่องราวใด ๆ หากไม่ร้ายแรงอย่างโดนจอมมารลอบโจมตี ลูกศิษย์ทั้งสามคนก็จะได้กลับสำนักเซียนมาหาเขาในเร็ววัน

เมืองหลินซื่อ

หยางซีอวิ๋นและศิษย์น้องทั้งสองเดินทางเข้ามาในเมืองหลวงเป็นครั้งแรกในรอบปี พลันได้เห็นว่าด้านล่างเขานั้นเปลี่ยนแปลงไปมากเท่าใด

“ศิษย์พี่ ดูนั่นสิ” อิงฮวาชี้ไปที่ร้านอาหารทางซ้ายมือเพราะจำได้ว่าเมื่อปีก่อนเฉาหมิงเคยพานางไปทานอาหารที่นั่น

“ข้ารู้ว่าเจ้าคิดอะไรอยู่อิงฮวา” จื่อเถิงยิ้มให้นางแล้วพยักหน้าก่อนจะเดินไปที่ร้านนั้นพร้อมเสียงท้องร้องโครกคราก

“ลงจากเขามาได้ไม่ทันถึงหนึ่งชั่วยาม พวกเจ้าใช้พลังไปมากถึงเพียงนั้นเชียวหรือ” หยางซีอวิ๋นหัวเราะร่วนเพราะก่อนที่จะลงมาพวกเขาทานอาหารไปชุดใหญ่จนอิ่มแปล้

“ทำอย่างไรได้เล่า ข้ากำลังโตย่อมต้องกินจุเป็นธรรมดา” อิงฮวาเอ่ยปากแล้วรีบไปสั่งของโปรดทันที

ขณะกำลังพูดคุยกันสนุกสนาน ทั้งสามคนก็ได้ยินเรื่องราวแปลกประหลาดจากคนในร้านที่พูดต่อกันมา

“พวกท่านหมายถึงสิ่งใดหรือ” หยางซีอวิ๋นเอ่ยปากถามหญิงผู้หนึ่ง

“เมืองหนานเกิดเรื่องใหญ่เข้าแล้ว ข้ากับครอบครัวเพิ่งอพยพหนีตายกันมาไม่นานนี้เอง” นางพูดพลางกอดบุตรชายของตนเองไว้แน่น “ข้าบอกใครตั้งหลายคนแต่ไม่มีใครเชื่อสักคน”

“เจ้าพูดเช่นนั้นจะมีใครเชื่อเล่า สัตว์อสูรก็เป็นเพียงเรื่องในตำนานทั้งนั้น” บุรุษชาวเมืองหลินซื่อเลิกคิ้วไม่เชื่อ

“ท่านป้าเล่าให้ข้าฟังอีกสักนิดเถิดว่าเกิดสิ่งใดขึ้นในเมืองหนาน” จื่อเถิงถามคนตรงหน้า นางสัมผัสได้ว่าเรื่องเล่านั้นคือความจริงทุกประการเพราะลักษณะของสัตว์อสูรหายากเช่นนั้นมีปรากฏอยู่ในตำราเซียน ชาวบ้านธรรมดาไม่มีทางรู้เรื่องนี้อย่างแน่นอน

ครั้นได้ยินเรื่องราวจนครบถ้วนแล้ว จื่อเถิงจึงตัดสินใจว่าจะมุ่งหน้าไปที่เมืองหนานหลังตะวันขึ้นฟ้า

“ศิษย์พี่ไม่กลัวหรือ” อิงฮวาจับชายแขนเสื้อจื่อเถิงพลางมองนางด้วยสายตากังวลเล็กน้อยเพราะกลัวว่าจะรับมือกับสัตว์ร้ายไม่ไหว

“หน้าที่ของเรามิใช่ว่าต้องช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอกว่าหรอกหรือ หากมัวแต่หวาดกลัวเช่นนี้ วิชาเซียนที่ร่ำเรียนมาหลายปีคงจะ

สูญเปล่า” จื่อเถิงอธิบายให้นางฟัง ความมุ่งมั่นฉายชัดในแววตา

“ข้ารู้ ข้าแค่ลังเลเล็กน้อย” นางเม้มปากขมวดคิ้วพยายามรวบรวมความกล้าขึ้นมา

“อีกอย่างเจ้าไม่รู้หรือว่ามากับผู้ใด” จื่อเถิงชี้ไปทางหยางซีอวิ๋น “ศิษย์พี่เก่งกาจ ไม่อาจมีผู้ใดเทียบเทียมได้ เจ้าอย่าได้กลัวไปเลย”

หยางซีอวิ๋นส่ายหน้าเพราะถูกยกยอเกินความเป็นจริง “พวกเจ้าต้องสัญญากับข้าหนึ่งอย่าง”

“...” ทั้งสองคนตั้งใจฟังสิ่งที่เขากำลังจะบอก

“ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น หากข้าบอกให้หนี พวกเจ้าต้องรีบหนี เข้าใจหรือไม่” หยางซีอวิ๋นทำสีหน้าจริงจัง

“ข้า...” อิงฮวาและจื่อเถิงอำอึ้งเพราะรู้ความหมายนั้นดี

หากหยางซีอวิ๋นควบคุมสถานการณ์ได้ เขาไม่มีทางบอกให้พวกนางหนี และถ้าเขาเอ่ยปากขอคำมั่นสัญญาเช่นนั้น ความหมายหนึ่งเดียวก็คือเขาจะใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อให้พวกนางมีเวลาหนี

“รับปากข้า” ศิษย์พี่รอฟังคำตอบ

“ข้าสัญญา” จื่อเถิงพยักหน้า “แต่ว่าศิษย์พี่ ข้า...”

“ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นจงทำตามสัญญาที่รับปากข้าจื่อเถิง” หยางซีอวิ๋นไม่ยอมอ่อนข้อให้นาง

การเดินทางช่วยเหลือชาวบ้านครั้งนี้ เขามีหน้าที่ปกป้องนางด้วยชีวิต ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องทำให้ดีที่สุดเพราะชะตาที่แท้จริงของนางมีความสำคัญอย่างยิ่ง

“ศิษย์พี่” จื่อเถิงเบ้ปาก ทำตาปริบ ๆ น้ำตารื้นส่งสัญญาณให้อิงฮวาเป็นอย่างดี

“ร้องไห้เช่นนี้ข้าก็ไม่ใจอ่อนหรอกนะ” หยางซีอวิ๋นเบือนหน้าหนี “น้ำตาของพวกเจ้าไม่ได้ผลหรอก”

หยางซีอวิ๋นทำทีไม่สนใจ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เขาขอให้อาจารย์สอนวิชาหนึ่งให้เป็นพิเศษ นั่นก็คือวิชาที่ผูกมัดคำสัญญาไม่อาจลบเลือน

หากวันใดมีภัยคืบคลานเข้ามาและเขาไม่อาจต้านทานไว้ได้ วิชาเซียนจะสำแดงฤทธิ์บังคับให้พวกนางทำตามสัญญาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หยางซีอวิ๋นจึงได้แต่ภาวนาว่าการเดินทางครั้งนี้จะราบรื่นจนกว่าพวกเขาจะกลับถึงสำนักก่อนเทศกาลโคมไฟ

ขณะที่อีกฟากหนึ่ง เมืองหนานกำลังลุกเป็นไฟ ยามนั้นเซียนหลายสำนักปรากฏตัวขึ้นที่นั่นเพื่อช่วยเหลือชาวเมือง หลายคนเพิ่งได้ประสบพบสัตว์อสูรในตำนานเป็นครั้งแรก

กระนั้นยังยืนหยัดสู้ไม่ถอยเพราะมีชีวิตของชาวเมืองเป็นเดิมพัน

ลูกน้องมือซ้ายของจอมมารนั่งมองสัตว์อสูรบุกทะลวงกระแทกร่างกายกำยำล่ำสันใส่ประตูวังหลวงอย่างรุนแรง ในขณะที่อีกฟากมีทหารอารักขาผู้เป็นเพียงมนุษย์เดินดินดันประตูนั้นไว้สุดความสามารถ

เฉินซือหยางแทบอยากจะเข้าร่วมวงใจจะขาดแต่จำเป็นต้องแอบหลบอยู่ในหอสังเกตการณ์เพื่อตรวจดูว่าผู้ใดคือคนที่เขากำลังตามหา

“ไม่ใช่ นั่นก็ไม่ใช่ ตรงนั้นก็ไม่ใช่” เขาเลิกคิ้วเบื่อหน่ายกับหน้าที่นี้เต็มทน “ฆ่าให้หมดเลยก็แล้วกัน ข้าชักจะหิวแล้วล่ะ”

“ยังไม่ได้” โจวเหวินหลงห้ามเอาไว้ก่อนเพราะกำลังรอว่าจะมีผู้ใดโผล่มาอีกหรือไม่ สายตากวาดมองผู้คนเบื้องล่างพลันได้เห็นชายหญิงคู่หนึ่งท่าทางไม่เกรงกลัวสัตว์ร้ายตรงหน้า

“อืม เจ้ามองพวกเขาอยู่ใช่หรือไม่” เฉินซือหยางเองก็คิดแบบเดียวกัน หลังจากตามหาเป้าหมายมานานสิบแปดปี เวลานี้พอจะแยกเซียนที่เป็นเทพจุติจากภพสวรรค์กับมนุษย์ธรรมดาได้โดยไม่ต้องใช้อาวุธเทพอีกแล้ว

เหลือก็เพียงแต่ยั่วโมโหให้อีกฝ่ายปลดผนึกพลังที่แท้จริงออกมาก็จะสามารถยืนยันได้ว่าเป็นเทพดาราหรือไม่

เฉินซือหยางยิ้มกว้างหันไปมองสหาย “ข้าลงไปเล่นข้างล่างได้แล้วใช่หรือไม่”

ครั้นได้รับอนุญาตแล้วปีศาจผู้หิวกระหายจึงเริ่มทำลายสรรพสิ่งรอบตัวในทันใด การกระทำโหดร้ายป่าเถื่อนของเขาดึงดูดความสนใจจากชายหญิงคู่นั้นเป็นอย่างยิ่ง

พลันดาบเซียนคู่กายของพวกเขาทั้งคู่ปรากฏขึ้น เข้าต่อกรกับเฉินซือหยางเพื่อหยุดยั้งความสูญเสีย

แน่นอนว่าปีศาจที่ต้องการกำราบเซียนอย่างเฉินซือหยางไม่มีทางออมมือ จึงทำทุกวิถีทางเพื่อกำจัดเซียนทั้งสองด้วยความเหี้ยมโหด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มารเร้นกายดับแสงดารา   ตอนที่ 87 มารเร้นกายเคียงแสงดารา (ตอนจบ) 2/2

    ถึงอย่างนั้นแล้ว บางครั้งกงจื่อเย่กลับรู้สึกกลัวขึ้นมาจริง ๆ แม้เมื่อครู่จะเป็นน้ำตาจระเข้แต่เวลานี้กลับเป็นน้ำตาที่หลั่งออกมาจากส่วนลึกในใจ“โอ๊ะ...” เทพดาราประหลาดใจขมวดคิ้วเล็กน้อยที่สัมผัสได้ถึงความเศร้าจริง ๆ ของเขา กระซิบถามด้วยความห่วงใยว่า “ข้าจะทำอย่างไรกับจอมมารที่จิตใจอ่อนไหวง่ายเพียงเพราะกลัวว่าข้าจะไม่รักดีหนอ”“ข้า...”นางเอื้อมมือเช็ดน้ำตาให้เขาอย่างแผ่วเบา เห็นแบบนี้แล้วอยากแกล้งคืนบ้างแต่สุดท้ายต้องยอมใจอ่อนทุกที“จื่อเย่” น้ำเสียงหวานเรียกจอมมาร “ตราบใดที่แก่นวิญญาณของข้ายังคงอยู่ ข้าสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ”“รักข้าหรือไม่ ลู่ชิง”“อืม รักเจ้ามารน้อยทั้งสองด้วย” นางปลอบโยนเขาพลางลูบแผ่นหลังเขาราวกับปลอบใจเด็กน้อย“รักข้ามากกว่าเจ้ามารน้อยนิดหนึ่งได้หรือไม่”“มารปีศาจคิดกันอย่างนี้หรือ” สวีลู่ชิงแกล้งถามเพราะปกติแล้วบิดามารดามักจะรักลูกกว่าผู้ใด แต่นางรู้อยู่แก่ใจว่าผู้ที่ต้องการความรักของนางมากกว่าใครคงจะเป็นเขาผู้นี้“อืม” จอมมารพยักหน้ายอมรับ “เมื่อถึงเวลาอีนั่ว ลี่เซียนและสวีซือจะมีคู่แห่งโชคชะตาอยู่เคียงข้าง เจ้าไม่ต้องกังวลหรอก”“เมื่อครู่ยังห้ามไม่ให้ลู

  • มารเร้นกายดับแสงดารา   ตอนที่ 87 มารเร้นกายเคียงแสงดารา (ตอนจบ) 1/2

    จอมมารพาสวีลู่ชิงกลับมายังดินแดนสุญญตาที่เวลานี้แปรเปลี่ยนกลายเป็นบ้านของเราอย่างที่เขาพูด ที่รกร้างกว้างใหญ่แต่เดิมไม่มีอะไรอยู่ข้างในนั้นเลย กลับมาครั้งนี้สวีลู่ชิงได้เห็นว่าเรือนไม้หลังใหญ่สองชั้นลอยโดดเด่นอยู่ใจกลาง ดอกจื่อเถิงสีม่วงขาวเลื้อยประดับห้อยระย้าสวยงามยิ่งนักพื้นน้ำโดยรอบสะท้อนแสงอาทิตย์ยามเช้าระยิบระยับ และหากท้องฟ้าสดใสถูกแทนที่ด้วยจันทรา ผืนฟ้าก็จะเต็มไปด้วยละอองดาวกงจื่อเย่เนรมิตสรรพสิ่งขึ้นมาเพื่อรอต้อนรับนางกลับมายังที่ที่เป็นบ้านของเราดินแดนตรงกลางระหว่างภพมารกับภพสวรรค์ บ้านที่พวกเขาจะได้อยู่ร่วมกันชั่วนิรันดร์“อีนั่ว ข้าฝากให้เจ้าดูแลไข่ใบนั้นให้ดี ยังจำได้หรือไม่” จอมมารถามบุตรชายเพราะเห็นเขามักจะพาลี่เซียนเที่ยวเล่นกับเทพจันทรา หายไปทางโน้นที ทางนี้ทีอยู่ร่ำไป“จำได้ขอรับ” มารน้อยพยักหน้าแล้วบอกอีกว่า “นางกำลังหลับใหล ไม่มีเรื่องใดต้องกังวล”“อืม เจ้ารู้แล้วหรือว่าเป็นมังกรตัวเมีย” เจ้าตัวเลิกคิ้วด้วยความสงสัย นึกไว้แล้วว่าอีนั่วมีพลังบางอย่างที่สามารถสัมผัสได้ว่าไข่ใบใหญ่นั้นเป็นไข่มังกร“มังกรผู้หญิงต่างหากเล่า” เจ้าเด็กน้อยแย้งขึ้นมาทันใด “เพียงแต่ว่า

  • มารเร้นกายดับแสงดารา   ตอนที่ 86 สายใยรักประสาน 2/2

    ความกังวลใจหนึ่งเดียวของเขาถูกคลายออกไปในวาระสุดท้ายของชีวิตพอดิบพอดี จอมมารกอดนางอันเป็นที่รักเอาไว้พลางกระซิบบอก “ข้ารักเจ้าลู่ชิง”หญิงสาวซบใบหน้าในอ้อมแขนคนรักพลันได้ยินเสียงหัวใจของกงจื่อเย่เต้นช้าลงเรื่อย ๆ รู้สึกเศร้าอีกครั้งแต่พยายามไม่แสดงออกมาเพราะไม่อยากให้เขาเป็นห่วง“ข้าไปตามหมอมาได้หรือไม่ จื่อเย่”“ข้าอยากอยู่กับเจ้าลู่ชิง” เขาไม่ยอมปล่อยนางและยิ่งกอดแน่นกว่าเดิม “หากข้าไม่อยู่แล้ว อย่ามีผู้ใด ข้าขอร้อง”“...” เจ้าตัวสะอื้นไห้พูดไม่ออกทั้งคู่นั่งอยู่อย่างนั้นตามลำพัง ฟังเสียงสายลมที่พัดผ่านมาในฤดูใบไม้ผลิ กลีบดอกไม้สีชมพูปลิวมาตามทาง โปรยปรายลงมาจากฟ้าราวกับต้องการเอ่ยคำลากงจื่อเย่ไอเป็นเลือดมากขึ้นกว่าเดิมแต่ไม่ยอมปล่อยอ้อมกอดจากสวีลู่ชิงเพราะไม่อยากให้นางเห็นเขาสภาพนั้น“จื่อเย่ ข้า...”“...” ลมหายใจค่อย ๆ แผ่วเบาไปเรื่อย ๆ“ข้ารักเจ้า จื่อเย่” นางพึมพำบอกเขา “ข้ารักเจ้า”จอมมารยิ้มได้เพราะคำบอกรักของนางเหมือนเป็นยาชั้นดีที่ทำให้เขาลืมว่ากำลังเจ็บปวด ก่อนจะรวบรวมแรงฮึดครั้งสุดท้ายเพื่อบอกนางว่า “ข้ารักเจ้ามากกว่าผู้ใด สวีลู่ชิง ภรรยาเพียงคนเดียวของข้า”หนึ่งลมหายใจส

  • มารเร้นกายดับแสงดารา   ตอนที่ 86 สายใยรักประสาน 1/2

    นับตั้งแต่การจากไปของบุตรสาว สวีลู่ชิงตกอยู่ในความเศร้าสร้อย ความรู้สึกของนางในเวลานี้เหมือนกระตุ้นความทรงจำบางอย่างที่หลงลืมไปแล้ว สัมผัสได้เพียงว่าครั้งหนึ่งนางคงเคยสูญเสียลูกไปในช่วงเวลานี้กงจื่อเย่คอยอยู่เคียงข้างและดูแลนางไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ทำหน้าที่สามีเป็นอย่างดีเพื่อให้นางข้ามผ่านความเจ็บปวดครั้งนี้ไปให้ได้หญิงสาวเอนศีรษะพิงไหล่กว้างของคนข้างกาย เอ่ยพึมพำว่า “ลูกสาวของเราคงจะสุขสบายดีอยู่ที่ไหนสักแห่งใช่หรือไม่”สามีของนางจึงตอบอย่างมั่นใจ “อืม ลูกสาวของเรากำลังเล่นสนุกสนานกับเพื่อนใหม่ของนาง ไม่มีเรื่องใดให้เจ้าต้องกังวลเลยลู่ชิง”รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าของหญิงสาว “เจ้าช่างสรรหาคำปลอบใจได้แปลกยิ่งนัก ลี่เซียนกำลังเล่นกับเพื่อนใหม่อย่างนั้นหรือ”กงจื่อเย่ไม่ได้พูดคำโป้ปดอันใดเพราะเวลานี้นางกำลังนั่งพูดคุยเจื้อยแจ้วกับหานเยว่ เทพจันทราที่เป็นสหายเพียงคนเดียวของอีนั่ว“เชื่อใจข้าเถอะนะลู่ชิง สักวันหนึ่งเราต้องได้เจอกับลูกอีกครั้งอย่างแน่นอน” เขากุมมือนางไว้แล้วจูบหลังมืออย่างแผ่วเบาสวีลู่ชิงรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกไป นางจึงกล่าวกับเขาว่า “จื่อเย่ อยู่กับข้านาน ๆ ได้หรือไม่”“.

  • มารเร้นกายดับแสงดารา   ตอนที่ 85 เคราะห์หนัก 2/2

    สุดท้ายแล้ว สวีลู่ชิงก็ไม่ได้ไปตลาดอย่างที่ตั้งใจไว้เพราะกงจื่อเย่ออดอ้อนทำตาเป็นประกายจนนางใจอ่อนอีกตามเคยสามปีต่อมาจู่ ๆ กงลี่เซียนที่สุขภาพแข็งแรงเริ่มเจ็บป่วยจนสวีลู่ชิงร้อนรนใจเป็นห่วงบุตรสาว นางบิดผ้าชุบน้ำหมาด ๆ โปะหน้าผากเด็กน้อยเอาไว้พลางหันมาหากงจื่อเย่ที่นั่งบดสมุนไพรอยู่ข้างกัน“จื่อเย่ ข้าควรทำเช่นไรดี” นางเอ่ยถามผู้เป็นสามี น้ำเสียงเศร้าสร้อยหากแต่กงจื่อเย่ได้แต่ส่ายหน้าแล้วเดินมากอดนางไว้ ปลอบใจว่านางฟ้าตัวน้อยจะหายไข้ในเร็ววัน แม้เขาจะรู้อยู่แก่ใจว่าต้นเหตุที่ทำให้นางป่วยออดแอดเกิดจากอะไรก็ตาม“ท่านพ่อ ท่านแม่” อีนั่วรีบวิ่งมาหาพวกเขาทันทีที่หนีจากเทพวายุมาได้เพราะได้ยินว่าช่วงเวลาสำคัญของน้องสาวจวนเจียนจะมาถึงแล้วเมื่อเห็นว่ามารดาโศกเศร้ามากแค่ไหนจึงกางแขนโอบกอดนางด้วยอีกคน “ท่านแม่ ลี่เซียนจะไม่เป็นอะไรขอรับ”อีนั่วมองบิดาด้วยสีหน้ากังวลเล็กน้อย ถามไถ่เขาผ่านกระแสจิตตามประสาพ่อลูก“ไม่ทำเช่นนั้นไม่ได้หรือ ข้ากลัวน้องเจ็บ” ดวงตาสีฟ้ากำลังร้องขอให้ผู้เป็นพ่อใจอ่อนปล่อยผ่าน“ข้าบอกแล้วว่าไม่มีเรื่องใดที่เจ้าต้องกังวล อีกอย่างข้าไม่ทำเหมือนที่เคยทำกับเจ้าหรอก อีนั่ว”

  • มารเร้นกายดับแสงดารา   ตอนที่ 85 เคราะห์หนัก 1/2

    เก้าเดือนต่อมาเด็กครึ่งมารคนที่สองได้ฤกษ์ถือกำเนิด เด็กหญิงตัวน้อยมีดวงตาสีม่วงแดงเหมือนบิดา เรือนผมสีขาวคล้ายมารดา หน้าตาน่ารักน่าชังยิ่งนักสวีลู่ชิงมองหน้าลูกสาวพลางนึกถึงอีนั่วจึงเอ่ยปากบอกสามีที่นั่งอยู่ข้างกัน “เจ้าเคยอยากรู้ว่าลูกสาวของเราจะหน้าตาเหมือนผู้ใดใช่หรือไม่”“อืม” กงจื่อเย่ยิ้มกว้าง“นางหน้าตาเหมือนเจ้าไม่มีผิด” สวีลู่ชิงไล้แก้มเด็กน้อยด้วยความเอ็นดูทันใดนั้นจึงได้ยินเสียงคุ้นเคยร้องเรียกนางจากหน้าบ้าน สวีลู่ชิงเดินไปดูลาดเลาจึงได้เห็นคนที่ไม่คาดคิดว่าจะได้พบเจออีกครั้ง“ท่านแม่” อีนั่ววิ่งเข้ามากอดนางด้วยความคิดถึงเพราะถูกกักบริเวณจึงแอบออกมาหามารดาไม่ได้เลย ยิ่งเห็นว่ากงจื่อเย่อุ้มเด็กน้อยตาสีม่วงแดงออกมายิ่งตื่นเต้นเข้าไปใหญ่ “น้องสาวข้าหรือ”แม้เขาจะพูดอะไรที่ทำให้สับสนอยู่บ้างแต่สวีลู่ชิงก็ปล่อยไป หากการเล่นละครพ่อแม่ลูกให้เด็กน้อยคนหนึ่งมีความสุขมากถึงเพียงนี้ นางยินดีทำให้ได้“ท่านพ่อ ท่านแม่ น้องสาวข้ามีนามว่าอันใดหรือ” ดวงตาสีฟ้าของเขาเป็นประกายมองคนทั้งสองที่อยู่ตรงหน้า“กงลี่เซียน” จอมมารบอกบุตรชาย “น้องสาวเจ้าหน้าตาน่ารักเหมือนเทพดาราใช่หรือไม่ ข้าจึงตั

  • มารเร้นกายดับแสงดารา   ตอนที่ 19 ชาติภพที่สอง

    ชีวิตในชาติที่สองของเทพดารากำลังเริ่มต้นใหม่ หากโชคชะตาของนางในครานี้ดำเนินไปอย่างที่ควรจะเป็น นางจะเติบโตขึ้นมาเป็นอย่างดีท่ามกลางความรักของคนรอบตัว และเมื่อถึงวัยออกเรือนจะได้แต่งงานกับคนที่นางรักดังใจหมาย ครองคู่อยู่ด้วยกันไปจน

  • มารเร้นกายดับแสงดารา   ตอนที่ 15 บุกสำนักเซียน

    เขาซวนเหยาจื่อเถิงพยายามตั้งสติของตนเองไม่ให้วอกแวกคิดสิ่งใดเพราะเวลานี้นางจะต้องรวบรวมเมล็ดพันธุ์ต้นไม้แห่งชีวิตให้เสร็จสมบูรณ์โดยเร็วที่สุดเดิมทีชีวิตที่ยืนยาวจะค่อย ๆ หล่อหล

  • มารเร้นกายดับแสงดารา   ตอนที่ 14 เผชิญหน้า

    ความรู้สึกที่ถาโถมทำให้พลังเซียนที่ถูกจอมมารกดขี่เอาไว้แข็งแกร่งขึ้นมาในทันที สีหน้าของนางแปรเปลี่ยนราวกับเป็นคนละคนคิดในใจด้วยความมุ่งมั่นว่าจะต้องพาพวกเขาหนีไปจากตรงนี้ให้ได้กงจื่อเย่สัมผัสได้ว่าพลังเซ

  • มารเร้นกายดับแสงดารา   ตอนที่ 12 อย่าไว้ใจผู้ใด

    เมื่อได้ยินศิษย์น้องพูดเช่นนั้น หยางซีอวิ๋นได้แต่ส่ายหน้าเพราะเขาเองก็ไม่รู้เลยว่าปลายทางของโชคชะตาจะเป็นอย่างไร จึงเอ่ยปลอบใจจื่อเถิงว่า “เช่นนั้นข้าจะพยายาม”“แล้วเจ้าเล่าอิงฮวา”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status