Partager

บทที่ 6

Auteur: ddaisybelle
last update Date de publication: 2026-03-12 18:13:46

Chapter 5

แสงแดดอ่อนปลายสายลูบผ่านม่านผ้าสีเข้มที่เปิดไว้เพียงครึ่ง ภายในห้องยังคงอบอวลด้วยกลิ่นโจ๊กที่เย็นชืด คามินนั่งพิงหัวเตียง มือวางนิ่งอยู่บนตัก เงียบสนิทราวกับแม้แต่เสียงหายใจยังต้องใช้แรงควบคุม อลันลุกจากเก้าอี้ข้างเตียง เดินไปหยุดอยู่ที่หน้าต่าง มองออกไปด้านนอกด้วยแววตาที่เหมือนกำลังชั่งใจ เขาเหลือบมองไปยังศาลาไม้ที่อยู่ใต้ต้นลีลาวดีใหญ่ ก่อนจะเอ่ยเสียงนุ่ม

“วันนี้อากาศดีนะ”

“ตอนลันขับรถเข้ามา ได้กลิ่นดอกลีลาวดีด้วย” คามินยังคงเงียบ ไม่แม้จะขยับตัว แต่อลันไม่ได้คาดหวังคำตอบ เขาหันกลับมา ก้าวเข้าไปใกล้จนยืนอยู่ในระยะที่อีกฝ่ายจะได้ยินชัดที่สุด น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

“พี่มิน ไปนั่งที่ศาลากันไหม”

“ศาลาไม่ได้ใช้งานนาน ๆ มันอาจจะเหงาก็ได้นะ” เขาหยุดนิดหนึ่ง ก่อนจะเอียงคอเล็กน้อย เสริมคำพูดอย่างอารมณ์ดี

“พี่มินอยากไปไหม” คามินไม่ตอบทันที ใบหน้านิ่งเย็นเหมือนทุกวัน แต่ในที่สุดก็หลุดคำสั้น ๆ ออกมาด้วยน้ำเสียงห่างเหิน

“…ไม่ไป” อลันพยักหน้ารับ ไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย เขายิ้มเล็กน้อย ก้มลงในระดับสายตาแล้วพูดเจือเสียงแหย่นิด ๆ อย่างแผ่วเบา

“หรือพี่อยากให้ลันแบกลงไปอะ”

คราวนี้คิ้วของคามินขมวดเข้าหากันเบา ๆ ก่อนจะถอนหายใจเงียบ ๆ แล้วขยับมือดึงผ้าห่มออกจากตัวช้า ๆ มือหนากวาดไปบนผ้าปูเหมือนต้องการจับทิศทาง อลันยื่นแขนออกไปตรงหน้า ไม่รีบร้อนไม่แตะต้องแค่รอให้มือของคามินเป็นฝ่ายสัมผัสก่อน และเมื่อปลายนิ้วของอีกฝ่ายแตะเข้าที่ท่อนแขนเขา อลันก็ยิ้มเบา ๆ

“พร้อมนะพี่มิน”

“ไปสูดอากาศกัน”

ศาลาริมสระน้ำหลังบ้าน

พื้นไม้เก่าดังเอี๊ยดเบา ๆ ทุกครั้งที่เดินผ่าน ศาลาไม้ใต้ต้นลีลาวดีที่เงียบเหงาถูกปลุกให้มีชีวิตอีกครั้ง อลันเดินนำช้า ๆ ไม่เร่งจังหวะ แขนข้างหนึ่งถูกมือของใครบางคนแตะไว้หลวม ๆ เป็นเพียงสัมผัสบางที่มากพอจะให้รู้ว่ากำลังมีใครอยู่ข้างกัน ลมยามสายพัดเอื่อยลูบผ่านเสี้ยวใบหน้า เสียงนกบนกิ่งไม้เก่าเอ่ยทำนองแผ่วเบา พอถึงศาลาอลันหยุดแล้วแตะหลังมือคามินเบา ๆ

“ถึงแล้ว” คามินไม่พูด เขาขยับเพียงเล็กน้อย เหมือนกำลังตั้งใจฟังเสียงรอบตัว กลิ่นลีลาวดีที่โชยมาจากต้นไม้ใหญ่ เสียงใบไม้กระทบหลังคาไม้ เสียงฝีเท้าและการเคลื่อนไหวเงียบ ๆ ของคนข้างกายที่เดินไปวางเบาะนั่งไว้ที่มุมศาลา

“ตรงนี้สบายกว่าเตียงอีกนะ มีเสียงนกร้อง ลมเย็น ๆ ดอกไม้หอม ๆ …” คามินค่อย ๆ นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ มือหนาไล้สัมผัสผิวไม้เรียบเงียบ ๆ ก่อนจะวางมือลงบนตัก ไม่มีคำพูดใดจากปาก แต่การไม่ปฏิเสธก็เท่ากับการยอมรับอย่างเงียบงัน อลันนั่งลงใกล้ ๆ เอนหลังพิงเสาศาลา หลุบตามองปลายเท้าตัวเองแล้วเอ่ยเสียงลอย ๆ

“ตอนเด็ก ลันเคยนอนรอคุณแม่ตรงพื้นนี้ด้วยนะ” เขาหัวเราะเบา ๆ ชวนให้อีกฝ่ายรับรู้แม้ไม่ได้ขอคำตอบ

“โดนดุใหญ่เลย พี่มินก็ไม่ยอมมาปลุกลัน…ปล่อยให้ลันนั่งรอจนเผลอหลับไป ส่วนพี่หายไปไหนก็ไม่รู้” คามินไม่พูดอะไร แต่ปลายนิ้วเขาขยับเล็กน้อยราวกับจำได้ว่ามันเคยเกิดขึ้นจริง ลมยังคงพัดโชย เสียงนกร้องแว่วเบา ๆ จากบนกิ่งไม้ คนหนึ่งพิงเงียบ ๆ อีกคนนั่งอยู่ข้างกันไม่ไกล แม้ไม่มีบทสนทนา แต่ความเงียบกลับเต็มไปด้วยความหมาย เป็นการอยู่ด้วยกันที่ไม่ต้องพูดอะไรแค่อยู่ก็เพียงพอ

ไกลออกไปตรงทางเดินกรวด หญิงวัยกลางคนในชุดเรียบหรูยืนอยู่เงียบ ๆ สายตาของคุณหญิงพิศมัยทอดมองไปยังร่างของลูกชายที่เธอไม่อาจเข้าถึงได้เลยตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา วันนี้เขานั่งอยู่ตรงนั้นแม้จะไม่พูดแม้จะไม่พูด ไม่ยิ้ม แต่ก็ไม่ปฏิเสธการมีอยู่ของใครอีกคน แค่นั้นก็พอให้คนเป็นแม่รู้สึกโล่งใจอย่างที่ไม่ได้รู้สึกมานาน น้ำตาเม็ดเล็กคลอเบ้าเงียบ ๆ ในขณะเดียวกัน รอยยิ้มบางก็ผุดขึ้นบนใบหน้าอย่างอ่อนโยน เสียงฝีเท้าเรียบ ๆ ดังขึ้นด้านหลัง ดอนคอร์เลโอเน่เดินเข้ามา เขาไม่ได้พูดอะไร แค่ยืนข้างเธอเงียบ ๆ เหมือนเคยชินกับการเป็นผู้นำที่เฝ้าดูอยู่เงียบ ๆ จากเบื้องหลัง มือใหญ่ของดอนวางลงบนไหล่ภรรยาเบา ๆ บีบแน่นพอให้เธอรู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้ คุณหญิงเงยหน้าขึ้นสบตาสามี น้ำตาไหลเงียบ ๆ แต่รอยยิ้มกลับยังคงอยู่ พวกเขามองลูกชายด้วยความรู้สึกเดียวกัน ความรู้สึกของพ่อแม่ที่ไม่สามารถพาลูกเดินผ่านความเจ็บปวดได้ แต่ก็เลือกที่จะอยู่ข้าง ๆ รอวันที่เขาจะลุกขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเอง

หลังจากยืนมองลูกชายอยู่นาน ดอนคอร์เลโอเน่เดินกลับเข้าไปยังห้องทำงานของตัวเอง ห้องเดิมที่เคยเป็นศูนย์บัญชาการตลอดหลายสิบปี โต๊ะไม้สักตัวเดิมยังตั้งอยู่ แผนที่เครือข่ายขนส่งใต้ดินยังติดอยู่บนผนังหมากรุกบนโต๊ะถูกปล่อยให้ฝุ่นจับเบา ๆ เขาทิ้งตัวลงบนโซฟา หยิบสมุดบันทึกขึ้นมาอ่าน ก่อนจะกดปลายนิ้วลงที่หว่างคิ้วแน่นเสียงเคาะประตูดังขึ้น นทีเดินเข้ามาในมือถือแฟ้มหนา แต่เมื่อเห็นสีหน้าเจ้านาย เขาชะงัก ไม่เอ่ยปากในทันทีดอนค่อย ๆ เงยหน้า แววตาใต้คิ้วหนาเต็มไปรอยเหนื่อยล้าของคนที่เคยแบกรับทั้งโลกใต้ดินไว้บนบ่า

“ไม่มีใครรู้ใช่ไหมว่าคามินหายไปไหน” เสียงเขานิ่งและหนัก นทีพยักหน้า ช้าและมั่นคง

“ทุกคนทราบแค่ว่าคุณคามินไม่เข้าบริษัทครับ แต่ไม่มีใครทราบว่าเขาหายไปไหน”

“ตอนนี้ทางบอร์ดบริหารเริ่มซุบซิบกันแล้วครับ” ดอนพยักหน้า ไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย

“ฉันไม่รู้ว่าจะถ่วงเวลาได้อีกแค่ไหน…นี่มันก็เริ่มนานเกินไปแล้ว” ยังไม่ทันที่นทีจะพูดอะไรต่อ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง ชายร่างหนาก้าวเข้ามาในจังหวะหนักแน่น ใบหน้าคมเข้มสวมเชิ้ตดำ มือประสานหน้าอย่างนิ่งสงบ

“คุณพงษ์ขอเข้าพบครับ” ดอนคอร์เลโอเน่ไม่ได้ตอบคำพูดของศักดิ์ในทันทีเขาเพียงหันหน้าไปทางนทีแล้วออกคำสั่งช้า ๆ

“กลับไปที่บริษัท จัดการเอกสารให้เรียบร้อย อย่าให้ใครสงสัยอะไร”

นทีรับคำ พยักหน้าช้า ๆ โดยไม่มีคำถามก่อนจะหมุนตัวออกจากห้องไปเงียบ ๆ ทันทีที่ประตูปิดลง ดอนจึงหันไปทางศักดิ์อีกครั้ง

“พาเขาเข้ามา” เพียงไม่กี่อึดใจ ศักดิ์ก็พาชายอีกคนเข้ามาในห้อง พงษ์ นักธุรกิจวัยกลางคนในสูทหรูหรา หน้าตาเรียบเฉียบเหมือนคนมีวาทศิลป์แต่ในดวงตากลับเต็มไปด้วยความร้อนรนที่ขัดกับท่าทีภายนอก พงษ์ยกมือไหว้เล็กน้อย ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ

“ผมขอโทษที่มาโดยไม่ได้นัดล่วงหน้า แต่ครั้งนี้…ผมเดือดร้อนจริง ๆ ครับท่าน” ดอนไม่ตอบทันที แค่จับจ้องไปยังอีกฝ่าย แววตานิ่งและแหลมคมเหมือนอ่านอะไรบางอย่างทะลุ พงษ์สูดลมหายใจลึกก่อนจะเข้าสู่หัวข้อโดยไม่อ้อมค้อม

“คือผมต้องการขนสินค้าล็อตใหญ่…ออกนอกประเทศครับ เลยจำเป็นต้องใช้เรือจำนวนมาก” เพียงคำว่าสินค้าก็เปลี่ยนบรรยากาศในห้องทันที ศักดิ์ที่ยืนอยู่ด้านข้างก้าวเท้าเล็กน้อย แววตาแข็งขึ้นแม้ไม่ได้พูด ดอนยังคงนิ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบและกดลึก

“ฉันวางมือไปนานแล้ว โดยเฉพาะเรื่องของที่…ไม่ควรขนเข้าออกประเทศ” พงษ์ยังคงพยายามประคองท่าที รอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้าเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความกดดันที่ปกปิดไว้ไม่อยู่

“ผมเข้าใจครับ…แต่ครั้งนี้ผมจำเป็นจริง ๆ ถ้าผมส่งของไม่ทัน ผมไม่รอดแน่”

“ช่วยผมเป็นครั้งสุดท้ายเถอะครับ”

ดอนถอนหายใจช้า ๆ แววตายังแน่นิ่ง ไม่มีคำปลอบ ไม่มีคำปลุก ไม่มีแม้แต่คำตำหนิ

“ฉันไม่มีอำนาจอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ฉันก็แค่ชายแก่คนหนึ่ง…ที่ออกคำสั่งอะไรไม่ได้”

“สิ่งที่คุณขอมา ฉันคงช่วยไม่ได้”

พงษ์กัดฟันแน่น ก่อนจะก้าวเข้า มาใกล้โต๊ะ เสียงของเขาสั่น มือกำแน่น เส้นเสียงเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง “ขอร้องเถอะครับท่าน…ครั้งนี้ผมพลาดไม่ได้จริง ๆ ”

ศักดิ์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ขยับเข้ามาด้านวางมือลงเบา ๆ บนไหล่พงษ์อย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น

“เชิญครับ” พงษ์หันขวับ ดวงตาวาวโรจน์เหมือนถูกตบหน้าในขณะที่ยังไหว้อยู่

“ท่านไม่รู้หรอก…ว่าผมต้องเสี่ยงแค่ไหนกว่าจะมาขอร้องท่านได้! ท่านลืมไปแล้วเหรอว่าสมัยก่อน...”

“พอ ออกไป” เสียงของดอนคอร์เลโอเน่ตัดขึ้นทันควัน คมพอจะหั่นความทรงจำในอดีตทิ้งไม่เหลือชิ้นดี พงษ์ชะงัก หายใจแรงอยู่ครู่ก่อนจะถูกศักดิ์พาออกไป เสียงประตูปิดลงทิ้งไว้เพียงความเงียบเย็นจนแทบจับเป็นน้ำแข็ง

หลังจากพงษ์ออกไป ดอนหลับตาลงช้า ๆ มือประสานกันไว้ที่อก หัวคิ้วขมวดราวกับอดีตทั้งสามสิบสี่สิบปีกำลังไหลย้อนกลับมาในคราวเดียว ห้านาทีต่อมา ศักดิ์กลับเข้ามาเงียบ ๆ ไม่ต้องรอคำสั่ง เพราะเขารู้ดีว่าบทสนทนายังไม่จบ ดอนเอ่ยช้า ๆ ไม่แม้แต่เงยหน้าขึ้น

“ฉันเหนื่อยกับเส้นทางนี้มามากพอแล้ว”

“ไม่รู้ว่าคามินจะหายเมื่อไหร่…ไม่รู้ว่าจะปิดเรื่องนี้ได้อีกนานแค่ไหน” น้ำเสียงของเขา ไม่ได้พูดในฐานะที่เคยเป็นหัวหน้ามาเฟีย แต่เป็นเสียงของบิดาที่กำลังกลัว

“สายข่าวฝั่งตะวันตกก็เงียบผิดปกติ นายทุนระดับสูงก็เริ่มเคลื่อนไหว”

“พวกมันกำลังใช้โอกาสนี้ทำลายเศวตากรุ๊ป…ทำลายครอบครัวฉัน”

ศักดิ์ที่เงียบอยู่ เอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นคง

“ท่าน…อยากให้ผมตามคุณชายใหญ่กลับมาไหมครับ” คำถามนั้นตกลงกลางห้องเหมือนหมึกหยดลงในน้ำ ช้า ลึก แต่กระจายตัวไปทั่วทั้งบรรยากาศทั้งบรรยากาศ ดอนไม่ตอบ ไม่แม้แต่สบตา เขาหลุบตามองนิ้วที่กำแน่น มือสั่นเพียงเล็กน้อย ศักดิ์ไม่พูดซ้ำเพราะเขารู้ว่าคำถามแบบนี้ไม่ต้องเร่งคำตอบ

อีกด้านข้างนอกศาลา

ลมยังโชยเอื่อย แสงแดดลอดผ่านใบไม้กระทบผิวน้ำในสระเบื้องหน้าเสียงนกร้องเป็นระยะ สลับกับเสียงลมหายใจเงียบ ๆ ของคนสองคน คามินยังคงนั่งนิ่งใบหน้าเรียบสงบแต่เต็มไปด้วยความเงียบงันที่ไม่เคยเกิดขึ้นในบ้านหลังนี้มาก่อน เขาไม่ได้พูด ไม่ได้เคลื่อนไหว แค่นั่งนิ่ง ๆ กับบรรยากาศที่เขาไม่เคยสัมผัส อลันนั่งอยู่ไม่ไกลนัก ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบ

“พี่มิน เดี๋ยวลันมานะ” คามินหันหน้าตามเสียงเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ตอบ ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรกลับมา อลันเดินไปยังรถที่จอดอยู่ เปิดท้ายรถแล้วหยิบกล่องไม้เล็กที่บรรจุสีน้ำกับกระดาษวาดไว้ข้างในกล่องเดิมที่เขาใช้มาตั้งแต่เรียนอยู่ฝรั่งเศส เป็นของที่มีความทรงจำ

เขาเดินกลับมาพร้อมกับพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามอีกฝ่าย วางข้าวของลงอย่างระมัดระวัง ไม่ให้รบกวนความเงียบของอีกคนแม้แต่น้อย ไม่มีคำพูด ไม่มีคำอธิบาย มีแค่เสียงพู่กันแตะลงบนกระดาษ กลิ่นสีน้ำเจือจางปะปนกับกลิ่นดอกไม้ในสวนสิ่งที่เขากำลังวาดคือใบหน้าของใครบางคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า ใบหน้าที่เงียบขรึม ที่เคยจ้องเขาแน่นิ่ง ๆ ใบหน้าที่แทบไม่มีรอยยิ้มแต่กลับกลายเป็นภาพที่เขาอยากเก็บไว้มากที่สุด

อลันวาดอย่างตั้งใจ ไม่ใช่เพื่อให้ใครชมแต่เพื่อจะบันทึกช่วงเวลานี้ไว้ด้วยความรู้สึกจริง ๆ คามินขยับตัวเล็กน้อย เอนหลังอย่างผ่อนคลาย ดวงตาที่มืดสนิทแม้มองไม่เห็นอะไร แต่รับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวบางอย่างที่อยู่ตรงข้าม

“ทำอะไร” เสียงของเขาดังขึ้นในที่สุด อลันชะงักมือ เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ยิ้มบางก่อนจะวางพู่กันลงเดินเข้าไปใกล้อีกฝ่าย แล้วนั่งลงข้าง ๆ อย่างเงียบ ๆ มือข้างหนึ่งของเขายื่นออกไป จับมือของคามินไว้เบา ๆ แตะลงบนภาพวาด คามินขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่ขืน ไม่สะบัด เขายอมให้มือของเขาถูกจับและยอมให้ปลายนิ้วตัวเองแนบลงบนกระดาษที่ยังเปียกหมาด ๆ ผิวสัมผัสเปียกนิด ๆ พื้นผิวไม่เรียบ เส้นนูนจากจังหวะพู่กัน สีที่ยังอุ่นจากแสงแดด และกลิ่นหมึกจาง ๆ

“ลันวาดพี่มิน” อลันยิ้มบาง ก่อนพูดต่อ “แค่อยากวาดเก็บไว้” เสียงของเขานุ่มแนบแน่น ไม่มีความสงสารปนอยู่เลย มีแค่ความตั้งใจที่ใสสะอาด คามินเงียบไปครู่หนึ่ง ปลายนิ้วของเขายังค่อย ๆ ไล้ไปตามเส้นและพื้นผิว เหมือนพยายามมองด้วยมือ อลันยิ้มบางแล้วพูดต่อ

“พี่รู้ไหมว่าทำไมลันถึงชอบสีน้ำ” คามินไม่ได้ตอบ แต่ก็ไม่ได้ขัด

“เพราะมันควบคุมไม่ได้ ต่อให้เราระวังแค่ไหน สีมันก็จะไหลรวมกันเองตามทางของแรงโน้มถ่วง...แต่ทุกจังหวะ มันมีเอกลักษณ์ เหมือนชีวิตคน ต่อให้เราวางแผนดีแค่ไหน มันก็ไม่ได้เป็นไปตามที่คิดตลอด” เขาหันไปมองคามิน แววตาเต็มไปด้วยความเข้าใจ

“แต่พอเติมหยดสุดท้ายลงไป มันก็จะมีคุณค่าในแบบของมันเอง...แม้จะไม่สมบูรณ์ก็ตาม” คำพูดจบลงพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ อลันก้มเก็บสีอย่างใจเย็น ท่ามกลางความเงียบที่ไม่สร้างระยะห่าง แต่กลับทำให้สายใยบาง ๆ เริ่มถักทอขึ้นอย่างเงียบ ๆ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • มาเฟียรุ่นที่ 5 The Blind Don   บทที่ 113

    “ไม่มีทาง…” เสียงของเขาแผ่วเบา แต่แน่วแน่ “ลันเลือกพี่มินแล้ว และจะเลือกทุกวันจากนี้ไป” ไม่มีถ้อยคำใดหวือหวา ไม่มีคำสาบานยืดยาว มีเพียงการสวมแหวนที่เรียบง่ายเปี่ยมไปด้วยความหมายลึกซึ้ง มีสายตาที่สื่อสารแทนทุกอย่างว่า ‘ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะไม่ปล่อยมือเธอ’ เสียงปรบมือดังขึ้นประปราย เฟรโด้หัวเรา

  • มาเฟียรุ่นที่ 5 The Blind Don   บทที่ 112

    “ขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติมาในวันนี้…” เสียงของเขานิ่ง เรียบ แต่หนักแน่นจนเงียบทั้งห้อง “นี่จะเป็นก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงที่ผมเชื่อว่าทุกคนที่นี่…และทุกคนในประเทศนี้ควรได้รับ” เสียงปรบมือดังขึ้นเรื่อย ๆ แววตาหลายคู่มีน้ำตา พ่อแม่ของเด็ก ๆ ที่ได้รับทุนจากมูลนิธิต่างลุกขึ้นปรบมือด้วยความจริงใจจนเสี

  • มาเฟียรุ่นที่ 5 The Blind Don   บทที่ 111

    “คุณตา! คุณตาขา!” เสียงของแมร์รี่ในชุดเดรสสีขาววิ่งเข้ามา ผมสีน้ำตาลหยิกเป็นลอนสวยสะบัดไปตามแรงวิ่ง ตุ๊กตากระต่ายสีชมพูในอ้อมแขนกระเด้งดึ๋งดั๋งตามจังหวะฝีเท้าไร้เดียงสา ดอนหัวเราะแผ่ว ๆ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่เปี่ยมไปด้วยความเอ็นดู “มาแล้วเหรอ คนเก่งของตา…” แมร์รี่ยิ้มแฉ่งก่อนจะกระโดดขึ้นไปกอดดอนไ

  • มาเฟียรุ่นที่ 5 The Blind Don   บทที่ 110

    Chapter 42 บรรยากาศภายในตึกสูงของห้องประชุมลับชั้นบนสุด เงียบสงบกว่าทุกวันแต่ภายใต้ความนิ่งสงบมีบางสิ่งเคลื่อนไหวอย่างเงียบงันราวกับระลอกคลื่นคลื่นใต้น้ำที่ไม่มีใครมองเห็น ประตูบานใหญ่เปิดออกอย่างช้า ๆ เสียงส้นรองเท้าหนังกระทบพื้นดังแผ่วเบา คามินในชุดสูทสีเข้มก้าวเข้ามาพร้อมแววตาเรียบนิ่งไร้อารมณ์

  • มาเฟียรุ่นที่ 5 The Blind Don   บทที่ 109

    “ฉันเชื่อใจแก” “ว่าแกจะสามารถยืนได้โดยไม่มีใครล้มแกได้อีก”คามินรับปืนมาเงียบ ๆ มาเงียบ ๆ ปลายนิ้วลูบผ่านตัวปืนช้า ๆ ราวกับสัมผัสถึงน้ำหนักของมัน ไม่ใช่แค่น้ำหนักของโลหะแต่คือน้ำหนักของชีวิต เลือดและบาปทั้งหมดที่หล่อหลอมเขามา เขาเงยหน้าขึ้นสบตาบิดา ริมฝีปากขยับช้า ๆ “…ขอบคุณครับ” เสียงทุ้มต่ำเบา แต

  • มาเฟียรุ่นที่ 5 The Blind Don   บทที่ 108

    รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวออกจากสถานที่ประชุมช้า ๆ เสียงเคริ่งยนต์แผ่วเบา ภายในรถเงียบจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของแต่ละคน คามินนั่งพิงเบาะด้านหลัง ดวงตาไร้แววทอดมองออกไปยังแสงไฟถนนที่ไหลผ่านอย่างเนิบช้า มือข้างหนึ่งวางอยู่บนต้นขา มือที่เพิ่งปลิดชีวิตใครบางคนไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน อลันนั่งอยู่ข้าง ๆ นทีนั

  • มาเฟียรุ่นที่ 5 The Blind Don   บทที่ 79

    บ้านริมหาด รถสีดำคันหรูแล่นเข้าจอดใต้ร่มไม้ริมชายหาดส่วนตัวที่ไม่ไกลจากหมู่บ้านมากนัก แสงแดดอ่อนยามบ่ายส่องลอดผ่านกิ่งไม้ลงมากระทบกับพื้นทรายสะอาด สายลมทะเลพัดเบา ๆ พาเอากลิ่นเค็มของคลื่นและเสียงน้ำกระทบฝั่งมาแตะหูอย่างแผ่วเบา คามินลงจากรถก่อนยกกระเป๋าสัมภาระทั้งหมดลงจากท้ายรถด้วยท่าทีเรียบนิ่งแต่ด

  • มาเฟียรุ่นที่ 5 The Blind Don   บทที่ 9

    Chapter 8 แสงแดดอ่อนลอดผ่านม่านสีขาวสะอาดในโถงกลาง อากาศเงียบสงบ เย็นเยือกเกินกว่าที่จะเรียกว่าเช้าแสนธรรมดา ประตูห้องบนชั้นสองเปิดออกอย่างแผ่วเบา เสียงฝีเท้าหนักแน่นแต่มั่นคงค่อย ๆ ก้าวลงบันได คามินในเสื้อยืดสีเข้มกับกางเกงผ้าธรรมดาใช้มือหนึ่งไล้ตามราวบันไดเพื่อประคองตัว ขณะที่อีกมือแนบลำตัว สีหน้

  • มาเฟียรุ่นที่ 5 The Blind Don   บทที่ 8

    Chapter 7 ห้องประชุมบนชั้นสูงสุดของตึกเศวตากรุ๊ป เงียบงันจนน่าหวั่น แม้ภายในจะเต็มไปด้วยผู้ทรงอิทธิพลกว่าสิบห้าชีวิต ทั้งนักธุรกิจอาวุโส หุ้นส่วนหลัก และบอร์ดผู้บริหาร เก้าอี้ประธานด้านหน้าสุดยังคงว่างเปล่า ตำแหน่งที่เคยเป็นของคามิน แต่ในวันนี้กลับเป็นชายชราผู้หนึ่งที่คุ้นเคยเดินตรงเข้ามาแทนที่ ดอ

  • มาเฟียรุ่นที่ 5 The Blind Don   บทที่ 7

    Chapter 6 ณ กรุงฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี เสียงเข็มนาฬิกาในคาเฟ่เล็ก ๆ ดังเบา ๆ ท่ามกลางแสงแดดอ่อนของสายวันนั้น แสงแดดสาดลอดผ่านกระจกบานใสลงกระทบโต๊ะไม้ริมหน้าต่างที่มีชายคนหนึ่งนั่งอยู่อย่างเงียบงัน คาโรล คอร์เลโอเน่ เศวตาภิวัฒน์ เสื้อเชิ้ตสีอ่อนกับกางเกงผ้าธรรมดาไม่มีร่องรอยของอดีตทายาทมาเฟีย เขานั

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status