Se connecter“ฮือ ! ฮือ ! หากท่านเลือกนางและกล่าวหนักแน่นถึงเพียงนี้ เช่นนั้นต่อจากนี้ไปก็จงปล่อยข้าไปตามทางของข้าเถิด ลาก่อนเสวียนเจิ้งโจวหากชาติหน้ามีจริงดังตำนานกล่าวขาน ข้าผู้นี้ขอเกิดมามีใจปรปักษ์และเกลียดชังท่านทุกชาติภพ”
ผู้แพ้กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันชะตาชีวิตของตนเอง น้ำตาที่ไหลออกมาจนแทบเป็นสายเลือดเมื่อก่อนหน้าได้เหือดแห้งไปจนสิ้น อวี้ซินเหยียนตัดสินใจบางอย่างด้วยอารมณ์โง่เขลาไร้สติยั้งคิด หลงลืมแม้กระทั่งบุตรชายพิการวัยเพียง 5 หนาวที่รอคอยมารดากลับไปหาอยู่ทุกวันเวลา
ตูม ! !
กรี๊ด !
เสียงเหล่าบรรดาคุณหนูผู้เห็นเหตุการณ์ต่างกรีดร้องด้วยความตกใจ เมื่อเห็นร่างฮูหยินเอกของแม่ทัพเสวียนเจิ้งโจว ลอยคออยู่ในสระบัวและมีทีท่าว่าจะจมน้ำอยู่รอมร่อ
“ชะ ช่วยข้าด้วย”
น้ำเสียงอ่อนแรงเอ่ยออกไป เพราะนางกำลังจะจมลงในสระบัวของพระราชวัง คราแรกอวี้ซินเหยียนเพียงต้องการเรียกร้องความสนใจจากสามี มิได้ต้องการให้ตนเองมีภัยถึงแก่ชีวิตแม้แต่น้อย แต่ยามนี้นางถูกบางอย่างที่อยู่ใต้น้ำดึงรั้งที่ขาไม่ให้ว่ายน้ำขึ้นฝั่งด้วยตนเอง
“อึก ! อึก ! ท่านพี่ช่วยข้าด้วย”
อวี้ซินเหยียนสำลักน้ำจนเกือบขาดใจ นางกำลังจมลงน้ำไปเรื่อย ๆ แต่ก็พยายามดันตัวเองให้โผล่พ้นน้ำเข้าไว้ เพื่อรอคอยให้สามีกระโดดลงมาช่วยเหลือ นางหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะมีเมตตาต่อมารดาของบุตรชายอยู่บ้าง แต่ภาพที่สายตาอันพร่ามัวมองเห็น เป็นภาพที่ทำให้นางตัดสินใจยอมแพ้ นางพ่ายแพ้ให้แก่ความรักที่ชายหญิงคู่นั้นมีให้กัน
ยามที่ร่างบอบบางตะเกียกตะกายพยายามลอยให้พ้นผิวน้ำ นางทั้งยกมือขอความช่วยเหลือ ทั้งพยายามส่งเสียงร้อง แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้ากระโดดลงไปช่วยเหลือนางเลยสักคน แม้กระทั่งบุรุษที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี เขาก็ยืนมองเหตุการณ์ด้วยความนิ่งเฉย เพราะคิดว่าเป็นแผนตื้น ๆ ที่ฮูหยินนำมาใช้เพื่อเรียกร้องความสนใจเฉกเช่นที่ผ่านมา
เมื่อตะเกียกตะกายจนกระทั่งหมดแรงและยินยอมที่จะแพ้ อวี้ซินเหยียนจึงจมหายไปในน้ำต่อหน้าต่อตาทุกคนที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ห่าง ๆ ยามนี้บนพื้นผิวน้ำในสระบัวไม่มีแม้กระทั่งรอยกระเพื่อมให้เห็นอีกต่อไป
ในจังหวะที่ปล่อยให้ร่างผอมบางของตนจมลงใต้น้ำ อวี้ซินเหยียนก็พบเห็นสตรีงดงามผู้หนึ่งที่มีใบหน้าคล้ายนางกำลังว่ายน้ำมาตามแสงสว่างที่ปรากฏอยู่ใต้น้ำ สตรีที่หมดหวังในชีวิตจึงหลับตาลงแล้วอธิษฐานบางอย่างอยู่ในใจ ก่อนที่จะจมหายไปตลอดกาล
แม่ทัพเสวียนเจิ้งโจวเห็นดังนั้นก็ตกใจเป็นอย่างยิ่ง และตั้งท่าจะกระโดดลงสระบัวเพื่อไปช่วยเหลือฮูหยินของตน ถึงจะรังเกียจแต่ก็มิได้อยากให้ตายจาก หากแต่เมื่อมองไปตรงกลางสระบัวเขาก็เริ่มเห็นรอยกระเพื่อมของผืนน้ำที่แยกออกเป็นวงกว้าง จึงได้หยุดทุกการกระทำเอาไว้เสียก่อนเพราะต้องการรู้ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นนับจากนี้
“พี่สาวคงไม่เป็นกระไรหรอกเจ้าค่ะ คงใช้แผนการเดิม ๆ อย่างที่ผ่านมา”
อวี้ซูเซียวยึดแขนบุรุษในดวงใจไว้มั่นเพื่อไม่ให้เขากระโดดลงไปในน้ำ ผู้ใดอยากตายนักก็ปล่อยให้ตายไปเสียเถิด สมบัติทุกอย่างของตระกูลอวี้จะได้เป็นของนางกับมารดาเพียงสองคนเท่านั้น
อีกด้านหนึ่งของมิติ
อวี้ซินเหยียนรู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งกายเพราะเธอตกลงไปในทะเลลึก มาเฟียสาวกระโดดออกจากรถยนต์ที่กำลังจะระเบิดได้สำเร็จก่อนจะโดนแรงระเบิดจนไม่เหลือแม้กระทั่งซากศพให้ผู้คนพบเห็น แต่เธอก็ต้องตกลงไปในทะเลลึกอย่างเลี่ยงไม่ได้ ซินเหยียนดำผุดดำว่ายอยู่ใต้น้ำเป็นเวลานาน ถึงกระนั้นก็ไม่สามารถว่ายน้ำเข้าฝั่งได้สำเร็จเพราะระยะทางที่ไกลเกินไป
ในช่วงที่กำลังจะหมดลมหายใจนั้น ซินเหยียนก็เห็นแสงสว่างเป็นลักษณะคล้ายอุโมงค์ใต้น้ำ จึงกลั้นหายใจเฮือกสุดท้ายแล้วดำน้ำไปตามแสงสว่างที่พบเห็นด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ทว่าแสงที่เห็นนั้นไม่ใช่แสงที่จะพาเธอกลับมามีชีวิตดังเดิมอีกต่อไป
‘ซินเหยียนข้าฝากเสี่ยวเป่าด้วย ได้โปรดรักและโอบกอดเขาแทนข้าด้วย’ เสียงพูดนี้ดังขึ้นในห้วงความคิดขณะที่เธอว่ายน้ำมาตามแสงสว่างในอุโมงค์ใต้น้ำ
“เฮือก !”
แรงสุดท้ายที่ผู้มาจากใต้ทะเลลึกได้ส่งขึ้นไป เป็นผลให้ร่างอวบอัดโผล่ขึ้นมากลางสระน้ำขนาดย่อมที่เต็มไปด้วยดอกบัวหลากสี อวี้ซินเหยียนว่ายน้ำขึ้นฝั่งทันทีเมื่อเห็นว่าระยะทางใกล้เข้ามาแล้ว โดยที่ไม่ได้สนใจมองว่ามีใครยืนมองการกระทำของเธออยู่บ้าง และยังไม่นึกเอะใจว่าเหตุใดท้องทะเลลึกจึงกลายมาเป็นสระบัวขนาดย่อมเช่นนี้
“ข้าบอกท่านแม่ทัพแล้วว่า พี่หญิงใหญ่นางเอาตัวรอดได้ คงอยากเรียกร้องความสนใจเฉกเช่นที่ผ่านมากระมัง จึงได้กล้าทำเรื่องเสี่ยงชีวิตตนเองเช่นนี้ หากนางจมน้ำไปจริง ๆ ไม่เท่ากับว่าท่านแม่ทัพต้องมีความผิดโทษฐานที่เป็นต้นเหตุหรอกหรือเจ้าคะ”
อวี้ซูเซียวกระซิบเสียงหวานข้างหูบุรุษที่นางพึงใจเฉกเช่นที่เขาแสดงออกว่าพึงใจนาง พี่เขยและน้องสาวภรรยาคู่นี้แอบมีใจให้กันและกันมานานแล้ว จะว่าแอบก็ไม่เชิงเพราะทั้งสองคนก็แสดงออกชัดเจนว่ามีใจให้กันแม้กระทั่งยามนี้ โดยไม่ได้สนใจสายตาของผู้มาร่วมงานเลี้ยงเลยสักนิด
“ช่างเป็นสตรีที่โง่เขลาเสียจริง กระโดดลงน้ำเพื่อหวังให้ผู้ใดช่วยเหลือเจ้าเช่นนั้นหรือ วันรุ่งขึ้นข้าจะให้บิดาไปสู่ขออวี้ซูเซียวเพื่อแต่งเข้าจวน หากเจ้ามิพอใจก็เขียนจดหมายหย่ามอบให้ข้าเสียวันนี้ อวี้ซูเซียวจะได้ขึ้นเป็นภรรยาเอกของข้าแต่เพียงผู้เดียว สตรีที่ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีเช่นเจ้า ย่อมไม่เหมาะสมที่จะอยู่ในตำแหน่งที่ทรงเกียรติอีกต่อไป”
เสวียนเจิ้งโจวประกาศก้องออกไปเสียงดัง เพื่อให้ผู้คนที่อยู่บริเวณโดยรอบสระบัวหลากสีเป็นพยานว่าสมควรแก่เหตุที่เขาต้องการหย่าสตรีโง่เขลาตรงหน้า แล้วแต่งน้องสาวของนางขึ้นเป็นภรรยาเอกแทน
“……. ? !”
ไร้เสียงตอบรับจากสตรีที่พึ่งขึ้นจากสระบัว เพราะไม่คิดว่าคนพวกนี้กำลังพูดคุยกับตนเอง อวี้ซินเหยียนก้มหน้าลงต่ำเพื่อกอดร่างตนเองให้ผ่อนคลายจากความหนาวเย็น ทั้งยังต้องการบดบังเรือนร่างอวบอิ่มของตนที่ดุนดันโผล่พ้นเสื้อผ้าที่เปียกชื้นมิให้ผู้ใดพบเห็นโดยง่าย
‘ผู้ชายบ้าคนนี้กำลังพูดอยู่กับใครกัน’
“ตอนนั้นข้าไม่รู้ใจตัวเอง แต่ตอนนี้รู้แล้วว่ารักเจ้ามากแค่ไหน”“แค่ไหนกันเชียว”“อ่า...ตราบเท่าชีวิตเลยกระมัง”“ต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว ท่านต้องรักและมอบใจให้ข้าเพียงผู้เดียว” เสียงอ่อนหวานสั่งการ ขณะถูกจ้วงทะลวงกายอย่างหนัก“ข้าสัญญา”เสียงบอกรักดังคลอเคลียไปกับเสียงกระทบกันของร่างกาย จวบจนวันใหม่มาเยือนเสียงแห่งความสุขค่อยสงบลงในวันอภิเษกสมรสพระราชทาน เจียงซินอี๋ให้เกียรติบิดามารดาบุญธรรมจากตระกูลเจียง ทำพิธีส่งมอบนางให้กับพระสวามีส่วนเจียงม่านหรูผู้เย่อหยิ่ง ถูกใครบางคนจัดแจงให้แต่งออกไปอยู่ต่างเมืองเมื่อห้าปีก่อน ไม่ได้กลับมาร่วมงานฉลองสมรสพระราชทานเจียงซินอี๋ไม่ได้รู้ข่าวคราวใด ๆ ของพี่สาวบุญธรรมอีก รู้เพียงแค่ว่าเจียงม่านหรูได้แต่งกับบุรุษที่เหมาะสมแล้วทางด้านมังกรสองพี่น้องวันนี้มีรอยยิ้มกว้างเปี่ยมสุข เมื่อมีโอกาสร่วมงานฉลองมงคลสมรสของหลานชายสุราเลิศรสถูกจัดวางเตรียมพร้อมต่อการสังสรรค์ สองหนุ่มใหญ่นั่งตั้งวงกันตั้งแต่ตะวันยังไม่ตกดิน“ดื่ม”“ดื่ม”“ฮ่า ฮ่า เฟยหลงข้าอยากแต่งงานอีกครั้ง เจ้าคิดเห็นเช่นไร”พี่ชายเอ่ยประโยคที่ทำให้น้องชายหูผึ่งด้วยความอยากรู้ แต่งงานทั้ง ๆ ท
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่เมืองชายแดน ชินอ๋องหวังต้าหลงก็พาท่านปู่ทั้งสองและคู่หมั้นสาว เดินทางกลับเมืองหลวงทันที เขาอยากกลับไปจัดพิธีแต่งงานใจแทบขาดทุกคนมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงโดยการขี่ม้า ตลอดการเดินทางไม่มีผู้ร้ายกล้าโผล่หน้ามาสักคนคงเพราะแรงกดดันจากสัตว์เทพหรืออย่างไร แม้กระทั่งสัตว์ป่ายังหนีหายไม่เจอตัวสองเดือนผ่านไปจึงสิ้นสุดการเดินทาง ฮ่องเต้หวังต้าหลางต้อนรับบิดากับท่านอามังกรด้วยสีหน้าปีติยินดี ส่วนบุตรชายกับคู่หมั้นแยกไปตำหนักย่านชานเมืองก่อนหน้านี้แล้ว“ท่านพ่อท่านอาเหตุใดจึงไม่แก่เลยขอรับ พวกท่านยังดูหนุ่มแน่นกว่าข้าเสียอีก”ฮ่องเต้วัยกลางคนตัดพ้อด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง เขาเป็นลูกเหตุใดจึงแก่กว่าบิดาไม่เจอกันนานหลายสิบปี แต่สองมังกรตรงหน้ายังรูปงามหล่อเหลาไม่มีเปลี่ยน ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย“ฮ่า ฮ่า เจ้ายังไม่แก่เช่นกัน เพียงแค่มีริ้วรอยนิดหน่อย ลองโอสถของเผ่ามังกรสักหน่อยเป็นไร รับรองได้ว่าสนมในวังหลังของเจ้าอิ่มสุขอย่างแน่นอน”หวังเฟยหลงเป็นผู้กล่าวหยอกเย้าหลานชาย หากจำไม่ผิดโอสถของเขามีถึงสามกระสอบ แต่ยามนี้หายไปหนึ่งกระสอบ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าผู้ใดขโมยไป สังเกตได้จากใบหน
“มีแค่ท่านที่ได้เห็น ทั้ง ๆ ที่อยากลอง อื้อ อื้อ” คนเอาแต่ใจไม่ยอมให้คู่หมั้นกล่าวถึงบุรุษอื่นอีกริมฝีปากของเขารีบประกบรัดแน่น พร้อมกับกวาดลิ้นสำรวจไปทั่วโพรงอ่อนนุ่ม รุกเร้าจนกายสาวสั่นระริก ยอมอ้าปากให้เขาครอบครองแต่โดยดี“ตรงนี้น่าดูดชะมัด”“อ๊ะ อือ”ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงไปฉกเอาเต้าอวบเข้าเต็มอุ้งปาก โคนลิ้นออกแรงกระตุ้นหนุบหนับ เป็นจังหวะรีดเคล้นหนักหน่วงก้อนอวบหายเข้าไปในโพรงปากเกือบครึ่ง ทั้ง ๆ ที่มีขนาดใหญ่เกินตัวอยู่มาก ยิ่งเติบโตยิ่งใหญ่ขึ้นตามอายุ“อ่า..พอก่อนเจ้าค่ะ อือ อาบน้ำก่อน”“ยังไม่พอขออีกนิด เจ้าปล่อยข้าเดียวดายมานานถึงเจ็ดปี ต้องรับผิดชอบ”ของอร่อยอยู่ในปากทั้งที ใครจะยอมปล่อยไปง่าย ๆ ต้องกินของหวานรองท้องเสียก่อน ค่อยกลับมาตามหาอาหารมื้อหลักกว่าแม่ทัพใหญ่จะยอมไปอาบน้ำชำระร่างกาย คู่หมั้นสาวก็นอนหายใจหอบเหนื่อยอยู่บนเตียงนางเหนื่อยทั้ง ๆ ที่ยังไม่ออกศึกชายหญิงเลยสักรอบ ที่เหนื่อยเพราะถูกรีดน้ำเมือกจนหมดเต้าเมื่อชินอ๋องอาบน้ำเสร็จ เจียงซินอี๋จึงรีบลุกไปอาบน้ำชำระร่างกายเช่นกัน ไม่จำเป็นต้องมีสาวใช้มาช่วยอาบ หงส์เพลิงแสนสวยสามารถช่วยเหลือตนเองได้ ทว่าใครบางคนไม่ค
เมื่อดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปตามธรรมชาติ บุรุษกับสตรีที่โอบกอดกันบนหลังม้าตลอดการเดินทาง ก็กลับมาถึงค่ายทหารซึ่งอยู่ห่างจากประตูเมืองไม่ไกลทันทีที่กลับมาถึงกระโจมของท่านแม่ทัพ กายอวบอัดทรงเสน่ห์เรียกสายตาบุรุษ ถูกดันแผ่นหลังไปชิดผนังกระโจมที่พัก ซึ่งทำมาจากหนังของสัตว์ป่าคุณภาพดีเพียงแค่พบหน้าและมองตากัน ทั้งสองต่างเข้าใจในความต้องการของกันและกัน ประกอบกับหึงหวงคู่หมั้น ไม่อยากให้บุรุษใดจ้องมองทั้งนั้น ชินอ๋องจึงอยู่ในอาการที่เรียกได้ว่าคลั่งรักพันธะเลือดมีคุณสมบัติดึงดูดคู่พันธะเข้าหากัน ยิ่งมีใจให้กันยิ่งไม่อยากถอยห่าง เจียงซินอี๋ผ่านพ้นวัยสิบแปดปีมานานหลายปี เลยสัมผัสได้ถึงแรงแห่งพันธะเลือด“ท่านอ๋อง ปล่อยก่อน อื้อ ที่นี่ไม่ได้”“ย่อมได้ ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้บริเวณนี้ ข้าสั่งห้ามไว้แล้ว”“จะมีใครแอบดูหรือไม่เล่า”เข้าใกล้การดำรงเผ่าพันธุ์เป็นครั้งแรก ย่อมรู้สึกหวาดระแวงเป็นเรื่องปกติ แต่หากอายุเพิ่มมากขึ้นคงเริ่มชิน ไม่ต่างจากหงส์เพลิงคนอื่น ๆ ในเผ่า ที่ชื่นชอบการเช็ดขนในที่แจ้งมากกว่าที่ลับ“ไม่มีหรอก”สิ้นเสียงพูดคุยกัน ริมฝีปากทั้งสองก็ประกบเข้าหากันอย่างแนบแน่นอุ้งมือใหญ่รีบด
สายตาคมเข้มจ้องมองเหล่าทหารของฝ่ายตรงข้าม ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด กังวล แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยขวัญกำลังใจ“พวกมันมาเยอะกว่าสายข่าวแจ้งมา ฉีฟงทหารของเราพร้อมแล้วหรือยัง”“ทหารทุกคนพร้อมทั้งกายทั้งใจ พ่ะย่ะค่ะ”ข้างกายผู้นำทัพมีองครักษ์คนสนิท และเหล่านายกองคนสำคัญ คอยดูแลความปลอดภัยอยู่ไม่ห่างระหว่างการเดินทางมาเยือนเมืองชายแดน ชินอ๋องหวังต้าถูกลอบโจมตีหลายต่อหลายครั้ง แม่ทัพใหญ่กับผู้ใต้บังคับบัญชานับสิบคน รอดชีวิตมาได้ทุกครั้ง เพราะได้รับความช่วยเหลือในที่มืดพวกเขาสืบรู้ความจริงในภายหลัง เหล่าผู้มีพระคุณคือกองกำลังลับขององค์รัชทายาท ที่ช่วยซุ่มยิงธนูเข้าสกัดกั้นกลุ่มคนร้ายได้ทันกาลคนถูกปองร้ายนึกขอบคุณพี่ชายนับครั้งไม่ถ้วน เนื่องจากห่วงใยชาวบ้านแถบชายแดน เลยส่งกองกำลังของตนล่วงหน้าไปก่อน แล้วแอบเดินทางกันอย่างลับ ๆทว่าความลับไม่มีอยู่จริง เมื่อคนร้ายคอยดักซุ่มอยู่ทุกเส้นทาง หมายสังหารผู้นำทัพสูงสุด ขวัญกำลังใจของทหารแคว้นเฉิง เกือบสิ้นชีพตามความต้องการของฝ่ายศัตรูหากไม่มียอดฝีมือจากกองกำลังขององค์รัชทายาท คอยช่วยเหลืออยู่ห่าง ๆ ตลอดการเดินทาง พวกเขานับสิบชีวิตคงรับมือคนร้ายจำนวนมากได้
ในทุก ๆ ปีชินอ๋องหวังต้าหลงกับองครักษ์ จะกลับไปเยือนเมืองบนตามที่ให้สัญญาไว้กับคู่หมั้น ทว่าพวกเขาต้องผิดหวังทุกครั้งเนื่องจากหงส์เพลิงในดวงแก้วอัสนี ยังคงได้รับการถ่ายทอดพลังเซียนเช่นเคย ดวงแก้วอัสนีวางอยู่ที่เดิมเหมือนวันแรกไม่มีเปลี่ยนไปขอพบทุกครั้ง ชินอ๋องทำได้เพียงเฝ้ามองแสงสีทอง ซึ่งโอบล้อมดวงแก้วสีแดงจนมองแทบไม่เห็น อยู่มองได้ไม่นานก็ถูกเชิญกลับ เป็นเช่นนี้มานานหลายปีดวงจิตของบิดาซึ่งเก็บไว้ในดวงแก้วอัสนี คอยโอบอุ้มส่งมอบพลังให้หงส์เพลิงวันแล้ววันเล่าในปีที่หกนับจากเจียงซินอี๋ปิดด่านกักตน ชาวแคว้นเฉิงกำลังจะเผชิญกับวิกฤตแห่งสงครามราคาอาหารสดอาหารแห้งสูงลิ่วผิดปกติ เพราะถูกปิดกั้นการนำเข้าแลกเปลี่ยนจากแคว้นข้างเคียงบุรุษผู้มีอายุเกินสิบแปดปีเต็ม ถูกเรียกตัวไปคัดเลือกทหารเข้ากองทัพหลวง ซึ่งยามนี้มีชินอ๋องหวังต้าหลง ขึ้นดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ของแคว้นเมื่อปีที่แล้วเขาสังหารอดีตแม่ทัพใหญ่เพียงดาบเดียว โทษฐานสมรู้ร่วมคิดกับไส้ศึก และเกือบสังหารสตรีในวังหลังขององค์รัชทายาทแคว้นเฉิงไม่มีชินอ๋องหวังต้าหลงสักคน แน่นอนว่าเละเทะไม่มีชิ้นดี บิดากับพี่ชายเป็นคนดีปกครองแคว้นด้วยคุณธรรม







