로그인บทที่2
คนป่วยหวั่นไหว 2 “ตัวร้อนนะคะ แถมหน้าก็แดง สงสัยไข้ขึ้นแน่ๆ ไปหาหมอไหมคะ เดี๋ยวฉันให้ลุงพลพาไป” เธอก้าวถอยหลังกลับไปเล็กน้อยพลางไล่สายตาสำรวจคนตัวสูงด้วยความเป็นห่วงอย่างไม่ปิดบัง ทำเอาคนที่ใจสั่นอยู่แล้วใจเต้นแรงเข้าไปอีก เพราะเหตุการณ์เมื่อครู่ทำเอาเขาถึงกับหายใจไม่ทั่วท้องเพราะความใกล้ชิดแบบไม่ทันตั้งตัว โชคดีป้าแต๋นวิ่งเข้าไปในบ้านแล้วจึงไม่เห็น ไม่อย่างนั้นมันคงไม่ดีแน่ถ้าใครมาเห็นเข้า เขาไม่อยากให้เธอถูกใครว่าเสียๆ หายๆ “ผมไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เลยเป็นหวัด พักผ่อนแป๊บเดียวก็หายแล้วครับ” แม้จะรู้สึกหนักหัวอยู่ไม่น้อยแต่ก็ไม่อยากให้เจ้านายสาวเป็นห่วงเขามากนักและไม่อยากรบกวนลุงกัมพล คนสวนที่ตอนนี้กำลังรดน้ำต้นไม้ในสวนหลังบ้าน แม้จะไม่เห็นด้วยตาแต่เวลานี้เป็นเวลารดน้ำต้นไม้ภายในบ้านนี้ เขารู้ดี “ถ้างั้นเดี๋ยวฉันบอกน้าสาทำข้าวต้มกับยาลดไข้ไปให้ กินแล้วรีบนอนพักผ่อนละ” จะด้วยสาเหตุอะไรไม่รู้มันทำให้เธอรู้สึกเป็นห่วงคนตรงหน้ามากกว่าที่ควรจะเป็น หรือเพราะใบหน้าขาวๆ ที่แดงด้วยพิษไข้อย่างน่าสงสารนั่นกันนะ “ขอบคุณครับ แต่คุณพิชชาไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้นะครับ ผมเกรงใจ” ประโยคหลังเสียงอู้อี้ในลำคอไม่เต็มเสียงนัก แต่ทำให้คนฟังชักสีหน้าเพราะความเกรงใจเกินเหตุไม่เข้าเรื่องของคนตรงหน้า ป่วยขนาดนี้แล้วยังทำเป็นเก่ง “เกรงใจทำไมคะ ฉันแค่ใช้ปากสั่ง ไม่ได้เป็นคนทำเองสักหน่อย เอาเถอะ รีบกลับไปพักผ่อนเถอะจ้ะ” “ครับ” ชายหนุ่มรับคำอย่างว่าง่ายเพราะเกรงสายตาคู่กลมโตดุๆ แบบเมื่อครู่นี้อีก ได้ยินดังนั้นร่างแบบบางก็หันหลังเดินเข้าบ้าน ธันวาจึงเดินกุมศีรษะที่ปวดตุบๆ ไปยังด้านหลัง บ้านพักสำหรับคนงานซึ่งเป็นห้องแถวห้าห้องเรียงติดกัน นิ้วเรียวยาวกดเปิดสวิตช์ไฟให้ความสว่าง ภายในห้องไม่กว้างแต่ก็ไม่เล็ก ด้านซ้ายมือเป็นเตียงห้าฟุต ห่างออกไปสี่ก้าวคือตู้เสื้อผ้าที่อัดแน่นไปด้วยยูนิฟอร์มประจำคนขับรถ และถัดจากตู้ไปนั้นคือประตูพาไปสู่ห้องน้ำ ทันทีที่ถึงห้อง เจ้าของร่างสูงก็ถอดรองเท้า ล้มตัวลงนอนโดยไม่เปลี่ยนแม้กระทั่งชุด ช่วงเช้าในวันถัดมา พิชชาอรในชุดทำงานเรียบๆ ทว่ากับดูดีเมื่อสวมอยู่บนเรือนร่างอรชรอ้อนแอ้นอย่างเธอ เดินถือกระเป๋าพร้อมแม่บ้านคนสนิท แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อวันนี้คนขับรถเปลี่ยนเป็นลุงพลซึ่งตอนนี้กำลังใช้ผ้าเช็ดรถพลางผิวปากตามประสาคนขี้เล่น คิ้วเจ้านายสาวก็ขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความสงสัยทันที “ทำไมวันนี้ลุงพลมาขับรถละคะ” “อ้าว คุณพิชชามาแล้วหรือครับ วันนี้ลุงมาขับแทนเจ้าธันครับ พอดีเมื่อเช้ามันวานให้ลุงมาทำหน้าที่แทนหนึ่งวัน เห็นบอกว่าไข้ขึ้นคงขับรถให้คุณไม่ไหว อีกอย่างมันเกรงว่าคุณพิชชาจะติดไข้จากมันครับ” คำตอบของกัมพลทำเอาเจ้านายสาวนึกเป็นห่วงเขาอยู่ไม่น้อย เมื่อวานเธอสั่งน้าสาทำข้าวต้มกับยาลดไข้ไปให้กินแล้วทำไมอาการยังไม่ดีขึ้นอีกนะ “ป้าแต๋นคะ ยังไงก็ไปดูธันหน่อยนะคะ ถ้าอาการหนักก็ให้ลุงพลขับรถพาไปหาหมอ วันนี้พิชชามีประชุมช่วงบ่ายๆ ค่อยวนรถไปรับก็ได้ค่ะ” “ได้ค่ะ ป้าก็ว่าจะไปดูเจ้าธันมันสักหน่อย อยู่คนเดียวคงไม่มีใครหาข้าวหาหยูกยาให้กิน” ใบหน้าเหี่ยวย่นของแม่บ้านวัยกลางคนแสดงออกด้วยความสงสารยามที่พูดถึงคนขับรถหนุ่ม เสียงพลิกหน้ากระดาษพรึบพรับดังขึ้นตลอดวันจนเลขาเกิดอาการสงสัยเจ้านายสาวที่นั่งอ่านแฟ้มเอกสารสัญญาการซื้อขายนานร่วมสองชั่วโมงแล้ว ปกติพิชชาอรอ่านแค่สิบนาทีก็เข้าใจโดยละเอียด แต่วันนี้ไม่รู้ทำไมเอกสารแค่ไม่กี่หน้าเธอกับนั่งอ่านมันด้วยใบหน้าเคร่งเครียดแถมพลิกไปมาราวกับคนไม่เข้าใจเนื้อหา จะเดินเข้าไปทักก็ไม่กล้าเลยได้แต่นั่งมองผ่านกระจกใสอยู่หน้าห้องอย่างห่วงๆ ตลอดวันในการทำงานพิชชาอรกระวนกระวายใจกับอาการป่วยของลูกน้องหนุ่มหล่อที่ตอนนี้เลยเที่ยงไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วเธอยังไม่ได้ข่าวคราวของเขาเลยสักนิด ไม่รู้ป่านนี้ลุงพลจะกลับไปรับเขาส่งโรงพยาบาลหรือยัง ข้าวปลาตกถึงท้องไหมก็ไม่รู้ ปกติเธอกับเขาต้องเจอหน้ากันทุกวันไม่เว้นแม้กระทั่งวันหยุด แต่นี่เพียงแค่ไม่เห็นหน้าเขาแค่วันเดียวเธอก็ไม่เป็นตัวของตัวเองแล้ว ให้ตายสิ หยุดคิดถึงคนขับรถตัวเองไม่ได้ ภายในรถห้องโดยสาร วันนี้เงียบสงบไร้เสียงเพลงที่เคยเปิดขับกล่อมยามเจ้านายสาวนั่งเบาะหลัง คนสวนที่วันนี้กระโดดมาเป็นสารถีคนขับรถนั่งเมียงมองพิชชาอรผ่านกระจกมองหลังด้วยความแปลกใจกับอาการของเจ้านายสาว เธอนั่งนิ่งประสานมือทั้งสองข้างตรงตัก ใบหน้าเคร่งเครียดราวกับกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่างจนทำให้บรรยากาศบนรถค่อนข้างอึดอัดไปถนัดตา ส่วนเขาเองก็แทบจะกลั้นเสียงหายใจไม่ให้หลุดเล็ดลอดดังรบกวนเธอ “วันนี้พาธันไปหาหมอเป็นไงบ้างคะ” ในที่สุดเธอก็กลั้นใจถามออกไปหลังจากตัดสินใจอยู่นาน เพราะขืนเธอแสดงอาการเป็นห่วงเป็นใยเขาคนนั้นออกนอกหน้าเกินเหตุแลดูจะไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสมเท่าไหร่นักจึงต้องคิดแล้วคิดอีกและต้องพยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ “อ่อ ไม่ได้ไปหรอกครับ เจ้าธันมันดื้อไม่ยอมไปท่าเดียว บอกแค่ว่ากินยาพักผ่อนวันสองวันเดี๋ยวก็หาย นี่ผมก็พึ่งบังคับให้มันเช็ดตัวก่อนมารับคุณพิชชานี่เองครับ ถ้าไม่ไปบังคับก็เอาแต่นอนท่าเดียว” กัมพลหรือลุงพลบ่นแกมระอากับความดื้อด้านหนุ่มรุ่นคราวลูกที่รู้สึกเอ็นดูเป็นพิเศษ เขารู้สึกว่าเด็กคนนี้ไม่น่าจะใช่คนขับรถทั่วไปแน่ๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง ผิวพรรณ ความรู้ความสามารถ กิริยามารยาทและท่าทางที่อ่อนน้อมสุภาพราวกับคนได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาจากครอบครัวที่มีพื้นฐานที่ดีเยี่ยม ซึ่งเขาเองรู้เพียงแค่ว่าธันวาอยู่ตัวคนเดียว พ่อแม่เสียชีวิตทั้งคู่ และไม่มีญาติคนอื่นอีกเลย ฟังแล้วหดหู่ใจ “แล้วอาการดีขึ้นไหมคะ” “ไข้เริ่มลดลงแล้วครับ ผมให้ทานยาทุกๆ สี่ชั่วโมง แม่แต๋นก็ทำข้าวต้มมาให้ทาน สีหน้าก็ดูมีเลือดฝาดขึ้นมาบ้างแล้วครับ” เมื่อได้พูดคุย กัมพลก็เริ่มหายจากอาการอึกอักไปบ้าง พอได้ยินดังนั้นสิ่งที่กังวลมาตลอดทั้งวันก็คลายออกอย่างโล่งใจ แม้จะรู้สึกขัดใจก็ตรงเขาดื้อไม่ยอมไปหาหมออยู่บ้างก็เถอะ “ค่ะ ลุงพลคะ แวะจอดรถที่ห้าง xxx ทีนะคะ จะลงไปซื้อของสักหน่อยค่ะ” “ครับ คุณพิชชา”แผล็บ แผล็บ“ของเมียแน่นมาก มันดูดนิ้วผมใหญ่เลยที่รัก”เสียงลากมกที่เกิดจากกับลากลิ้นพลิ้วไหวหยอกเอินกับกลีบกุหลาบผสานกับเสียงนิ้วร้ายที่เสือกไสเข้าออกรับจังหวะกับริมฝีปากที่เขาปรนเปรอหล่อนพร้อมๆ กันสะโพกกลมมนเริ่มไม่ติดเบาะ มันยกส่ายร่อนเร่าๆ ราวกับยกป้อนใส่ปากให้อีกฝ่ายดูดกิน ธันวาละเลียดชิมพร้อมดื่มด่ำไปกับน้ำหวานที่ไหลทะลักออกมาด้วยปลายลิ้น ชายหนุ่มตวัดกวาดให้เกลี้ยงทุกซอกทุกมุมไม่มีจุดไหนที่ลิ้นเขาไม่เคยปัดผ่าน“อูย ไม่ไหวแล้ว ใส่เข้ามาเถอะ ธันขา เข้ามาได้แล้ว” เธอส่งเสียงออดอ้อนคนคร่อมร่าง ตอนนี้เธอทรมานจนใบหน้าบิดเบ้ เสียวจนสั่นสะท้านเพราะเทคนิคแพรวพราวที่เขาขยันมาทำให้เธอเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอ“ผมกำลังทำให้อยู่นี่ไงครับ ไม่พออีกเหรอ” เขาหมายถึงนิ้วแกร่งที่ขยับเข้าออกรูรักจนมันเกิดเสียงลากมกราวกับคนวิดน้ำออกจากสระแจ๊ะ แจ๊ะ“งื้อออ ไม่ใช่นิ้วค่ะ อ๊ะ อยากดะ ได้ เอ็นอุ่นๆ แท่งใหญ่ ซี้ดดด อ๊ะ ธันขา ใส่เข้ามาเถอะนะ” ยอมแล้วทั้งสิ้น เวลานี้เธอไม่อายที่กล้าออกปากเรียกร้องจากเขาเลยสักนิดเพียงได้ยินเสียงออดอ้อนให้เขารักหล่อนเร็วๆ ตรงกึ่งกลางกายก็ปวดหนึบแทบจะแตกอยู่รอมร่อ เขาที่ตั้งท่ารออย
“อ๊ะ เร็วๆ ครับ อื้ม เร็วอีก ซี้ดดด อย่าแกล้งสิครับ อูย” ไฟสวาทเริ่มครอบงำคนทั้งสอง อุณหภูมิในกายเดือดพล่าน ห่อหุ้มด้วยไฟปรารถนาที่ลุกโชนอย่างโชติช่วงเห็นสีหน้าเขาทรมานด้วยความสยิวซ่านและเสียงครางกระเส่าเธอก็อยากแกล้งชายหนุ่มให้ร้องดังขึ้นด้วยการก้มลงไปประทับริมฝีปากยังหัวมังกรเรียบมนที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำไส“อ่า ปากคุณนุ่มจัง อื้มม เลียอย่างนั้นแหละ โอ้ว ดีมากเมียจ๋า” เขาแทบจะแตกเมื่อหล่อนอ้าอมส่วนที่ไวต่อความรู้สึกของบุรุษเพศ อดไม่ได้ที่จะกดศีรษะเธอให้แนบกับส่วนที่แข็งขันเจ้านายสาวแลบลิ้นเลียจนทั่วส่วนหัวก่อนลากไล้ไปตามความยาวอันขรุขระเต็มไปด้วยเส้นเอ็นปูดโปน แท่งเอ็นอุ่นเปียกชุ่มไปด้วยน้ำลายหญิงสาวผสมกับเมือกใสเคลือบจนมันวาว เธอใช้ลิ้นสำรวจความใหญ่โตและเส้นเอ็นรอบๆ แก่นจนทั่วจึงจัดการดูดกลืนของเขาเข้าในปากจนแก้มเธอตอบซูบบ๊วบ บ๊วบเสียงลามกหยาบโลนที่ดังขึ้นเพราะการเคลื่อนไหวศีรษะขึ้นลงยังแก่นกายธันวา เขามองเธอด้วยแววตาหยาดเยิ้ม สติหลุดลอยไปในห้วงสวาทอันเร่าร้อน พร้อมยอมศิโรราบแต่เธอคนนี้เพียงผู้เดียว“ที่รัก อมลึกๆ อื้มมม อย่างนั้นแหละครับ อ่า” เขาเรียกร้องสลับครางกระเส่าอยู่ใน
เปิดตัวอาทิตย์ต่อมาพิธีการเปิดสนามแข่งรถที่มีมาตรฐานระดับสากลเป็นไปอย่างครึกครื้นและที่เป็นที่ฮือฮาเมือเปิดตัวเจ้าของทั้งสามรายซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นหลัก ด้วยใบหน้าหล่อเหลาหุ่นดีสมกับที่ออกกำลังกายเป็นประจำ สวมชุดสูททางการเพิ่มภาพลักษณ์ให้ดูภูมิฐานและน่าเชื่อถือนักข่าวสายกีฬาและช่างภาพทำงานขะมักเขม้น ตอนนี้พวกเขาทั้งสามถูกนักข่าวรุมล้อมสัมภาษณ์ตั้งแต่เรื่องงานจนลามมาถึงเรื่องส่วนตัว เนื่องจากแต่ละคนเป็นที่โด่งดังในแวดวงสังคมไฮโซจนกระทั่งถึงคิวธันวา“ไม่ทราบว่าตอนนี้หัวใจคุณธันวาว่างอยู่หรือเปล่าคะ” นักข่าวสาวถามซึ่งเป็นคำตอบที่ใครๆ ก็ต่างอยากรู้ ในห้องจัดสัมภาษณ์จึงเงียบลงถนัดตา“ผมมีเจ้าของแล้วครับ” เขาขยิบตาเป็นการส่งสัญญาณให้กับลูกน้องคนสนิท เพียงไม่กี่นาที ร่างเล็กๆ ในชุดแซกสั้นสีขาวงาช้างน่ารัก วันนี้พิชชาอรม้วนผมลอนใหญ่ปล่อยยาวสยายเต็มกลางหลัง แต่งหน้าสวยอ่อนกว่าวัยจนไม่มีใครคิดว่าอายุเธอนั้นปาเข้าไปเลขสามแล้ว เธอถูกดุนหลังให้มายืนเคียงข้างธันวาที่ยืนอยู่ริมสุดเพื่อน เพียงแค่นั้นแสงแฟรชก็รัวเข้าหน้าเธอถี่ๆ จนต้องหลบตาเพราะไม่ค่อยจะคุ้นชิน“นี่ครับ เธอเป็นเจ้าของหัวใจผมเอง” เขาจับ
๑๕คนดัง“อาบน้ำกันเถอะครับ” เขาพูดกับเจ้านายสาวทว่าตัวเองกับโน้มลงมาดูดเม้มยอดอกเธออย่างตะกละตะกลามแม้ว่าบทรักพึ่งจะจบลงไปเมื่อครู่ก็ตาม“นี่ไหนบอกจะอาบน้ำไง อ๊ะ” เธอแย้ง ทุบมือลงไหล่แกร่งเบาๆ แต่ก็ยอมแอ่นอกป้อนให้ชายหนุ่มดูดดื่มอยู่อย่างนั้น เม็ดหัวนมถูกลิ้นอุ่นของเขารวบดูดดึงในปาก ทำให้คนที่พึ่งสุขสมเมื่อครู่ครางกระเส่าอีกรอบ“ขอกินหน่อยไม่ได้หรอไงครับ” ตอบทั้งๆ ที่ปากยังวนเวียนที่ยอดดอกและกำลังลากลิ้นไปอีกข้าง มือหนาเคล้นขยำ บีบนวดรั้งสองเต้าขาวอวบแนบชิด ละเลงลิ้นลากวนไปมาสลับสองข้าง“เมื่อกี้ก็กินไปแล้วไง” คนอะไรเอาได้ไม่หยุด เธอได้แต่คิดแล้วส่งสายตาค้อนๆ ใส่ โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้“ยังไม่อิ่ม” เสียงแหบพร่าชวนสยิว ช้อนสายตาอันมากเสน่ห์ขึ้นมอง หวังให้อีกฝ่ายลุ่มหลงมัวเมากับสิ่งที่เขากำลังปรนเปรออีกรอบ“เฮ้อ นายเนี่ยน้า” อ่อนใจกับความตะกละของอีกฝ่ายเลยทำได้แต่นั่งนิ่ง ยกมือขึ้นโอบรอบลำคอ ปล่อยให้เขาใช้ลิ้นและปากขมเม้มกับเนินอกตัวเอง พลางส่งเสียงครางเป็นพักๆ กว่าจะได้ออกห้องตะวันก็ลาลับเหลือแต่เพียงความมืดมิดในยามค่ำคืน“ค่ำแล้วจะพาไปไหนเหรอ” เธอถามขณะยกข้อมือมาดูเวลา ธันวาสั่งให้หล่อน
หิวหนักเลยจัดในห้องน้ำ 20++++เขาบดเบียดริมฝีปากร้อนเข้าหากลีบปากอวบอิ่ม สัมผัสที่อ่อนนุ่มในคราแรกค่อยๆ ดุดันและเร่าร้อนตามแรงปรารถนาที่ไต่ระดับเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ อากาศตอนหัวค่ำเริ่มเย็นทว่าอุณหภูมิในห้องกลับเร่าร้อนด้วยไฟสวาทที่ถูกจุดด้วยความเสน่หาคนสองคน“อ่า ธัน ฉะ ฉันหิว” หิวอะไรไม่รู้ ที่แน่ๆ ตอนนี้เลือดในกายหล่อนมันแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย และอยากกลืนกินเขาให้อิ่มราวกับติดใจรสรักที่ชายหนุ่มปรนเปรอตลอดยามค่ำคืน“หิวก็กินสิครับ มันตื่นรอคุณนานแล้วนะ” พูดขณะริมฝีปากยังคลอเคลียกับซอกคอหอม ด้านล่างก็จับท่อนมังกรถูไถไปตามหน้าท้องเนียนหญิงสาวจนเธอครางกระเส่า“งั้นฉันกินเลยนะคะ” จบคำเจ้านายสาวก็ทรุดกาย นั่งคุกเข่าลงหว่างขาร่างสูง พิชชาอรจ้องมองท่อนเอ็นอุ่น ยื่นมือไปจับชักรูดอย่างที่เขาเคยสอน อ้าปากแลบลิ้นเลียหัวหยัก ค่อยๆ ละเลียดดูดชิมจนกลืนกินเกือบมิดด้ามจนแก้มเล็กๆ ตอบลง“เก่งมากครับ อ่า เสียวสุดๆ” ธันวาอดไม่ไหวขยุ้มผมที่เปียกชื้นหญิงสาว ส่วนมืออีกข้างก็ยันผนังห้องน้ำไว้ กล้ามท้องแน่นปึกพราวระยับด้วยสายน้ำจากฝักบัวเกร็งขึ้น ปลายเท้าจิกงอเข้าหากัน เขาเงยหน้าให้ความเย็นขับไล่ความร้อน
มีฉันตลอดไป“มองผมแบบนี้มีอะไรหรือเปล่าครับ หรือแม่วันดีเล่าอะไรให้คุณฟังอีก” เขาถามขณะขับรถไปยังที่พักหลังจากขนลำไยขึ้นรถทั้งสามสวน“เล่าเรื่องครอบครัวธันค่ะ” เธอเห็นเขาสายตาวูบไหวไปชั่วครู่ก็กลับมาเป็นปกติแล้วจดจ่อสมาธิไปกับถนนเบื้องหน้า เธอแยกกับเลขาไปตั้งแต่สวนลำไยแล้ว จึงเหลือเพียงเธอกับเขาเพราะหลังจากเคลียร์ปัญหานี้เสร็จเจ้านายสาวก็อนุญาตให้เธอลาพักผ่อนได้สามวันก่อนกลับไปลุยงานที่กรุงเทพต่อ“ถ้าอย่างนั้นคุณคงรู้เรื่องผมหมดแล้วใช่ไหมครับ” น้ำเสียงเรียบเรื่อยไม่มีแววหยอกล้อช่างเล่นเคย ทำให้เจ้านายสาวกำมือเธอแน่น ไม่รู้เธอคิดผิดหรือคิดถูกที่บอกเขาไปตามตรง“ค่ะ ธันโกรธหรือเปล่า” เธอไม่แน่ใจเพราะกลัวว่าเขาจะไม่ชอบใจที่เข้าไปรู้ไปเห็นเรื่องในอดีตของเขาโดยเจ้าตัวไม่อนุญาต“ผมจะไปโกรธคุณได้ไงล่ะ สักวันคุณก็ต้องรู้เรื่องผมอยู่ดี แต่ผมเสียใจที่ไม่ได้เป็นคนเล่าให้คุณฟังเองด้วยปากของผมต่างหาก ผมไม่ได้คิดจะปิดบังอะไรเลยนะ เพียงแต่มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าฟังสักเท่าไหร่” นึกถึงเรื่องนี้ทีไรชายหนุ่มก็รู้สึกแน่นหน้าอกทันที แม้จะผ่านมานานแต่ความเจ็บปวดกับสิ่งที่เขาพบเจอมันก็หลอกหลอนเขาให้รู้สึกเจ็บ
อีกมุม“ป้าขอบคุณคุณพิชชาอรมากนะคะ ที่ช่วยมาอุดหนุนลำไยคนที่นี่ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น” เสียงป้าวันดี หรือมารดาของไปร์ท ปวีณ นั่นเอง เธอมาถึงที่นี่ช่วงสายๆ และก็เช่าเหมารถขับมายังสวนโดยโทร.ถามทางกับคุณป้าวันดีเป็นระยะ แม้ธันวาจะเคยมาบ้านไปร์ทแต่ไม่เคยมาสวนสักครั้งตอนนี้สองสาวต่างวัยกำลังยืนมองพวกคนงา
ธันวาไม่ต้องรอให้หญิงสาวบอกรอบสอง เขาตวัดลิ้นร้อนไปยังเม็ดทับทิม ปุ่มเสียวกระสันที่ทำเอาสะโพกผู้หญิงหลายๆ คนลอยไม่ติดพื้น พิชชาอรดันตัวขึ้นอย่างคนเผลอตัว ชายหนุ่มใช้สองมือเกี่ยวบั้นท้ายเธอเข้าแนบหน้าเพื่อให้เขาปรนเปรอเจ้าหล่อนได้ถนัดปาก ให้ตายเถอะ หล่อนน่ากินไม่หยุดในที่สุดพิชชาอรก็กรี๊ดร้องด้วยคว
แค่นี้ก็แฉะแล้วเหรอ 20+“บัญชามาเลยครับผม” ชายหนุ่มก้มศีรษะลงเล็กน้อยเพื่อแสดงว่าจะน้อมรับคำบัญชาที่สุดแล้วเธอจะสั่ง“ห้ามมีกิ๊ก ห้ามนอกใจ ห้ามนอกกาย แค่นี้พอจะทำได้ไหมคะ” หล่อนไม่ขอไรมากจากเขานอกจากความซื่อสัตย์ต่อความรักของเธอ เพราะถ้ารู้ว่าหากวันใดวันหนึ่งเขาปันใจไปรักคนอื่น พิชชาอรคงทำใจยอมรับเ
บทที่21ไม่เคย นี่ครั้งแรก“ทำไมไม่เก่งเหมือนที่คุยไว้เลย” เพราะเห็นท่าทางกระดากอายของอีกฝ่ายเธอจึงเปิดปากถามพลางแตะข้อศอกเขาให้เดินมานั่งยังโซฟาเล็กที่ปลายเตียง“ก็ผมตื่นเต้นที่มีสาวชวนเข้าห้องนี่นา” เขาหันมาตอบพลางส่งสายตาสำรวจไปยังรอบๆ ห้องหญิงสาวที่ดูสะอาดเรียบร้อย เจ้านายเขารสนิยมดีไม่น้อย เธอ







