LOGINบทที่2
คนป่วยหวั่นไหว 2 “ตัวร้อนนะคะ แถมหน้าก็แดง สงสัยไข้ขึ้นแน่ๆ ไปหาหมอไหมคะ เดี๋ยวฉันให้ลุงพลพาไป” เธอก้าวถอยหลังกลับไปเล็กน้อยพลางไล่สายตาสำรวจคนตัวสูงด้วยความเป็นห่วงอย่างไม่ปิดบัง ทำเอาคนที่ใจสั่นอยู่แล้วใจเต้นแรงเข้าไปอีก เพราะเหตุการณ์เมื่อครู่ทำเอาเขาถึงกับหายใจไม่ทั่วท้องเพราะความใกล้ชิดแบบไม่ทันตั้งตัว โชคดีป้าแต๋นวิ่งเข้าไปในบ้านแล้วจึงไม่เห็น ไม่อย่างนั้นมันคงไม่ดีแน่ถ้าใครมาเห็นเข้า เขาไม่อยากให้เธอถูกใครว่าเสียๆ หายๆ “ผมไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เลยเป็นหวัด พักผ่อนแป๊บเดียวก็หายแล้วครับ” แม้จะรู้สึกหนักหัวอยู่ไม่น้อยแต่ก็ไม่อยากให้เจ้านายสาวเป็นห่วงเขามากนักและไม่อยากรบกวนลุงกัมพล คนสวนที่ตอนนี้กำลังรดน้ำต้นไม้ในสวนหลังบ้าน แม้จะไม่เห็นด้วยตาแต่เวลานี้เป็นเวลารดน้ำต้นไม้ภายในบ้านนี้ เขารู้ดี “ถ้างั้นเดี๋ยวฉันบอกน้าสาทำข้าวต้มกับยาลดไข้ไปให้ กินแล้วรีบนอนพักผ่อนละ” จะด้วยสาเหตุอะไรไม่รู้มันทำให้เธอรู้สึกเป็นห่วงคนตรงหน้ามากกว่าที่ควรจะเป็น หรือเพราะใบหน้าขาวๆ ที่แดงด้วยพิษไข้อย่างน่าสงสารนั่นกันนะ “ขอบคุณครับ แต่คุณพิชชาไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้นะครับ ผมเกรงใจ” ประโยคหลังเสียงอู้อี้ในลำคอไม่เต็มเสียงนัก แต่ทำให้คนฟังชักสีหน้าเพราะความเกรงใจเกินเหตุไม่เข้าเรื่องของคนตรงหน้า ป่วยขนาดนี้แล้วยังทำเป็นเก่ง “เกรงใจทำไมคะ ฉันแค่ใช้ปากสั่ง ไม่ได้เป็นคนทำเองสักหน่อย เอาเถอะ รีบกลับไปพักผ่อนเถอะจ้ะ” “ครับ” ชายหนุ่มรับคำอย่างว่าง่ายเพราะเกรงสายตาคู่กลมโตดุๆ แบบเมื่อครู่นี้อีก ได้ยินดังนั้นร่างแบบบางก็หันหลังเดินเข้าบ้าน ธันวาจึงเดินกุมศีรษะที่ปวดตุบๆ ไปยังด้านหลัง บ้านพักสำหรับคนงานซึ่งเป็นห้องแถวห้าห้องเรียงติดกัน นิ้วเรียวยาวกดเปิดสวิตช์ไฟให้ความสว่าง ภายในห้องไม่กว้างแต่ก็ไม่เล็ก ด้านซ้ายมือเป็นเตียงห้าฟุต ห่างออกไปสี่ก้าวคือตู้เสื้อผ้าที่อัดแน่นไปด้วยยูนิฟอร์มประจำคนขับรถ และถัดจากตู้ไปนั้นคือประตูพาไปสู่ห้องน้ำ ทันทีที่ถึงห้อง เจ้าของร่างสูงก็ถอดรองเท้า ล้มตัวลงนอนโดยไม่เปลี่ยนแม้กระทั่งชุด ช่วงเช้าในวันถัดมา พิชชาอรในชุดทำงานเรียบๆ ทว่ากับดูดีเมื่อสวมอยู่บนเรือนร่างอรชรอ้อนแอ้นอย่างเธอ เดินถือกระเป๋าพร้อมแม่บ้านคนสนิท แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อวันนี้คนขับรถเปลี่ยนเป็นลุงพลซึ่งตอนนี้กำลังใช้ผ้าเช็ดรถพลางผิวปากตามประสาคนขี้เล่น คิ้วเจ้านายสาวก็ขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความสงสัยทันที “ทำไมวันนี้ลุงพลมาขับรถละคะ” “อ้าว คุณพิชชามาแล้วหรือครับ วันนี้ลุงมาขับแทนเจ้าธันครับ พอดีเมื่อเช้ามันวานให้ลุงมาทำหน้าที่แทนหนึ่งวัน เห็นบอกว่าไข้ขึ้นคงขับรถให้คุณไม่ไหว อีกอย่างมันเกรงว่าคุณพิชชาจะติดไข้จากมันครับ” คำตอบของกัมพลทำเอาเจ้านายสาวนึกเป็นห่วงเขาอยู่ไม่น้อย เมื่อวานเธอสั่งน้าสาทำข้าวต้มกับยาลดไข้ไปให้กินแล้วทำไมอาการยังไม่ดีขึ้นอีกนะ “ป้าแต๋นคะ ยังไงก็ไปดูธันหน่อยนะคะ ถ้าอาการหนักก็ให้ลุงพลขับรถพาไปหาหมอ วันนี้พิชชามีประชุมช่วงบ่ายๆ ค่อยวนรถไปรับก็ได้ค่ะ” “ได้ค่ะ ป้าก็ว่าจะไปดูเจ้าธันมันสักหน่อย อยู่คนเดียวคงไม่มีใครหาข้าวหาหยูกยาให้กิน” ใบหน้าเหี่ยวย่นของแม่บ้านวัยกลางคนแสดงออกด้วยความสงสารยามที่พูดถึงคนขับรถหนุ่ม เสียงพลิกหน้ากระดาษพรึบพรับดังขึ้นตลอดวันจนเลขาเกิดอาการสงสัยเจ้านายสาวที่นั่งอ่านแฟ้มเอกสารสัญญาการซื้อขายนานร่วมสองชั่วโมงแล้ว ปกติพิชชาอรอ่านแค่สิบนาทีก็เข้าใจโดยละเอียด แต่วันนี้ไม่รู้ทำไมเอกสารแค่ไม่กี่หน้าเธอกับนั่งอ่านมันด้วยใบหน้าเคร่งเครียดแถมพลิกไปมาราวกับคนไม่เข้าใจเนื้อหา จะเดินเข้าไปทักก็ไม่กล้าเลยได้แต่นั่งมองผ่านกระจกใสอยู่หน้าห้องอย่างห่วงๆ ตลอดวันในการทำงานพิชชาอรกระวนกระวายใจกับอาการป่วยของลูกน้องหนุ่มหล่อที่ตอนนี้เลยเที่ยงไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วเธอยังไม่ได้ข่าวคราวของเขาเลยสักนิด ไม่รู้ป่านนี้ลุงพลจะกลับไปรับเขาส่งโรงพยาบาลหรือยัง ข้าวปลาตกถึงท้องไหมก็ไม่รู้ ปกติเธอกับเขาต้องเจอหน้ากันทุกวันไม่เว้นแม้กระทั่งวันหยุด แต่นี่เพียงแค่ไม่เห็นหน้าเขาแค่วันเดียวเธอก็ไม่เป็นตัวของตัวเองแล้ว ให้ตายสิ หยุดคิดถึงคนขับรถตัวเองไม่ได้ ภายในรถห้องโดยสาร วันนี้เงียบสงบไร้เสียงเพลงที่เคยเปิดขับกล่อมยามเจ้านายสาวนั่งเบาะหลัง คนสวนที่วันนี้กระโดดมาเป็นสารถีคนขับรถนั่งเมียงมองพิชชาอรผ่านกระจกมองหลังด้วยความแปลกใจกับอาการของเจ้านายสาว เธอนั่งนิ่งประสานมือทั้งสองข้างตรงตัก ใบหน้าเคร่งเครียดราวกับกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่างจนทำให้บรรยากาศบนรถค่อนข้างอึดอัดไปถนัดตา ส่วนเขาเองก็แทบจะกลั้นเสียงหายใจไม่ให้หลุดเล็ดลอดดังรบกวนเธอ “วันนี้พาธันไปหาหมอเป็นไงบ้างคะ” ในที่สุดเธอก็กลั้นใจถามออกไปหลังจากตัดสินใจอยู่นาน เพราะขืนเธอแสดงอาการเป็นห่วงเป็นใยเขาคนนั้นออกนอกหน้าเกินเหตุแลดูจะไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสมเท่าไหร่นักจึงต้องคิดแล้วคิดอีกและต้องพยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ “อ่อ ไม่ได้ไปหรอกครับ เจ้าธันมันดื้อไม่ยอมไปท่าเดียว บอกแค่ว่ากินยาพักผ่อนวันสองวันเดี๋ยวก็หาย นี่ผมก็พึ่งบังคับให้มันเช็ดตัวก่อนมารับคุณพิชชานี่เองครับ ถ้าไม่ไปบังคับก็เอาแต่นอนท่าเดียว” กัมพลหรือลุงพลบ่นแกมระอากับความดื้อด้านหนุ่มรุ่นคราวลูกที่รู้สึกเอ็นดูเป็นพิเศษ เขารู้สึกว่าเด็กคนนี้ไม่น่าจะใช่คนขับรถทั่วไปแน่ๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง ผิวพรรณ ความรู้ความสามารถ กิริยามารยาทและท่าทางที่อ่อนน้อมสุภาพราวกับคนได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาจากครอบครัวที่มีพื้นฐานที่ดีเยี่ยม ซึ่งเขาเองรู้เพียงแค่ว่าธันวาอยู่ตัวคนเดียว พ่อแม่เสียชีวิตทั้งคู่ และไม่มีญาติคนอื่นอีกเลย ฟังแล้วหดหู่ใจ “แล้วอาการดีขึ้นไหมคะ” “ไข้เริ่มลดลงแล้วครับ ผมให้ทานยาทุกๆ สี่ชั่วโมง แม่แต๋นก็ทำข้าวต้มมาให้ทาน สีหน้าก็ดูมีเลือดฝาดขึ้นมาบ้างแล้วครับ” เมื่อได้พูดคุย กัมพลก็เริ่มหายจากอาการอึกอักไปบ้าง พอได้ยินดังนั้นสิ่งที่กังวลมาตลอดทั้งวันก็คลายออกอย่างโล่งใจ แม้จะรู้สึกขัดใจก็ตรงเขาดื้อไม่ยอมไปหาหมออยู่บ้างก็เถอะ “ค่ะ ลุงพลคะ แวะจอดรถที่ห้าง xxx ทีนะคะ จะลงไปซื้อของสักหน่อยค่ะ” “ครับ คุณพิชชา”บทที่10แน่นไปหมด 20+“ไม่เป็นไร ผมจะอ่อนโยนกับคุณ เชื่อใจผมนะครับ” ก้มลงไปจูบขมับชื้นด้วยเหงื่อและบริเวณหางตามีคราบน้ำใสซึม แล้วไล้ริมฝีปากจูบซับอย่างแผ่วเบาลงมาเรื่อยๆ จนมาถึงหน้าอกอิ่มที่ไหวกระเพื่อมด้วยแรงหายใจเข้าออกนิ้วแกร่งยังคงวนเวียนที่เนินกายสาว เขาใช้นิ้วปลายโป้งบดคลึง ขยี้เม็ดเสียวปรนเปรอหญิงสาวเพื่อให้เธอรู้สึกดีและผ่อนคลาย“อ่า ขยับหน่อย มันแน่นไปหมด” แต่คนที่อึดอัดที่สุดก็คงเป็นหญิงสาว เพราะส่วนนั้นมันร้อนผะผ่าวเมื่อถูกล่วงล้ำ มือทั้งสองข้างเกาะไหล่แกร่งชายหนุ่มไว้แน่นพลางจิกเล็บลงเนื้อคล้ายระบายสิ่งที่อัดอั้นภายใน“ครับ” ไม่ต้องบอกซ้ำ ชายหนุ่มก็เริ่มขยับสะโพกออกช้าๆ แล้วดันเข้ามาใหม่จนสุดความยาว ธันวาขยับเป็นจังหวะเนิบนาบซ้ำๆ อยู่อย่างนั้นสักพัก เส้นเลือดปูดโปนบนท่อนเอ็นอุ่นครูดสากไปกับเยื่อบอบบางสะกิดต่อมหรรษา ปลายหัวมนเสียบลึกจนถึงโพรงมดลูก หล่อนห่อปากสลับเม้มปากแน่นไม่ให้หลุดครางกระเส่า ใบหน้าหวานเชิดปลายเท้าจิกเกร็งเมื่อเห็นคนใต้ร่างผ่อนคลายลงกว่าเมื่อครู่แล้วก็ค่อยๆ เร่งจังหวะเร็วขึ้น“อื้อ อ๊ะ ธัน” เสียงหวานร้องครวญครางเมื่อความเสียวสะท้านเข้ามาแทนที่ความเจ็บแส
บทที่9คืนแรก ครั้งแรก3 20+ธันวารั้งร่างเล็กลุกขึ้นนั่งแล้วจับมือเล็กไปสัมผัสมันเพื่อทำความคุ้นเคย เจ้าหล่อนไม่อิดออดยอมจับๆ แตะแท่งอุ่นจัดมันเบาๆ แม้จะหวาดหวั่นกับขนาดของมันอยู่ก็ตาม น้องสาวหล่อนคงไม่ฉีกหรอกใช่ไหมเขาจับมือเธอกอบกุมเจ้ามังกรน้อยแล้วรูดหนังหุ้มขึ้นลงช้าๆ จนส่วนปลายเริ่มมีน้ำใสไหลเยิ้มเคลือบไปทั่วจนมันวาวไม่ต่างจากตรงนั้นของเธอ“อ่า มือนุ่มมากเลยครับ” เสียงเขาครางต่ำเมื่อฝ่ามือหญิงสาวเริ่มเป็นงาน รูดชักแก่นกายของเขาด้วยตัวเองหลังจากที่สอนไปเมื่อครู่หัวเร็วแบบนี้เขายิ่งชอบพิชชาอรเงยหน้ามองร่างสูงที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า คนอ่อนกว่าหลับตาพริ้มพลางเผยอปากส่งเสียงครางต่ำๆ ในลำคอออกมาเป็นระยะๆ นั่นยิ่งทำให้พิชชาอรรู้สึกสนุก เธอจึงเร่งจังหวะรูดแก่นกายเขาเร็วขึ้นถี่ๆ จนมือเป็นระวิง“อ่า อื้มมม ยะ อย่าเร็วครับ โอ้ว เสียว” ชายหนุ่มซู้ดปาก ก้มมองหน้าคนขี้แกล้งที่ส่งยิ้มยั่วๆ มาให้เขา ธันวากัดกรามแน่น ปวดหนึบท่อนเนื้อจวนจะระเบิดลาวาสีขาวขุ่น ถ้าขืนปล่อยให้เจ้าหล่อนสนุกอยู่กับมังกรน้อยเขาต่อไป มีหวังน้ำพุ่งใส่หน้าเธอแน่ๆ เพราะตอนนี้เขาไม่ไหวแล้ว ถ้าจะพุ่งขอให้พุ่งในรูสวาทเธอไม่
“อ่า” แล้วความเสียวสยิวก็แทรกผ่านเข้ามาให้เธอได้ลิ้มลองเป็นครั้งแรกของชีวิตตลอดเวลาสามสิบสองปีจนร่างบางสะดุ้งเฮือก อารมณ์พวยพุ่งจนตัวเริ่มสั่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ความอุ่นชื้นจากริมฝีปากจรดแนบเนื้อยังกลีบเนื้อนางไร้ขนปลุกคลุมที่ลอยเด่นตรงหน้าชายหนุ่มราวกับดอกไม้แรกแย้มและเย้ายวนชวนเชยชม มือสอดประสานจิกแน่นขึ้นจนธันวารู้สึก เขาจึงต้องสร้างความคุ้นชินให้กับเจ้าหล่อนเพราะพอจะมองออกว่าเธอคงไม่สันทัดเรื่องบนเตียงเท่าไหร่จากที่สัมผัสมา ปากอุ่นชื้นไล่ซับจูบไปทั่วเนินอูมก่อนปาดลิ้นชำแรกรอยแยกกลีบดอกไม้สีชมพูระเรื่อที่ปิดแน่นสนิท เขาชอนไชไปทั่วทั้งกลีบนอกกลีบใน ตวัดขึ้นลงด้วยความพลิ้วไหวดั่งหญ้าลู่ลม ติ่งไตแข็งเต่งตึงสู้ลิ้นเต้นตุบๆ ยามโดนเขาฉกละเลงระรัวเร็ว จนเด้งสะโพกขึ้นจากเตียง ร่อนส่ายไปมาจนเม็ดทับทิมครูดกับจมูกโด่งของชายหนุ่ม“อ๊า อ่า ธัน อื้ออออ” ปลายเท้าเธอจิกเกร็งเมื่อลิ้นสัมผัสกลีบเนื้อด้านในที่เริ่มชื้นแฉะด้วยน้ำเมือกสีใส มือที่จับประสานเริ่มชื้นด้วยเหงื่อทั้งสองจนเป็นหญิงสาวเองที่ผละมือออกจากการเกาะกุมแล้วกำผ้าปูที่นอนแทนเพื่อระบายอารมณ์อัดแน่นอยู่ข้างในเมื่อนิ้วแกร่งเป็นอิสระหลั
บทที่7คืนแรก20++++“อ๊ะ”แล้วเสียงหวานก็หลุดครางผ่านริมฝีปากอย่างแผ่วเบาเมื่อถูกร่างสูงจับข้อเท้าเธอชันเข่าแล้วแบะขาอ้าออก ปรากฏเนินสวาทขาวนูนปราศจากเส้นขนราวกับเด็ก สองกลีบปิดสนิทแต่ตรงนั้นเริ่มฉ่ำแฉะ เธออายเกินกว่าจะมองหน้าเขาตรงๆ ทำได้แต่หันข้างไปมองโต๊ะข้างหัวเตียงเมื่อรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้“คุณสวยมาก” นัยน์ตาเป็นประกายระยับยามที่จดจ้องเนินอวบอูมสีชมพูอ่อนระเรื่อ มันดูบอบบาง น่าทะนุถนอม ให้ตายเถอะ ทำไมเจ้านายเขามันน่าฟัดขนาดนี้กันนะมือแกร่งหยิบหมอนมารองสะโพกกลมกลึง ยกเรียวขาสวยขึ้นมาไล่พรมจูบตั้งแต่ปลายเท้าไต่ลงไปจนถึงโคลนขา ใบหน้าปัดผ่านเนินอูมไปขาอีกข้าง พิชชาอรซีดปากผงกหัวขึ้นมามอง ปากชื้นไล่พรมจูบไปทั่วเรียวขาด้านใน เขาขบเม้มต้นขาหล่อนอย่างมันเขี้ยว กลิ่นสาบสาวที่หอมรัญจวนทำเอาชายหนุ่มแทบคลั่ง ลมหายใจอุ่นๆ รินรดจุดเสียวสาวทำเอาพิชชาอรเบิกตาโพลงด้วยความตื่นเต้นเร้าอารมณ์ มือทั้งสองข้างกำผ้าปูที่นอนแน่น จนธันวาลากเรียวลิ้นผ่านเนินอวบอิ่มไปยังต้นขาอีกด้านทำเอาหล่อนถึงกับหลุดเสียงคราง“อ๊ะ”ชื่นชมความนุ่มนิ่มผิวกายเธอจนอิ่มเขาก็แนบปากประกบกับของสงวนหญิงสาวทันที ปลายลิ้นอ
บทที่6กินเด็กเป็นอมตะ2 20+++++“มะ หมายความว่ายังไงครับ” ชายหนุ่มตะลึงไม่คิดว่าเจ้านายสาวจะง่ายกับเขา“ต้องให้พูดอีกรอบเหรอคะ” เอียงคอถามร่างหนาด้วยท่าทางน่ารักจนเขาอดใจไม่ไหวกดจมูกฝังลงแก้มใสๆ ของเธอ เพราะตอนนี้เขาเข้าใจความหมายของเจ้าหล่อนแล้ว ในเมื่อเธอเปิดทางเสียขนาดนี้ คงไม่มีอะไรต้องถอย เรื่องอื่นค่อยคิดทีหลังแล้วกันคิดได้ดังนั้นธันวาก็จับตัวหญิงสาวพลิกนอนลงบนเตียงขนาดสามฟุต แม้ว่ามันเล็กไปหน่อยแต่ก็ทำได้หลายท่าเลยทีเดียว ไม่เชื่อเขาจะพิสูจน์ให้ดูทันทีที่แผ่นหลังสัมผัสความนุ่มของเตียงนอน หัวใจหญิงสาวก็เต้นโครมครามแทบทะลุอก พิชชาอรจ้องมองเขาตาไม่กะพริบ มือบางกำแน่นเข้าหากันด้วยความตื่นเต้นกับสิ่งที่กำลังจะเกิดอีกอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า“คุณจะไม่เสียทีหลังแน่นะครับ” เขาถามย้ำเธออีกครั้ง“อื้อ”ธันวาขึ้นมาคร่อมทับตัวหญิงสาวจนเธอรู้สึกตัวเล็กลงไปถนัดตา ใบหน้าหยกขาวตี๋เคลื่อนเข้าหาเธอช้าๆ ก่อนจรดริมฝีปากอุ่นลงกลีบปากเธอเบาๆ แล้วบรรจงจูบอย่างดูดดื่มก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความต้องการอันร้อนเร่าปลุกเร้าอารมณ์ปากของเขาทำงานประสานกับมือแกร่งที่ตอนนี้กำลังลูบไล้สำรวจเธอไปทั่วทั้งเรือนร่าง ไ
บทที่5กินเด็กเป็นอมตะ 18+เสียงหอบหายใจดังหนักหน่วงขึ้นยามที่ธันวาบดเบียดริมฝีปากแห้งผากเข้าหาความชุ่มฉ่ำจากคนตัวเล็ก แทรกเรียวลิ้นเข้าไปในโพรงปากนุ่ม ดูดดุนไล่ต้อนลิ้นอุ่น แต่เขาก็ต้องแปลกใจเมื่อเจอรสจูบที่ไม่ประสีประสาจากเจ้านายสาว เหมือนกับนี่คือจูบแรกของเจ้าหล่อน แล้วมันจะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อเธอผ่านการแต่งงานและมีสามีมาแล้ว เขาคิดอย่างสงสัยขณะที่พยายามดุนลิ้นชื้นเข้าไปเก็บเกี่ยวความหวานในโพรงปากอวบอิ่มพิชชาอรที่ตอนนี้พยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ราวกับปลากำลังขาดออกซิเจน นี่คือจูบแรกของเธอ จูบที่ไม่ได้ตั้งใจกับคนขับรถตัวเอง แต่ตอนนี้ในสมองเธอไม่ได้คิดถึงเรื่องความผิดถูกหรือเหมาะสมแต่อย่างใด สนใจแค่ว่าคนตรงหน้านี้เป็นเขา ผู้ชายที่เข้ามาทำให้โลกของเธอสดใส และในเวลานี้หล่อนก็มั่นใจแล้วว่าเธอกำลังหลงรักเขา รักลูกน้องตัวเองที่อายุห่างเธอถึงสี่ปีไม่เป็นไร ก็เขาว่ากินเด็กเป็นอมตะนี่นา จะผิดอะไรถ้าเธออยากจะเป็นอมตะจากจูบที่อ่อนโยนค่อยเป็นค่อยไปเพราะชายหนุ่มกำลังสอนคนในอ้อมกอดไปอย่างช้าๆ จนเริ่มดูดดื่มและเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ ลิ้นทั้งสองเกี่ยวกระหวัดไปมาอย่างหยอกเย้า มันอ่อนโยนและร้อนแรง







