ใต้เงาหลงเฟย

ใต้เงาหลงเฟย

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-12-08
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
159Bab
1.5KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

“เพราะเธอไม่ใช่แค่เหยื่อ…แต่เธอคือหมากตัวสุดท้ายที่เขาจะทำพลาดไม่ได้”

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

เสียงพัดลมเก่า ๆ หมุนเอื่อยเหนือยศีรษะ เสียงแม่ค้าตะโกนเรียกลูกค้าและเสียงเหล็กกระทบกระทะดังสนั่นทั้งตลาดในตอนเช้า ยายสมพรกำลังจัดผักหน้าร้านเหมือนทุกวัน ดวงตาแม้จะมีรอยย่น แต่แววตาอบอุ่นนั้นยังไม่เคยหายไป

“ขอโทษครับ ขออนุญาตรบกวนเวลาสักครู่”

ชายในสูทเรียบหรูเดินเข้ามาพร้อมผู้ติดตามสองคนและแฟ้มเอกสารในมือ ยายสมพรหยุดมือมองชายคนนั้นอย่างระแวดระวัง คนในตลาดเริ่มชะโงกหน้าออกมามองเป็นแถว

“ผมเป็นตัวแทนจากบริษัทตึกสูง ๆ ตึกนั้นครับ”ชายในสูทเรียบหรูชี้นิ้วไปยันตึกสูงหลายสิบชั้นที่ตั้งตะหง่านอยู่ไม่ไกลจากตลาด ซึ่งเป็นตึกสำนักงานรองบริษัทหลงเฟยกรุ๊ป

“ทางบริษัทมีโครงการพัฒนาตลาดเชิงพาณิชย์ที่จะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ และเราอยากเชิญชวนพ่อค้าแม่ขายพี่น้องในชุมชนทุกท่านมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครับ”

คำว่า ‘เปลี่ยนแปลง’ ดังชัดแต่แฝงความหมายบางอย่างไว้ข้างใน

“ถ้าทุกท่านยินดีร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ เราจะจ่ายค่าชดเชยให้… คนละสามเท่าของราคาประเมินที่ดิไม่มีใครเสียเปล่าแน่นอนครับ”

สิ้นเสียงชายสูทดำ เสียงซุบซิบของพ่อค้าแม่ขายและคนในชุมชนก็เริ่มดังระงมขึ้นทันทีในตลาด

“สามเท่าเลยนะ”

“ได้เงินก้อนแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เศรษฐกิจก็ไม่ค่อยจะดี ได้เงินก้อนคงจะดี”

“อายุเยอะแล้ว ถ้าได้เงินก้อนมาก็ไปอยู่บ้านลูกบ้านหลานสบาย”

“เอ่อ..คุณยายครับ…หากคุณยายเซ็นเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ เงินก้อนนี้จะเข้าบัญชีพรุ่งนี้เช้าเลยนะครับ”

เสียงของชายชุดสูทเรียบสะอาดพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ ไม่เพียงแค่นั้นเขายังยื่นปากกาสีดำสวยดูมีราคามาให้ มืออีกข้างถือเอกสารสัญญาหนาเตอะที่ปิดตราประทับบริษัทชัดเจน

“มันเยอะเกินไป” ยายสมพรพูดเสียงเบา

“ฉันไม่เคยจับเงินขนาดนี้มาก่อนเลย”

“มันเป็นเพียงเงินขวัญถุงหลังเซ็นสนใจเข้าร่วมเท่านั้นครับคุณยาย” เขาพูดเรียบชัดและใจเย็นแบบคนที่เจรจาธุรกิจเป็นงานประจำ

“แค่เซ็นเอกสารเข้าร่วมโครงการ คุณยายกับหลานสาวก็ไม่ต้องแบกภาระอะไรอีก ขึ้นโครงการใหม่เมื่อไหร่ ก็จะได้สิทธิ์ตั้งแผงในที่ใหม่เหมือนเดิมและได้เงินเพิ่มอีกด้วย”

“แล้วถ้า…ฉันไม่เซ็นล่ะ”เสียงของยายสมพรเบาแต่หนัก

“ก็ไม่เป็นไรครับ” ชายคนนั้นยิ้มมุมปากบาง ๆ

“แต่ว่า...เงินนั่นมากพอจะส่งคะน้าเข้ามหาวิทยาลัยเอกชนดี ๆ ได้สี่ปีเต็ม เงินนี่อาจเป็นใบเบิกทางให้คะน้าไม่ต้องจมอยู่ในตลาดเก่า ๆ เล็ก ๆ ไปตลอดชีวิต” ยายสมพรคิดคนเดียวใจใน

“ขอเวลาคิดหน่อยได้ไหมพ่อหนุ่ม” ยายถามเสียงสั่นด้วยความลังเล

“ได้เลยครับคุณยาย” หนุ่มสูทดำยิ้มสุภาพ แต่สายตาคมเรียบนั้นไม่แม้แต่จะไหววูบ

“อื้ม… แต่ผมแนะนำว่า…คุณยายอย่าคิดนานเกินไปนะครับ เงินก้อนจากที่ได้เยอะอาจจะลดลงนะครับคุณยาย” พูดจบชายสูทดำก็เก็บเอกสารไว้ในซอง วางไว้หน้าแผงผักตรงหน้าไม่ได้เอากลับ ยายสมพรมองมันราวกับมันเป็นตะปูร้อนที่กำลังจี้หัวใจด้วยความลังเล

เพราะอนาคตและความฝันของหลานสาวรออยู่อีกไม่ถึงปี…

และในเอกสารยังเขียนอีกไว้ว่า…

‘ราคาชดเชยสามเท่าจากราคาประเมิน พร้อมโบนัสเพิ่มสำหรับผู้เซ็นสัญญาภายใน 60 วัน รับเงินก่อน เซ็นทีหลังได้สบายใจ’

ไม่กี่วันต่อมา…

บริษัทส่งเจ้าหน้าที่มาเจรจารอบที่สองแม่ค้าในตลาดหลายคนเริ่มยิ้ม บางคนรับปาก บางคนถึงขั้นฝันถึงชีวิตใหม่หลังได้เงินก้อนใหญ่หลังเซ็นเอกสาร และแม่ค้าพ่อค้าในตลาดก็ค่อย ๆ แตกเสียงกันเป็นสองฝั่ง

ฝั่งที่อยากขายเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่

ฝั่งที่ยังลังเลเพราะที่นี่เปรียบเสมือนบ้านที่อยู่มาทั้งชีวิต

ยายสมพรยืนอยู่ตรงกลางเหมือนถูกดึงออกเป็นสองด้านและในขณะเดียวกันก็มีซองเอกสารสัญญาเบื้องต้นวางอยู่ในมือเหี่ยวของเธอ

และวันนี้แหละ... คือวันที่หมากตัวแรกถูกวางบนกระดาน คะน้าสาววัยสิบแปดปลาย ยังไม่รู้เลยว่าการตันสินใจของยายสมพรในที่เซ็นเอกสาร… จะเป็นจุดเริ่มต้นของแรงกดดันในชีวิตของเธออย่างมหาศาล

“ก้อนแรกหลังเซ็นเข้าร่วมโครงการสี่แสนบาท…”ยายสมพรพึมพำเสียงเบา มันคือเงินจำนานมหาศาลสำหรับคนหาเช้ากินค่ำ เงินนี้มากพอจะเปลี่ยนชีวิตของคะน้าหลานสาวคนเดียวของหญิงชราให้ได้เรียนมหาวิทยาลัยตามฝัน แต่ก็เป็นเงินที่แลกมากับที่ดินผืนเดียวที่พวกเขามี

เสียงเข็มนาฬิกาดัง ติ๊ก…ต๊อก เป็นจังหวะเดียวที่ดังในห้องเล็ก ๆ นี้

น้ำตาหยดแรกของยายสมพรก็ไหลลงมาโดยไม่รู้ตัว

ยายสมพรรู้ดีว่าโครงการนี้ไม่ได้เป็นแค่ข้อเสนอ แต่มันคือแรงกดดันบางอย่างเกินจะขัดขืนได้ ไม่ยอมวันนี้วันหน้าก็ต้องยอม แม่ค้าหลายคนในตลาดเซ็นไปแล้ว เหลือแค่ไม่กี่คนที่ยังลังเล

ยายสมพรหยิบกระดาษในซองขึ้นมาอ่านอีกครั้งพร้อมกับเสียงไอแห้ง ๆ แม้จะอ่านไม่ค่อยเข้าใจถ้อยคำกฎหมายทั้งหมดแต่บรรทัดสุดท้ายของเอกสารก็ง่ายเกินจะไม่เข้าใจ

“หากท่านยินยอมเข้าร่วมโครงการและพร้อมเซ็นภายใน 60 วัน บริษัทยินดีดำเนินการจ่ายเงินส่วนที่เหลือภายใน 15 วันหลังโอนกรรมสิทธิ์”

และในตอนนี้ชื่อยายสมพรไม่ได้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินทั้งหมด แต่เจ้าหน้าที่บริษัทบอกว่า…

“แค่รับเงินก้อนไว้ก่อนก็พอครับ เดี๋ยวเรื่องเซ็นโอนทางบริษัทเราสามารถจัดการต่อได้ครับ” น้ำเสียงสุภาพของชายสูทดำ แต่คำพูดเหมือนกับมัดเชือกรอบตัวยายสมพรไว้เงียบ ๆ

“ยายจ๋า” เสียง คะน้า เด็กสาววัยสิบแปดขวบปลาย ดังมาจากประตูทางเข้าของบ้านเช่าหลังเล็ก ๆ เด็กสาวเพิ่งกลับมาจากเรียนพิเศษ

“ยายยังไม่นอนอีกเหรอ”

“อืม… ยายแค่คิดอะไรนิดหน่อย” ยายสมพรรีบเก็บซองเอกสารไว้ข้างตัว

“คิดอะไรเหรอ?” คะน้าเลิกคิ้ว เธอยังไม่รู้เลยว่าคำถามธรรมดาวันนี้ อีกหนึ่งปีข้างหน้ามันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในชีวิต

“คิดว่าถ้าถึงวันที่หลานยายได้เรียนมหาลัยจริง ๆ จะดีแค่ไหน” ยายสมพรฝืนยิ้มบาง ๆ ด้านคะน้าเมื่อได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะน้อย ๆ แล้วเดินเข้ามากอดคนเป็นยาย

“หนูต้องทำตามความฝันให้ได้อยู่แล้ว สอบเข้ามหาลัยดี ๆ พอเรียนจบหนูจะไม่ให้ยายขายผักอีก แล้วก็จะพายายไปอยู่บ้านหลังใหญ่ ๆ ไม่ต้องเช่าบ้านให้ลำบาก”

คำพูดของเด็กกำพร้าตัวน้อย ๆ ที่โดนแม่คลอดแล้วทิ้งไว้ให้ยายสมพรเลี้ยงดูเหมือนกำลังเป็นมีดกรีดใจยายสมพรช้า ๆ เพราะภายในใจยายสมพรรู้ดีว่า อนาคตที่คะน้าฝันถึง อาจต้องเสียงที่ดินผืนที่ใช้ทำมาหากินไป...

กลางดึกที่ฝนโปรยยายสมพรยื่นมือไปแตะซองเอกสารอีกครั้ง นิ้วเรียงที่หยาบกร้านลูบไล้มุมซองสีน้ำตาลเบา ๆ เหมือนจะถามมันว่า ที่คือทางที่จะทำให้คะน้ามีอนาคตที่สวยงามได้จริง ๆ ใช่ไหม

และในที่สุด…

“ยายขอโทษนะคะน้าที่ต้องตัดสินใจแบบนี้ แต่ยายอยากให้หนูมีอนาคตจะได้เรียนจบสูง ๆ มีงานทำดี ๆ ไม่ต้องมาขายของกลางตลาดร้อน ๆ ลำบากเหมือนยาย”

เสียงขูดของปลายปากกาเสียดสีกับกระดาษดังยาวกว่าปกติในความรู้สึกของยายสมพร

มันไม่ใช่เพียงเสียงของปลายปากกาที่กำลังลงบนกระดาษ แต่มันเหมือนเสียงกุญแจที่กำลังล็อกชีวิตบางอย่างไว้ตลอดกาล

ยายสมพรหลับตาชั่วขณะ มือที่สั่นเพราะแรงกดดันไม่ใช่เพราะความชรา เธอไม่ได้เซ็นเพราะเชื่อบริษัท…แต่เพราะเธอเชื่อว่า นี่จะเป็นทางเดียวที่จะทำให้คะน้าได้เรียนมหาลัยดี ๆ และมีอนาคตที่ดีตามความฝัน

“ขอให้มันเป็นทางที่ดีนะ” เสียงที่ไม่มีใครได้ยินเล็ดลอดจากริมฝีปากเหี่ยวย่น

เช้าวันรุ่งขึ้น เจ้าหน้าที่ในสูทเรียบเดินเข้ามาพร้อมซองเงินก้อนใหญ่ ใบหน้าของเขายิ้ม แต่ในดวงตากลับเยือกเย็น

เงินในมือซองนั่นไม่ใช่เงินขวัญถุง ไม่ใช่รางวัล อย่างที่เขาเคยบอกแต่มันคือ โซ่ทองที่ผูกพันธนาการ

และไม่มีใครรู้เลยว่า…

ลายเซ็นของหญิงชราคืนนั้นจะเป็นประตูเปิดสู่กรงมังกร ที่ไม่มีใครออกมาได้ง่าย ๆ
Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
159 Bab
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status