Se connecter
ดวงตาคู่หวานที่ปรือเล็กน้อยเพราะกรึ่มจากความเมาหันมองตามผู้จัดการอย่างช่วยไม่ได้ ภาพที่เห็นคือร่างสูงในคราบเสื้อหนังสีดำกับกางเกงยีน เดินหิ้วหมวกกันน็อคเข้ามา ตามทางเดินที่จะมุ่งมายังจุดที่เธอยืน เธอไม่รู้เป็นเพราะอะไร แต่ทุกครั้งที่เห็นเขาใกล้เข้ามาแบบนี้ หัวใจกำลังสงบมักจะเริ่มเต้นคร่อมจังหวะตลอด รวมถึงครั้งนี้ด้วย
“เฮีย..”
เสียงทักทายแรกคือเสียงของเคผู้จัดการผับ แลกกลับด้วยการปรายตามาของเขา ที่มองคนทักทายก่อนจะพยักหน้า ถึงจะหันมามองเธอ จากนั้นก็เลิกคิ้วสูง
“มึงมายืนทำไรตรงนี้”
ทว่าคำถามกลับยิงไปทางอีกคน ทั้งที่มองมาที่อีกคน
“ผมมาเคลียร์ทิปให้น้องเขาครับ พอดีน้องเขาเลิกงานแล้ว”
ถ้าให้อธิบายอย่างละเอียด สาเหตุที่เคมายืนอยู่ที่นี่ กลายเป็นภาพบอกเผินๆเหมือนทั้งคู่กำลังจีบกันมากกว่าหัวหน้ากับลูกน้องยืนสนทนา เสี่ยงให้เข้าใจผิดเกินครึ่งเปอร์เซ็นไปแล้วนั้น คือเคพยายามเรียกเธอตอนที่เดินออกมา มุ่งหน้าสู่ห้องน้ำแล้วเลยมายังที่นี่ก็เพื่อจะจ่ายทิป หากแต่สาวเจ้าไม่ได้ยินเสียงเขา และไม่หันกลับมามอง เขาเลยต้องเดินตามมาถึงที่นี่ ทว่าตรงนี้ผู้จัดการผับไม่ได้เล่าให้เจ้านายฟัง แต่เลือกที่จะตอบสั้นๆ เพราะคิดว่าไม่จำเป็น
“ผับยังไม่ปิด ทำไมเลิกก่อนเวลา?”
เสียงทุ้มยังคงถามต่อ พร้อมดวงตาคมกริบที่ยังคงจ้องเขม็งมาที่เธอ
“เจ๊แกยกให้เป็นกรณี...”
“กูไม่ได้ถามมึง”
ประโยคนี้เหมือนดึงสติให้ร่างเล็กที่กำลังก้มหน้างุดเงยหน้าขึ้นมา เหงื่อเม็ดเป้งที่เกาะอยู่ตามหน้าผากมาจากผลของความประหม่า ดวงตาคู่สวยที่บัดนี้ไม่สามารถใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เกิดความพร่ามัวหรี่แคบมองเขา แน่นอนว่าวินาทีนี้ใบหน้าหล่อเหลาของเขาเธอมองแทบไม่ชัด หากแต่รู้ว่าหล่อ... หล่อมากๆ
“พี่ปานให้พรีมทำถึงตีหนึ่งค่ะเฮีย จ่ายเงินตามรายชั่วโมงที่ทำ...ไม่นับทิปรวมและทิปแยก”
ที่เลิกเกือบจะตีสองของคืนนี้ เพราะว่าเธอถูกแขกรั้งไว้ กว่าจะใช้วิชาพรางตัวออกมาจากวงเหล้าได้ด้วยสภาพปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นเล่นเอาเกือบเมาจริงๆ
“งั้นเหรอ...แล้วอยากได้โอทีหรือเปล่า”
“คะ?”
“เห็นว่าร้อนเงินนี่”
พรีมไม่เข้าใจที่เขาพูด ถึงได้หันไปมองหน้าผู้จัดการ ราวกับต้องการขอความช่วยเหลือ แต่รายนั้นกลับหลบตาและเบือนหน้าไปทางอื่น
อะไร..หมอนี่รู้ความหมายแต่ไม่ยอมบอกเธออย่างนั้นเหรอ มิหนำซ้ำยังส่งยิ้มแห้งกลับมาให้อีก
“ถ้าอย่างนั้นผมไปก่อนนะเฮีย ว่าจะไปตรวจดูข้างในสักหน่อย วันนี้แขกเยอะมากครับ”
“เออ”
จากนั้นก็เหลือแค่เธอกับเขาสองคน หญิงสาวที่ทำอะไรช้าลงไปเท่าตัว ทำได้เพียงมองตามแผ่นหลังคนเดินหนี คิดจะตะโกนเรียกให้รอเธอด้วย ก็ทำได้แค่เม้มปากแน่น รู้ดีว่าทำแบบนั้นไม่ได้หรอก นั่นมันคือการเสียมารยาทขั้นสูงเชียวนะ!
“ว่าไง..”
หญิงสาวลากสายตากลับมาตามเสียง ก็เห็นคนถามกำลังจ้องมองมา สายตาคมกริบแฝงความว่างเปล่า เป็นสิ่งเดียวที่มนุษย์ปกติที่มีความสุขดีจะไม่มีกัน จึงไม่แปลกที่เธอผู้ที่ไม่เคยเห็นหรือได้สัมผัสมาก่อนจะร้อนลุ่มแปลกๆ
“คือ...หนูเลิกงานแล้วค่ะ แล้วพรุ่งนี้ก็มีเรียนด้วย”
ทว่าพยายามกลบเกลื่อนจ้องมองเขาตอบราวกับไม่กลัว ผลของมันกลายเป็นไปสร้างรอยช้ำให้กับอุ้งมือตัวเอง เนื่องจากใช้ระบายบีบเข้าหากันจนแน่น
“เรียนกี่โมง”
“สิบโมงค่ะ”
“ยังพอมีเวลา ฉันกวนเวลาเธอไม่นานหรอก แค่สิบนาทีสิบห้านาทีอยู่ที่ความสามารถของเธอ แต่จะจ่ายเธอเต็มชั่วโมง พร้อมทิปตามความพึงพอใจ...ถ้าเธอโอเค”
คิ้วบางเริ่มหย่อนชนกัน คิดตามที่เขาพูด
“จะให้พรีมทำอะไรคะ” เธอเอียงหน้าเพื่อรอคำตอบ ในใจตอนนั้นคิดไกลไปแล้ว อย่าบอกนะว่า... “พรีมไม่..”
“หิวข้าวน่ะ”
“คะ?”
“ห้องครัวปิดหมดแล้ว ตอนนี้เหลือแต่ผับโซนบาร์ ถ้าเธอทำกับข้าวเป็น ก็ช่วยขึ้นไปทำกับข้าวให้กินหน่อย”
หมายถึง..เขาจะจ้างเธอให้ไปเป็นแม่ครัวให้ในตอนที่สองเนี่ยนะ อยากจะถามจริงๆว่าถ้าหิวทำไมไม่แวะกินข้างทางก่อนมาที่นี่ ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าครัวร้อนปิด เหลือแค่บาร์น้ำเท่านั้น นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลยนะ ทว่าเธอกลับได้แค่คิดในใจ ไม่กล้าถามออกไป
“พรีม...”
จะโกหกว่าทำกับข้าวไม่เป็น ก็ไม่จริง ...เธอทำเป็นเกือบทุกอย่าง เนื่องจากตอนยายยังอยู่บ้านที่เช่าเปิดร้านอาหารตามสั่ง ทุกเมนูที่ยายทำ ในรายการที่ขายถ่ายทอดมายังเธอทั้งหมดเลย ให้เธอเปิดร้านคนเดียวโดยไม่มียายก็ยังได้
“หืม?”
“แค่ทำกับข้าวให้กินใช่ไหมคะ”
“ใช่”
“ถ้าอย่างนั้น...ได้ค่ะ”
พอตอบตกลงออกไปแบบนั้น หญิงสาวก็ใจเต้นแรงอีกครั้ง และสร่างเมาเป็นปลิดทิ้ง
“โอเค ตามมา”
เดินตามเขาไปอย่างว่าง่าย ราวกับต้องมนต์สะกด
.
.
“ของสะสมค่ะ”เขาเปิดฝากล่องออกดูเพียงครู่เดียว ก่อนปิดลงเหมือนเดิม“เอาไป”“ยังไม่ได้ดูเลยว่ามีอะไร”“ของหนู ก็ต้องสำคัญกับหนูสิ”ประโยคนั้นทำให้มือของพรีมหยุดลง เธอมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่กำลังถือกล่องออกไป ความรู้สึกบางอย่างค่อย ๆ อุ่นขึ้นในอก ไม่นานนัก ห้องที่เคยเต็มไปด้วยข้าวของของเธอก็ค่อย ๆ ว่างลง ตู้เสื้อผ้าเหลือเพียงไม่กี่ชุด ชั้นหนังสือโล่งขึ้น โต๊ะเครื่องแป้งเหลือเพียงของจำเป็นพรีมยืนมองห้องนั้นอยู่ตรงกลางสถานที่แห่งนี้เคยเป็นทั้งบ้าน เป็นที่หลบซ่อน และเป็นความทรงจำที่เธอไม่อยากย้อนกลับไปหาแต่วันนี้...เธอกำลังเดินออกจากมันด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไป นอร์ธเดินกลับมาหยุดข้างเธอ“พร้อมหรือยัง”พรีมมองไปรอบห้องอีกครั้ง“ค่ะ”เธอปิดไฟ ก่อนเดินออกมา แต่เมื่อถึงหน้าประตู เธอกลับหยุดแล้วหันกลับไปมองอีกครั้งนอร์ธไม่ได้เร่ง เขายืนรออยู่ตรงนั้น...พัชร พรีมช่วยพัชรได้แค่นี้นะ ไม่ว่าพัชรกำลังทำอะไรอยู่ พรีมจะไม่เป็นตัวถ่วงพรีมยิ้มบาง ๆ ก่อนปิดประตูลง เสียงกลอนประตูดัง กึก เหมือนเป็นการปิดฉากชีวิตช่วงหนึ่งของเธอไว้ และเปิดประตูให้กับอีกช่วงหนึ่งที่ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้างแต่ครั้ง
และในที่สุดก็กลายเป็นความโกรธอย่างชัดเจน นี่เขาพลาดไปตอนไหน ทำไมถึงไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน“เคยเป็นผู้หญิงของมันงั้นหรือ..”เขาลุกขึ้นยืน คำนี้หลุดออกมาจากริมฝีปากราวกับเป็นเรื่องน่าขันที่สุดในโลก เขาเดินไปยังหน้าต่างบานสูง มองออกไปยังสวนมืดด้านนอก ภาพในอดีตย้อนกลับเข้ามา พัชร...พี่ชายของพรีม ชายที่เขาจับเอาไว้บนเรือ และบีบให้ยอมทำตามเงื่อนไขของเขา เพราะสิ่งเดียวที่เขาต้องการคือพรีม เขาต้องการให้พัชรยอมยกน้องสาวให้เขา แต่สุดท้าย...ปาร์คหลับตาลงชั่วครู่ และกรามขบแน่นยาก..ยากกว่าเดิมจู่ๆก็รู้สึกแค้นใจที่ถูกปิดบัง พัชรพี่ชายของพรีมไม่เคยพูดเรื่องนี้“ไอ้พัชรมันรู้ไหมว่าผัวน้องมันเป็นมือปืน”“ไม่แน่ใจครับ” เพล้ง!แก้วคริสตัลในมือถูกขว้างกระแทกกำแพง เศษแก้วแตกกระจายลงบนพื้นเสียงดังสนั่นลูกน้องทุกคนสะดุ้ง แต่ไม่มีใครกล้าขยับ ปาร์คหอบหายใจเล็กน้อย ก่อนใช้มือปาดริมฝีปากตัวเอง“น่าขำชะมัด”เขาหันกลับมา ดวงตาเต็มไปด้วยความหึงหวงจนแทบปิดไม่มิด“เธอจำฉันไม่ได้ หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้จักฉันกันแน่”ไม่มีคำตอบ เพราะไม่มีใครกล้าเสี่ยงตอบผิด ปาร์คเดินกลับมาที่โต๊ะ ก่อนหยิบขวดเหล้าขึ้นมาเทลงแก้วใหม่
นอร์ธไม่ได้หันกลับไปมองชายกลุ่มนั้นอีกเขาเพียงยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาทางพรีมที่ยังยืนมองเขาด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ“เข้าไปข้างในเถอะ”น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น พรีมพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินนำเข้าไปในบ้านของตัวเอง นอร์ธตามหลังเธอเข้ามา ก่อนจะเป็นคนปิดประตู เสียงประตูปิดลงเบา ๆ ตัดโลกภายนอกออกไปในทันที แต่คำถามในหัวของเขากลับไม่ได้เงียบลงไปทั้งหมดถ้าต้องการเงินจริง ทำไมยังยืนมองเธออยู่แบบนั้น?เขาจำแววตาของพวกมันได้ มันไม่ใช่สายตาของเจ้าหนี้ที่เพิ่งได้รับเงินครบแล้วกำลังจะกลับ มันเหมือนคนที่กำลังตรวจสอบอะไรบางอย่างหรือบางที...กำลังรอให้แน่ใจว่า พรีมยังอยู่ที่นี่ และอยู่คนเดียว“พี่นอร์ธ?”เสียงเรียกของเธอดึงเขากลับมาชายหนุ่มกะพริบตาช้า ๆ ก่อนมองไปรอบๆบ้าน บ้านหลังนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไร เฟอร์นิเจอร์เก่าบางชิ้นถูกใช้งานจนเห็นร่องรอยของเวลา บนโต๊ะมีของใช้ไม่กี่อย่าง ทุกอย่างเรียบง่ายจนแทบไม่มีสิ่งไหนบอกได้ว่าเจ้าของบ้านเคยมีชีวิตเป็นอย่างไรเขาไม่เคยเห็นมันไม่เคยรู้ว่าเธออยู่ที่นี่อย่างไรและตลอดสองปีที่ผ่านมา...เขาไม่เคยรู้เลยว่าเธอต้องใช้ชีวิตแบบไ
ตาต้านั่งนิ่งอยู่กับโทรศัพท์ในมือ เธอมองหน้าจอที่ดับลงด้วยความรู้สึกประหลาดใจไม่เข้าใจว่าทำไมพัชรถึงพูดเหมือนกำลังบอกลา และไม่รู้เลยว่าในวินาทีเดียวกันนั้นคนที่เธอเพิ่งคุยด้วยกำลังถูกลากตัวออกจากห้องใต้ท้องเรือ ไปโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน รวมถึงพรีมเองก็ด้วย. ค่ำแล้วกว่าพรีมจะเดินออกจากอาคารเรียนพร้อมตาต้าแล้วก็โบกลากันเหมือนอย่างเคยเมื่อพ่อของเธอมารับ แสงไฟสีส้มจากเสาไฟริมถนนทอดยาวลงบนพื้นเปียกชื้น หลังฝนเพิ่งหยุดตกไปไม่นาน หญิงสาวสะพายกระเป๋าขึ้นบนไหล่ พลางกวาดตามองไปรอบๆ อย่างเหนื่อยล้าก่อนจะเห็นรถคันหนึ่งจอดอยู่ไม่ไกลจากประตูมหาวิทยาลัยกระจกฝั่งคนขับลดลง คนที่อยู่หลังพวงมาลัยมองเธอผ่านกระจกด้วยสายตานิ่งๆ“ขึ้นรถครับ”พรีมยิ้มบางๆ“มารับจริงๆด้วย”“บอกแล้วไงว่าจะมา”เธอเปิดประตูขึ้นนั่ง ก่อนจะคาดเข็มขัด รถเคลื่อนออกจากมหาวิทยาลัยไปอย่างเงียบๆระหว่างทาง พรีมมองแสงไฟนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย จนกระทั่งเมื่อรถเลี้ยวเข้าสู่ถนนเส้นเดิม เธอก็หันมามองเขา“วันนี้กลับบ้านเก่านะคะ อย่าลืม”นอร์ธเหลือบมองเธอ“ครับ”เขาไม่ได้ถามอะไรต่อ เพียงเปลี่ยนเส้นทางตามที่เธอบอก แต่
หลังจากทานข้าวเสร็จ พวกเขาก็แยกกันที่โรงอาหาร ในขณะพรีมกับตาต้ากลับมาที่ห้องเรียน คนที่เป็นเพียงศิษย์เก่าอย่างนอร์ธ ก็ขับรถออกจากมหาลัยไป ครั้งนี้เขาไม่ได้กลับที่พักหรือไปธุระที่อื่นอาทิเช่นโต๊ะสนุ๊ก สถานที่ที่เคยไปมั่วสุมกับเพื่อนสนิทของเขา แต่เลือกที่จะไปหาคนที่สืบเรื่องราวของคนอื่นเพื่อที่จะนัดรับข้อมูลแทนการลืมของเธอทำให้เขาอยากย้อนอดีตขึ้นมาจริงๆแล้วครั้งนี้ ต่อให้ผลเสียที่ตามมาหนักหน่วงสักแค่ไหน ก็จะไม่สนใจอีกรถสีดำจอดนิ่งอยู่บนถนนลูกรังที่ทอดผ่านพื้นที่รกร้างนอกชานเมือง รอบด้านเงียบจนได้ยินเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดหญ้าเป็นระยะ นอร์ธยืนพิงข้างรถอยู่คนเดียว บุหรี่ในมือถูกจุดขึ้นเป็นมวนที่สอง ทั้งที่มวนแรกยังทิ้งกลิ่นควันจางๆเอาไว้บนเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มของเขาชายหนุ่มสูดควันเข้าปอดลึกกว่าปกติ ก่อนจะผ่อนออกช้าๆ ดวงตาสีเข้มทอดมองไปยังถนนว่างเปล่าตรงหน้า แต่สิ่งที่อยู่ในหัวกลับไม่ใช่ภาพตรงนั้นเลย“สองปี…”คำพูดของนักสืบยังวนกลับมาอยู่ในหัวข้อมูลที่เขาเพิ่งได้รับไม่ได้มากพอจะตอบทุกอย่าง แต่กลับมากพอที่จะทำให้เรื่องที่เขาพยายามฝังมาตลอดสองปีเริ่มตอผุดขึ้นมาอีกครั้งโดยเฉพาะคำหนึ่งที่อ
คราวนี้ดวงตานีน่าลุกเป็นไฟ เธอขึงตาใส่อีกคน ความอับอายเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่นั้น เมื่อหันมองรอบๆ แล้วเห็นว่านักศึกษาหลายคนกำลังให้ความสนใจอยู่ ถึงการประจานของตาต้าจะไม่ได้เสียงดังมาก แต่เชื่อว่าคนที่อยู่ใกล้เคียงจะได้ยินหล่อนเกือบจะกรี๊ดแล้ว ถ้าไม่ติดว่าคนที่กำลังพูดถึงกำลังเดินเข้ามา และใกล้กว่าเดิมแล้ว ไม่อย่างนั้น คงได้เปิดศึกหยุมหัวกันตาต้าขยิบตาให้ ก่อนจะเดินเร็วไปหาพรีม แล้วหมุนตัวเดินขนาบข้าง โดยตอนนั้นคนที่เดินตามหลังมาติดๆคือร่างสูง เขาไม่ได้สนใจใครเลย นอกจากมองบรรยากาศที่แสนจะคุ้นเคย แต่ตอนนี้มีบางอย่างเปลี่ยนไปสำหรับเขา“ไง ยัยไวไฟ พามาได้ไงเนี่ย”ตาต้าใช้หัวไหล่เล็กกระแทกต้นแขนพรีม บีบเสียงล้อเลียน เป็นจังหวะเดียวกับที่สายตาพรีมปะทะกับนีน่าพอดี เธอรู้ทันทีว่าฝ่ายนั้นไม่พอใจเธอ เพียงแต่ไม่รู้ว่าสาเหตุนั้นไม่ใช่เรื่องเมื่อคืนที่ทะเลาะกัน แต่เป็นความหึงหวง และอิจฉา ยิ่งมารู้ทีหลังว่าแฟนของพรีมตามที่พัชรเคยเล่าว่าน้องสาวกำลังมีความรัก สมัยยังคงคบกันนั้นเป็นคนนี้ ก็ยิ่งทวีคูณความริษยาเข้าไปอีกหล่อนหมายปองนอร์ธมานาน เพียงแต่เข้าไม่ถึงตัวทว่าเด็กปรุงจืดอย่างพรีม ที่หล่อนมักมองว







