เข้าสู่ระบบเขาคือเจ้าชายขี่ม้าขาวของเธอ แต่จริงๆแล้วเขาเป็นเจ้าชายปีศาจ สำหรับเขา เธอเป็นเพียงเด็กน่ารำคาญ สำหรับเธอ เขาคือคนที่ปกป้องเธอ
ดูเพิ่มเติมภิณ ทอตะวัน ลูกสาวคนเล็กของภูกับเอรินในวัย 12 ปี มาเที่ยวสนามแข่งของธาม ดูการซ้อมแข่งรถกับพี่ๆ น้องๆ
ภิณเดินมาเข้าห้องน้ำกับฟ้าใส หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จจึงออกมายืนรอฟ้าใสด้านนอก ยืนมองไปยังพิทสตอปของทีมนักแข่งรถ มองการทำงานของทุกคนด้วยความตื่นตาตื่นใจ และด้วยความอยากรู้อยากเห็นทำให้เธอเดินเข้าไปใกล้ทีละนิด มารู้ตัวอีกทีก็เข้ามาอยู่ในพิทสตอปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
"ลุงทำอะไร" ภิณถามด้วยความอยากรู้ พร้อมทั้งยื่นหน้ายื่นตาเข้าไปใกล้
"เฮ้ย! ใครปล่อยเด็กนี่เข้ามาวะ" รัณย์ อารัณย์ นักแข่งรถยนต์ทางเรียบ เขายังเป็นเจ้าของสนามแข่งรถ และมีธุรกิจจิวเวลรี่ วัย 22 ปี หนุ่มหล่อลูกครึ่งไทยแคนาดา เงยหน้าออกจากห้องเครื่องของรถที่ใช้แข่ง ร้องตกใจที่มีเด็กผู้หญิงมายืนอยู่ข้างๆ
"ภิณไม่เด็กแล้วนะ ภิณอายุสิบสองแล้ว ว่าแต่ลุงทำอะไรเหรอคะ" ภิณยื่นหน้ายื่นตาเดินเข้าไปใกล้รถของรัณย์ยิ่งขึ้น
"ออกไป ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นนะ นี่ไอ้ธามมันปล่อยให้เด็กเข้ามาได้ยังไงวะ เรื่องแค่นี้ยังไม่รู้เสือกมาจัดแข่ง"
"ภิณเป็นน้องพี่บัว พี่บัวเป็นแฟนพี่ธาม ทำไมภิณจะมาไม่ได้ แล้วภิณบอกแล้วว่าภิณไม่ใช่เด็ก" เสียงใสไม่ค่อยพอใจนักที่เขาชอบว่าเธอเป็นเด็ก
"ตัวกระเปี๊ยกบอกไม่ใช่เด็ก กลับบ้านไปกินนมแม่ไป อย่ามาเกะกะ" คนตัวสูงว่าเสียงขุ่น
"ทำไมลุงพูดไม่รู้เรื่อง" ใบหน้าจิ้มลิ้มมองใบหน้าหล่อเหลาอย่างไม่ยอม
"ลุงเหรอ?" รัณย์เท้าเอวมองหน้าเด็กสาวตรงหน้าอย่างไม่ชอบใจในสรรพนามที่เธอใช้เรียกเขา ตอนแรกก็ได้ยินไม่ถนัด แต่ตอนนี้ชัดเต็มสองหู
"รัณย์ระวัง!!!" ขณะที่กำลังส่งสายตาฟาดฟันกับเด็กสาวตรงหน้า ทีมงานส่งเสียงเตือนเมื่อเห็นประกายไฟจากรถที่ใช้แข่งของเขา ทันใดนั้นก็เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ตู้ม!!
"ฮือๆ ภิณเจ็บ ลุงลุกสิ เลือด! ลุงๆ ลุงตายแล้วเหรอ ลุง!!" ภิณร้องไห้ด้วยความเจ็บระบม โดยมีรัณย์นอนทาบทับอยู่บนตัว มือหนารองศีรษะเล็กไว้ไม่ให้กระแทกกับพื้น ก่อนที่หยาดเลือดจะหยดใส่ใบหน้าของเธอ
"ใครเป็นลุง มันเรื่องเชี้ยไรวะเนี่ย" รัณย์ค่อยๆ พยุงตัวเองลุกขึ้น ทีมงานรีบเข้ามาช่วยพยุงเขากับภิณ
จากการที่รัณย์เอาตัวกำบังปกป้องภิณไว้จากแรงระเบิดเขาได้รับบาดเจ็บจนต้องเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล
"คุณพ่อขา พรุ่งนี้คุณพ่อพาภิณไปหาพี่ฟ้าใสที่โรงพยาบาลนะคะ แล้วคุณพ่อก็พาภิณไปเยี่ยมลุงด้วยนะ ภิณจะเอาของไปให้ลุงเป็นการขอบคุณที่ลุงปกป้องภิณ" ภิณขอร้องคนเป็นพ่อเมื่อกลับมาถึงบ้าน และภีมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้คนเป็นพ่อเป็นแม่ฟัง สร้างความตกใจให้แก่ทั้งคู่เป็นอย่างมาก
"แต่คนนี้เป็นคนไม่ดีไม่ใช่เหรอคะ คุณแม่ว่าภิณอย่าไปยุ่งกับเขาเลยนะ" เอรินเอ่ยกับลูกสาว
"พี่ภีมบอกคุณพ่อกับคุณแม่เหรอคะว่าลุงเป็นคนไม่ดี" ภิณหันไปถามพี่ชาย
"ก็เขาไม่ดีจริงๆ พี่ได้ยินพี่บัว พี่ธาม พี่ธันน์ พี่เรน พี่โซนคุยกันถึงผู้ชายคนนี้ว่าชอบเล่นนอกเกม แล้วก็ทำมาหลายครั้งแล้วด้วย และครั้งนี้ก็อาจจะเป็นฝีมือของเขา ภิณเองก็ได้ยินไม่ใช่เหรอ" ภีมอธิบายให้น้องสาวฟัง
"ถ้าลุงเป็นคนไม่ดีแล้วลุงจะเอาตัวมาปกป้องภิณทำไม ลุงเขาปกป้องภิณจริงๆ นะคะคุณแม่ จริงๆ นะคะคุณพ่อ" ภิณให้เหตุผลกับพี่ชาย ก่อนจะหันมาหาคนเป็นพ่อเป็นแม่
"ภิณจะไว้ใจคนทุกคนไม่ได้นะคะ ถ้าเขาเป็นคนไม่ดีจริงๆ ภิณเองจะเป็นอันตราย คุณแม่ไม่อยากให้ภิณไปเลย" เอรินบอกลูกสาวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอย่างเป็นห่วง
"แต่ภิณเชื่อ ว่าจริงๆ แล้วลุงเป็นคนดีค่ะคุณแม่ คุณพ่อขาให้ภิณไปเยี่ยมลุงนะคะ แค่แป๊บเดียวก็ได้" เมื่อคนเป็นแม่ไม่ยอมให้ไป ภิณจึงหันไปอ้อนคนเป็นพ่อแทน
"คุณพ่อพาไปก็ได้ แต่แค่แป๊บเดียวเท่านั้นนะ" ภูตอบตกลงลูกสาว
"ค่ะคุณพ่อ หนูภิณรักคุณพ่อที่สุดเลยค่ะ" ภิณกระโดดขึ้นไปนั่งตักคนเป็นพ่อ โอบรอบลำคอแกร่งหอมแก้มซ้ายทีขวาทีอย่างเอาใจ แล้วซบหน้าลงบ่ากว้าง เพราะแบบนี้ภูจึงไม่เคยขัดใจลูกสาวได้เลย ภิณไม่ใช่เด็กเอาแต่ใจ แต่จะใช้ลูกอ้อนจนคนเป็นพ่อหัวใจอ้อนยวบ ไม่ว่าลูกสาวต้องการอะไร เขาก็พร้อมที่จะปรนเปรอและทำตามความต้องการของลูกสาว คนเป็นแม่กับพี่ชายต่างมองหน้ากันโดยมิได้นัดหมายก่อนจะหันมองสองคนพ่อลูกแล้วส่ายหน้าเบาๆ
โรงพยาบาลของสายฟ้า
"คุณพ่อให้เวลาแค่ห้านาทีเท่านั้น คุณพ่อจะยืนรอตรงนี้ คอยดูภิณอยู่ตรงนี้นะครับ" ภูบอกลูกสาวขณะยืนอยู่หน้าห้องพักวีไอพีของโรงพยาบาลที่รัณย์นอนพักฟื้น
"ค่ะคุณพ่อ" ภิณตอบคนเป็นพ่อเสียงใส
"ลุง" ขณะที่รัณย์กับนิคกำลังคุยเรื่องเหตุวางระเบิดรถของเขา จู่ๆ ประตูห้องพักก็เปิดออกตามด้วยเสียงใสๆ ของเด็กสาว
"เฮ้ย! มาได้ไงวะ โอ้ย!" รัณย์สะดุ้งตกใจที่เห็นภิณเปิดประตูเข้ามา จนสะเทือนไปถึงแผล
"ลุงไม่ต้องดีใจที่เห็นหน้าภิณขนาดนั้นก็ได้ แล้วที่ลุงถามว่าภิณมาได้ยังไง ภิณบอกให้ก็ได้ ภิณให้คุณพ่อมาส่งตอนนี้คุณพ่อรออยู่ข้างนอก ภิณมาหาพี่ฟ้าใส ที่นี่เป็นโรงพยาบาลของลุงสายฟ้าคุณพ่อของพี่ฟ้าใส ภิณก็เลยขอคุณพ่อแวะมาเยี่ยมลุง" ภิณบอกเสียงใสยาวเหยียดใบหน้าระรื่น
"ดีใจกับผีไร แล้วบอกว่าอย่าเรียกลุงไง ฉันไม่ใช่พี่ชายพ่อเธอ แล้วก็ออกไปเลย ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นนะ" รัณย์ว่าเสียงดัง พลางชี้นิ้วไล่ภิณให้ออกจากห้อง
"ดุอีกละ เดี๋ยวเลือดก็ไหลอีกหรอก"
"ดุมากเดี๋ยวก็ร้องไห้ไปฟ้องพ่อหรอกมึง" นิคว่าพลางยกยิ้มที่เห็นรัณย์ทะเลาะกับเด็กสาว
"ภิณไม่ร้องหรอกค่ะ ลุงคงเจ็บหัว ก็เลยหัวร้อนน่ะค่ะ อ่ะภิณซื้อมาฝาก ขอบคุณที่ปกป้องภิณนะคะ ภิณไปหาพี่ฟ้าใสแล้ว" ภิณวางของที่ตั้งใจเอามาฝากรัณย์เพื่อเป็นการขอบคุณที่เขาเอาตัวมาบังปกป้องเธอไว้
"อะไรวะ? อมยิ้มกับลูกแก้วหิมะ อ่ะหลานอุตส่าห์เอามาให้" นิคหยิบของที่ภิณวางไว้ขึ้นมาดู ก่อนจะยกยิ้มแซวรัณย์ ที่ยังคงไม่ชอบเด็กเอาเสียมากๆ มาแต่ไหนแต่ไร
"มึงหยุดพูดไปเลย เห็นหน้ายัยเด็กนี่แล้วปวดหัวฉิป มึงกลับไปดูทีมช่างซ้อมเฮอะกูจะนอนพักละ"
"เออๆ แล้วไอ้นี่เอาไว้ไหน" นิคถามพลางชูอมยิ้มกับกล่องดนตรีลูกแก้วหิมะขึ้นมา
"จะเอาไปไว้ไหนก็เรื่องของมึง กูจะนอน" รัณย์ว่า พลางหันหลังให้
"กูเอาไว้ตรงนี้แล้วกัน วันนี้ก็ทนนอนโรงพยาบาลไปอีกคืน พรุ่งนี้หมอก็ให้ออกละ" นิควางอมยิ้มสีสวยกับกล่องดนตรีลูกแก้วหิมะไว้ที่โต๊ะข้างหัวเตียง พร้อมกับเปิดเพลงที่กล่องดนตรีก่อนออกจากห้องพักฟื้นของรัณย์ไป
SPECIAL...Christ"คุณย่าครับ คริสต์มีของมาฝากคุณย่าด้วยครับ" คริสต์วิ่งเข้ามาในบ้าน ในมือเล็กกำบางอย่างไว้"ของอะไรคะ ย่าตื่นเต้นจังเลย" มาร์ลีนทำท่าทำทางตื่นเต้นไปกับของฝากจากหลานชาย"คุณย่าแบมือแล้วก็หลับตาด้วยครับ""ได้ค่ะ คริสต์จะให้อะไรย่าน๊าาาา" มาร์ลีนแบมือมาตรงหน้าหลานชาย แล้วหลับตาลง"คุณย่าอย่าลืมตาจนกว่าคริสต์จะบอกให้ลืมนะครับ" คริสต์บอกแล้วค่อยๆ เอาสิ่งที่อยู่ในมือตัวเองใส่มือของคนเป็นย่า มาร์ลีนรู้สึกถึงความชื้น ลื่นๆ แล้วมันก็ขยับได้ด้วย แต่ก็ไม่ยอมลืมตา เธอคิดว่ามันอาจจะเป็นของเล่นบางอย่างที่เธอเคยเห็นหลานเล่น"คริสต์ ย่าลืมตาได้ยังลูก" มาร์ลีนเริ่มใจไม่ดี อยากจะลืมตาขึ้นดูจะแย่แล้วว่าสิ่งที่อยู่ในมือคืออะไร เพราะขนอ่อนตามร่างกายเริ่มลุกชันขึ้นทั้งตัวแล้ว โดยไม่รู้เลยว่าหลานชายได้ค่อยๆ ย่องห่างเธอไปเรื่อยๆ"คุณย่าลืมตาได้แล้วครับ...อุ้ย! ตายละหว่า" คริสต์ตะโกนบอกคนเป็นย่า แล้วกลับหลังหันเตรียมวิ่ง แต่ก็เจอคนเป็นพ่อเป็นแม่เสียก่อน จึงตั้งท่าแล้วออกตัววิ่งอย่างเร็ว รัณย์กับภิณมองท่าทางแปลกๆ ของลูกชาย ตั้งท่าจะเดินตามไปดู แต่เสียงกรีดร้องของมาร์ลีนก็ดังขึ้นเสียก่อน"กรี๊ดด
รัณย์มองดูภิณให้นมลูกด้วยความสุข ตั้งแต่เกิดมาวันนี้เป็นวันที่เขามีความสุขมากๆ อีกวันหนึ่ง ดีที่เด็กๆ ผลัดกันร้องหิวนม ทำให้ลูกน้อยทั้งสามสามารถผลัดกันเข้าเต้าได้ พี่สาวทั้งสองกินไม่ทันไรก็อิ่มและนอนหลับไป ทุกคนจึงได้โอกาสตั้งวงล้อมเข้ามาเชยชมในยามหลับใหล ถึงแม้จะไม่ได้อุ้ม ไม่ได้สัมผัส แต่แค่นี้ก็มีความสุขกันแล้ว"กินเยอะจังเลยคริสต์ กลัวโตไม่ทันพี่แคลร์กับพี่เคทหรือไง หืม?" รัณย์ทำเสียงเล็กเสียงน้อยคุยกับลูกชายที่ดูดนมไม่ยอมปล่อยสักที ตามความคิดของเขาคงเป็นเพราะคริสต์ตัวเล็กกว่าพี่สาวทั้งสองมากเลยต้องกินให้เยอะๆ เพื่อจะได้ตัวโตทันพี่ พลางใช้นิ้วลูบแก้มน้อยเพลินมือ"ตัวผมเล็ก ผมต้องกินเยอะๆ ครับ" ภิณก้มหน้าพูดกับลูกชายตัวน้อยที่กำลังดูดนมจากเต้า ทำเลียนเสียงว่าตัวเองเป็นคริสต์ตอบรัณย์"ภิณว่าคริสต์เหมือนพี่ไหม" รัณย์อ้อมมานังซ้อนหลัง วางคางไว้บนไหล่เล็กของภิณ เขาก้มมองลูกชาย บางทีก็หอมแก้มนวลบ้างสลับกันไป"เหมือน เหมือนจนภิณตกใจเลยล่ะ แต่ขอให้เหมือนแค่หน้าตานะ อย่าดุเหมือนพ่อ" ภิณตอบเหน็บแนมคนเป็นสามีอย่างไม่จริงจังนักเมื่อนึกถึงสมัยตอนที่เธออายุสิบสอง แต่ตอนนี้ความดุลดน้อยลงไปเยอะมา
"คุณพ่อ คุณแม่" ภิณเด้งตัวจากเก้าอี้โยกเมื่อเห็นคนเป็นพ่อเป็นแม่เดินเข้ามาหาขณะที่เธอกำลังเอนหลังพักผ่อนอยู่ที่ศาลาริมทะเลสาบบริเวณข้างบ้านรัณย์สั่งทำเก้าอี้โยกแสนนุ่มตัวนี้มาเพื่อให้เธอนั่งได้สบายที่สุดมาวางไว้ให้ เพราะเธอชอบมานั่งรับลมที่นี่ โดยจะมีรัณย์อยู่ข้างกายไม่ห่างแต่ตอนนี้เขาเข้าไปเอายาบำรุงกับหาของกินมาให้เธอ สามเดือนแล้วที่เธอไม่ได้กอดคุณพ่อคุณแม่ ได้แต่เพียงพูดคุยผ่านเครื่องมือสื่อสารเท่านั้น เพราะช่วงนี้เป็นช่วงปิดไตรมาสทำให้ทุกคนต้องจัดการงาน ส่วนรัณย์เขาจะให้นิคเอางานกลับมาให้ที่บ้าน และให้ธนากรกับมาร์ลีนจัดการงานอย่างเต็มตัวไปก่อนระหว่างที่เธออุ้มท้อง เพราะภิณท้องใหญ่มาก จะลุก จะนั่ง เดินเหินก็ไม่สะดวก ต้องมีคนคอยประคอง แม้แต่อาบน้ำเองยังอาบไม่ได้"ภิณไม่ต้องลุกมาลูก" เอรินรีบร้องห้ามลูกสาวที่ตั้งท่าจะลุกมาหาเธอกับภู"คุณแม่มาไม่เห็นบอกภิณก่อนเลย คิดถึงคุณแม่ที่สุดเลยค่ะ" ภิณกางแขนให้คนเป็นแม่กอด"แม่ก็คิดถึงภิณลูก" เอรินสวมกอดลูกสาวผู้เป็นที่รักด้วยความรักความคิดถึงสุดหัวใจ ก่อนจะค่อยๆ ผละกอดแล้วหอมแก้มนุ่มซ้ายขวา"คุณพ่อ" น้ำเสียงใสสั่นเครือพร้อมหยาดน้ำตารินไหลด้วย
หลังออกจากโรงแรมรัณย์พาภิณไปพบหมอยังโรงพยาบาลทันทีเพื่อตรวจอายุครรภ์ และความแข็งแรงของร่างกายของว่าที่คุณแม่ เพราะจะต้องนั่งเครื่องบินเป็นเวลานานหลายชั่วโมงเพื่อเดินทางไปยังแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดาในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า"...........ผมจะรู้เลยไหมหมอว่าลูกผมเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย แล้วผมจะได้แฝดไหม ผมทำตามที่หมอแนะนำหมดทุกอย่างเลยนะ ทุกท่าเลยด้วยทั้ง Rear entry Style, Leg on Shoulders Style, The Anvil Sex Style ทั้ง..........." ทันทีที่ได้คิวพบหมอและเห็นหน้าหมอคำถามมากมายก็พรั่งพรูออกมาจากปากของว่าที่คุณพ่อมือใหม่ จนเสียงหวานๆ ดังขึ้นเขาจึงจำใจต้องหยุด"พี่รัณย์หยุด คุณหมอยังไม่ได้ตรวจภิณเลย พี่รัณย์จะถามอะไรนักหนา แล้วไม่ต้องบอกคุณหมอทุกอย่างขนาดนั้นก็ได้ ช่วยคีพลุคหน่อยค่ะคุณอารัณย์ แล้วก็นั่งเฉยๆ ฟังคุณหมอ" ภิณหน้าเป็นสีแดงระเรื่อเมื่อคนเป็นสามีเล่นบอกว่าจัดท่าเซ็กส์ทุกท่าที่คุณหมอแนะนำ พร้อมทั้งยิ้มเจื่อนๆ ให้คุณหมอ มือเล็กตีไปที่แขนแกร่งให้เขาหยุดพูด เมื่อเห็นเขาตั้งท่าอ้าปากจะพูดอีก รัณย์ลูบแขนตัวเองป่อยๆ"ไม่เป็นไรค่ะหมอเข้าใจ เป็นใครก็ต้องตื่นเต้นกันทั้งนั้น ถ้าคุณอารัณย์อยากทราบว
ภิณ ทอตะวัน ลูกสาวคนเล็กของภูกับเอรินในวัย 12 ปี มาเที่ยวสนามแข่งของธาม ดูการซ้อมแข่งรถกับพี่ๆ น้องๆภิณเดินมาเข้าห้องน้ำกับฟ้าใส หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จจึงออกมายืนรอฟ้าใสด้านนอก ยืนมองไปยังพิทสตอปของทีมนักแข่งรถ มองการทำงานของทุกคนด้วยความตื่นตาตื่นใจ และด้วยความอยากรู้อยากเห็นทำให้เธอเดินเข้าไป
รัณย์กลับเข้ามายังห้องทำงานของตัวเองภายในร้านจิลเวลรี่หลังจากที่สองพ่อลูกกลับไป เขาเดินมาทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ทำงาน เอนหลังพิงไปกับพนัก ดวงตาคู่คมค่อยๆ ปิดลง แล้วภาพของเด็กสาวเจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้มก็ฉายชัดขึ้นมาในมโนภาพของเขาแทบจะในทันที รอยยิ้มสดใส ดวงตาที่เจิดจ้าเป็นประกาย น้ำเสียงใสๆ ที่เอื้อนเอ
ทุกสายตาของผู้คนที่กำลังเดินจับจ่ายอยู่ภายในห้างสรรพสินค้านั้นต่างหันมองหนุ่มหล่อเจ้าของเส้นผมสีทองที่มีเด็กสาววัยใสอยู่ในอ้อมแขน"ลุงหนักไหม...ภิณเดินเองก็ได้...ลุงหนักจนพูดไม่ออกเลยเหรอ...ลุง....." เสียงใสถามเจื้อยแจ้วตลอดทาง"ผีเจาะปากมาพูดหรือไง ถึงได้พูดไม่หยุด ขาไม่น่าเจ็บนะ น่าจะเจ็บที่ปาก"
"ไปร้านมาเหรอวะ" นิคถามเมื่อรัณย์มาถึงสนามแข่งรถ"มีคนรายงานแล้วนี่ แล้วมึงจะถามกูทำไม" รัณย์ว่าอย่างไม่ใส่ใจพลางเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนักแข่งรถ"ก็เผื่อมีเรื่องที่ยังไม่รู้ไง แล้วก็เผื่อพ่อมึงถามกู กูก็ต้องรู้ไว้บ้าง กูตอบไม่ได้พ่อมึงก็ด่ากูอีก" พ่อของรัณย์ฝากฝังให้นิคดูแลน้องชายคนนี้ด้วยรู้ดีว่าร