LOGINในขณะที่กอดตัวเองเพื่อคลายหนาว ซินเหยียนก็เห็นความทรงจำของใครบางคนที่ไหลวนเข้าสู่สมองอย่างน่าเหลือเชื่อ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ความทรงจำของเธออย่างแน่นอน เพราะเธอยังไม่มีลูกทั้งยังไม่เคยแต่งงานเลยสักครั้ง
‘เฮ้ย ! เกิดอะไรขึ้น แล้วที่นี่ที่ไหนกัน’
มาเฟียสาวคิดใคร่ครวญอยู่ในใจ แล้วรีบมองสำรวจร่างกายตนเองก็พบว่าปกติดีทุกอย่าง ไม่ได้ตายจากแล้ววิญญาณไปเข้าร่างคนอื่นเฉกเช่นที่เคยได้ยินตำนานเล่าขานมาจากบรรพบุรุษ
ในวันเกิดเหตุอวี้ซินเหยียนสวมใส่ชุดจีนโบราณสีแดงสด เพื่อไปร่วมงานประกาศรางวัลผู้ชนะเลิศศิลปะย้อนยุคของหมู่เกาะฮ่องกง มาเฟียสาวขับรถยนต์มาคนละคันกับบอดีการ์ดส่วนตัว ระหว่างทางถูกศัตรูของตระกูลอวี้ตามล่าพุ่งชนท้ายรถยนต์คันหรูให้ตกลงจากหน้าผาสูงซึ่งด้านล่างเป็นทะเลลึก เธอหลบหนีออกจากรถยนต์ก่อนจะเกิดแรงระเบิดได้สำเร็จ จากนั้นจึงดำน้ำหนีเอาตัวรอดจนมาโผล่ที่สระบัวแห่งนี้
ใช่แล้ว ! ร่างกายนี้เป็นของเธออย่างแน่นอน เพราะสังเกตได้จากรอยสักเล็ก ๆ รูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวที่อยู่ใต้ท้องแขน แล้วผู้ชายที่ยืนจ้องหน้าเธออยู่เป็นใคร ทั้งยังมีผู้หญิงผอมแห้งที่สวมใส่ชุดจีนโบราณสีขาวอย่างกับแม่ชีที่ยืนข้าง ๆ กันอีก อวี้ซินเหยียนได้แต่ขบคิดอยู่ในใจ
“นางตกน้ำเหตุใดพวกเจ้าจึงใจจืดใจดำเพียงนี้ เสื้อคลุมสักตัวก็ไม่มีเลยเช่นนั้นหรือ” เสียงเข้มของบุรุษผู้หนึ่งเอ่ยมาแต่ไกล ทุกคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุเมื่อพบเห็นใบหน้าของผู้มาใหม่จึงรีบก้มหัวลงเคารพทันที
“ถวายพระพรชินอ๋องพ่ะย่ะค่ะ/เพคะ” แม่ทัพเสวียนเจิ้งโจวกับอวี้ซูเซียวเอ่ยขึ้นพร้อมกัน
อวี้ซูเซียวถึงกับตกตะลึง เมื่อมีโอกาสได้พบเห็นใบหน้าของชินอ๋องหยางเจี้ยนกั๋วใกล้ชิดถึงเพียงนี้ ชินอ๋องหยางเจี้ยนกั๋วคือบุรุษรูปงามวัย 35 ปี ชินอ๋องมีอีกตำแหน่ง คือ เป็นราชครูของเหล่าบรรดาองค์ชายและเชื้อพระวงศ์ในวัยร่ำเรียนทุกพระองค์
ชินอ๋องหยางเจี้ยนกั๋วเป็นอนุชาร่วมพระมารดาของฮ่องเต้หยางจงเจี้ยน แต่ไม่บ่อยครั้งนักหรอกที่จะมีโอกาสได้พบเห็นบุรุษรูปงามผู้นี้ เพราะพระองค์จะออกมาปรากฏกายให้ชาวเมืองพบเห็นเฉพาะในวันสำคัญเท่านั้น
พรึบ !
เสียงสะบัดเสื้อคลุมลงไปปกคลุมสตรีที่นั่งก้มหน้าและกอดร่างตนเองจนตัวงอด้วยใจที่นึกเวทนา พระองค์มาไม่ทันเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น จึงไม่รู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้นบ้าง สายตาดุดันจ้องมองแม่ทัพหนุ่มที่อายุน้อยกว่าตนด้วยความผิดหวัง
“เจ้าจะกลับจวนเลยหรือไม่ ข้าจะให้คนนำรถม้าไปส่ง”บุรุษสูงศักดิ์ก้มหน้าลงเอ่ยเสียงเบากับสตรีผู้น่าสงสาร
“กลับเพคะ”
อวี้ซินเหยียนตอบรับโดยง่าย เพราะเริ่มเข้าใจเรื่องราวทุกอย่างจากการประมวลเหตุการณ์ในความทรงจำที่ถาโถมเข้ามารุนแรงจนรู้สึกปวดหัว อีกทั้งคำพูดของผู้คนที่เธอพบเห็นก็แปลกหูพิกล หากไม่ติดว่าตนเองไร้อาวุธ ทั้งยังไร้พวกพ้อง เธอคงได้ลุกขึ้นมาตวาดเสียงดังใส่ชายหญิงที่กำลังพูดจาไม่น่าฟังเป็นแน่
อีกทั้งเห็นภาพที่อวี้ซินเหยียนผู้นั้นร้องไห้แล้วโบกมือลาในมโนความคิด เธอจึงยินยอมที่จะสวมรอยเป็นอวี้ซินเหยียนในยุคนี้ เพื่อจะได้กลับไปดูแลเด็กชายวัย 5 หนาวผู้น่าสงสาร ที่กำลังรอคอยให้มารดากลับไปหาอยู่ทุกวันเวลา
‘จากนี้ข้าคืออวี้ซินเหยียน สตรียุคโบราณแห่งนี้ และข้าผู้นี้มีบุตรชายพิการวัย 5 หนาว ที่ต้องดูแล อีกไม่กี่วันนับจากนี้ ข้าจะกลายเป็นสตรีม่ายโดยสมบูรณ์ และจะใช้สองมือของข้าทำให้บุตรชายผู้น่าเวทนามีชีวิตที่ดีและสงบสุขให้จงได้’
“สวมเสื้อคลุมเอาไว้จะได้ไม่หนาว”
ชินอ๋องเอ่ยอย่างใจดี ใบหน้าหล่อเหลาจ้องมองสตรีที่ก้มหน้าอยู่ไม่วางตาเพราะรู้สึกคุ้นเคยในบางอย่างแต่เขาก็นึกไม่ออกว่าคือสิ่งใด
“ขอบพระทัยเพคะ”
อวี้ซินเหยียนกล่าวแล้วเงยหน้าขึ้นมองบุรุษที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือนาง ทั้งยังใจดีมอบเสื้อคลุมตัวหนาไว้ปกคลุมร่างกายที่กำลังหนาวสั่นได้ทันท่วงที นางมองหน้าเขาเพื่อจดจำให้ขึ้นใจว่าใครเป็นผู้มีพระคุณในครั้งนี้ ส่วนผู้ใดที่สมควรได้รับการสะสาง นางก็จะจัดการให้เสร็จสิ้นในภายหลัง
ราชครูผู้สูงศักดิ์ถึงกับสะดุดลมหายใจตัวเอง เมื่อมองเห็นใบหน้างดงามของสตรีที่เขาช่วยเหลือเพราะเกิดความรู้สึกสงสาร ชินอ๋องเดินผ่านทางมาพบเห็นเหตุการณ์ในช่วงจังหวะที่สตรีผู้นี้กำลังก้าวขึ้นจากสระบัว ยืนมองอยู่สักพักก็ไม่เห็นมีผู้ใดยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ทั้ง ๆ ที่สตรีผู้นี้กำลังหนาวสั่นอย่างกับลูกนกที่ตกน้ำ ชินอ๋องจึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือนางด้วยพระองค์เอง
สตรีที่เขาช่วยเหลือในครั้งนี้ นางงดงามมากถึงแม้จะอยู่ในสภาพที่ไม่เรียบร้อยสักเท่าไร ผิวพรรณของนางขาวนวลเนียนเกลี้ยงเกลาไร้จุดด่างดำจนอยากมองทั้งวัน ดวงตากลมโตของนางสุกสว่างน่าชื่นชม ดวงหน้าเรียวงามรับกับจมูกที่โด่งกว่าสตรีอื่นที่เคยพบเห็นมาทั้งชีวิต ริมฝีปากของนางสีชมพูอ่อนถึงแม้ยามนี้จะซีดเซียวลงเพราะความความหนาวเย็นแต่ก็ไม่น่าเกลียดแม้แต่นิดเดียว สตรีตรงหน้าคือโฉมสะคราญล่มเมืองอย่างยากที่จะหาผู้ใดมาเปรียบ
“เจ้าจะกลับตระกูลใดบอกข้าด้วยเถิด ข้าจะให้องครักษ์บังคับรถม้าไปส่ง นั่งให้ลมพัดนาน ๆ ประเดี๋ยวจะไม่สบาย”
ชินอ๋องหยางเจี้ยนกั๋ว นั่งยอง ๆ ลงตรงหน้าสตรีที่เขาช่วยเหลือแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม สายตาคมแอบลอบสำรวจใบหน้างดงามหวานซึ้งตราตรึงใจโดยไม่ให้นางสังเกตเห็น
“ตระกูลเสวียนเพคะ”
น้ำเสียงนอบน้อมตอบกลับผู้สูงศักดิ์ พลางก้มหน้าลงตามเดิมเพราะไม่อยากให้ผู้ใดจับผิดและสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลง นางขอกลับไปตั้งหลักที่จวนก่อนเถิด แล้วจะกลับมาสะสางกับบุรุษและสตรีชั่วทั้งสองให้จบสิ้นกันไป แต่ยามนี้นางทั้งอ่อนแรงทั้งเหนื่อยล้า หากได้กินยาแล้วนอนพักผ่อนคงจะดีไม่น้อย
อวี้ซินเหยียนจำเป็นต้องกลับตระกูลเสวียน เพื่อไปหาบุตรชายพิการของอวี้ซินเหยียนผู้นั้น บุตรชายที่ไม่เคยได้รับการดูแลเอาใจใส่ทั้งจากบิดาและมารดา เสวียนเป่าคังวัย 5 หนาวถูกเลี้ยงดูแบบทิ้งขว้าง ปู่ย่าก็ไม่ใยดีเพราะเด็กชายเกิดมาขาพิการเดินไม่ได้ เนื่องจากตระกูลเสวียนมิได้ขาดแคลนทายาทผู้สืบทอดตระกูล จึงไม่มีผู้ใดใส่ใจเด็กชายพิการที่ดูท่าจะเป็นภาระของบิดามารดาเสียมากกว่า
5 ปีต่อมารถม้าคันใหญ่แล่นออกจากตำหนักชินอ๋อง ซึ่งวันนี้เป็นวันครบรอบในแต่ละปีที่อวี้ซินเหยียนทะลุมิติมาอยู่ในแคว้นฉิน ชินอ๋องหยางเจี้ยนกั๋วจึงพาพระชายารักออกมานั่งจิบชาที่ร้านน้ำชาเย่วเซียงตามลำพังกันสองคน ซึ่งยามนี้ร้านน้ำชาเย่วเซียงได้กลายเป็นร้านน้ำชาที่ใหญ่และดีที่สุดของเมืองหลวง ภายใต้การควบคุมดูแลของพระชายาชินอ๋องที่ต้องมาร้านน้ำชาเย่วเซียงกันสองคนโดยที่ไม่พาบุตรชายทั้งสี่คนมาด้วย เพราะสวามีตัวดีของนางอยากทำรักนอกสถานที่นั่นเอง ซึ่งนางก็ไม่ขัดข้องแต่อย่างใด ยามนี้ทั้งสองจึงเข้าไปในห้องพักผ่อนส่วนตัวที่บุวัสดุเก็บเสียงไว้เป็นอย่างดี ตับ ! ตับ ! ตับ !“ข้าทำเช่นนี้ดีหรือไม่ ชื่นชอบท่วงท่าเช่นนี้ไหม” ชินอ๋องทั้งควงเอวทั้งไต่ถามความพึงพอใจของเมียรัก“ดีเพคะ อื้ม เร็ว ๆ นะเพคะ หม่อมฉันมีลางสังหรณ์ว่าเจ้าตัวดีทั้งสี่คนกำลังจะตามมาในไม่ช้านี้แล้ว” ร่างอวบอิ่มแอ่นบั้นท้ายให้สวามีตอกตรึงลงมาหนัก ๆ เพราะนางชื่นชอบบทรักที่หนักหน่วง ทางด้านชินอ๋องก็ชื่นชอบการทำแรง ๆ ทั้ง ๆ ที่ในยามปกติมักจะทะนุถนอมพระชายาเป็นอย่างดี หลังจากปลดปล่อยไปหนึ่งครั้ง ชินอ๋องก็
“กระหม่อมทูลลา อวี้ซินเหยียนหากข้าอยากพบเสี่ยวเป่าบ้างต้องทำเช่นไร” น้ำเสียงอ่อนล้าอ่อนแรงเอ่ยออกไป แม่ทัพเสวียนเจิ้งโจว จำต้องยอมรามือเพราะอวี้ซินเหยียนไม่ใช่สตรีที่เขาจะสามารถข้องเกี่ยวได้อีกต่อไป ถึงจะเสียใจมากแค่ไหนเขาก็ต้องอดทน ทุกสิ่งทุกอย่างผิดพลาดไปเพราะความโลเลและจิตใจที่ไม่มั่นคงของเขา คงได้แต่อดทนทำใจอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับอวี้ซูเซียว หากนางไม่สร้างปัญหาให้ตระกูลเสวียนอีกเขาก็ไม่อยากหย่าขาดให้เป็นขี้ปากชาวบ้าน ถึงแม้จะไม่เคยเข้าหอกันเลยสักครั้งก็ตาม “ส่งจดหมายมานัดหมายวันเวลาและสถานที่ให้เหมาะสม ซึ่งแน่นอนว่าข้าจะต้องติดตามไปด้วยทุกครั้ง” ชินอ๋องเป็นผู้ตอบคำถามเรื่องการพบเจอเสวียนเป่าคัง1 เดือนต่อมาพระราชวังแคว้นเหวิน “ต้าหลงหาทางสร้างเรื่องราวเพื่อไล่ทุกคนในตำหนักองค์หญิงห่าวชิงถิงให้ออกมาทั้งหมด ข้าจะถล่มตำหนักแห่งนั้นให้ย่อยยับ สตรีผู้นั้นจะได้หาที่อยู่ใหม่และข้าจะเป็นผู้หาที่อยู่ให้นางเอง” ชินอ๋องเอ่ยสั่งการขณะลักลอบเข้าไปในเขตพระราชวังของแคว้นเหวินพร้อมกับต้าหลงองครักษ์เงาข้างกายคนสนิท ส่วนคนอื่น ๆ ให้หาที่หลบซ่อนตัวให้ดี ใ
ภาพสตรีงดงามในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มตัดดำ ยืนถืออาวุธที่เรียกขานว่าปืน ยิงเข้าใส่เป้ายิงที่นางจัดเตรียมเอาไว้ ช่างเป็นภาพที่สง่างามและแปลกตาในสายตาบรรดาแม่ทัพน้อยใหญ่ที่เข้าร่วมชมการฝึกซ้อมยิงปืนในวันนี้“สิ่งนี้เช่นนั้นหรือที่เรียกว่าปืน” “ข้าชื่นชอบอาวุธชนิดนี้มาก มันทั้งทรงพลังและขนาดกะทัดรัด”“อวี้ซินเหยียน นางงดงามถึงเพียงนี้เลยหรือ หากเป็นข้าคงไม่ยอมหย่าขาดจากสตรีงดงามล่มเมืองล่มแคว้นแล้วไปแต่งกับสตรีผอมแห้งอย่างแน่นอน สตรีแซ่อวี้คนน้องข้าเคยเห็นใบหน้าของนางในวันแต่งงาน เทียบคนพี่ไม่ติดเลยแม้แต่น้อย”เสียงแม่ทัพทิศอุดรเอ่ยเสียงเบากับสหายที่เป็นรองแม่ทัพ เพราะไม่อยากมีปัญหากับแม่ทัพทิศประจิม“นางสง่างามมาก หากภรรยาที่บ้านสง่างามถึงเพียงนี้ ข้าคงไม่มีอนุภรรยาให้เหนื่อยใจ” สหายรองแม่ทัพก็เห็นด้วยแล้วกระซิบกลับ“พวกเจ้าอย่าพูดเสียงดังไป อดีตสามีของนางก็อยู่ตรงนี้ พวกเจ้าลืมไปแล้วหรืออย่างไรว่านางเป็นอดีตฮูหยินเอกของแม่ทัพเสวียนเจิ้งโจว แม่ทัพทิศประจิมรูปงาม ผู้ที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่เรื่องหย่าสตรีแซ่อวี้คนพี่แล้วแต่งคนน้อง ฮูหยินของข้านางคอยติดตามข่าวคราวแล้วนำมาเล่าให้ข้าฟังท
“เอ่อ อวี้ซินเหยียนมาพร้อมกับพระองค์เพื่อการใดพ่ะย่ะค่ะ เพราะวันนี้ฝ่าบาทเรียกประชุมเรื่องสำคัญเกี่ยวกับการศึก ไม่สมควรมีสตรีเข้าร่วมแม้แต่น้อย”เสวียนอู่คังแม่ทัพใหญ่ของแคว้นฉินเอ่ยถามด้วยความสงสัย อีกทั้งอยากถามแทนบุตรชายที่เขารู้ดีว่าเสวียนเจิ้งโจวกำลังเสียใจมากเพียงไร ที่เห็นอดีตภรรยาที่เขาตามหามานานเดินเคียงคู่มากับบุรุษอื่น ทั้งยังเป็นบุรุษที่พวกเขาทั้งตระกูลมิอาจต่อกรได้เลยแม้แต่น้อย เห็นทีว่าเสวียนเจิ้งโจวคงต้องตัดใจจากสองแม่ลูกจริง ๆ เสียที “เดี๋ยวพวกท่านก็รู้” กล่าวจบร่างสูงใหญ่ก็กอบกุมมือเล็กแสนนุ่มนิ่ม แล้วเดินผ่านหน้าแม่ทัพสองพ่อลูกไปทันทีเพราะไม่อยากเสียเวลาตอบคำถามเลยแม้แต่น้อยท้องพระโรง“ถวายพระพรฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี” แม่ทัพน้อยใหญ่รวมไปถึงรองแม่ทัพทั้งหลายร่วมกล่าวถวายพระพรองค์ราชันย์ของแคว้นด้วยความเคารพเต็มหัวใจ“ตามสบายเถิดวันนี้เจิ้นต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่ง ที่เรียกพวกท่านทุกคนเข้าร่วมประชุมโดยมิได้นัดหมายล่วงหน้า เพราะเจิ้นมีเรื่องเร่งด่วนเกี่ยวกับอาวุธชนิดใหม่ ที่มีพลังอานุภาพทำลายล้างสูงกว่าที่เคยมีมาในแคว้นฉินของเ
เสนาบดีอวี้จิ่งเทา บิดาของอวี้ซินเหยียน ถูกลดขั้นตำแหน่งเหลือเพียงขุนนางขั้น 1 ทั่วไป โทษฐานที่ไม่มีความสามารถควบคุมภรรยารองและบุตรสาวคนรองให้อยู่ในครรลองคลองธรรม จนนำพาเรื่องเสื่อมเสียมาถึงตำแหน่งแม่ทัพทิศประจิม กล่าวคืออวี้ซูเซียวเป็นสตรีที่ทำให้สามีผู้ซึ่งเป็นแม่ทัพทิศประจิมเสื่อมเสียเกียรตินั่นเอง และความผิดมาจากการที่บิดาที่ไม่รู้จักอบรมบุตรสาวให้ดี และความผิดอีกข้อคือเสนาบดีเฒ่าไม่รู้จักห้ามปรามภรรยารองในเรื่องที่นางฉ้อโกงทรัพย์สินของผู้อื่น ทั้ง ๆ ที่รู้ดีว่านางฉ้อโกงสินเดิมของอดีตภรรยาเอกมาเนิ่นนานหลายปีสตรีใจร้ายเจียงเม่ยเม่ยฮูหยินรองของเสนาบดีอวี้จิ่งเทา ถูกลงโทษริบทรัพย์สินทั้งหมดเข้าคลังหลวง ข้อหากระทำการฉ้อโกงสมบัติของผู้อื่นมานานหลายสิบปี อีกทั้งมีจิตใจชั่วร้ายหมายทำลายรูปโฉมและต้องการสังหารลูกเลี้ยงที่เกิดจากภรรยาของสามี หากรักษาตัวจนหายดีแล้วต้องไปใช้แรงงานที่เหมืองนอกเมืองเป็นระยะเวลา 20 ปี ทางด้านอวี้ซูเซียวถูกตราหน้าว่าเป็นสตรีที่มีมารดาต้องคดีความ จึงถูกกฎของแคว้นฉินลดขั้นให้เป็นเพียงอนุภรรยาของแม่ทัพเสวียนเจิ้งโจว ไม่มีสิทธิ์ขึ้นตำแหน่งฮูหยินรองไปตลอดช
“เพคะ เรื่องการทดสอบระเบิดคงต้องเป็นเช่นนั้น สถานที่ในเมืองหลวงไม่เอื้ออำนวยจริง ๆ และพระองค์ก็ไม่ต้องหึงหวงหม่อมฉันแล้วเพคะ หม่อมฉันรักและมีใจให้พระองค์เพียงผู้เดียวเท่านั้น ตอนเกิดเป็นคังหย่งจื้อก็เคยแอบรักเช่นกัน” อวี้ซินเหยียนกล่าวทั้งยังก้มหน้าลงอย่างเอียงอาย เพราะเป็นครั้งแรกที่ยอมเปิดเผยว่าตนเคยแอบรักคังหย่งจื้อผู้อารักขาหนุ่มที่อยู่ข้างกายกันมานานหลายปี และนางก็แอบมีใจตั้งแต่ครั้งแรกที่พบเจอเขาเช่นกัน สาวน้อยวัย 16 ปี มีรักแรกเป็นผู้ชายหน้านิ่งที่มองมาเมื่อใด นางก็จะเห็นเขาอยู่ข้าง ๆ เสมอมา ทั้งยามทุกข์และยามสุข “หึหึ ฟอดดด ! ข้ารู้ย่อมรู้ดีกว่าผู้ใด” ครึ่งชั่วยามต่อมา รถม้าประจำตำหนักชินอ๋องทั้ง 3 คัน ก็เตรียมพร้อมสำหรับมุ่งหน้าสู่พระราชวัง เสวียนเป่าคังตัวน้อยมายืนรอคอยส่งมารดาไปทำกิจธุระในวังหลวงพร้อมกับเจียวหลิงที่ยืนรออยู่ไม่ไกล“ท่านแม่งดงามยิ่งขอรับ”เสวียนเป่าคังค่อย ๆ ก้าวเดินช้า ๆ มาหามารดาโดยไร้ซึ่งผู้พยุงกาย เขาเดินได้แล้วเพียงแค่ช้ากว่าคนทั่วไปบ้างเล็กน้อยก็เท่านั้น ฝึกฝนอีกไม่นานก็เดินได้คล่องแคล่วเป็นปกติ“ฟอดดด ! ขอบใจเจ้าลูกชาย







