Masukจากองค์หญิงใหญ่ผู้สูงศักดิ์ กลายเป็นสตรีชาวไร่ชาวสวนครอบครัวยากจน โชคดีที่ยังมีตำราพิเศษและแมวดำแสนน่ารักคอยช่วยเหลือ ปฏิบัติการหาเงินเพื่อจุนเจือครอบครัวจึงเกิดขึ้น! นางคือองค์หญิงใหญ่ หมิงจู ผู้สง่างาม แต่เพราะวาสนานี้สั้นนัก มารดาแท้ๆตายจาก บิดาไม่รักใคร่ ซ้ำยังสั่งโบยนางจนตาย แต่เหมือนด่านเคราะห์ครานี้จะยังไม่จบไม่สิ้น นางเกิดใหม่ในร่างของ ไป๋เยว่ซิน หญิงสาวที่ใช้ชีวิตอยู่ในชนบทกับครอบครัวที่ยากจน นอกจากต้องหาทำกินเลี้ยงปากท้องแล้ว นางยังจะต้องสู้รบปรบมือกับคนชั่วที่จ้องจะเอาเปรียบตนอีกชีวิตนี้ไม่ง่ายเลย ดูแล้วสวรรค์ยังคงไม่พอใจในความลำบากของนาง จึงส่ง หยางซี แม่ทัพใหญ่ตระกูลหยาง เข้ามาพัวพันกับนาง ยิ่งนางไม่อยากเจอเขา เขาก็ยิ่งมาปรากฏตัวใต้ครรลองสายตาของนางอยู่ตลอดเวลา และเส้นทางชีวิตของไป๋เยว่ซินต้องวนกลับเข้าไปในวังวนของราชสำนักอีกครั้ง อีกทั้งยังมีเรื่องราวที่นางและหยางซีต้องจัดการอีกหลายเรื่อง ทั้งการตายอย่างเป็นปริศนาของมารดาหยางซีและการกลับมาของมารดาไป๋เยว่ซินซึ่งมีที่มาที่ไปไม่ชัดเจน สุดท้ายแล้ว พวกเขาจะพบคำตอบด้วยตนเองหรือว่าต้องใช้ตำราพิเศษและเจ้าแมวดำคอยช่วยกันนะ?
Lihat lebih banyak"คุณหนูเจ้าคะ อากาศหนาวถึงเพียงนี้จะออกมาเดินเล่นทำไมกัน หากต้องไอเย็นขึ้นมาจะล้มป่วยเอาได้นะเจ้าคะ"สวี่หยาเอ่ยถามเจ้านายของตนด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วงเป็นใย ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคุณหนูจึงออกมาเดินเล่นท่ามกลางหิมะโปรยปรายเช่นนี้ ทั้งที่ตอนนี้ควรจะเก็บตัวอยู่ในจวนเงียบๆ เพราะเมื่อไม่นานมานี้จวนตระกูลอวี๋เพิ่งจะเกิดเรื่องแท้ๆตั้งแต่ฮูหยินใหญ่และคุณหนูอวี๋หลวนตายจากไป จวนตระกูลอวี๋ก็เปลี่ยนไปมาก อวี๋เสียน ที่เป็นพวกไม่เอาไหนอยู่แล้วก็ยิ่งทำตัวเกเรเข้าไปใหญ่ เขาเอาแต่เที่ยวเล่นหาดื่มเหล้าเมาสุรา หลายวันก่อนยังไปมีเรื่องกับพวกอันธพาลจนถูกกระทืบขาหักจนไม่สามารถเดินได้อีก ตอนนี้เขาจึงเอาแต่ร้องโอดครวญอยู่ที่จวน ส่วนใต้เท้าอวี๋ก็เมาสุราไม่ทำการทำงาน จนสุดท้ายก็ถูกฝ่าบาทลงโทษปลดออกจากตำแหน่งขุนนางและสั่งให้กักตัวสำนึกผิดอยู่ในจวนอวี๋ฝู ยกยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นชา ตอนนี้คนรอบตัวที่เคยทำร้ายนางและบุตรสาวกำลังได้รับผลกรรมของตนเองแล้ว นางเข้าใกล้ความสำเร็จในการแก้แค้นไปอีกขั้นหนึ่งแล้วแม้จวนตระกูลอวี๋จะเกิดเรื่อง แต่กลับไม่ได้กระทบกับการเป็นสหายเล่าเรียนของนางเลยแม้แต่น้อย ฝ่าบาทไม่ได้ทรงปลดนางออก
หยางซีรับคำ ก่อนจะเดินจับมือไป๋เยว่ซินพากันเดินดูร้านรวงต่างๆ ในตลาด ระหว่างทางมีผู้คนมองดูพวกเขาทั้งคู่อย่างไม่วางตา เพราะหยางซีมีชื่อเสียงในเมืองหลวง เป็นถึงแม่ทัพผู้เลื่องชื่อมีความดีความชอบเป็นอย่างมาก ทำให้เขาเป็นที่จับจ้องของบรรดาสตรี แต่เมื่อคนเหล่านั้นมองมาที่ไป๋เยว่ซินกลับต้องย่นหัวคิ้ว สตรีนางนี้ไม่ได้งดงามมากนัก อีกทั้งยังเหมือนสตรีที่มาจากชนบท แล้วเหตุใดจึงกล้ามาเดินจับมือกับท่านแม่ทัพกลางตลาดเช่นนี้เล่าหยางซีไม่ได้สนใจสายตาของผู้คนเลยแม้แต่น้อย หากใครกล้ามองไป๋เยว่ซินด้วยสายตาดูแคลน เขาก็จะปรายตามองคนเหล่านั้นกลับไปอย่างเย็นชาเช่นเดียวกัน จนผู้คนพากันหลบสายตาของเขาไปตามๆ กัน ไป๋เยว่ซินเองก็ไม่ได้สนใจสายตาของคนเหล่านั้น นางกับหยางซีเดินมาเรื่อยๆ จนมาถึงโรงน้ำชาแห่งหนึ่ง โรงน้ำชาแห่งนี้เป็นโรงน้ำชาที่เขาและนางเคยมานั่งดื่มน้ำชาชมการแสดงด้วยกันบ่อยครั้งตอนที่นางยังเป็นองค์หญิง"อาซี เราไม่ได้มาที่นี่ด้วยกันนานมากแล้ว ข้าอยากเข้าไปดูสักหน่อย""ได้สิ"หยางซีไม่ปฏิเสธ เขาเดินเข้าไปในโรงน้ำชาพร้อมกับไป๋เยว่ซิน ก่อนจะเลือกที่นั่งชั้นสองเพื่อชมการแสดงได้สะดวก ไป๋เยว่ซินสั่งขนมและ
ชายหนุ่มมีท่าทีขบคิดอย่างหนัก ที่ผ่านมาเขาไม่เคยได้ยินว่าท่านพ่อขังคนเอาไว้ในห้องเก็บฟืนเลย หรือจะมีบ่าวคนไหนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่มาสร้างความลำบากใจให้กับท่านพ่อ จึงถูกลงโทษด้วยการนำไปขังเอาไว้เช่นนั้นเดิมทีหยางซีคิดว่าจะต้องไปดูให้กระจ่างแจ้งเสียหน่อย แต่เมื่อคิดขึ้นมาได้ว่าวันนี้เขาจะต้องเข้าเฝ้าฝ่าบาทแต่เช้าเพื่อรายงานเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดที่อำเภอเซียงถง ชายหนุ่มจึงวางเรื่องคนปริศนาในห้องเก็บฟืนผู้นั้นเอาไว้เสียก่อน เขารีบกลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้า หลังจากกินมื้อเช้าไปเพียงไม่กี่คำเขาก็เดินทางมุ่งหน้าไปยังวังหลวงในทันทีครั้งนี้บิดาของเขาขอลาป่วยไม่เข้าร่วมประชุมยามเช้าที่หน้าพระโรง เหล่าขุนนางต่างพากันกระซิบกระซาบว่าระยะนี้หยางกั๋วกงเอาแต่มัวเมาอยู่กับนางโลมผู้นั้นจนไม่เป็นอันทำการทำงาน หากไม่ใช่เพราะมีหยางฮองเฮาคอยหนุนหลังและฝ่าบาทก็ทรงเห็นแก่หยางฮองเฮา คาดว่าตำแหน่งกั๋วกงของเขาคงจะรักษาเอาไว้ไม่อยู่แล้วหยางซีเข้ามาได้ยินคำพูดเหล่านี้ของเหล่าขุนนางพวกนั้นเข้าพอดี เมื่อเห็นว่าหยางซีเข้ามาแล้วพวกเขาก็พากันเงียบเสียงลงทันที อีกทั้งยังเอ่ยวาจาประจบสอพลออย่างรวดเร็ว หยางซีส่งเสียงเ
เมื่อจัดเตรียมทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไป๋เยว่ซินและหยางซีก็เดินทางเข้าสู่นครหลวงในทันที ท่านพ่อท่านแม่ของนางมายืนส่งนางที่หน้าบ้านด้วยสายตาที่อาลัยอาวรณ์ ท่านลุงหม่าก็นำของกินมามอบให้พวกนางเอาไว้กินระหว่างทางมากมายหลายอย่าง"เดินทางปลอดภัย ราบรื่นและสมปรารถนานะ"พ่อและแม่ของไป๋เยว่ซินเอ่ยอวยพรคนในบ้านด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาต้องห่างกันไกลถึงเพียงนี้ ไป๋เยว่ซินยิ้มรับและกำชับให้อาหลิงดูแลบิดามารดาของนางให้ดี ก่อนจะเดินทางมุ่งหน้าไปยังนครหลวงทันทีระหว่างทางที่นั่งในรถม้า นางคิดเรื่องราวต่างๆ ไปเรื่อยเปื่อย อยู่ๆ ในหัวของนางก็พลันคิดถึงหมิงอวี้ขึ้นมา ได้ยินว่าหมิงอวี้เดินทางกลับนครหลวงไปตั้งแต่ก่อนที่จะมีการสอบระดับมณฑลแล้ว เป็นเช่นนี้ก็ดีเหมือนกันนับว่าเขายังรู้ความที่ไม่คิดจะเข้ามาพัวพันกับไป๋เซียงให้ต้องเสียเวลาและเกิดเรื่องราวไปมากกว่านี้เมื่อหันไปมองพี่สาว ไป๋เยว่ซินก็พบว่ายามนี้ไป๋เซียงมีสีหน้าดีขึ้นมากแล้วและไม่มีท่าทีเหม่อลอยอีก ไป๋เยว่ซินจึงพอจะวางใจลงไปได้มาก"น้องเล็ก เจ้ากินซาลาเปาสักหน่อยสิ ตั้งแต่ออกเดินทางมาพี่รองยังไม่เห็นเจ้ากินอะไรเลย"ไป๋เ
คำพูดเหล่านั้นของหยางซี ไป๋เยว่ซินไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่ามันสั่นคลอนจิตใจของนางมากเหลือเกิน อย่างไรเสียนางก็เป็นเพียงสตรีตัวน้อย มีเลือดเนื้อมีจิตใจ ย่อมเป็นไม่ได้ที่จะไม่รู้สึกอันใดกับคำพูดของเขานางและเขารู้จักกันมานาน ผ่านเรื่องราวหลายเหตุการณ์มาด้วยกันทั้งทุกข์และสุข แต่สิ่งหนึ่งที่ค่อยๆก่อตัวขึ้
หยางซีและไป๋เยว่ซินมองสบประสานสายตากันชั่ววูบหนึ่ง ก่อนที่ชายหนุ่มจะกระโดดลงมาจากหลังม้า แล้วจึงหันไปสั่งการกับเหล่าทหารของตน ไม่นานนักทหารของหยางซีก็ลากตัวชายสองคนออกมาตรงหน้าร้านขนมหวานตระกูลจาง เถ้าแก่จางที่เห็นเช่นนั้นก็ถึงกับล้มทั้งยืนหยางซียกยิ้มมุมปาก เขาเดินเข้ามาหาเถ้าแก่จาง พร้อมเอ่ยด้วย
ไป๋เยว่ซินโมโหนัก นางยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้วตนเองคราหนึ่ง ด้านคนตระกูลไป๋ที่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นก็รีบเข้ามาเอ่ยปลอบใจไป๋เยว่ซินยกใหญ่ ไป๋จงบิดาของนางถึงกับบอกว่าหากทำอันใดไม่ได้ ก็ขายขาดสูตรขนมนั่นไปเสีย อย่างไรก็รับเงินของเถ้าแก่จางแล้ว ไป๋เยว่ซินส่ายหน้าไปมา พร้อมกับบอกทุกคนว่านางอยากอยู่คนเดียวส
ร้านขนมหวานตระกูลจางตั้งอยู่ไม่ไกลจากภัตตาคารตระกูลหม่าเท่าใดนัก อีกทั้งยังเป็นร้านที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอเซียงถง ผู้คนต่างแวะเวียนมาซื้อขนมหวานที่ร้านนี้กันอย่างไม่ขาดสาย เพราะมีขนมหลากหลายและรสชาติดี ไป๋เยว่ซินเคยซื้อมาชิมครั้งหนึ่ง พบว่าจะรสชาติดีแต่ออกจะหวานเลี่ยนเกินไปเสียหน่อย หวานจนแสบคอไปเสียด












Ulasan-ulasanLebih banyak