Share

บทที่ 5

Author: ddaisybelle
last update publish date: 2026-03-12 18:12:50

Chapter 4

เช้าตรู่ในวันหนึ่งของฤดูฝนฟ้าไม่สดใสแต่ก็ไม่หม่นเมฆขาวบางปกคลุมตัดกับแสงแดดอ่อน ๆ ที่ลอดลงมาระหว่างกิ่งไม้ กลิ่นฝนเจือจางในอากาศเย็นชื้นชวนให้รู้สึกว่าวันนี้อาจสงบกว่าทุกวัน รถหรูสีขาวสะอาดจอดหน้าบ้านหลังใหญ่ เสียงเครื่องยนต์ดับลงอย่างเงียบเชียบ ก่อนที่ประตูจะเปิดออกเผยร่างชายหนุ่มในชุดเรียบง่าย

อลันก้าวลงมาเงียบ ๆ มือหนึ่งถือของฝาก สายตามองสำรวจรอบบ้านที่เขาเคยมาเมื่อยังเป็นเด็ก บ้านหลังเดิม เงาไม้เดิม และความรู้สึกบางอย่างที่ยังค้างอยู่ ประตูบ้านเปิดรอไว้ราวกับเจ้าบ้านรู้ล่วงหน้า คุณหญิงพิศมัยยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาอ่อนโยนของเธอทอดมองชายหนุ่มที่กำลังก้าวเข้ามา

“สวัสดีครับคุณน้า” อลันยกมือไหว้อย่างนอบน้อม ก่อนจะยื่นของในมือให้แม่บ้านที่ยืนอยู่ข้างคุณหญิงอย่างเงียบ ๆ รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนใบหน้าคุณหญิง รอยยิ้มที่ดูเหมือนจะเลือนหายไปนานแล้ว

“ขอบใจนะ หนูอลันที่แวะมา”

“พี่มินอยู่ไหนเหรอครับคุณน้า” เขาถามเสียงอ่อนโยนคุณหญิงพิศมัยหลุบตาลงเล็กน้อย เสียงของเธอนุ่มแต่เต็มไปด้วยอารมณ์ที่กลั้นไว้

“อยู่ในห้องจ้ะ แม่บ้านกำลังยกอาหารไปให้” ยังไม่ทันที่เธอจะหันไปสั่งแม่บ้าน เสียงของอลันก็ดังขึ้นเบา ๆ

“เดี๋ยวลันยกขึ้นไปเองครับ” แววตาคุณหญิงผ่อนคลายลงเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ

“ก็ได้จ้ะ” แม่บ้านยื่นถาดอาหารให้เขา ข้าวต้มร้อน ๆ กับน้ำผลไม้ในแก้วใส อลันมองถาดนั้นอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะสูดลมหายใจแล้วเดินขึ้นบันไดอย่างมั่นคง ทุกก้าวที่เดินไปคล้ายกำลังย้อนกลับเข้าไปในความทรงจำเก่าที่ไม่รู้ว่าเขาจะได้พบเจออะไรในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

เสียงเคาะประตูดังเบา ๆ สองครั้ง หน้าห้องยังปิดสนิท เงียบสนิท มือหนึ่งของเขาวางอยู่บนลูกบิด อีกข้างประคองถาดอาหารแน่น ไม่มีเสียงตอบกลับมา อลันจึงค่อย ๆ หมุนลูกบิด เปิดประตูเข้าไปอย่างเงียบเชียบ ภายในห้องมืดสลัว ผ้าม่านหนาทึบปิดแสงจากภายนอกจนแทบไม่เล็ดลอดเข้ามา มีเพียงแสงบาง ๆ ที่พาดผ่านพื้นกระเบื้องร่างสูงนั่งพิงหัวเตียงอยู่เงียบ ๆ แม้จะมองไม่เห็นแต่เขามีประสาทสัมผัสที่ดีกว่าคนทั่วไป แม้แต่เสียงลูกบิด เสียงฝีเท้าเบา ๆ เขาจับได้หมด

“ออกไป” เสียงเข้มทุ้มดังขึ้นทันทีที่ประตูเปิด เย็นชาและห้วนเหมือนคำสั่งที่ถูกปล่อยออกมาโดยไม่รอฟังว่าใครกำลังยืนอยู่ แต่ฝีเท้าคู่นั้นไม่ได้หยุด คิ้วของคามินขมวดเล็กน้อยเขาเอียงหน้าเล็กน้อยตามเสียงที่คุ้นเคย กล้ามเนื้อบางส่วนเกร็งขึ้น ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะเสียงนั้น เขาจำมันได้แม้จะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม

เสียงถาดวางบนโต๊ะข้างเตียงดังขึ้นเบา ๆ ตามด้วยเสียงของใครบางคนที่แสนคุ้นเคย

“พี่มิน นี่ลันเอง” อลันเว้นไปครู่ก่อนพูดต่อ “ลันยกอาหารเช้ามาให้”

คามินชะงักไปชั่ววินาที ก่อนที่ความทรงจำสมัยเด็กจะย้อนเข้ามาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

แฟลชแบ็ก เมื่อ 22 ปีก่อน

เสียงดนตรีจากงานเลี้ยงลอดผ่านกำแพงเข้ามาแผ่วเบาภายในบ้านเศวตาภิวัฒน์ที่เต็มไปด้วยผู้คน อลันในวัยเด็กเขากำลังนั่งขดตัวอยู่ที่มุมห้องนอนแขก กอดเข่าซุกหน้าลง น้ำตาซึมขอบตาเสียงฟ้าร้องครืนทำให้ไหล่เล็ก ๆ นั้นสั่นระริก เขารอพ่อแม่อยู่ และฝนตกหนักจนไม่มีวี่แววว่างานเลี้ยงของผู้ใหญ่จะจบลงง่าย ๆ ในขณะนั้นเองเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามา คามินเดินเข้ามาเงียบ ๆ ดวงตาคมมองเห็นร่างที่หลบซ่อนอยู่ในมุมมืด_

“ออกมาได้แล้ว” เสียงเด็กชายเอ่ยนิ่ง เรียบ เย็นชาแต่อลันไม่ตอบ ไม่ขยับ ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง คามินขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้ สายตาเขาไล่มองเด็กชายที่ตัวเล็กกว่าซึ่งกำลังสั่นเทาอยู่ตรงหน้า แม้จะพูดไม่เก่งนัก แต่ในใจกลับมีบางอย่างบอกให้เขาเอื้อมมือออกไป

“ไม่ต้องกลัวนะ” เสียงของเขาเบาลง

“ฉันอยู่นี่”

อลันค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นช้า ๆ ดวงตากลมโตเปียกชื้นไปด้วยน้ำตาและความกลัว สายตาทั้งสองสบกันเงียบ ๆ ในความมืด ฝนยังคงกระหน่ำลงมาไม่หยุด แต่ในวินาทีนั้นเสียงของมันเหมือนจะเงียบลงไป อลันไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแค่จ้องมองคามินนิ่ง ๆ และเด็กชายคนที่โตกว่าก็ยื่นมือไปหาทั้งอย่างนั้น ไม่รอคำตอบ ไม่ถามอะไรอีก

กลับปัจจุบัน

คามินเอ่ยเสียงแข็ง สีหน้าเรียบเฉยไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมาแม้แต่น้อย

“มาทำไม”

“นี่คือคำทักทายของคนที่ไม่ได้เจอกันเป็นสิบปีเหรอ” น้ำเสียงเรียบ ไม่ได้เหน็บแนมแต่ก็ไม่ได้อ่อนโยนทั้งหมด คามินไม่ตอบ ไม่มีแม้แต่สีหน้าที่เปลี่ยนไป อลันปรายตามองรอบห้อง กลิ่นอับจากผ้าม่านที่ไม่เคยเปิด ของใช้ตกอยู่บนพื้นอย่างไร้ระเบียบ เขาถอนหายใจเบา ๆ แล้วเดินไปยังหน้าต่าง ปลายนิ้วจับขอบม่านแล้วดึงเปิด แสงแดดอ่อน ๆ ทะลุผ่านเข้ามาในห้องมืด ภายในห้องเปลี่ยนไปทันทีเมื่อแสงแตะพื้นและตัวของคนที่อยู่บนเตียง แม้ดวงตาจะมองไม่เห็นแต่คามินรู้สึกได้ แสงแดดอุ่น ๆ กระทบผิว ร่างของเขากระตุกเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงเย็น

“เธอทำอะไร” คามินพูดเสียงแข็ง

“ฉันบอกให้ออกไป”

ไม่มีเสียงตอบกลับ มีเพียงการขยับตัวของคนที่ยังคงอยู่ในห้องนั้น อลันโน้มตัวลง เก็บหนังสือเล่มหนึ่งจากพื้น เขาปัดฝุ่นออกเบา ๆ ก่อนจะวางมันกลับบนชั้นอย่างเงียบเชียบ แล้วหันไปมองร่างสูงบนเตียงอีกครั้ง

“ให้ห้องมีแสงเข้ามาบ้าง”

“อย่างน้อยพี่จะได้รับแสงแดดจากข้างนอก” น้ำเสียงนั้นไม่ได้อ่อนโยนจนน่าสงสารแต่สัมผัสได้ถึงความตั้งใจจริง คามินยังคงเงียบ หัวเอียงเล็กน้อย ปลายนิ้วแตะผิวแขนตนเอง คล้ายกำลังตรวจสอบว่าตัวเองยังรู้สึกถึงแดดที่ส่องลงมาอยู่ไหม

อลันนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงมองถาดอาหารที่ยังไม่มีใครแตะ ไอร้อนเริ่มจาง ไอน้ำกำลังจะหายไปทีละนิด

“กินข้าวหน่อยไหม เดี๋ยวเย็นหมดนะ”

“ไม่หิว” คำตอบที่เหมือนเดิม สั้น เย็นชาและปิดกั้นทุกความหวัง อลันพยักหน้าเบา ๆ โดยไม่พูดอะไร เขาแค่ถอนหายใจแล้วเอ่ยเหมือนเล่าเรื่องธรรมดา

“ลันเพิ่งเรียนจบ ก็เลยกลับมาบ้าน”

“พอดีลันว่าง เลยแวะมาทักทายคุณน้าพิศมัย” เขาหยุดเล็กน้อยจ้องใบหน้าที่ไร้แววของคามิน ก่อนจะพูดอย่างนุ่มนวล

“ดีใจที่ได้เจอพี่มินนะ” ไม่มีคำตอบแต่ภายในใจของใครบางคนกลับสั่นสั่นสะเทือนเล็กน้อย

“งั้นลันกลับก่อนล่ะ”

“ต้องไปทำธุระให้คุณแม่อีกนิดหน่อย”

“ไว้ลันจะแวะมาหาอีกนะ” ชายหนุ่มลุกขึ้น สายตายังคงจับจ้องใบหน้าคามินหน้าอยู่เงียบ ๆ รอยยิ้มจาง ๆ ผุดขึ้นมา ก่อนจะเดินไปยังประตู เปิดแล้วปิดมันลงเบา ๆ ทิ้งให้ร่างที่นั่งอยู่กลางแสงสลัวเงยหน้าขึ้นช้า ๆ แม้ดวงตาที่มองไม่เห็นแต่คามินก็รู้ว่า ใครบางคนได้ทิ้งบางสิ่งเอาไว้ในห้องนี้แล้ว

เศวตากรุ๊ป

แสงแดดที่ทะลุผ่านกระจกตึกสูงสะท้อนบนผิวโต๊ะเรียบเงาในห้องประชุมส่วนตัวของบริษัทร่วมทุน ห้องเงียบกริบ เงียบจนได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาอย่างมั่นคง ประตูกระจกบานใหญ่เปิดออกเบา ๆ เผยร่างของชายวัยกลางคนที่มาพร้อมความเย็นเยียบในแววตา

เกรียงไกร วงศ์ทัตตา หนึ่งในนักลงทุนรายใหญ่ที่ร่วมทุนกับคามินและยังเป็นผู้ที่กำลังจ้องจะคว้าโอกาสทุกช่องว่างเพื่อแทนที่ประธานตัวจริง เขาทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับนที แฟ้มเอกสารถูกลูกน้องวางลงบบนโต๊ะอย่างเงียบงันแต่ยังไม่มีใครเปิดมัน

“ท่านประธานหายไปนานแล้วนะ” เกรียงไกรเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบแต่แฝงบางอย่างไว้ใต้คำพูด ไม่ใช่แค่คำถามแต่เป็นคำประกาศสงครามอย่างอ้อม ๆ นทีเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า

“คุณคามินมีธุระครับ ช่วงนี้เขาไม่ว่าง” เกรียงไกรหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ไม่มีรอยยิ้มบนใบหน้า แต่มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ราวกับนักล่าที่ได้กลิ่นเลือดจากเหยื่อที่อ่อนแรง

“หายไปนานขนาดนี้ ก็ควรให้คนอื่นขึ้นดูแลแทนได้แล้ว อย่าปล่อยให้ทุกอย่างลอยอยู่กลางอากาศ” เขาพูดต่อ “จะเสียหายเปล่า ๆ” น้ำเสียงยังคงนุ่ม แต่ความกดดันนั้นหนักหน่วงอย่างเห็นได้ชัด คำพูดนั้นไม่ได้แค่บีบ แต่คือการเตือนว่าเก้าอี้ที่ว่างอยู่อาจถูกแย่งได้ทุกเมื่อ นทีชะงักมือที่กำลังจัดเอกสาร เขาเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายนิ่ง ๆ ไม่ตอบไม่ถอย จากนั้นเขาลุกขึ้นโดยไม่พูดคำใด มือเก็บแฟ้มเอกสารทั้งหมดอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะเดินออกไป

อีกด้านของดอนคอร์เลโอเน่

ม่านโปร่งบางปลิวเบา ๆ ตามลมฝนที่ปลิวพัดมาจากด้านนอก ดอนคอร์เลโอเน่ยืนพิงขอบหน้าต่าง แก้วไวน์ในมือยังไม่ได้ถูกจิบ ดวงตานิ่งเฉยมองสวนที่เปียกชื้น เสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนที่นทีจะก้าวเข้ามาอย่างเงียบกริบ

“ขออนุญาตครับท่าน” เสียงเขานุ่มแต่มั่นคง โค้งหัวเล็กน้อยอย่างเคารพ

“ว่ามา” ดอนตอบโดยไม่หันกลับมา

“ทางนักลงทุนหลักเริ่มประท้วงที่คุณคามินไม่เข้าบริษัทแล้วครับ” คำพูดของนทีเรียบ แต่บรรยากาศในห้องกลับหนักอึ้งขึ้นทันตา เสียงฝนตกเบา ๆ กลายเป็นจังหวะที่เร่งเร้าเหมือนเครื่องเคาะหัวใจ ดอนคอร์เลโอเน่เงียบไปอึดใจก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นโดยไม่ต้องใช้คำรุนแรง

“ฉันจะจัดการเอง” นทีพยักหน้ารับคำ ไม่มีคำถามใด ๆ ตามมาเขาเข้าใจดีว่าเมื่อดอนลงมือ จะไม่มีใครกล้าถามถึงคามินอีก

วันต่อมา

อากาศยังเย็นชื้นเหมือนเดิมแสงแดดอ่อนลอดผ่านต้นลีลาวดีที่ปลูกเรียงรายริมทางเดิน เสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ดังขึ้นก่อนที่รถคนเดิมจะจอดหน้าบ้านหลังใหญ่เงียบ ๆ

อลันก้าวลงจากรถ ในมือถือถุงอาหารที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของโจ๊กหมูร้อน ๆ กับปาท่องโก๋กรอบใหม่ แม่บ้านเปิดประตูอย่างรู้หน้าที่ก่อนที่คุณหญิงพิศมัยจะปรากฏตัวจากด้านใน

“หนูอลัน” น้ำเสียงของเธออบอุ่นกว่าเดิม คล้ายว่าทุกครั้งที่เขากลับมา โลกของเธอก็เริ่มหมุนอีกครั้ง อลันยกมือไหว้ด้วยรอยยิ้มอ่อน

“ลันซื้อโจ๊กเจ้าเก่ามาฝากครับ ร้านโปรดของคุณน้ากับคุณแม่”

“ร้านแปะซ้งใช่ไหม แค่ได้กลิ่นก็รู้แล้ว” น้ำเสียงของคุณหญิงเต็มไปด้วยความเมตตาและบางอย่างในแววตานั้นก็บอกว่าเธอขอบคุณที่ยังแวะมาเสมอ อลันส่งถุงอาหารให้แม่บ้าน แล้วเอ่ยเบา ๆ

“รบกวนจัดใส่ถ้วยให้ด้วยนะครับ”

หลังจากทักทายกันอย่างอบอุ่นแล้วสายตาของอลันเหลือบไปเห็น ดอนคอร์เลโอเน่นั่งอยู่มุมหนึ่งของห้องโถง เขาขอตัวเบา ๆ แล้วเดินเข้าไปทักทาย

“ลันขอตัวไปทักทายท่านลุงหน่อยนะครับ” คุณหญิงพยักหน้า

“เชิญเลยลูก ท่านคงรอหนูอลันอยู่แน่ ๆ”

ภายในห้องรับแขก

ดอนคอร์เลโอเน่นั่งไขว่ห้างอย่างสงบ แสงแดดสาดกระทบโต๊ะมันเงาวับ เขากำลังนั่งอ่านอะไรบางอย่างจากหนังสือพิมพ์ฉบับเช้า และทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าเข้ามา เขาพับหนังสือพิมพ์ลงช้า ๆ แล้วเงยหน้าขึ้น

“อ้าว อลันเหรอ”

“สวัสดีครับท่านลุง” เด็กหนุ่มยกมือไหว้อย่างนอบน้อม

“โตเป็นหนุ่มแล้วนะเรา” แม้สีหน้าของดอนจะไม่ได้เปลี่ยนมากนัก แต่ในแววตา กลับมีประกายบางอย่างที่คล้ายความเอ็นดูเงียบ ๆ

“แล้วท่านทูตเจสันกลับมาด้วยหรือเปล่า”

“คุณพ่อยังอยู่ที่อังกฤษครับ ช่วงนี้ท่านงานยุ่งเลยยังไม่ได้กลับครับ” ดอนพยักหน้า เก็บหนังสือพิมพ์ไว้ข้างตัว

“บอกท่านทูตด้วยนะว่า กลับมาอย่าลืมติดไวน์ดี ๆ มาสักขวด” อลันยิ้มบาง ๆ

“จะเรียนให้ทราบครับท่านลุง”

ในขณะเดียวกันเสียงฝีเท้าแม่บ้านดังขึ้นพร้อมถาดอาหารเช้าที่จัดเรียบร้อย กลิ่นโจ๊กหอม ๆ กับปาท่องโก๋อุ่น ๆ ลอยขึ้นแตะจมูกอย่างนุ่มนวล อลันรับมันไว้เงียบ ๆ ก่อนจะหันไปโค้งศีรษะดอนราวกับขอตัว จากนั้นเขาก้าวขึ้นบันไดไปทีละก้าว เหมือนทุกก้าวคือการเดินเข้าไปในโลกของคนที่ไม่ยอมให้ใครเข้าไปเขายืนอยู่หน้าห้อง มือกำลังจะเคาะแต่เสียงจากภายในกลับดังขึ้นเสียก่อน

ตุบ! เสียงบางอย่างกระแทกกับโต๊ะ ตามด้วยเสียงร่างกายล้มกระแทกพื้น สีหน้าของอลันเปลี่ยนทันที เขาหมุนลูกบิดเปิดประตูอย่างรวดเร็ว วางถาดอาหารไว้กับโต๊ะข้างผนัง ภายในห้องยังคงมืดสลัว ม่านยังปิดอยู่ แสงส่องเข้ามาเพียงน้อยนิดแต่เพียงพอให้เขาเห็นเงาร่างของคามิน ที่ล้มอยู่ข้างเตียง แขนหนึ่งยันพื้นไว้ อีกข้างพยายามดันตัวลุก ใบหน้าเขาขมวดแน่น ไม่ใช่เพราะเจ็บแต่เพราะเขารู้ว่าอลันกำลังเห็นเขาในสภาพนี้

“พี่มิน!!” เสียงเรียกนั้นเบาแต่มากพอให้หัวใจสะดุด เขาขยับจะเข้าไปช่วยแต่เสียงเย็นจัดของคามินก็ดังสวนขึ้น

“ไม่ต้อง” คำพูดนั้นเด็ดขาดพอจะหยุดมือกลางอากาศ อลันชะงักปลายนิ้วห่างจากแขนอีกฝ่ายไม่ถึงคืบเขาเงียบ ปล่อยให้อีกฝ่ายพยายามลุกขึ้นเองแต่ในจังหวะนั้น เขากลับยื่นมือไปเบา ๆ ไม่ใช่เพื่อพยุงแต่เพียงแค่แตะท่อนแขน แล้วประคองมือนั้นมาวางแนบผนังห้อง

“พี่แตะกำแพงไว้นะ”

“มันจะพาพี่ไปที่ที่พี่อยากไป” น้ำเสียงนั้นนุ่ม อ่อนโยน ไม่เวทนา กลับมีบางอย่างที่ทำให้หัวใจอีกฝ่ายเต้นแปลก ๆ คามินไม่ตอบแต่ปลายนิ้วเขาแนบกับผนัง กางออก ช้า ๆ เพื่อสัมผัสพื้นที่และทิศทางเขาก้าวไปข้างหน้ามั่นคง แม้จะยังไม่เห็นอะไรแต่เขาจำทิศทางของห้องนี้ได้เป็นอย่างดี อลันมองตามเงียบ ๆ ก่อนจะหมุนตัวกลับไปยกถาดอาหารมาวางไว้บนโต๊ะข้างเตียง จากนั้นเดินไปเปิดม่านให้แสงเช้าไหลเข้ามาอีกครั้ง

ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นจากหน้าห้องน้ำ คามินเดินออกมาช้า ๆ มือยังแตะผนัง ใช้ปลายนิ้วไล่ตามแนวกำแพงอย่างระมัด อลันหันไปมองอีกฝ่ายขยับช้าแต่มั่นคง เขาไม่พูดอะไรทันที เพียงยิ้มเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นเหมือนคุยกับอากาศ

“วันนี้ลันขับรถแวะร้านอาแปะ ร้านโจ๊กที่คุณแม่ชอบพาเราไปกินตอนเด็ก” ไม่มีคำตอบ คามินยังเดินเงียบ ๆ กลับมาถึงขอบเตียงก่อนจะทรุดตัวนั่งลงช้า ๆ ด้วยท่าทางระมัดระวัง

“แต่ไม่เจออาแปะนะ น่าจะเป็นลูกชายแกทำต่อ”

“กินหน่อยไหม” เขาหยุดเล็กน้อย มองใบหน้าของคามินที่ไม่แสดงอารมณ์ใด แต่ก็ไม่เบือนหน้าหนีอีกแล้ว

“ไม่กิน” เสียงแข็งหลุดออกจากปากคามิน

“ลันตั้งใจซื้อมาฝากเลยนะ”

“พี่มินใจร้ายจัง” น้ำเสียงของอลันนุ่มนวล แต่ประโยคหลังแฝงแววน้อยใจเล็กน้อย แค่พอให้รู้สึกว่าความสัมพันธ์นี้มีความหมาย คามินขมวคิ้วนิด ๆ ไม่ได้ตอบ แต่นานกว่าทุกที ก่อนที่เสียงทุ้มของเขาจะเอ่ยขึ้น

“มาทำไม” คามินถามต่อ “มาสมเพชฉันเหรอ”

อลันชะงักใบหน้าเขานิ่ง ไม่สะท้อนความเสียใจ ไม่โกรธ ไม่เสียศูนย์

“พี่พูดอะไรเนี่ย” เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ น้ำเสียงไม่ได้อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด แต่แฝงความหนักแน่น

“ก็ลันอยากมาไง”

“ไม่เห็นต้องมีเหตุผลอะไรซับซ้อนเลย” เขายักไหล่เบา ๆ เหมือนพูดกับเพื่อนธรรมดาคนหนึ่ง

“ตอนเด็ก ๆ เราอยู่ด้วยกันออกจะบ่อย ถึงแม้ว่าพี่จะคอยแต่แกล้งลันก็เถอะ” คามินยังคงเงียบ แต่ร่องรอยบางอย่างบนใบหน้ากลับเปลี่ยนไปเล็กน้อย เหมือนกำลังนึกถึงภาพที่พูดถึงนั้นอยู่ในใจ อลันหยิบปาท่องโก๋ขึ้นมา ฉีกขาดครึ่งแล้วกัดไปคำเล็ก ๆ

“ยังอร่อยเหมือนเดิมเลยนะ” เขาหันมาทางคามิน

“เผื่อพี่มินเปลี่ยนใจ” บรรยากาศในห้องเงียบลง ไม่มีเสียงพูดต่อ แม้คนในห้องจะยังไม่เดินตามมัน และในวินาทีนั้นคนที่ไม่เคยยอมแม้จะให้ใครเข้าใกล้ กลับไม่เอ่ยคำว่า‘ออกไป’ อีกแล้ว
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • มาเฟียรุ่นที่ 5 The Blind Don   บทที่ 113

    “ไม่มีทาง…” เสียงของเขาแผ่วเบา แต่แน่วแน่ “ลันเลือกพี่มินแล้ว และจะเลือกทุกวันจากนี้ไป” ไม่มีถ้อยคำใดหวือหวา ไม่มีคำสาบานยืดยาว มีเพียงการสวมแหวนที่เรียบง่ายเปี่ยมไปด้วยความหมายลึกซึ้ง มีสายตาที่สื่อสารแทนทุกอย่างว่า ‘ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะไม่ปล่อยมือเธอ’ เสียงปรบมือดังขึ้นประปราย เฟรโด้หัวเรา

  • มาเฟียรุ่นที่ 5 The Blind Don   บทที่ 112

    “ขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติมาในวันนี้…” เสียงของเขานิ่ง เรียบ แต่หนักแน่นจนเงียบทั้งห้อง “นี่จะเป็นก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงที่ผมเชื่อว่าทุกคนที่นี่…และทุกคนในประเทศนี้ควรได้รับ” เสียงปรบมือดังขึ้นเรื่อย ๆ แววตาหลายคู่มีน้ำตา พ่อแม่ของเด็ก ๆ ที่ได้รับทุนจากมูลนิธิต่างลุกขึ้นปรบมือด้วยความจริงใจจนเสี

  • มาเฟียรุ่นที่ 5 The Blind Don   บทที่ 111

    “คุณตา! คุณตาขา!” เสียงของแมร์รี่ในชุดเดรสสีขาววิ่งเข้ามา ผมสีน้ำตาลหยิกเป็นลอนสวยสะบัดไปตามแรงวิ่ง ตุ๊กตากระต่ายสีชมพูในอ้อมแขนกระเด้งดึ๋งดั๋งตามจังหวะฝีเท้าไร้เดียงสา ดอนหัวเราะแผ่ว ๆ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่เปี่ยมไปด้วยความเอ็นดู “มาแล้วเหรอ คนเก่งของตา…” แมร์รี่ยิ้มแฉ่งก่อนจะกระโดดขึ้นไปกอดดอนไ

  • มาเฟียรุ่นที่ 5 The Blind Don   บทที่ 110

    Chapter 42 บรรยากาศภายในตึกสูงของห้องประชุมลับชั้นบนสุด เงียบสงบกว่าทุกวันแต่ภายใต้ความนิ่งสงบมีบางสิ่งเคลื่อนไหวอย่างเงียบงันราวกับระลอกคลื่นคลื่นใต้น้ำที่ไม่มีใครมองเห็น ประตูบานใหญ่เปิดออกอย่างช้า ๆ เสียงส้นรองเท้าหนังกระทบพื้นดังแผ่วเบา คามินในชุดสูทสีเข้มก้าวเข้ามาพร้อมแววตาเรียบนิ่งไร้อารมณ์

  • มาเฟียรุ่นที่ 5 The Blind Don   บทที่ 109

    “ฉันเชื่อใจแก” “ว่าแกจะสามารถยืนได้โดยไม่มีใครล้มแกได้อีก”คามินรับปืนมาเงียบ ๆ มาเงียบ ๆ ปลายนิ้วลูบผ่านตัวปืนช้า ๆ ราวกับสัมผัสถึงน้ำหนักของมัน ไม่ใช่แค่น้ำหนักของโลหะแต่คือน้ำหนักของชีวิต เลือดและบาปทั้งหมดที่หล่อหลอมเขามา เขาเงยหน้าขึ้นสบตาบิดา ริมฝีปากขยับช้า ๆ “…ขอบคุณครับ” เสียงทุ้มต่ำเบา แต

  • มาเฟียรุ่นที่ 5 The Blind Don   บทที่ 108

    รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวออกจากสถานที่ประชุมช้า ๆ เสียงเคริ่งยนต์แผ่วเบา ภายในรถเงียบจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของแต่ละคน คามินนั่งพิงเบาะด้านหลัง ดวงตาไร้แววทอดมองออกไปยังแสงไฟถนนที่ไหลผ่านอย่างเนิบช้า มือข้างหนึ่งวางอยู่บนต้นขา มือที่เพิ่งปลิดชีวิตใครบางคนไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน อลันนั่งอยู่ข้าง ๆ นทีนั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status