INICIAR SESIÓNพรลดาแม่ค้าขายอาหารออนไลน์ถูกคนรักโกงเงินไป แต่ยังดีที่อีกฝ่ายได้นำที่ดินบ้านสวนมาจำนองไว้ หญิงสาวจึงตัดสินใจที่จะม่เริ่มต้นใหม่ที่นี่ แต่เมื่อมาถึงกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะบ้านสวนแห่งนี้แทบจะเป็นที่รกร้างอยู่แล้ว แต่ความซวยไม่ได้มีแค่นี้ เมื่อคอแห้งอยากกินน้ำมะพร้าว ขณะที่กำลังสอยมะพร้าวอยู่นั้น กลับถูกลูกมะพร้าวตกใส่หัวจนเธอต้องเข้ามาอยู่ในร่างของ หญิงสาวที่ชื่อ เจียงเสวี่ยอิ๋ง ในยุค 80 เจียงเสวียอิ๋งเป็นคนที่เอาแต่ใจและเย่อหยิ่ง เธอมีแม่ที่คอบเลี้ยงดูและเอาใจใส่จนเกินไป ส่วนน้องสาวกลับกลายเป็นเด็กรับใช้ให้พี่สาว พอได้รับความทรงจำมา พรลดาแทบอยากจะตายอีกรอบ แต่ทำไม่ได้จึงต้องยอมรับชะตากรรม เมื่อมาอยู่ในร่างนี้แล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคือปรับตัวเองให้ได้ และต้องทำให้น้องสาวเลิกกลัว และครอบครัวกลัวมาเป็นครอบครัวอีกครั้ง และต่อมาเธอตั้งใจว่าจะทำการค้าโดยการขายอาหารเพื่อให้ครอบครัวมีกินมีใช้ และส่งน้องสาวเพียงคนเดียวให้เรียนต่ออย่างที่หวัง เจียงเสวี่ยหนิงคนใหม่จะทำได้อย่างที่ตั้งใจหรือไม่ ตามมาเอาใจช่วยเธอได้เลยค่ะ
Ver másวันเวลาผ่านไป...วันนี้อากาศดีมากสองสามีภรรยาพาลูกชายตัวน้อยของพวกเขาไปปิกนิกที่สวนสาธารณะกลางเมือง เจิ้งเจียห่าวในวัยเพียงไม่กี่ขวบวิ่งเล่นไปมารอบบริเวณที่พ่อกับแม่นั่งอยู่อย่างสนุสนาน ขณะที่หานเจิ้นตงกำลังนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ส่วนเจียงเสวี่ยอิ๋งก็หยิบเอาอาหารที่เตรียมมาออกมาจากตะกร้าท่ามกลางความเงียบสงบของสวนสาธารณะ พวกเขานั่งบนผ้าปูที่นั่งที่เตรียมมาและเริ่มพูดคุยกันถึงอนาคตของครอบครัวที่พวกเขาฝันไว้ เมื่อพวกเขามองดูลูกชายเจียงเสวี่ยอิ๋งก็เริ่มพูดออกมาอย่างเงียบ ๆ“พี่ตง... ฉันว่าเราควรเริ่มลดบทบาทของเราในธุรกิจแล้วนะ” เจียงเสวี่ยอิ๋งเริ่มต้นด้วยเสียงที่แผ่วเบา แต่มีความมุ่งมั่นอยู่ในนั้นหานเจิ้นตงมองไปที่เธออย่างสนใจแล้วถาม “หมายความว่าไงครับ เราจะให้ใครมาดูแลธุรกิจแทนอย่างนั้นเหรอ”เจียงเสวี่ยอิ๋งยิ้มบางๆ และพยักหน้า “ใช่ค่ะ... เราจะจ้างคนเก่ง ๆ มาทำงานแทนเรา แล้วเราจะได้ทุ่มเทเวลาให้กับครอบครัว อย่างน้อยตอนนี้ธุรกิจของเราเติบโตพอสมควรแล้วนะ ทั้งเราและลูก เราสามคนมีชีวิตที่พอเพียงแล้วนะ”หานเจิ้นตงยังคงฟังเธอด้วยความตั้งใจ เขารู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่ไม่เหมือนเดิม แต่เมื่อม
บทส่งท้าย ครอบครัวที่สมบูรณ์เมื่อหานเจิ้นตงก้าวเข้ามา ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่เขา บรรดาญาติ ๆ ต่างตกตะลึงเมื่อเห็นชายหนุ่มผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายเจิ้งซ่านหยวน บางคนถึงกับน้ำตาคลอเบ้า ย่าของเขาแนะนำเขาให้ทุกคนรู้จัก เสียงทักทายดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทุกคนต่างเข้ามาทักทายและต้อนรับเขาด้วยความยินดีชายหนุ่มได้พบกับลูกพี่ลูกน้องหลายคน รวมถึงเหล่าบรรดาน้า ๆ ที่ต่างพากันมองเขาด้วยความประหลาดใจปนยินดี หานเจิ้นตงรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นของครอบครัวที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน แม้จะเป็นการพบกันครั้งแรก แต่ทุกคนต่างให้การต้อนรับเขาอย่างดีท่ามกลางสายตาของญาติ ๆ กลับมีหญิงสาวคนหนึ่งที่จ้องมอชายหนุ่มงด้วยแววตาที่แตกต่างจากคนอื่น จิงเหยียน ญาติห่าง ๆ ของเขา หญิงสาวใบหน้างดงาม ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความหลงใหลตั้งแต่แรกเห็น หัวใจของเธอเต้นแรงยามที่สบตากับหานเจิ้นตงค่ำคืนนั้นท่ามกลางแสงจันทร์สลัว จิงเหยียนถือโอกาสเข้าหาหานเจิ้นตงขณะที่เขาอยู่เพียงลำพังที่สวนหลังเรือน“พี่เจิ้นตง ฉัน...ฉันชอบพี่” จิงเหยียนพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมา เธอจ้องมองเขาด้วยสายตาแน่วแน่และเต็มไปด้วยความคาดหวังหานเจิ้นตงถอนหายใจ เขาไม่แปล
หัวใจของหานเจิ้นตงเต้นแรง นี่เป็นครั้งที่สองที่เขาได้ยินชื่อ ‘เจิ้งซ่านหยวน’ ก่อนหน้านี่เหมือนกับว่าเขาเคยได้ยินชื่อนี้มาแล้ว“คุณยาย ผมคิดว่าคุณยายอาจจะเข้าใจผิดไปจริง ๆ ผมเพิ่งจะอายุยี่สิบกว่าเองนะครับ เป็นลูกของคุณยายไม่ได้หรอก” ชายหนุ่มพยายามพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและแล้วอยู่ ๆ ก็นึกขึ้นมาได้อย่างกระทันหันว่า เมื่อตอนที่แม่เอาสมุดบันทึกกับรูปของพ่อให้เขาดูนั้น แม่บอกว่าพ่อชื่อเจิ้งซ่านหยวน คิดแล้วก็ถึงกับอึ้งไปชั่วครู่แต่หญิงชรากลับจับมือเขาไว้แน่นกว่าเดิม นางมองเขาด้วยสายตาเว้าวอน “ลูก…พ่อหนุ่มคือสายเลือดของตระกูลเจิ้งใช่ใหม่”หานเจิ้นตงเงียบไปชั่วขณะ เนื่องจากไม่แน่ใจเหมือนกัน“แม่เคยบอกกับผมว่าพ่อของผมชื่อเจิ้งซ่านหยวน” เขาตอบอย่างระมัดระวัง “แต่ผมไม่เคยพบพ่อ”เมื่อได้ยินเช่นนั้น นางจึงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะหลั่งน้ำตาออกมาอีกครั้ง “พ่อหนุ่มต้องเป็นลูกชายของซ่านหยวนแน่ ๆ หน้าตาช่างเหมือนกับซ่านหยวนมาก ฉันคือย่าของพ่อหนุ่ม พ่อหนุ่มเป็นหลานของย่าจริง ๆ”หานเจิ้นตงตกตะลึงไปชั่วขณะ หัวใจของเขาสับสน เขาเฝ้ารอวันที่จะกลับบ้านไปพบภรรยาอันเป็นที่รัก แต่ตอนนี้…โชคชะตากลับดึงเขาใ
อดีตที่ไม่เคยรับรู้เธอเม้มริมฝีปากแน่น แล้วพูดขึ้นมาอีกว่า “ที่ผ่านมาฉันเห็นอาตงต้องอดทนมากขนาดไหน ที่ถูกพ่อเลี้ยงกับน้องชายข่มขู่หาผลประโยชน์ ฉันรู้ว่าพี่มองฉันเป็นเพียงเครื่องมือที่ใช้กดดันอาตง ใช้ฉันเป็นข้ออ้างให้อาตงต้องยอมทำทุกอย่าง ฉันรู้ดีทุกอย่างแต่เลือกที่จะเงียบ เพราะกลัวว่าหากข้าขัดขืนพี่ก็จะรังแกเขายิ่งกว่านี้”“ถางเล่อถง! เธอนี่มัน...” หานเหอรุ่ยเบิกตากว้าง และพยายามพูด“แต่ตอนนี้ฉันไม่ไหวแล้ว” เธอตะโกนขึ้นเป็นครั้งแรกในชีวิต แล้วมองสามีของตนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง “ฉันจะไม่ทนอีกแล้ว ฉันขอหย่า!!”คำพูดของเธอทำให้ทุกคนในร้านตกตะลึง แม้แต่หานเจิ้นตงเองก็เบิกตากว้างมองแม่ด้วยความประหลาดใจถางเล่อถงหันไปมองลูกชาย แม้ว่าใบหน้าจะมีรอยยิ้มบางๆ แต่ก็เต็มไปด้วยความเศร้า “แม่ขอโทษนะ ที่ผ่านมาต้องทำให้ลูกลำบาก อาตง...แม่อ่อนแอเกินไป ทำให้ลูกต้องถูกเอาเปรียบมาทั้งชีวิต”หานเจิ้นตงรู้สึกเหมือนมีบางอย่างจุกอยู่ในอก เขาเข้าใจทุกอย่างดีมาตลอด แต่เมื่อได้ยินแม่พูดออกมาแบบนี้หัวใจของเขากลับเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก เขาล้วงมือเข้าไปในลิ้นชัก หยิบเอาเงินปึกเดิมนั้นออกมาแล้วยื่นมันให้ห
เมื่อเห็นสมุดจดรายการต่าง ๆ ที่คนรักส่งให้ดูก็ถึงกับเบิกตากว้าง แล้วอดภูมิใจในตัวเองไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำให้เขาตื่นเต้นยิ่งกว่าก็คือนี่คงเป็นช่วงที่เขาจะต้องกำหนดวันแต่งงานแล้วอย่างไรล่ะ“ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็แต่งงานกันได้เลยสิ?”“ได้ค่ะ จัดพรุ่งนี้เลยก็ได้” หญิงสาวตอบรับอย่างยิ้มแย้มหลังจากผ่านคืนวั
ฉันจะไม่แต่งงานกับลูกชายรองของคุณหานจื่อหรงไปกินข้าวที่ร้านของเจียงเสวี่ยอิ๋งทุกวันและยังคงเทียวไล้เที่ยวขื่อเธอทุกวันเช่นกัน นานวันเข้าก็เปลี่ยนเป็นเข้ามาใกล้ชิดและพยายามที่จะจับเนื้อต้องตัว จนในที่สุดเจียงเสวี่ยอิ๋งก็เริ่มรำคาญและทนไม่ไหว เพราะรู้จุดประสงค์ของเขาแล้วว่าเขาไม่ได้มาเพื่อกินข้าวดั
ผมจะแต่งงานครับ“ครับแม่ นี่กำลังทำอะไรอยู่เหรอครับ” ชายหนุ่มถามเมื่อเห็นมือของแม่กำลังวุ่นอยู่กับการถักอะไรบางอย่าง“แม่กำลังถักเสื้อให้ลูกอยู่ไง เดี๋ยวอีกไม่กี่เดือนอากาศก็หนาวแล้ว” ถางเล่อถงตอบ นางหยิบเสื้อที่กำลังถักขึ้นมาทาบเข้ากับตัวลูกชาย พร้อมกับพูดด้วยรอยิมอีกครั้ง “แม่กะขนาดไว้ไม่ผิด น่าจ
“เดี๋ยวพี่ไปช่วยน้องเสวี่ยหนิงล้างจานดีกว่า ตรงนี้มีคนช่วยเยอะแล้ว” จางอี้หันไปบอกกับคนอื่น ๆ ก่อนจะเดินตามเจียงเสวี่ยหนิงไปหลังร้าน ก่อนหน้านี้เขาเห็นแล้วว่าถ้วยจานหลังร้านนั้นมีมากจริง ๆ“เสวี่ยอิ๋ง ป้ายหน้าร้านนี้จะให้เขียนชื่อร้านว่าอะไรเหรอ” หานเจิ้นตงถือไม้อัดแผ่นหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน เขาตั้ง











