LOGIN
มอเตอร์ไซค์คันใหญ่ขับมาด้วยความเร็ว แซงทุกคันที่ขวาง บนถนนสายหลักจากตัวเมืองมุ่งหน้าสู่ชนบท ก่อนจะคลายเครื่องยนต์ที่แผดร้องเต็มเสียงเป็นเสียงคำรามหลังเลี้ยวโค้งสุดท้ายที่กำลังจะถึงที่หมาย
โกดังลับกลางป่า
สถานที่ปิดตายที่ไม่มีใครกล้ายุ่งเกี่ยว แม้ทางการจะเห็นการเข้าออกของรถคันหรูอยู่บ่อยครั้งรวมถึงรถของเขา พวกนั้นก็ยอมที่จะหลับหูหลับตาและเหยียบไว้แลกกับเงินก้อนโตปริมาณนับล้าน
เจ้าของเท้าหนักที่หุ้มด้วยรองเท้าหนังสีดำวาววับเตะขาตั้ง พลางบิดกุญแจเพื่อสงบเครื่องยนต์ เหลือแต่เสียงกุกกักจากกลไกการขับเคลื่อนที่ร้อนฉ่าหลังจากใช้งานอย่างหนักด้วยระยะทางที่ไกลลิบเท่านั้น ท่ามกลางความเงียบที่สงบ และเหมือนจะเงียบจนเกินไปเพราะไม่มีใบไม้จากต้นไหนปลิวไหวเลย
เขาถอดหมวกกันน็อค ก่อนสลัดผมที่ปรกหน้าด้วยการเสยขึ้นลวกๆ จ้องเขม็งไปยังทางเข้าโกดังซึ่งมีใครบางคนยืนรออยู่ คนนั้นคือลูกน้องของเมฆาหัวหน้าแก๊ง The Apex องค์กรที่เขารับใช้อยู่ ตอบแทนที่ครั้งนึงเคยชุบเลี้ยงเขามา ให้ที่ซุกหัวนอนที่ดี และข้าวกินทุกมื้อ เป็นการฉุดเขากับพี่ชายคนมาจากขุมนรกหลังจากอาศัยกินนอนอยู่ใต้สะพานนานนับเดือน
“สวัสดีครับคุณนอร์ธ รถติดไหมครับ”
เขาส่ายหัวให้กับคนทักทาย ก่อนจะรับไฟจากชิปโป้ที่ถูกจุดให้หลังจากดึงบุหรี่ขึ้นมาคาบ แล้วมุ่งหน้าไปยังข้างในโกดังที่มืดสนิท มีแสงสว่างอยู่ห้องเดียวคือจุดที่มัดแขนขาเชลยไว้สองคน ร่างสูงเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้า ในปากยังคงคาบซิกาแรตดูดและปล่อยควันออกมาโขมง เขาไม่มีความเห็นใจหรือกลัวในกฎหมายผ่านสายตาคู่ครั่นคร้ามนั้นเลย และสองคนตรงหน้าก็เช่นกัน
“นายมึงไปไหน”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม รู้อยู่แล้วว่าจะไม่ได้รับคำตอบ เพราะหากง่ายแบบนั้นพวกมันคงไม่ถูกจับตัวมาแบบนี้
“........”
“ไม่ตอบก็ไม่เป็นไร...” ริมฝีปากหยักยกขึ้นข้างหนึ่งหลังดึงบุหรี่ที่เหลือเกือบถึงก้น แต่ยังมีไฟแดงฉานติดอยู่ ยื่นไปใกล้ใบหน้าของหนึ่งในสอง “บุหรี่หน่อยไหม”
ดวงตาแดงก่ำผลของการโดนซ้อมทารุณมานับไม่ถ้วนก่อนมาถึงที่นี่จนเส้นเลือดในตาแตกช้อนมองเขา ด้วยความกลัวที่ถูกเก็บเอาไว้เป็นอย่างดี กลบเลื่อนด้วยการแค่นยิ้มออกมา
“อะ อ๊ากกก”
ปลายบุหรี่จิ้มเข้าไปในเนื้อตรงแก้ม ควันไหม้โชยขึ้นก่อนที่หนังจะพองตามมาด้วยกลิ่นสุกของเนื้อถูกย่าง นอร์ธจ้องมองไปยังจุดนั้นก่อนจะคลี่ยิ้มอย่างพึงพอใจ ดึงบุหรี่ออกมาแล้วหันไปหาอีกคน
“แล้วมึงล่ะ?”
ทว่าตอนนั้นไฟที่ก้นบุหรี่มอดไปแล้ว เขาจึงเปลี่ยนเป็นมีดพับขนาดพอดีมือที่เหน็บอยู่ตรงเอวแทน เชลยเห็นแบบนั้นถึงกับดิ้น เกิดเสียงกุกกักของโซ่ตรวนที่ผูกมัดแขนขาเอาไว้เสียดสีกับเก้าอี้ดังกึดๆ
“ต่อให้มึงฆ่าพวกกูในตอนนี้ ก็หานายกูไม่เจอหรอก”
ความกลัวของแต่ละคนไม่เท่ากัน ในขณะที่อีกคนตัวสั่นสะท้าน กลัวเขาจนเยี่ยวราด หากแต่อีกคนกลับไม่มีความกลัวใดๆแม้เสี้ยวหน้าด้านข้างจะถูกทำให้เกิดแผลพุพองไปแล้วก็ตาม และเขาก็รู้พวกมันถูกสั่งให้ทำแบบนี้ ตอบก็ตาย ไม่ตอบก็ตาย
กระนั้นเขาก็ยังนึกสนุก นอร์ธยกยิ้มอย่างพึงพอใจอีกครั้ง ก่อนจะหันไปหาลูกน้องของตัวเอง
“ปล่อยไอ้เหี้ยนี้หน่อยดิ้ กูอยากประลองกับมันสักหน่อย ปากเก่งดี”
เมื่อคำสั่งถูกถ่ายทอด โซ่ตรวนที่มัดมันอยู่ก็ถูกปลดเพื่อคืนอิสระ ทว่าบาดแผลมากมายที่โดนกระทำ และพลังที่หายไปกับการวิ่งหนี ทำให้มันล้มลงเข่าพับโดยที่ยังไม่ทันได้ลุก ดวงตาคมกริบของนอร์ธแข็งกร้าวและฉะฉาน ฉายวาวความแค้นออกมาอย่างปิดไม่มิด มองคนตรงหน้าด้วยความกระหาย ก่อนจะโยนมีดในมือตัวเองไปให้มัน
เกร้ง!
“เห็นแก่ความจงรักภักดีต่อนายมึงกูจะให้โอกาส”
“......”
“ฆ่ากูให้ได้ แล้วกูจะปล่อยมึงไป”
“อึก..”
“รวมถึงเพื่อนมึงด้วย”
เขาไม่สนหรอกว่าตัวเองจะได้เปรียบขนาดไหน ที่ไปท้าต่อสู้กับคนที่ไร้เรี่ยวแรงใกล้ตายแบบนั้น อันที่จริงจะต้องส่งไปลงนรกเลยด้วยซ้ำไม่ต้องเสียเวลา โชคดีที่เขามีเวลาเยอะ บวกกับรู้สึกเซ็งๆจึงอยากหาอะไรทำก่อน
“มึงพูดเองนะ”
จังหวะที่มันหยิบมีด เป็นจังหวะเดียวกันกับความตื่นเต้นที่แล่นพล่านอยู่ในตัวเขา นอร์ธมองเชลยตรงหน้าด้วยสายตาคมกริบ ก่อนจะโน้มตัวลงไปเล็กน้อย ยื่นมือออกไปตรงข้ามแล้ว..กระดิกนิ้ว
“เออ มาเลยไอ้เวร”
ปลายมีดพุ่งทะยานเข้ามาอย่างเร็วและแรง มุทะลุหวังปลิดชีพเจ้าของกันด้วยเวลาอันสั้น เขาที่ไม่ได้ประมาทและรออยู่ก่อนตั้งแต่แรกหลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะใช้ศอกเหวี่ยงเข้าไปกระแทกปลายคางจนร่างมันบิน เรียกได้ว่าหมุนอยู่กลางอากาศหลายตลบกว่าจะตกพื้น จากนั้นจึงจะหันมาดูผลงานแล้วขมวดคิ้ว รู้สึกโกรธที่คู่ประลองใจเสาะเกินไป นอนราบเป็นผักอยู่ตรงหน้า อ้าปากพะงาบไม่มีแรงแม้แต่จะพูด ยังคงอวดเก่งส่งยิ้มกวนตีนให้กับเขา
นอร์ธแค่นหัวเราะ เดินเข้าไปใกล้ ฉกมีดในมือมาถือไว้ด้วยมือตัวเอง หลังจากนั้นนั่งยองใช้หัวเข่าแกร่งค้ำคอมัน
“คำถามสุดท้าย.. ยังคงไม่บอกกันใช่หรือเปล่า”
แน่นอนว่ามันยังคงส่งยิ้มยียวนกลับมา ร่างสูงที่รอคำตอบอยู่จึงคลี่ริมฝีปากกว้าง ยิ้มตอบรับไปอย่างละมุน ก่อนจะหุบยิ้มทันควันในเวลาต่อมา และ..
กึด...
ค่อยๆตัดขาดหลอดลมของมันด้วยปลายมีดคู่ใจ เลือดมากมายพุ่งกระฉูดราวกับท่อน้ำแตก ท่ามกลางความช็อคของผู้คนที่ยืนเห็น รวมถึงเชลยอีกคนที่เหมือนจะสติหลุดไปแล้วด้วย แต่นอร์ธกลับปิดเปลือกของตัวเองสีหน้าเคลิ้ม แหงนขึ้นเล็กน้อย ราวกับรู้สึกดีที่ได้ฆ่าคน
โดยเฉพาะคนชั่วที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของพ่อเขา
.
ขณะนี้ผับยังไม่ปิด แต่ระยะการทำงานของพรีมจบลงแล้ว เธอจึงเดินตรงไปยังห้องน้ำเพื่อที่จะล้างหน้าล้างตาก่อนจะขึ้นห้องนอน เหตุเพราะดื่มกับลูกค้าเยอะพอควร ลูกค้าบางกลุ่มเธอไม่เห็นพวกเขามีเจตนาร้ายจึงเต็มใจ แต่ความเต็มใจพอหลายๆแก้วเข้าก็กรึ่มได้เหมือนกัน โชคดีที่เวลาหมดก่อน หากยังคงอยู่และดื่มต่อ มีหวังร่วงคอพับแน่
“น้องพรีม อันนี้ทิปหนูนะครับ”
“ขอบคุณค่ะพี่เค”
เธอยกมือไหว้ หลังจากเดินมาลงเวลาออก แล้วเจอผู้จัดการผับเดินเข้ามาเคลียร์ทิป
“พรุ่งนี้มีเรียนกี่โมง”
“สิบโมงค่ะ”
“เออดี ยังมีเวลานอน ว่าแต่เมาไหม? พี่เห็นหนูดื่มเข้าไปตั้งเยอะ อย่างว่าแหละคนสวยๆ ใครๆก็อยากอยู่ใกล้ ”
“ไม่เท่าไหร่ค่ะพี่”
“จริงไหม?”
“จริง”
“อ่า...เก่งแฮะ”
ขณะที่กำลังยืนคุยกันอยู่ จังหวะนั้นคู่สนทนาของเธอก็หันไปอีกทาง และเอ่ยประโยคหนึ่งที่ทำให้เธอต้องมองตามกัน
“เฮียนอร์ธมานี่หว่า...มาทำไมป่านนี้วะ”
“ของสะสมค่ะ”เขาเปิดฝากล่องออกดูเพียงครู่เดียว ก่อนปิดลงเหมือนเดิม“เอาไป”“ยังไม่ได้ดูเลยว่ามีอะไร”“ของหนู ก็ต้องสำคัญกับหนูสิ”ประโยคนั้นทำให้มือของพรีมหยุดลง เธอมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่กำลังถือกล่องออกไป ความรู้สึกบางอย่างค่อย ๆ อุ่นขึ้นในอก ไม่นานนัก ห้องที่เคยเต็มไปด้วยข้าวของของเธอก็ค่อย ๆ ว่างลง ตู้เสื้อผ้าเหลือเพียงไม่กี่ชุด ชั้นหนังสือโล่งขึ้น โต๊ะเครื่องแป้งเหลือเพียงของจำเป็นพรีมยืนมองห้องนั้นอยู่ตรงกลางสถานที่แห่งนี้เคยเป็นทั้งบ้าน เป็นที่หลบซ่อน และเป็นความทรงจำที่เธอไม่อยากย้อนกลับไปหาแต่วันนี้...เธอกำลังเดินออกจากมันด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไป นอร์ธเดินกลับมาหยุดข้างเธอ“พร้อมหรือยัง”พรีมมองไปรอบห้องอีกครั้ง“ค่ะ”เธอปิดไฟ ก่อนเดินออกมา แต่เมื่อถึงหน้าประตู เธอกลับหยุดแล้วหันกลับไปมองอีกครั้งนอร์ธไม่ได้เร่ง เขายืนรออยู่ตรงนั้น...พัชร พรีมช่วยพัชรได้แค่นี้นะ ไม่ว่าพัชรกำลังทำอะไรอยู่ พรีมจะไม่เป็นตัวถ่วงพรีมยิ้มบาง ๆ ก่อนปิดประตูลง เสียงกลอนประตูดัง กึก เหมือนเป็นการปิดฉากชีวิตช่วงหนึ่งของเธอไว้ และเปิดประตูให้กับอีกช่วงหนึ่งที่ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้างแต่ครั้ง
และในที่สุดก็กลายเป็นความโกรธอย่างชัดเจน นี่เขาพลาดไปตอนไหน ทำไมถึงไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน“เคยเป็นผู้หญิงของมันงั้นหรือ..”เขาลุกขึ้นยืน คำนี้หลุดออกมาจากริมฝีปากราวกับเป็นเรื่องน่าขันที่สุดในโลก เขาเดินไปยังหน้าต่างบานสูง มองออกไปยังสวนมืดด้านนอก ภาพในอดีตย้อนกลับเข้ามา พัชร...พี่ชายของพรีม ชายที่เขาจับเอาไว้บนเรือ และบีบให้ยอมทำตามเงื่อนไขของเขา เพราะสิ่งเดียวที่เขาต้องการคือพรีม เขาต้องการให้พัชรยอมยกน้องสาวให้เขา แต่สุดท้าย...ปาร์คหลับตาลงชั่วครู่ และกรามขบแน่นยาก..ยากกว่าเดิมจู่ๆก็รู้สึกแค้นใจที่ถูกปิดบัง พัชรพี่ชายของพรีมไม่เคยพูดเรื่องนี้“ไอ้พัชรมันรู้ไหมว่าผัวน้องมันเป็นมือปืน”“ไม่แน่ใจครับ” เพล้ง!แก้วคริสตัลในมือถูกขว้างกระแทกกำแพง เศษแก้วแตกกระจายลงบนพื้นเสียงดังสนั่นลูกน้องทุกคนสะดุ้ง แต่ไม่มีใครกล้าขยับ ปาร์คหอบหายใจเล็กน้อย ก่อนใช้มือปาดริมฝีปากตัวเอง“น่าขำชะมัด”เขาหันกลับมา ดวงตาเต็มไปด้วยความหึงหวงจนแทบปิดไม่มิด“เธอจำฉันไม่ได้ หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้จักฉันกันแน่”ไม่มีคำตอบ เพราะไม่มีใครกล้าเสี่ยงตอบผิด ปาร์คเดินกลับมาที่โต๊ะ ก่อนหยิบขวดเหล้าขึ้นมาเทลงแก้วใหม่
นอร์ธไม่ได้หันกลับไปมองชายกลุ่มนั้นอีกเขาเพียงยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาทางพรีมที่ยังยืนมองเขาด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ“เข้าไปข้างในเถอะ”น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น พรีมพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินนำเข้าไปในบ้านของตัวเอง นอร์ธตามหลังเธอเข้ามา ก่อนจะเป็นคนปิดประตู เสียงประตูปิดลงเบา ๆ ตัดโลกภายนอกออกไปในทันที แต่คำถามในหัวของเขากลับไม่ได้เงียบลงไปทั้งหมดถ้าต้องการเงินจริง ทำไมยังยืนมองเธออยู่แบบนั้น?เขาจำแววตาของพวกมันได้ มันไม่ใช่สายตาของเจ้าหนี้ที่เพิ่งได้รับเงินครบแล้วกำลังจะกลับ มันเหมือนคนที่กำลังตรวจสอบอะไรบางอย่างหรือบางที...กำลังรอให้แน่ใจว่า พรีมยังอยู่ที่นี่ และอยู่คนเดียว“พี่นอร์ธ?”เสียงเรียกของเธอดึงเขากลับมาชายหนุ่มกะพริบตาช้า ๆ ก่อนมองไปรอบๆบ้าน บ้านหลังนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไร เฟอร์นิเจอร์เก่าบางชิ้นถูกใช้งานจนเห็นร่องรอยของเวลา บนโต๊ะมีของใช้ไม่กี่อย่าง ทุกอย่างเรียบง่ายจนแทบไม่มีสิ่งไหนบอกได้ว่าเจ้าของบ้านเคยมีชีวิตเป็นอย่างไรเขาไม่เคยเห็นมันไม่เคยรู้ว่าเธออยู่ที่นี่อย่างไรและตลอดสองปีที่ผ่านมา...เขาไม่เคยรู้เลยว่าเธอต้องใช้ชีวิตแบบไ
ตาต้านั่งนิ่งอยู่กับโทรศัพท์ในมือ เธอมองหน้าจอที่ดับลงด้วยความรู้สึกประหลาดใจไม่เข้าใจว่าทำไมพัชรถึงพูดเหมือนกำลังบอกลา และไม่รู้เลยว่าในวินาทีเดียวกันนั้นคนที่เธอเพิ่งคุยด้วยกำลังถูกลากตัวออกจากห้องใต้ท้องเรือ ไปโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน รวมถึงพรีมเองก็ด้วย. ค่ำแล้วกว่าพรีมจะเดินออกจากอาคารเรียนพร้อมตาต้าแล้วก็โบกลากันเหมือนอย่างเคยเมื่อพ่อของเธอมารับ แสงไฟสีส้มจากเสาไฟริมถนนทอดยาวลงบนพื้นเปียกชื้น หลังฝนเพิ่งหยุดตกไปไม่นาน หญิงสาวสะพายกระเป๋าขึ้นบนไหล่ พลางกวาดตามองไปรอบๆ อย่างเหนื่อยล้าก่อนจะเห็นรถคันหนึ่งจอดอยู่ไม่ไกลจากประตูมหาวิทยาลัยกระจกฝั่งคนขับลดลง คนที่อยู่หลังพวงมาลัยมองเธอผ่านกระจกด้วยสายตานิ่งๆ“ขึ้นรถครับ”พรีมยิ้มบางๆ“มารับจริงๆด้วย”“บอกแล้วไงว่าจะมา”เธอเปิดประตูขึ้นนั่ง ก่อนจะคาดเข็มขัด รถเคลื่อนออกจากมหาวิทยาลัยไปอย่างเงียบๆระหว่างทาง พรีมมองแสงไฟนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย จนกระทั่งเมื่อรถเลี้ยวเข้าสู่ถนนเส้นเดิม เธอก็หันมามองเขา“วันนี้กลับบ้านเก่านะคะ อย่าลืม”นอร์ธเหลือบมองเธอ“ครับ”เขาไม่ได้ถามอะไรต่อ เพียงเปลี่ยนเส้นทางตามที่เธอบอก แต่
หลังจากทานข้าวเสร็จ พวกเขาก็แยกกันที่โรงอาหาร ในขณะพรีมกับตาต้ากลับมาที่ห้องเรียน คนที่เป็นเพียงศิษย์เก่าอย่างนอร์ธ ก็ขับรถออกจากมหาลัยไป ครั้งนี้เขาไม่ได้กลับที่พักหรือไปธุระที่อื่นอาทิเช่นโต๊ะสนุ๊ก สถานที่ที่เคยไปมั่วสุมกับเพื่อนสนิทของเขา แต่เลือกที่จะไปหาคนที่สืบเรื่องราวของคนอื่นเพื่อที่จะนัดรับข้อมูลแทนการลืมของเธอทำให้เขาอยากย้อนอดีตขึ้นมาจริงๆแล้วครั้งนี้ ต่อให้ผลเสียที่ตามมาหนักหน่วงสักแค่ไหน ก็จะไม่สนใจอีกรถสีดำจอดนิ่งอยู่บนถนนลูกรังที่ทอดผ่านพื้นที่รกร้างนอกชานเมือง รอบด้านเงียบจนได้ยินเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดหญ้าเป็นระยะ นอร์ธยืนพิงข้างรถอยู่คนเดียว บุหรี่ในมือถูกจุดขึ้นเป็นมวนที่สอง ทั้งที่มวนแรกยังทิ้งกลิ่นควันจางๆเอาไว้บนเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มของเขาชายหนุ่มสูดควันเข้าปอดลึกกว่าปกติ ก่อนจะผ่อนออกช้าๆ ดวงตาสีเข้มทอดมองไปยังถนนว่างเปล่าตรงหน้า แต่สิ่งที่อยู่ในหัวกลับไม่ใช่ภาพตรงนั้นเลย“สองปี…”คำพูดของนักสืบยังวนกลับมาอยู่ในหัวข้อมูลที่เขาเพิ่งได้รับไม่ได้มากพอจะตอบทุกอย่าง แต่กลับมากพอที่จะทำให้เรื่องที่เขาพยายามฝังมาตลอดสองปีเริ่มตอผุดขึ้นมาอีกครั้งโดยเฉพาะคำหนึ่งที่อ
คราวนี้ดวงตานีน่าลุกเป็นไฟ เธอขึงตาใส่อีกคน ความอับอายเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่นั้น เมื่อหันมองรอบๆ แล้วเห็นว่านักศึกษาหลายคนกำลังให้ความสนใจอยู่ ถึงการประจานของตาต้าจะไม่ได้เสียงดังมาก แต่เชื่อว่าคนที่อยู่ใกล้เคียงจะได้ยินหล่อนเกือบจะกรี๊ดแล้ว ถ้าไม่ติดว่าคนที่กำลังพูดถึงกำลังเดินเข้ามา และใกล้กว่าเดิมแล้ว ไม่อย่างนั้น คงได้เปิดศึกหยุมหัวกันตาต้าขยิบตาให้ ก่อนจะเดินเร็วไปหาพรีม แล้วหมุนตัวเดินขนาบข้าง โดยตอนนั้นคนที่เดินตามหลังมาติดๆคือร่างสูง เขาไม่ได้สนใจใครเลย นอกจากมองบรรยากาศที่แสนจะคุ้นเคย แต่ตอนนี้มีบางอย่างเปลี่ยนไปสำหรับเขา“ไง ยัยไวไฟ พามาได้ไงเนี่ย”ตาต้าใช้หัวไหล่เล็กกระแทกต้นแขนพรีม บีบเสียงล้อเลียน เป็นจังหวะเดียวกับที่สายตาพรีมปะทะกับนีน่าพอดี เธอรู้ทันทีว่าฝ่ายนั้นไม่พอใจเธอ เพียงแต่ไม่รู้ว่าสาเหตุนั้นไม่ใช่เรื่องเมื่อคืนที่ทะเลาะกัน แต่เป็นความหึงหวง และอิจฉา ยิ่งมารู้ทีหลังว่าแฟนของพรีมตามที่พัชรเคยเล่าว่าน้องสาวกำลังมีความรัก สมัยยังคงคบกันนั้นเป็นคนนี้ ก็ยิ่งทวีคูณความริษยาเข้าไปอีกหล่อนหมายปองนอร์ธมานาน เพียงแต่เข้าไม่ถึงตัวทว่าเด็กปรุงจืดอย่างพรีม ที่หล่อนมักมองว







