เจียงเสวี่ยอิ๋งคนนี้ไม่เป็นแล้วสตรีเย่อหยิ่ง 80s

เจียงเสวี่ยอิ๋งคนนี้ไม่เป็นแล้วสตรีเย่อหยิ่ง 80s

last updateHuling Na-update : 2026-02-10
By:  sanvittayamOngoing
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
80Mga Kabanata
2.3Kviews
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

พรลดาแม่ค้าขายอาหารออนไลน์ถูกคนรักโกงเงินไป แต่ยังดีที่อีกฝ่ายได้นำที่ดินบ้านสวนมาจำนองไว้ หญิงสาวจึงตัดสินใจที่จะม่เริ่มต้นใหม่ที่นี่ แต่เมื่อมาถึงกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะบ้านสวนแห่งนี้แทบจะเป็นที่รกร้างอยู่แล้ว แต่ความซวยไม่ได้มีแค่นี้ เมื่อคอแห้งอยากกินน้ำมะพร้าว ขณะที่กำลังสอยมะพร้าวอยู่นั้น กลับถูกลูกมะพร้าวตกใส่หัวจนเธอต้องเข้ามาอยู่ในร่างของ หญิงสาวที่ชื่อ เจียงเสวี่ยอิ๋ง ในยุค 80 เจียงเสวียอิ๋งเป็นคนที่เอาแต่ใจและเย่อหยิ่ง เธอมีแม่ที่คอบเลี้ยงดูและเอาใจใส่จนเกินไป ส่วนน้องสาวกลับกลายเป็นเด็กรับใช้ให้พี่สาว พอได้รับความทรงจำมา พรลดาแทบอยากจะตายอีกรอบ แต่ทำไม่ได้จึงต้องยอมรับชะตากรรม เมื่อมาอยู่ในร่างนี้แล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคือปรับตัวเองให้ได้ และต้องทำให้น้องสาวเลิกกลัว และครอบครัวกลัวมาเป็นครอบครัวอีกครั้ง และต่อมาเธอตั้งใจว่าจะทำการค้าโดยการขายอาหารเพื่อให้ครอบครัวมีกินมีใช้ และส่งน้องสาวเพียงคนเดียวให้เรียนต่ออย่างที่หวัง เจียงเสวี่ยหนิงคนใหม่จะทำได้อย่างที่ตั้งใจหรือไม่ ตามมาเอาใจช่วยเธอได้เลยค่ะ

view more

Kabanata 1

พรลดาแสนดวงซวย 1.1

Inside the Tates' living room, Wanda Tate gave an ultimatum to her stepdaughter, Avery Tate. "You can see your father on the condition that you either marry Elliot Foster or fork out one and a half million dollars. The choice is yours."

Avery smiled coldly after hearing that. "You're pushing me to marry a man who is in a persistent vegetative state because you can't bear the thought of your daughter doing the same? And you're doing that just because you want the money? Well, keep dreaming if you think you can threaten me like that!"

"So, you're not going to make a choice then?" Wanda raised her voice and pointed at Avery. "Then I'll just end your father's treatment. Our family doesn't have much money left, so I might as well save it for your sister's dowry rather than spend it on a dying man. I'm still his wife, remember? I have the authority to stop his treatment at any time.”

"How dare you!"

"Tch! If you want to save him, then do as I say and marry Elliot."

Avery's expression turned cold and she left without saying another word.

Wanda was a sinister and vicious woman who never made empty threats.

Avery had to find a way to raise money as soon as possible. She took out her cell phone and called her boyfriend, Cole, because she felt that he would be able to help her. After all, Cole was one of the Fosters, and he was also Elliot's nephew.

However, his familiar ringtone somehow blared from a nearby bedroom. Avery thought that she misheard because Cole could not have been at her home, much less in her sister's room.

Avery was still doubting herself when her sister Cassandra's voice said, "It's a call from my sister. Aren't you going to answer it, Cole? What if it's something urgent?"

"Who cares about that b*tch? She's never let me f*cked her in the three years that we were together, so I bet she has some sort of illness down there. But with you… Oh my, I can't get enough of you! My uncle is a vegetable now, and he doesn't have much longer to live. When she marries him and ends up being a widow, I'll coax her so that all the Fosters' assets will be ours. Then I'm going to have lots of fun with you."

"You're so naughty!"'

Avery felt as if a thunderbolt had just struck her. Her head was buzzing, and whatever hopes she had of turning her situation around evaporated in an instant.

Her boyfriend who frequently declared his love for her turned out to have been cheating on her, and the woman who had an affair with him was none other than her sister.

Avery closed her eyes tightly as the loud and lustful echoes of passion intensified from inside the room. Alas, she was unable to stop her tears from sliding down her cheeks.

The Fosters were one of the wealthiest families in Avonsville, and Elliot—the head of the family—had unfortunately been in a persistent vegetative state after an accident six months ago. The doctor had already made it clear that he would not be able to survive until the end of the year.

His mother, Rosalie, did not want him to die unmarried, so she promised a sky-high betrothal gift to anyone who would be willing to marry him.

The Fosters were wealthy, and since Elliot was the head of the family, his mother would not even consider poorer households even though Elliot was in a persistent vegetative state. That being said, none of the upper-class young ladies would be willing to marry a dying person.

Coincidentally, her father was admitted to hospital with a sudden illness when his company went under. Money was required for his medical expenses, so Wanda decided to use his illness to threaten Avery after hearing the news that the Fosters were seeking a wife for Elliot.

Avery wiped her tears aggressively. She then opened her tightly shut eyes to reveal an icy cold stare.

She had been too naive. For years, she endured bullying from her stepmother and stepsister for her father's sake. She even believed every single lie that came out of her sweet-talking boyfriend's mouth.

At that moment, she decided that she would no longer let herself be taken for a fool!

Avery took out her cell phone and made a call.

"I'll marry Elliot."

The wedding ceremony was held three days later.

Avery was alone at the wedding, and she walked down the aisle with a white veil over her face and a bouquet in her hand. From then on, she was Mrs. Foster, and she was untouchable.
Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
80 Kabanata
พรลดาแสนดวงซวย 1.1
พรลดาแสนดวงซวยที่ดินผืนหนึ่งกลางชนบทอันเงียบสงัด ไร้ร่องรอยของชีวิตชีวา ดินแห้งแข็งแตกระแหง แทบจะไม่มีพืชผลให้เห็นเลย เหมือนถูกละทิ้งผืนดินนี้จากเจ้าของคนเก่าต้นมะม่วงและมะพร้าวไม่กี่ต้น จากที่เคยยืนต้นเขียวขจีตอนนี้เหลือเพียงกิ่งก็านที่แห้งเหี่ยว แถมใบเหลืองกรอบยังร่วงหล่นเกลื่อนพื้นไปหมด บางต้นมีเปลือกไม้หลุดลอกเผยให้เห็นเนื้อไม้แห้งแตกระแหง ที่กำลังรอวันล้มลงอย่างโดดเดี่ยวใกล้กันนั้นมีบ่อปลาขนาดไม่ใหญ่มาก ขอบบ่อทรุดโทรมตะไคร่น้ำจับหนาแน่น ผืนน้ำขุ่นข้นไร้การเคลื่อนไหวท่ามกลางความรกร้างนั้น มีบ้านไม้หลังเล็กใต้ถุนสูงตั้งอยู่เงียบงัน ตัวบ้านสร้างด้วยไม้เก่าซึ่งผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนาน หลังคามุงสังกะสีเก่าเป็นสนิมมีรอยรั่วให้เห็นชัด บางแผ่นงอแอ่นจากแรงลมและฝน ผนังไม้สีหม่นแตกร้าว บางจุดก็แยกออกจากกันจนเห็นแสงลอดผ่านได้ เสาบ้านแตกลายงา บันไดไม้ที่ดูเก่าแถมยังมีรอยผุพังให้เห็นอย่างชัดเจนความเงียบงันปกคลุมทั่วบริเวณ เสียงเดียวที่ได้ยินคือเสียงสายลมพัดผ่านกิ่งไม้แห้งไหว สะท้อนให้เห็นความอ้างว้างของที่ดินผืนนี้ ที่ไม่มีใครเหลียวแล!!หญิงสาวขับรถเข้ามาในพื้นที่บ้านด้วยสีหน้าที่บอกไม่ถ
Magbasa pa
พรลดาแสนดวงซวย 1.2
สายตาของเด็กน้อยมองสำรวจพี่สาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างไม่วางตา ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมาว่า “พี่มาจากในเมืองเหรอครับ ทำไมผมไม่คุ้นหน้าเลยล่ะ”“อ้อ...พี่มาจากรุงเทพฯ น่ะ” พรลดาตอบกลับด้วยรอยยิ้ม ไม่แปลกหรอกที่เด็กคนนี้จะไม่คุ้นหน้าเธอ จากนั้นจึงพูดประโยคต่อมาว่า “แล้วมีใครที่พี่สามารถติดต่อได้บ้างไหม พวกลูกหลานยายเปี่ยงน่ะ”เด็กชายทำท่าทางครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะตอบออกมา“ยายเปี่ยงแกมีหลานชายอยู่คนหนึ่งน่ะครับ ชื่อพี่ธาดา แต่ว่าเขาไม่กลับมาที่นี่เลยตั้งแต่ตอนที่ยายเปี่ยงตายน่ะครับ เห็นว่าย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ นี่แหละ”“อ้อ...” พรลดาพยักหน้าเข้าใจ เพราะหลานยายเปี่ยงที่เด็กคนนี้พูดถึงคือคนรักของเธอเอง ตอนนี้เหมือนฝ่ายนั้นจะหายสาบสูญไปแล้ว แม้ว่าสัญญาณมือถือจะติดต่อได้แต่ไม่มีคนรับสายก็ตามเมื่อเห็นท่าทางพี่สาวคนสวยตรงหน้า คราวนี้เป็นเด็กชายที่ถามบ้าง “แล้วพี่มาหายายเปี่ยงทำไมเหรอครับ”“อ๋อ..พอดีว่าพี่เป็นคนที่ซื้อที่ดินผืนนี้จากหลานชายของยายเปี่ยงน่ะ แล้วกำลังจะย้ายมาอยู่ที่นี่”สีหน้าของเด็กชายดูเหมือนจะดีใจขึ้นมา เมื่อเห็นว่ามีพี่สาวย้ายมาอยู่ใกล้ ๆ กัน จึงพูดออกไปด้วยรอยยิ้ม “ยินดีต้อนรับครับ
Magbasa pa
ความฝันที่แปลกประหลาด 1.1
ความฝันที่แปลกประหลาดหลังจากได้ทำความสะอาดห้องนอนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นจึงได้มาทำความสะอาดห้องโถงห้องโถงก็เป็นเพียงแค่ห้องที่ว่าง ซึ่งมันอยู่ติดกับห้องนอนก็เท่านั้น นั่นเพราะว่าบ้านหลังนี้ไม่ได้ใหญ่ จึงไม่มีพื้นที่ต้องให้ทำความสะอาดมากส่วนห้องน้ำก็อยู่นอกตัวบ้านไปทางด้านหลัง พอคิดถึงข้อนี้ขึ้นมาก็อดที่จะหวั่นใจไม่ได้ เพราะเธอไม่เคยอยู่บ้านแบบที่ห้องน้ำแยกออกจากตัวบ้านมาก่อน‘ออกจะน่ากลัวอยู่นะ’ หญิงสาวคิดในใจการทำความสะอาดห้องน้ำเป็นส่วนที่ยากที่สุด แต่พรลดาก็ตั้งใจทำจนสะอาด พอทำเสร็จหมดแล้วก็ไม่มีปัญหา จึงขึ้นมานั่งให้หายเหนื่อยบนบ้าน‘ทำความสะอาดหมดแล้ว บ้านน้อยหลังนี้น่าอยู่ขึ้นเยอะ’ หญิงสาวพูดกับตัวเองแล้วรู้สึกภูมิใจที่ทำความสะอาดบ้านหลังนี้เสร็จเรียบร้อย และทำให้น่าอยู่ยิ่งขึ้นขณะกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ ก็มีเสียงเรียกดังขึ้น“พี่ลดาอยู่ไหมครับ” เสียงของฝุ่นดังขึ้นมาจากใต้ถุนบ้าน“อยู่จ้า ฝุ่นมีอะไรเหรอ” หญิงสาวตะโกนลงมาจากบนบ้านเช่นกัน“แม่ให้เอายากันยุงมาให้พี่น่ะครับ คิดว่าคืนนี้ยุงน่าจะมีเยอะ อีกอย่างก็ไม่แน่ใจว่าที่นี่มีมุ้งหรือเปล่า” เด็กชายตอบพลางเดินขึ้นบันไดมาด้วย จ
Magbasa pa
ความฝันที่แปลกประหลาด 1.2
“เอาที่ดินบ้าอะไรเนี่ยมาจำนองกับฉัน ไม่เห็นจะมีประโยชน์เลย! จะกินมะพร้าวลูกเดียวก็ยังยากเย็น!!”ขณะที่กำลังบ่นเหงื่อก็ซึมเต็มหน้า เธอเขวี้ยงไม้สอยทิ้งลงกับพื้นอย่างหงุดหงิดเมื่อสอยมะพร้าวไม่ได้เสียทีทันใดนั้น เสียง พลั่ก! ดังขึ้น พร้อมกับมะพร้าวลูกใหญ่ที่เธอพยายามสอยเมื่อครู่ร่วงลงมาพอดี หนำซ้ำดันกระแทกเข้ากลางศีรษะของพรลดาอย่างจัง จึงทำให้ร่างของหญิงสาวเซถลาถอยหลังไปหนึ่งก้าว ก่อนจะทรุดฮวบลงกับพื้นหญ้าพร้อมกับหมดสติใบหน้าของเธอสงบราวกับเข้าสู่นิทราอันแสนเงียบงัน ทิ้งไว้เพียงเสียงลมพัดแผ่วเบารอบกายหลังจากที่ทุกอย่างดับสนิท พรลดาก็ฝันถึงเรื่องราวของคนคนหนึ่ง เธอมีชื่อว่า เจียงเสวี๋ยวอิ๋ง เด็กสาววัยสิบเจ็ดที่เพิ่งเรียนจบชั้นมัธยมปลายมาอย่างทุลักทุเล เพราะว่าเธอนั้นเรียนอ่อนมาก และที่จบมาได้ส่วนหนึ่งก็เพราะเหล่าอาจารย์ช่วยถึงจะเรียนอ่อนอย่างไรแต่เพราะเธอเป็นคนที่สวยมาก หน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ ท่าทีหยิ่งยโสนั้นเสริมให้เธอดูเหมือนกับคุณหนูแสนเอาแต่ใจ ถึงแม้ว่าฐานะทางบ้านจะไม่ได้ร่ำรวยเลยก็ตามแต่เพราะเมื่อก่อนพ่อของเธอเป็นทหารที่พอมีตำแหน่ง เลยทำให้บ้านพอมีฐานะอยู่บ้าง
Magbasa pa
ฉันคือเจียงเสวี่ยอิ๋งเหรอเนี่ย 1.1
ฉันคือเจียงเสวี่ยอิ๋งเหรอเนี่ย“พะ พี่...ฟื้นแล้วเหรอคะ เป็นยังไงบ้าง” เจียงเสวี่ยหนิงเอ่ยถาม ทว่าเสียงของเธอดูจะตะกุกตะกักไม่น้อย คล้ายกับกลัวคนตรงหน้าเสียเหลือเกิน“เอ่อ...”พรลดากำลังจะเอ่ยปากพูด แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้าเหมือนกับคนในความฝันของเธอก่อนหน้านี้ไม่ผิดเพี้ยน“ฟะ...ฟื้นแล้ว หมายความว่ายังไง” เธอถามย้ำเพื่อความมั่นใจพอได้ยินอย่างนั้น เจียงเสวี่ยหนิงจึงพูดต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ฟื้นแล้วก็ดีค่ะ เดี๋ยวฉันเช็ดตัวให้นะคะ” เมื่อเห็นพี่สาวตื่นขึ้นมาเจียงเสวี่ยหนิงก็เหมือนหนูเห็นแมว เอาแต่ก็มหน้าไม่กล้าสบตา พอเธอเอ่ยถามก็ตอบเสียงเบาหวิวจนฟังไม่รู้เรื่อง และยังเข้ามาดูแลเธอตั้งแต่เอาน้ำใส่อ่างมาล้างหน้าให้ราวกับตัวเองเป็นคนรับใช้แค่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าไม่ใช่บ้านตัวเอง พรลดารู้สึกแปลกใจมาก อีกทั้งยังพบกับน้องสาวที่อยู่ในฝันนั่น ตอนนี้คิดยังไงก็คิดไม่ออกว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เมื่อเจียงเสวี่ยหนิงยกน้ำมาให้ พรลดาจึงตัดสินใจก็มมองหน้าตัวเองที่สะท้อนอยู่บนผิวน้ำในอ่างล้างหน้า ก่อนจะตกใจแทบสิ้นสติเพราะใบหน้าในอ่างนั้นเป็นใบหน้าอันแสนเยาว์วัยของสาวแรกรุ่น แล
Magbasa pa
ฉันคือเจียงเสวี่ยอิ๋งเหรอเนี่ย 1.2
และเมื่อนึกย้อนไปถึงความทรงจำที่พรั่งพรูเข้ามาในหัวก่อนหน้านี้ก็พอจะสรุปได้ว่า ครอบบครัวนี้คือบ้านตระกูลเจียง บิดาของเจียงเสวี่ยอิ๋งเป็นทหาร และได้สละชีวิตของตัวเองไปในสนามรบเมื่อสิบกว่าปีก่อนโดยทิ้งบ้านหลังนี้เอาไว้ให้ครอบครัวพร้อมกับเงินอีกจำนวนหนึ่ง ที่คาดว่าจะสามารถให้สามคนแม่ลูกใช้กันได้จนกว่าลูกสาวทั้งสองจะเรียนจบ ซึ่งตอนนี้เจียงเสวี่ยอิ๋งก็เรียนจบชั้นมัธยมปลายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะเหลือก็แต่เจียงเสวี่ยหนิงผู้เป็นน้องสาวที่ยังคงอยู่ชั้นมัธยมต้นมารดาของเจียงเสวี๋ยอิ๋งเป็นหญิงวัยกลางคนอายุสามสิบแปดปีตอนนี้เธอทำงานอยู่ที่โรงงานเสื้อผ้า เงินเดือนก็ไม่ได้มากสักเท่าไร เพียงแค่พอเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับใช้เดือนต่อเดือนเท่านั้น หากวันไหนที่เจียงเสวี่ยอิ๋งอยากซื้อของใช้เพิ่ม เธอก็จำเป็นต้องควักเงินเก็บออกมาให้ลูกสาวเมื่อเห็นว่าลูกสาวฟื้นขึ้นมาแล้ว เซี่ยเป่าเจิ้นก็รีบเข้ามาดูทันที สีหน้าท่าทางของเธอดูเป็นห่วงเป็นใยอย่างมาก การที่ลูกสาวคนโตเกิดอุบัติเหตุอย่างไม่คาดคิดแล้วสลบไปถึงหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็ม ๆ ทำเอาหัวใจของคนเป็นแม่แทบแตกสลายแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “เป็นยังไงบ้างลูก ยังเ
Magbasa pa
ยอมรับความจริง 1.1
ยอมรับความจริงเห็นว่าลูกสาวคนเล็กออกไปแล้ว เซี่ยเป่าเจิ้นจึงหันมาพูดกับลูกสาวคนโต “เสี่ยวอิ๋ง พักต่ออีกสักหน่อยก่อนนะ เดี๋ยวค่อยออกมากินข้าว แม่จะไปตามหมอมาดูอาการให้สักหน่อย เผื่อว่ายังมีอะไรร้ายแรง”“ไม่ต้องไปตามหมอหรอกค่ะแม่ ฉันไม่เป็นอะไรแล้วจริง ๆ” หญิงสาวยังคงยืนยันคำเดิม ตอนนี้เธอไม่มีอาการเจ็บป่วยหลงเหลือแล้ว“ถ้าอย่างนั้นก็พักผ่อนเถอะนะ แม่ไม่กวนแล้ว” เมื่อเห็นลูกสาวยืนยันว่าไม่เป็นอะไร จึงยิ้มให้ลูกสาวสุดที่รักอีกครั้ง ก่อนจะเดินออกจากห้องไปเมื่อเห็นว่าแม่ไปแล้ว จึงได้คิดถึงเรื่องราวทั้งหมดอีกครั้งหญิงสาวเข้าใจสถานการณ์ดีว่าที่เซี่ยเป่าเจิ้นไม่ชอบลูกสาวคนเล็ก นั่นก็เพราะว่าผิดหวังที่เจียงเสวี่ยหนิงเกิดมาเป็นผู้หญิง เพราะเธอและสามีหวังไว้ว่าลูกคนที่สองอยากให้เป็นผู้ชายอีกทั้งเจียงเสวี่ยหนิงตอนอยู่ในท้องยังตัวโตมาก เลยทำให้เซี่ยเป่าเจิ้นคลอดยากแถมยังตกเลือดจนตั้งท้องไม่ได้อีก จึงสร้างความเสียใจให้กับเธอและสามีเป็นอย่างมาก เนื่องจากเธอยังไม่มีลูกชายสืบสกุลเลยและที่สำคัญหลังจากนั้นไม่นาน สามีของเธอก็เสียชีวิตในสนามรบ ทำให้เซี่ยเป่าเจิ้นมองว่าลูกสาวคนเล็กเป็นตัวอัปมงคล เกิดม
Magbasa pa
ยอมรับความจริง 1.2
“นี่ลูกแม่เก่งจังเลย ขนาดไม่เคยทำอาหารยังรู้เลยว่าต้องใส่อะไรเพิ่ม อาหารถึงจะอร่อย” เซี่ยเป่าเจิ้นพูดออกมาอย่างภาคภูมิใจที่ลูกสาวคนโตรู้ว่าต้องใส่อะไรเพิ่มเพื่อให้รสชาติอาหารออกมาดีขึ้น ทว่าคนที่ภูมิใจยิ่งกว่าเห็นจะเป็นสาวน้อยที่นั่งอยู่ตรงข้าม เพราะตั้งแต่เกิดมาเธอเพิ่งเคยได้รับคำชมเป็นครั้งแรก และยิ่งเป็นคำชมจากพี่สาวด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เธอมีสีหน้าที่ดีขึ้นมาไม่น้อย“เห็นไหมเสี่ยวหนิง หัดเรียนรู้จากพี่เขาเอาไว้บ้าง ต่อไปจะได้เก่งเหมือนพี่เขาอย่างไรล่ะ” เธอหันไปบอกกับลูกสาวคนเล็กอย่างภาคภูมิใจในตัวลูกสาวคนโต ครั้งนี้เลยไม่มีการดุด่าเหมือนที่ผ่านมาจากนั้นเซี่ยเป่าเจิ้นคอยเอาใจใส่ดูแลเจียงเสวี่ยอิ๋งอย่างใกล้ชิดไม่ต่างจากกำลังเลี้ยงลูกน้อยคนหนึ่ง ทั้งพยายามป้อนข้าวทั้ง ๆ ที่บอกไปแล้วว่ากินเองได้ แต่ว่าผู้เป็นแม่ก็ไม่ยอมเมื่อกินข้าวเสร็จแล้วยังปอกส้มให้กินอีก เจียงเสวี่ยอิ๋งรู้สึกว่ามันออกจะมากเกินไป มากจนน่าอึดอัด นั่นเพราะว่าชาติที่แล้วเธอเองก็เป็นหญิงแกร่งคนหนึ่ง ที่จากบ้านมาแล้วสู้ด้วยตัวเองตั้งแต่สมัยเรียนดังนั้นการที่มีคนดูแลถึงขนาดนี้หญิงสาวเลยมองว่ามันก็แปลกอยู่มาก“พอแล้วค่ะแม
Magbasa pa
ยังคงอยู่ที่เดิม 1.1
ยังคงอยู่ที่เดิมเช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่เจียงเสวี่ยอิ๋งยังคงนอนนิ่งอยู่ใต้ผ้าห่มบนเตียง เสียงไก่ขันจากบ้านของเพื่อนบ้านดังแทรกเข้ามาผ่านหน้าต่างไม้ ทว่าร่างกายของเธอยังไม่ยอมขยับ มือน้อยยังกำผ้าห่มไว้อย่างแน่นหนาหญิงสาวตื่นแล้ว!! แต่ยังคงหลับตาอยู่ พร้อมกับรอฟังเสียงต่าง ๆ ในใจนั้นคาดหวังว่าจะได้ยินจากโลกเดิมของเธอและพอได้ยินเสียงไก่ขัน ทำให้เธอจิตนการไปถึงบ้านไม้ของยายเปี่ยง หญิงสาวพยายามคิดว่าเสียงไก่พวกนี้อาจจะดังมาจากเล้าไก่ที่บ้านของฝุ่น หวังว่าเมื่อตื่นขึ้นมาก็จะได้พบว่าตอนนี้เธอนอนอยู่ในบ้านสวนหลังน้อยหลังนั้นอีกครั้ง และได้กลับคืนสู่ชีวิตปกติเสียทีแต่แล้วโชคกลับไม่เข้าข้างเธอเลยแม้แต่น้อย เพราะว่าเมื่อลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่เห็นก็คือบ้านอิฐหลังเดิมของครอบครัวเจียง!!“เฮ้อ...จะมีทางไหนที่สามารถกลับไปได้บ้างละเนี่ย” หญิงสาวถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายที่เธอตื่นขึ้นมาก็ยังอยู่บ้านเจียงอีกครั้งเมื่อพยายามคิดหาหนทางอยู่หลายครั้งในที่สุดแล้วเธอก็ต้องยอมรับว่าหลุดเข้ามาอยู่ในประเทศจีนยุค 80 เหมือนเดิมขณะที่กำลังตบตีกับความคิดของตนเองอยู่นั้น เสียงประตูดังขึ้นสองสามครั้ง
Magbasa pa
ยังคงอยู่ที่เดิม 1.2
หลังจากบ่นชุดใหญ่ หญิงสาวก็ค่อย ๆ เพ่งมองเข้าไปที่ลูกมะพร้าวกลางฝ่ามือ จากนั้นก็รู้สึกเหมือนมีพลังงานอะไรบางอย่างดูดเธอให้เข้าไปในลูกมะพร้าวนั่นฉับพลันเธอก็มาโผล่ที่บ้านไม้หลังเก่าของยายเปี่ยง ที่ที่เธออยู่ก่อนหน้านี้อย่างไรล่ะ“จริงหรือเปล่าเนี่ย ให้ตายสิ!” เจียงเสวี่ยอิ๋งร้องออกมาอย่างดีใจ ในที่สุดเธอก็หาทางกลับมาที่นี่ได้แล้วจากนั้นก็ไม่รอช้า หญิงสาวรีบวิ่งไปที่รถของตัวเองทันทีนั่นเพราะว่าตั้งใจจะขับกลับกรุงเทพฯ ให้เร็วที่สุดทว่าเมื่อเธอไปถึงรถ แล้วเห็นเงาตัวเองสะท้อนในกระจกก็พบว่าเงานั้นเป็นหน้าตาของเจียงเสวี่ยอิ๋งไม่ใช่พรลดา จึงเข้าใจได้ว่า ที่นี่คือมิติที่เธอถามหาไม่ใช่การกลับไปมายังยุคปัจจุบัน!!“นี่คือมิติสินะ ไม่ใช่ฉันได้กลับมาบ้านยุคปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ต้องลองดู เผื่อฉันจะกลับไปได้”เจียงเสวี่ยอิ๋งพูดขึ้นกับตัวเองพร้อมกับยกมือขวาขึ้นมา แล้วมองไปที่ลูกมะพร้าวอีกครั้ง เพื่อความมั่นใจหญิงสาวจึงนึกถึงบ้านเจียง พอลืมตาขึ้นมาก็กลับมานั่งบนเตียงในห้องนอนเหมือนเดิมหญิงสาวอุตส่าห์ดีใจคิดว่าตนเองจะได้กลับไปยังโลกเดิม สุดท้ายแล้วก็เป็นเพียงแค่มิติเท่านั้น ตอนนี้จึงเข้าใจแล้วว่า ไม
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status