Masukคำพูดของพี่เขาทำเอาฉันแทบช็อกเมื่ออีกฝ่ายบอกจะจีบฉันทั้งๆ ที่เราพึ่งรู้จักกันเองแถมวันแรกที่ได้เจอกันเราสองคนก็ยังไม่ได้พูดจาดีๆ ต่อกันเลยสักนิดแล้วจู่ๆ มาจีบเอาได้ดื้อๆ แบบนี้
"น้องให้โอกาสพี่นะครับ"
"พี่จะบ้าหรอเรายังไม่ได้รู้จักอะไรกันเลยนะ"
"รู้สิเราเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องที่โรงเรียนและมหาลัยกันไงคะ แล้วก็เราก็เป็นเพื่อนของน้องสาวเพื่อนพี่อีก นี่ไงรู้จักแล้ว"
"ห๊ะ?"ไม่ทันจะได้เคลียร์กันสองพี่น้องก็เดินเข้ามาพอดีโดยที่วาวาเดินเข้ามานั่งข้างๆ ฉันและชวนฉันคุยนู่นนี่นั่นไปเรื่อยอย่างสนุกสนาน ส่วนพวกพี่ๆ เขาก็นั่งคุยกันไปในเรื่องเรียนและกิจกรรมโดยที่พี่ราซอลก็เอาแต่จ้องสายตามองฉันไม่ยอมเลิก
"มาแล้วๆ นี่มัดหมี่ฉันจำได้ว่าแกชอบที่เราไปกินด้วยกันบ่อยๆ ไง"
"ขอบใจนะ"
"อื้อ เออ...มัดหมี่เราสอบไม่ติดมหาลัยอ่ะว่าจะดรอปไปเลยแกช่วยเราติววิชาเลขหน่อยสิ"
"ได้ดิไม่มีปัญหา"
"แกนี่น่ารักเหมือนเดิม กินๆๆ"พวกเรานั่งกินและพูดคุยกันไปอย่างสนุกสนานก่อนที่เพื่อนสาวของฉันจะสะกิดเรียกให้ฉันดูอะไรบางอย่างในมือถือของเธอที่ไม่มีอะไรเลย
"มัดหมี่ๆๆๆ แกดูนี่ๆๆ"
"ไม่เห็นมีอะไรเลยวาวา"
"มัดหมี่ วาวา"เมื่อได้ยินเสียงนั้นก็เอาทำฉันถึงกับช็อกไปเลยทีเดียว นํ้าเสียงที่ฉันไม่เคยอยากจะได้ยินและไม่เคยคิดที่จะอยากจะเจอเลยสักนิด เพื่อนสนิทที่กล้าหักหลังฉันได้คนที่ทำให้ฉันไม่กล้ามีเพื่อนและเป็นเหตุผลที่ฉันไม่อยากมีความรัก
เธอได้ยืนอยู่ด้านหลังของฉันนั่นเอง สองเท้าค่อยๆ ยํ่าก้าวเดินเข้ามาหาฉันทีละนิดๆ โดยที่วาวาก็เอาแต่จับแขนฉันไว้เท่านั้น
"สบายดีไหม"
"นี่มึงยังจะกล้ามาทักมัดหมี่อีกหรอ"
"ยัยวา"
"ม๊า เต้อยากกินข้าว"เสียงเด็กน้อยที่ดังเจื้อยแจ้วมากระทบข้างหูของฉัน ยํ้าเตือนเรื่องราวในอดีตที่เธอทำกับฉันไปแบบนั้นจนฉันเองแทบจะไม่อยากหันกลับไปมองหรือสบสายตากับเธอเลยด้วยซํ้า
หยดนํ้าตาไหลรินออกมาไม่ยอมหยุดรํ่าไห้ออกมาอย่างเงียบๆ อยู่ในอ้อมอกของวาวาที่ดึงฉันเข้าไปสวมกอดแบบนั้น เธอยังคงไม่ไปไหนและยืนอยู่ตรงนั้นปล่อยให้ลูกน้อยส่งเสียงร้องออกมาไม่ยอมหยุด
"ม๊าเต้อยากกินข้าว"
"มัดหมี่ฉัน...."
"พี่ว่าน้องพาลูกออกไปเหอะ ก่อนที่อะไรมันจะแย่ไปมากกว่านี้"
"ม๊า ป๊ามาแล้ว"
"ไหมฉันรอเธอนานมากแล้วนะ! มัดหมี่"คนที่พึ่งเข้ามาใหม่เมื่อเห็นฉันแบบนั้นเขาก็รีบวิ่งเข้ามาหาฉันทันทีพร้อมกับพยายามจะเข้ามาสวมกอดฉันไว้ แต่ทว่าโชคดีที่พี่ราซอลเร็วกว่าและผลักเขาออกไปเล็กน้อยพร้อมกับดึงร่างกายของฉันเข้าไปสวมกอดแทน
"มึงเป็นใครวะ"
"กูเป็นแฟนมัดหมี่ มึงเป็นใคร"
"แม่ ป๊านั่นแม่ใช่ไหมครับ"
"เต้!!"
"พี่พาน้องกลับได้ไหม น้องไม่อยากอยู่ต่อแล้ว"
"ได้สิคะ"หลังจากพูดจบพวกเราก็รีบเดินทางพากันกลับทันทีโดยที่พวกพี่เขาพาฉันกลับไปที่ห้องและสั่งให้พวกรุ่นพี่ปีสองและปีสามยกเลิกกิจกรรมในตอนเย็นนี้ไปก่อนแล้วค่อยเริ่มใหม่
การเดินทางกลับมาที่คอนโดนทุกคนก็เอาแต่เงียบและนิ่งกันไปโดยที่มือหนาของพี่ราซอลก็จับมือฉันไว้อย่างแนบแน่นไม่ยอมปล่อยแม้ว่าฉันเองจะพยายามแกะออกแล้วก็ตาม
"เดี๋ยวพวกมึงกลับกันเลยเดี๋ยวกูดูน้องเอง จอดตรงหน้านั่นแหละ"
พอเข้ามาถึงหน้าห้องก็ดูเหมือนพี่เขาจะยืนรออะไรบางอย่างอยู่โดยที่ฉันก็ยืนรอให้เขาเดินกลับห้องของเขาไป แต่ทว่าเราสองกลับไม่ได้มีบทสนทนาที่พูดคุยต่อกันเลยแม้แต่นิดเดียวทำได้แค่เพียงยืนเงียบอยู่หน้าห้องของฉันเพียงเท่านั้น
"ไม่เข้าห้องหรอ"
"ก็รอพี่กลับไปไงคะ"
"คือ....ห้องพี่ไม่มีอะไรกินเลยอ่ะ ขอเข้าไปกินข้าวหน่อยได้ไหมคะแค่มาม่าซองเดียวก็ได้"ฉันไม่ได้ตอบกลับแต่เปิดประตูเชิญเขาเข้ามาในห้องเองทันทีและไม่ได้พูดหรือบอกอะไรเขาเลยทั้งนั้น
พอเข้ามาถึงภายในห้องจู่ๆ คนตัวสูงก็ยืนคล่อมร่างกายของฉันทันทีทำเอาฉันตกใจแทบแย่จนก้อนเนื้อในทรวงอกแทบจะทะลุออกมาอยู่ด้านนอกอยู่แล้ว ใบหน้าของเราสองค่อยๆ ใกล้กันขึ้นทีละนิดๆ ก่อนที่มือเรียวบางจะยกมือขึ้นผลักเขาออกไปให้ไกลเมื่อได้สติกลับมาแล้ว
"พี่ทำอะไรเนี่ย"
"พี่ขอโทษนะ พี่แค่อยากจะคุยกับน้อง"
"คุยดีๆ ก็ได้"
"ไปนั่งที่โซฟากันเดี๋ยวพี่สั่งอาหารเลี้ยงดีกว่า"การกระทำของพี่เขาเมื่อกี้ทำเอาฉันกลัวแทบแย่เพราะเกรงว่าเขาจะทำอะไรไม่ดี แต่ทว่ามันกลับผิดคาดเมื่อเขาแค่อยากขอคุยด้วยเพียงเท่านั้น
"พี่มีอะไรรึเปล่าคะ"
"คนเมื่อกี้....แฟนเก่าน้องหรอ"ฉันเลือกที่จะเงียบและจ้องมองเขาแทนจะบอกว่าเป็นแฟนเก่าก็ใช่และความสัมพันธ์ของเรามันซับซ้อนไปมากกว่านั้นยากเกินจะอธิบายออกมาได้เลยด้วยซํ้า
"แล้ว....เรื่องที่พี่จะจีบน้องล่ะคะ น้องโอเครไหม"
"มัดปฏิเสธได้ด้วยหรอคะ"
"ไม่ได้ค่ะ เพราะถ้าน้องปฏิเสธพี่ก็จะจีบอยู่ดี"รอยยิ้มของเขาที่แสดงออกมาอย่างไม่ยอมแพ้จนฉันถึงกลับต้องส่ายหัวให้กับคนอย่างเขา
และนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปชีวิตฉันคงจะเริ่มไม่สงบสุขอีกต่อไปแน่นอนจากที่ไม่สูงสิงกับใครจนตอนนี้ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จากคนที่ไม่มีใครเข้าหาหรืออยากคบหาเลยแม้แต่คนเดียวและเลือกที่จะอยู่ตัวคนเดียวนอกซะจากวาวาที่แยกตัวจากกลุ่มเพื่อนมาพูดคุยกับฉันบ้างในบางครั้งเท่านั้น
รุ่นพี่ที่เคยสวนทางกันมาหลายครั้งต่อหลายครั้งและไม่มีใครเข้าตากันเลยสักนิดกลับกลายมาเป็นความสัมพันธ์ที่เริ่มจะผูกพันขึ้นเรื่อยๆ อย่างน่าปวดหัวซะมากกว่า
เด็กสาวที่พัฒนาตัวเองจากอ้วนดำหน้าพังแทบจะไม่มีใครอยากเข้าหาจากหนักแปดสิบเก้า จนตอนนี้สวยใสมีออร่าสู่นํ้าหนักสี่สิบหกในส่วนสูงที่ต่างกันแค่ไม่กี่เซ็นเอง ความพยายามเพื่ออยากจะประชดแฟนเก่าและรักตัวเองให้มากขึ้นแทบจะมีแรงผลักดันที่ทำให้ฉันเปลี่ยนไปแบบนี้
"น้องไปอาบน้ำเถอะ กว่าอาหารจะมา"ฉันพยักหน้าเป็นการตอบกลับก่อนที่จะหายเข้าไปในห้องเพื่อทำธุระส่วนตัวของฉันไปอย่างปกติโดยที่แทบจะไม่ได้ระมัดระวังตัวเลยด้วยซํ้าว่ามีใครแปลกหน้าอยู่ร่วมห้องด้วยในวันนี้
ในขณะที่กำลังเดินออกไปทาครีมเพื่อบำรุงผิวอยู่นั้น จู่ๆ ก็ได้มีร่างสูงของใครสักคนเดินเข้ามาสวมกอดฉันไว้ทันทีจากด้านหลังที่อยู่บนเตียงอย่างรวดเร็วเอามากๆ
"เห้ยย พี่ทำอะไรเนี่ย"
"ก็จะพาแฟนไปกินข้าวไงคะ"
"น้องไม่ใช่แฟนพี่สักหน่อย ปล่อยได้แล้ว"
"ขอกอดหน่อยไม่ได้หรอคะ"
"ถ้าพี่ไม่ปล่อยพี่ก็กลับห้องพี่ไปเลย"สุดท้ายอีกฝ่ายก็ต้องยอมจำนนและเดินออกไปรอนอกห้องตามเคยส่วนฉันก็รีบไปล็อกประตูห้องนอนและรีบทำการทาครีมอะไรให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะออกไปกินข้าวตามที่พี่เขาเตรียมไว้ให้นั่นเอง
"กินเสร็จพี่ก็รีบกลับห้องได้แล้ว"
"รีบไล่กันจังนะครับแฟน"
"เลิกคิดไปเองสักที"
เวลาผ่านมาหลายเดือนตอนนี้ฉันเองก็ได้คลอดตะวันออกมาแล้วเรียบร้อยโดยมีการดูแลเอาใจใส่โดยคุณพ่อมือใหม่ที่ดูแลอย่างใกล้ชิดและหาเวลาให้ฉันอยู่เสมอแม้ว่าวันนั้นเขาจะมีงานด่วนอยู่ก็ตาม แต่เขาเองก็พยายามหาเวลามาดูแลฉันที่ท้องป่องจนกระทั่งคลอดลูกอีกด้วยตอนนี้ฉันและยูยังไม่ได้พูดคุยหรือติดต่อกันเลยแม้แต่นิดเดียวเพราะเพื่อนดูเหมือนจะหายตัวไปเพื่อเยียวยาจิตใจของมันในระยะยาวโดยปล่อยทิ้งสนามแข่งรถนั้นไว้ให้หุ้นส่วนอีกคน ส่วนฉันเองก็ยังคงดูแลด้วยเช่นกันในระหว่างที่เพื่อนสนิทหายตัวไปแบบนี้และช่วยพ่อเองดูแลกิจการโรงแรมของพ่ออีกด้วยคุณพ่อมือใหม่ที่ต้องรับมือกับลูกชายสุดแสบของเขาที่พร้อมที่จะเล่นและหัวเราะอยู่ตลอดเวลาไม่ยอมหลับไม่ยอมนอน ตะวันเป็นเด็กผู้ชายที่แทบจะไม่ค่อยร้องไห้เลยสักนิดแต่ทว่ากลับต้องหาเวลามาเล่นกับเขาอยู่บ่อยครั้งเลยด้วยวันนี้เป็นอีกวันที่ฉันและเขาหนีงานมาพักร้อนหลังจากที่เหน็ดเหนื่อยกันมาเป็นเวลานานมากพอสมควร ริมทะเลชายหาดที่เดิมที่เราเคย
"พี่มีอะไรจะสารภาพรึเปล่าคะ""คือ... พี่ขอตัวก่อนนะคะ"คนตัวสูงรีบวิ่งขึ้นไปชั้นบนตัวบ้านทันทีอย่างหวาดกลัวเมื่อภรรยาของตัวเองที่ใช้นํ้าเสียงและการกระทำที่น่ากลัวเป็นอย่างมากต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิงในลุคสาวหวานเธอถอนหายใจออกไปเฮือกหนึ่งก่อนที่จะเดินตามเขาขึ้นไปยังชั้นบนตัวบ้านและเข้าไปในห้องนอนของตัวเองเพื่อตามไปหาเขา แต่ทว่าพอเข้าไปในห้องแล้วนั้นฉันกลับไม่พบร่างกายอยู่ในห้องเลยด้วยซํ้าก่อนที่จะมีใครคนหนึ่งพุ่งเข้ามาจากด้านหลังหลังสวมกอดฉันไว้อยู่นั่นเองทันทีในความมืดอย่างตกใจ"เห้ยย พี่ทำอะไรเนี่ย บอกน้องมาเลยนะ""ที่รักอย่าคาดคั้นพี่แบบนี้สิคะ""พี่จะบอกหรือไม่บอก!?"นํ้าเสียงแข็งกระด้างพร้อมกับสายตาที่จ้องมองไปอย่างแข็งกร้าวจนเขาเองก็กลัวแทบแย่ที่ภรรยาของตนเป็นแบบนี้ จนเขาเองก็เลือกที่จะเลี่ยงคำตอบไม่ได้เลยด้วยซํ้าจนต้องตัดสินใจรวบรวมความกล้าบอกกับภรรยาของเขาไป
"แล้วตะวันน้อยของพี่มารึยัง""มัดลืมไปเลย พี่รอมัดอยู่ตรงนี้ก่อนนะ""ทำไมล่ะคะ""เดี๋ยวก็ไม่เซอไพรส์สิคะ""แต่พี่อยากลุ้นกับน้องนะ""แปปเดียวค่ะ เดี๋ยวน้องมานะ"ร่างบางถึงกลับเบิกตากว้างเมื่อพึ่งนึกขึ้นได้ว่าเธอเองนั้นทิ้งที่ตรวจครรภ์ไว้ในห้องนํ้าและยังไม่ทันที่จะดูผลของที่ตรวจครรภ์เลย ก่อนที่จะเดินลากพาเขาให้เข้ามาในห้องก่อนและฉันเองก็เดินกลับเข้าไปในห้องนํ้าล็อกประตูไว้เพื่อลุ้นผลอยู่เพียงลำพังก่อนที่จะให้เขาได้ลุ้นดูภายหลังมือเรียวบางถึงกลับสั่นคลอนและค่อยๆ หยิบที่ตรวจครรภ์นั้นดูและค่อยๆ ใช้นิ้วที่ปิดผลนั้นไว้ นิ้วเรียวค่อยๆ สไลด์ออกทีละนิดๆ อย่างช้าๆ ก่อนที่ผลที่ได้ออกมาจะรู้ผล"ท้อง มัดท้องแล้ว
ฉันเดินทางกลับมาที่บ้านเพื่อกลับมาเยี่ยมคนเป็นพ่อที่ได้ข่าวมาแล้วว่าตอนนี้พ่อได้ฟื้นขึ้นแล้วแถมหลังจากที่ฉันกลับมาพ่อก็ดูสุขภาพแข็งแรงและเหมือนไม่เจ็บป่วยใดๆ เลยสักนิดเดียวฉันเองที่นั่งกินข้าวร่วมกับพ่อและแม่นั้นก็ได้แต่จ้องมองพ่ออย่างไม่เข้าใจที่พ่อดูไม่เหมือนคนพึ่งฟื้นจากการล้มป่วยอย่างหนักเลยสักนิดและยังหยอกล้อกับแม่อย่างสนุกสนานอีกต่างหาก"มองอะไรขนาดนั้น""พ่อพึ่งหายป่วยจริงๆ หรอคะ ทำไมพ่อดูไม่เป็นอะไรเลย""ไม่ดีหรอลูกที่พ่อฟื้นเร็ว หรืออยากให้พ่อนอนอีก""พ่ออ่ะ"ฉันทำหน้ามุ่ยออกมาเมื่อพ่อบอกออกไปแบบนั้นอย่างประชดประชันฉันที่นั่งคอยจับผิดสังเกตพ่อและนั่งกินข้าวต่อไปโดยเริ่มคุยเรื่องที่ผ่านมาด้วยว่าเป็นยังไงและเรื่องการแข่งรถที่นู่นด้วย"แม่ว่าเราไปทำอะไรสนุกๆ ด้วยกันไหมลูก""ผมไม่สะดวกเลยคุณ
หลังจากวันนั้นเองพี่ราซอลก็เปลี่ยนไปจากเดิมเป็นอย่างมาก ความรักและการเอาใจใส่ที่เขามอบให้นั้นมากขึ้นกว่าเดิมที่ฉันเคยได้รับอีกต่างหาก การกระทำของเขาที่แสดงออกมาเห็นอย่างได้ชัดเจน จนฉันถึงกลับเริ่มพังทลายหัวใจของฉันลงทีละนิดๆช่วงเช้าของวันนี้เช่นกันที่เขาเองตื่นขึ้นมาในช่วงเช้าและเดินลงไปยังชั้นล่างเพื่อเตรียมทำอาหารให้กับฉันตามปกติในทุกๆ เช้า สองเปลือกตาค่อยๆ ลืมตื่นขึ้นเมื่อแสงแดดในตอนเช้าเล็ดลอดเข้ามาภายในห้องนอนเพียงเล็กน้อยร่างบางที่ถูกปลุกด้วยแสงแดดค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นอย่างช้าๆ และเดินเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อที่จะได้ออกไปดูงานที่โรงแรมของฉันเองตามปกติและต้องเข้าไปดูสนามแข่งรถที่ร่วมดูแลกับเพื่อนสนิทด้วยเช่นกันหลังจากอาบน้ำอะไรเสร็จแล้วนั้นร่างบางที่เดินออกมาจากห้องน้ำก็พบเจอเข้ากับคนตัวสูงที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่บนปลายเตียงอย่างเคร่งเครียดจนฉันเองค่อยๆ เดินเข้าไปนั่งกอดคอเขาจากด้านหลังบนเตียงพร้อมกับโน้มตัวไปฝังจมูกลงบนแก้มของเขาราวกับ
จ๊วฟ จ๊วฟ จ๊วฟ"ฮื่อออ อื้ออ""อื้มมม อื้มมม"บทสนทนาของเราสองเงียบลงไปทันทีหลังจากที่เริ่มบรรเลงรักกันอีกครั้งในยามค่ำคืนนี้ ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมภายในห้องอีกครั้งโดยที่ตอนนี้ทั้งสองยังคงดูดดื่มกับรสจูบที่ต่างก็มอบให้กันอย่างหวานชื่นจ๊วฟ จ๊วฟ จ๊วฟ"อื้อออ พี่ราซอล อื้อออ""พี่ขอนะครับคนเก่ง อื้อออ""....."ฉันพยักหน้าเป็นการตอบกลับเขาไปก่อนที่อีกฝ่ายจะทำการถอดเสื้อผ้าอาภรณ์ไปให้พ้นจากเรือนร่างกายของเขาและฉันออกไปจนหมดสายตาของอีกฝ่ายจ้องมองร่างสาวที่นอนราบอยู่ใต้ร่างอย่างหื่นกระหายในความขาวอึ๋มของเธอโดยที่ยังไม่ละสายตาเลยด้วยซํ้า ตรงนั้นกระดกไปมาแข็งปั๋งได้ที่เตรียมที่จะออกรบแต่ก็ต้องทำให้เธอมีอารมณ์ร่วมด้วยเสียก่อนอยู่ดีเขาก้มตัวลงมาดูดดื่มกับริมฝีปากบางอ
ก๊อกๆๆๆเสียงเคาะประตูในยามเช้าเหมือนกับทุกๆ วันขณะที่ฉันเองกำลังแต่งตัวไปเรียนอย่างเร่งรีบแทบจะไม่ทันอะไรอยู่แล้ว แต่ทว่าก็ต้องรีบไปเปิดดูเมื่อมีใครมาเคาะเรียกสองขาเรียวยาวรีบเดินไปเปิดประตูอย่างไม่รอช้าเมื่อเวลากระชั้นชิดที่จะใกล้เข้าเรียนแล้วแต่ทว่าการแต่งหน้าแต่งตัวอะไรของฉันยังไม่เสร็จเลยทั้ง
"มัดหมี่ทางนี้"เมื่อเดินเข้ามาถึงภายในห้องเพื่อนที่พึ่งรู้จักกันเมื่อวานก็เอ่ยเรียกฉันให้ไปนั่งด้วยทันทีเมื่อเห็นว่าฉันเดินเข้าไปในห้องและกำลังสอดส่องสายตามองหาที่นั่งอยู่และหันเข้าไปเจอเพื่อนที่ยกแขนขึ้นมาเพื่อเป็นท่าทางแสดงบอกให้ฉันได้เข้าใจในการชักชวนของเพื่อนเองร่างบางเดินเข้าไปนั่งข้างๆ เพื่อ
"มึงมองน้องแบบนั้นหมายความว่าไงวะ""ป่าว เด็กมันน่ารักดี""เมื่อก่อนก็น่ารักนะเว้ย""หรอวะ"เด็กสาวที่ผมดันไปปากเสียใส่ค่อยๆ เดินหายลับจากไปแต่ยังคงทิ้งกลิ่นนํ้าหอมอันที่น่าจดจำไว้อยู่ เป็นกลิ่นที่หอมหวานอย่างน่าหลงใหลและไม่มีวันลืม เธอค่อนข้างเหมือนอดีตแฟนสาวของผมอยู่พอสมควรในตอนนี้ทั้งรอยยิ้ม ดวงต
ความรักที่เกิดมาจากคนสองคนในเพียงระยะเวลาอันแสนสั้น ไม่รู้ว่ามันจะเรียกว่าความรักได้รึเปล่า แต่ทว่าทั้งสองกลับผูกพันและสนิทสนมกันเร็วมากอยู่พอสมควร จากเมื่อก่อนที่เป็นแค่รุ่นพี่รุ่นน้องกันที่โรงเรียนที่แทบจะไม่เคยเห็นหน้าหรือพูดคุยกันเลยแม้แต่นิดเดียว จนกระทั่งพวกเขาได้หวนกลับมาพบกันอีกครั้งอย่างถู







