登入เอมลิรินทร์กลับเข้ามาที่บริษัทหลังจากไปส่งซันเดย์ที่โรงเรียนเรียบร้อยแล้ว ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก ชายหนุ่มคนหนึ่งก็เดินเข้ามาทักเธอพร้อมรอยยิ้มเป็นมิตร“สวัสดีครับ ผมเป็นหัวหน้าฝั่งเลขา”“สวัสดีค่ะ ฉันเอมลิรินทร์ เรียกเพลงก็ได้” เธอรีบยกมือไหว้เล็กน้อย หญิงสาวส่งยิ้มให้อย่างสุภาพ หวังจะสร้างมิตรภาพกับคนในที่ทำงาน เพราะเธอเองก็ยังไม่คุ้นกับที่นี่นัก“ผมเมธาครับ” อีกฝ่ายตอบกลับพร้อมมองเธอด้วยสายตาสนใจเล็กน้อย“คุณเพลงนี่เอง”“คะ?”“ก็คนที่ท่านประธานพาไปส่งลูกชายด้วยตัวเองไงครับ” เมธาหัวเราะเบาๆ “ทั้งบริษัทกำลังพูดถึงอยู่เลย คุณเป็นแม่ของ...”“มันไม่ใช่อย่างที่ทุกคนคิดนะคะ” เธอหน้าเจื่อนลงทันที“ผมไม่ได้ว่าอะไรครับ แค่แปลกใจที่คุณซันเดย์เรียกคุณว่าแม่” เขารีบยกมือขึ้นเหมือนกลัวเธออึดอัด“แค่เด็กค่ะ”“ครับ แล้วคุณเข้ามาทำงานที่นี่ได้ยังไง” เมธาเกิดความสนใจในตัวหญิงสาวขึ้นมา ไม่รู้ว่าเป็นเด็กของท่านประธานหรือเปล่า“พอดีมีเรื่องนิดหน่อยค่ะ” เธอตอบเลี่ยงๆ พร้อมส่งยิ้มบางกลับไป“ถ้าตอนเที่ยงยังไม่มีคนทานข้าวด้วย ลงไปทานพร้อมผมได้นะครับ” เมธายิ้มให้“ขอบคุณค่ะ”แต่ทั้งสองไม่ทันสังเกตเลยว่า ป
“แม่ของซันนี่สวยจริงๆ”ซันเดย์นั่งกอดกรอบรูปใบเล็กไว้บนตัก ดวงตากลมโตจ้องภาพผู้หญิงในรูปทุกคืนก่อนนอนเหมือนเป็นกิจวัตร แต่คืนนี้ต่างออกไป เพราะแม่ในรูปกลับมาแล้วจริงๆธีรชลที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำมองภาพนั้นเงียบๆ ก่อนหัวใจจะหน่วงขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เขาบอกลูกเสมอว่าแม่เป็นใครไม่เคยปิดบังลูก“นอนได้แล้วครับ” เขาเดินไปนั่งข้างลูก ก่อนดึงผ้าห่มขึ้นคลุมให้“พ่อครับทำไมแม่ถึงไม่มานอนกับเรา” ซันเดย์ยังไม่ยอมนอนง่ายๆ เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นถามด้วยความไร้เดียงสาคำถามนั้นทำให้ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย เขาหลุบตาลง ก่อนตอบเสียงเบา “แม่ติดงาน”เป็นคำโกหกที่แม้แต่ตัวเขาเองยังรู้สึกเจ็บซันเดย์ก้มมองรูปในมืออีกครั้ง เขารู้ว่าพ่อโกหกเพื่อให้เขาสบายใจ ก่อนถามต่อเสียงแผ่ว“แล้วทำไมแม่จำซันไม่ได้อ่ะ ซันไม่น่ารักเหรอ” เสียงเล็กๆ เริ่มเศร้าลงเรื่อยๆ จนหัวใจคนเป็นพ่อแทบแตกสลาย ธีรชลรีบดึงลูกชายเข้ามากอดแน่นทันที“ใครบอกว่าลูกพ่อไม่น่ารัก ลูกพ่อน่ารักที่สุดในโลกเลย” เขาลูบผมนุ่มเบาๆ พยายามซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง ซันเดย์ซุกหน้าลงกับอกพ่อเงียบๆ ส่วนเขาก็ได้แต่กอดลูกไว้แน่น“ทำไมแม่ไม่กลับมาอยู่กับเราล่ะ”“เอา
“คุณพ่อทำอะไรแม่” ซันเดย์ยืนกอดอกอยู่ปลายเตียง ใบหน้าเล็กๆ เต็มไปด้วยความจริงจัง ดวงตากลมโตจ้องธีรชลเขม็งเหมือนกำลังสอบสวนผู้ร้าย“พ่อไม่ได้ทำอะไร” เขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนมองลูกชายที่ตอนนี้เอาแต่นั่งเฝ้าเอมลิรินทร์ไม่ห่าง“ไม่เชื่อ งั้นทำไมแม่เป็นแบบนี้” ซันเดย์รีบเถียงทันทีเด็กน้อยหันกลับไปมองหญิงสาวที่ยังนอนหลับอยู่บนเตียงในห้องพักส่วนตัวของพ่อ สีหน้าเต็มไปด้วยความเป็นห่วง ตั้งแต่แม่หมดสติ ซันเดย์ก็แทบไม่ยอมไปไหนเลย“แม่เขาแค่ไม่สบาย” เขายกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ“แล้วพ่อทำให้แม่ไม่สบายรึเปล่า”“ซันเดย์” น้ำเสียงทุ้มเริ่มจริงจังขึ้น แต่เด็กน้อยกลับไม่กลัวแม้แต่นิดเดียว“โรงเรียนไม่รู้จักไป วันๆ เอาแต่จับผิดพ่อ” ธีรชลมองลูกชายอย่างเหนื่อยใจ“ซันจะอยู่กับแม่ พ่อไปเรียนแทนซันเลย” ซันเดย์เม้มปาก ก่อนตอบกลับหน้าตาเฉยธีรชลเดินออกมาจากห้องพักเงียบๆ ปล่อยให้ซันเดย์นอนเฝ้าเอมลิรินทร์อยู่ด้านใน ทันทีที่ประตูปิดลง คุณหมอประจำตัวของเขาที่รออยู่ก่อนแล้วก็เดินเข้ามา“เพลงอาการเป็นยังไงบ้างครับ”“คนไข้น่าจะพักผ่อนน้อยสะสมครับ” คุณหมอเปิดแฟ้มดูอาการ “พอเกิดความเครียดหรือกระทบกระเทือนทางอารมณ์ เลยหน้ามืดจ
“กรี๊ดดดดด! คุณโซ่พาอีผู้หญิงร่านที่ไหนมาพลอดรักในห้องทำงาน!”เสียงกรีดร้องแหลมดังลั่นห้อง ทำให้เอมลิรินทร์สะดุ้งสุดตัว เธอรีบผลักธีรชลออกทันที ใบหน้าแดงจัดด้วยความตกใจ ชายหนุ่มหันขวับไปมองคนที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามาสีหน้าไม่พอใจ“เธอเป็นบ้าอะไร!” น้ำเสียงตะคอกแข็งกร้าวจนลินินหน้าซีดแต่ทันทีที่สายตาเธอหันมาเห็นผู้หญิงตรงหน้า โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน เหมือนถูกผีหลอกกลางวันแสกๆ ลินินมองอีกฝ่าย“เอมลิรินทร์...” เสียงนั้นหลุดออกจากริมฝีปากเบาๆ อย่างไม่อยากเชื่อเข่าของลินินแทบทรุดใบหน้าของผู้หญิงคนนี้ ไม่มีทางที่เธอจะจำผิด หญิงสาวถอยหลังไปสองก้าวอย่างเสียอาการ พยายามตั้งสติ ทั้งที่หัวใจเริ่มเต้นแรงด้วยความตื่นกลัว“เลียม! นายปล่อยให้คนนอกเข้ามาทำไม!” เขาตะโกนเรียกลูกน้อง“คุณรู้จักฉันเหรอ” เอมลิรินทร์ไม่ได้หูฝาด เธอได้ยินอีกฝ่ายพูดชื่อเธอออกมา และเธอไม่ทราบว่าอีกฝ่ายเป็นใคร“กรี้ดดดด” ลินินกรีดร้องออกมาอีกครั้ง จนเลขาพากันมาลากตัวออกไปเอมลิรินทร์ปิดหูพออีกฝ่ายถูกลากออกไปแล้ว เธอค่อยๆ ลดมือลง ก่อนที่จะหันมามองธีชลด้วยแววตาที่เริ่มสับสน“แฟนคุณเหรอคะ” เธอเอ่ยถามขึ้นหลังจากลินินเดินออกไปแล้ว
“แม่มาไม่บอกซันเลย” ซันเดย์พูดทั้งที่แก้มยังตุ่ยไปด้วยอาหาร เด็กน้อยดีใจจนหุบยิ้มไม่ได้ เมื่อคืนนี้กลายเป็นว่าพ่อกับแม่มานั่งกินข้าวด้วยกันพร้อมหน้า“กินให้หมดก่อนค่อยพูดเดี๋ยวสำลัก” เธอหยิบทิชชูเช็ดมุมปากให้เด็กชายอย่างเป็นธรรมชาติ จนคนที่นั่งมองอยู่ฝั่งตรงข้ามเผลอนิ่งไปชั่วขณะ“ดึกแล้วทำไมคุณถึงพาน้องซันเดย์ออกมา เด็กควรนอนไวไม่ใช่เหรอคะ” เธอเงยหน้ามองเขาอย่างตำหนิ“ผมไม่ซีเรียส” ชายหนุ่มยกแก้วน้ำขึ้นจิบ ก่อนตอบหน้าตาเฉยหญิงสาวขมวดคิ้วทันที แต่คนพูดกลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ทั้งที่ความจริง ทันทีที่ลูกน้องโทรมารายงานว่าหญิงสาวออกมาทานข้าวกับผู้ชาย เขาก็รีบอุ้มลูกขึ้นรถแทบจะทันทีต่อให้ต้องใช้ลูกเป็นข้ออ้าง เขาก็จะมาอย่างน้อยก็ยังดีกว่าปล่อยให้เธอนั่งหัวเราะกับผู้ชายคนอื่นต่อหน้าเขา“พ่ออยากมาเองต่างหาก ตอนซันจะนอนพ่อรีบปลุกซันเลย” ซันเดย์รีบฟ้องทันที“ซันเดย์”ธีรชลเรียกลูกเสียงเรียบ แต่เด็กน้อยกลับหัวเราะคิกคักอย่างไม่กลัว เขาทำหน้าเคร่มขรึมทันทีกลัวว่าหญิงสาวจะจับได้“กินอิ่มแล้วไปนอนนะคะ” เธอยิ้มบางๆ พลางหันไปมองซันเดย์ที่กำลังนั่งกินของหวานอย่างเอร็ดอร่อยยิ่งมองใกล้ๆ เธอก็ยิ่งชะงั
เอมลิรินทร์กลับมาถึงบ้านด้วยสภาพอ่อนล้า ความปวดหนึบในศีรษะยังไม่หายไปง่ายๆ ราวกับสมองกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ภาพซันเดย์ยังวนอยู่ในหัวจนเธอแทบหายใจไม่ออก“น้องเพลง พี่มีเรื่องจะคุยด้วย” เสียงของกองทัพดังขึ้นจากห้องนั่งเล่น ชายหนุ่มมีสีหน้าเคร่งเครียดผิดปกติ ราวกับกำลังกังวลอะไรบางอย่างอยู่“พี่ทัพเมื่อสามปีก่อน เกิดอะไรขึ้นกับเพลงกันแน่” เธอเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาสับสน“ทำไมน้องเพลงถามพี่แบบนั้น” กองทัพชะงักไปทันที“เพลงแค่อยากจำทุกอย่างได้”ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนนั่งลงตรงข้ามเธอตอนที่เขาเจอน้องสาวครั้งแรก หญิงสาวอาการสาหัสพอตื่นขึ้นมาก็จำอะไรไม่ได้แล้ว“พี่...”“เราไม่เคยอยู่ด้วยกันใช่มั้ย” เพราะเธอสัมผัสได้ว่าไม่เคยมีความผูกพันกันเลยสักนิด“น้องเพลงเป็นลูกนอกสมรสของคุณพ่อ พวกเราเจอน้องเมื่อสามปีก่อน ตอนที่โรงพยาบาลติดต่อมาขอบริจาคเลือด” เพราะตระกูลพวกเขามีกรุ๊ปเลือดพิเศษ ความบังเอิญทำให้คุณพ่อรับรู้ว่าตัวเองไม่ได้มีแค่ลูกชาย“แล้วเมื่อก่อนเพลงอยู่กับใคร”“พี่ไม่รู้เหมือนกันแม่ของน้องเพลงเอาลูกไปทิ้งไว้ที่บ้านเด็กกำพร้า”เอมลิรินทร์ยิ่งปวดขมับเมื่อพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งห







