تسجيل الدخولสมัยเด็กๆ เวลาเธอหลุดคำหยาบคายออกมามักจะโดนบิดามารดาดุเสมอ ท่านมักสอนว่า เราอยากให้คนอื่นพูดหรือปฏิบัติกับเราเช่นไร เราควรจะพูดหรือปฏิบัติกับเขาเช่นนั้น
เฮ้อ! เธอไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองเลยว่าเขาจะตามเธอมา
“เชิญนั่งก่อนนะคะ จะรับอะไรดีคะ”
เธอรีบหยิบเมนูยื่นให้ชายหนุ่มที่เดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะด้วยท่าทีแสนสบาย
ภวัตเอื้อมไปรับเมนูมาถือ พร้อมกับรวบมือหญิงสาวเอาไว้แน่น อรนภัสมองอย่างหวาดระแวงและตำหนิ จากนั้นจึงรีบดึงมือออกเดินถอยหลังห่างไปหลายก้าว ภวัตยกมือขึ้นสูดดมกลิ่นหอมละมุน จนหญิงสาวเผลอเม้มริมฝีปาก...
“คุณตามฉันมาเหรอคะ”
“ใช่”
เขาตอบรับ ตวัดมองร่างโปร่งบางของคนตรงหน้าด้วยสายตาที่ทำให้อีกฝ่ายร้อนๆ หนาวๆ
“คุณ!” อรนภัสหันรีหันขวาง ทำให้ภวัตจำต้องปรามเธอไว้
“อ้าว คุณเชื้อเชิญผมมาเองนะ”
นายหัวหนุ่มเฉลย พร้อมวางเมนูขนมและเครื่องดื่มต่างๆ ลงอย่างไม่ใส่ใจสักนิด
“ฉันนี่นะเป็นคนเชื้อเชิญคุณ เปล่าเสียหน่อย”
อรนภัสชี้มือมายังตัวเองแบบงุนงงแล้วเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกกับสิ่งที่เขาปรักปรำ
“ใช่ เธอแกล้งทำนามบัตรหล่นเอาไว้ ฉันเลยมาตามคำเชื้อเชิญ”
ภวัตตอบเสียงเรียบ เอนพิงหลังไปยังพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์
“เอ่อ... ไม่ใช่ค่ะ ดิฉันไม่ได้แกล้งทำตกนะคะ”
อรนภัสรีบปฏิเสธเสียงระรัว จ้องมองคนตรงหน้าอึ้งๆ ที่ช่างคิดไปได้
คนอะไรหลงตัวเองจัง!
“ช่างมันเถอะ ฉันเข้าใจแล้ว”
เขาโบกไม้โบกมือเหมือนเข้าใจ แต่ท่าทางกวนโมโหนั้นทำให้เธอเม้มริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจเอามากๆ คำว่าเข้าใจของเขามันคือเข้าใจว่าอะไรล่ะ? เข้าใจว่าเธอจงใจเชื้อเชิญเขาหรือไง?
“คุณเข้าใจว่ายังไงคะ”
อรนภัสไม่ปล่อยให้มันผ่านไปง่ายๆ เธอไม่อยากให้เขาคิดว่าเธออ่อยเขาเสียหน่อย
“อยู่ร้านคนเดียวเหรอ เป็นเจ้าของร้านหรือลูกจ้างล่ะ”
ชายหนุ่มไม่ตอบแต่เอ่ยถามแทน อยากชวนเธอสนทนา แม้ว่าจะรู้ข้อมูลของเธอดี
แหม...ก็เขาจีบสาวไม่เป็นนี่นาเลยต้องนึกหาคำพูดก่อน
“ฉันเป็นเจ้าของร้านค่ะ พอดีวันนี้ลูกน้องลาหยุด ทำให้ต้องอยู่ร้านคนเดียว”
เธอตอบอย่างภูมิใจที่สามารถมีกิจการเป็นของตัวเอง ภวัตหลุบตาคมลงเพื่อซ่อนแววตาบางอย่างเอาไว้
ภายในร้านของเธอมีขนม เครื่องดื่ม เครื่องหอมที่ทำจากสมุนไพร คนยุคใหม่หันมาสนใจสุขภาพกันมาก เขาได้ยินกฤษณะพี่ชายของเธอเล่าให้ฟังว่าเธอเรียนจบด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร จึงมีความรู้ในการนำอาหารมาแปรรูป รวมถึงสมุนไพรต่างๆ หญิงสาวนำเอาส่วนผสมของสมุนไพรมาเป็นวัตถุดิบในการทำขนม ทำให้มีกลิ่นหอมอร่อยจนเขาติดใจเมื่อเพื่อนรักเอามาให้ลองชิมหลายครั้ง
นอกจากจะจีบอรนภัสไปเป็นเมียได้แล้ว ยังได้ผลประโยชน์ในทางธุรกิจอีกด้วย โดยการให้เธอลองแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรเสียเลย
“ฉันอยากดื่มกาแฟกับขนมอะไรก็ได้ที่เธอคิดว่าอร่อยที่สุดในร้าน”
เขาเอ่ยบอกมิได้สนใจเมนูที่เธอยื่นให้ก่อนหน้า ดวงตาคมสบกับดวงตาหวานใส หญิงสาวทนไม่ไหวกลับต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาด้วยหัวใจที่เต้นรัว
ร่างโปร่งบางแต่ซุกซ่อนความอวบอิ่มอันน่าปรารถนาจำต้องเดินไปจัดเครื่องดื่มและขนมมาให้เขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เธอจำต้องเป็นเจ้าของร้านที่ดีบริการลูกค้าอย่างเต็มที่
สายตาคมกริบมองตามร่างหญิงสาวไม่วาง ไม่ว่าเธอจะอยู่ในอิริยาบถใดก็ตาม ทำเอาคนที่ถูกจ้องมองถึงกับเขิน หยิบจับอะไรผิดๆ ถูกๆ ไปหมด จนอรนภัสนำเครื่องดื่มและขนมที่เธอคิดว่าอร่อยที่สุดในร้านมาเสิร์ฟให้ลูกค้าหนุ่ม
“กาแฟหวานไปนะ”
ภวัตจิบกาแฟหอมกรุ่นแล้วเงยหน้าวิจารณ์ตรงๆ
“หวานไปเหรอคะ”
อรนภัสหน้าเสียเล็กน้อย กลัวลูกค้าห่ามๆ อย่างเขาจะไม่พอใจ
“หวานมาก”
ภวัตตอบนิ่งๆ สายตาคมดุมองร่างสูงโปร่งกลมกลึง อรนภัสเผลอหน้าแดงค้อนให้คนตรงหน้า
“ตามสบายนะคะ ฉันขอตัวก่อนค่ะ” เธอรีบบอกเมื่อเขานั่งจ้องจนเธออายแทบอยากมุดพื้นหนี
“เดี๋ยวสิ ตอนนี้ยังไม่มีลูกค้า มานั่งคุยกันก่อน ฉันอยากหาเพื่อนคุย นั่งคนเดียวมันเหงา”
เขาพูดรั้งเธอไว้ อรนภัสชะงักหันมามอง แลซ้ายแลขวา ปรากฏว่าไม่มีลูกค้าจริงๆ จึงจำต้องนั่งลงตรงข้ามกับเขา
โห...คนอะไรยังมีหน้ามาบอกว่าเหงาอีก เหตุผลเขาฟังไม่ขึ้นเลย อรนภัสนึกค่อนขอดในใจ
ภวัตแสดงสีหน้าพึงพอใจเมื่อหญิงสาวยอมนั่งคุยกับเขาดีๆ
“อย่างที่บอก ฉันอยากรู้จักกับเธอ”
ชายหนุ่มบอกความประสงค์ของตนเอง ด้วยสายตาที่มุ่งมั่น
“ทำไมคุณถึงอยากรู้จักฉันล่ะคะ”
อรนภัสใจกล้าถามเขาออกไป แม้จะหวั่นๆ กับสายตาคู่คมนั้น
“ฉันสนใจเธอ”
ภวัตวางถ้วยกาแฟที่จิบแล้วบอกตามตรงอีกเช่นเคย
“คะ” อรนภัสลุกขึ้นจากเก้าอี้เหมือนถูกไฟช็อต
“ทำไมเหรอ เธอมีแฟนแล้วหรือไง ฉันเป็นคนตรงๆ ไม่ชอบอ้อมค้อม ฉันอยากจีบเธอ เธอจะได้รู้แล้วเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้รอยังไงล่ะ”
ชายหนุ่มพูดหน้าตาเฉยแต่แก้มแดงก่ำอย่างห้ามไม่อยู่
จะอ้อมค้อมทำไม บอกไปตรงๆ นี่แหละ ด้านได้อายอด ภวัตคิดในใจ
“เอ่อ...คะ”
หญิงสาวร้องอุทานอีกครั้ง ไม่อยากคิดว่าตัวเองตาฝาดที่เห็นแก้มเขาแดงๆ แถมแดงทั้งหน้า ใบหู หญิงสาวหลุบตาลงต่ำ แอบยิ้มขำคนห่ามๆ ตรงหน้า ไม่คิดว่าเขาจะขี้อายด้วย หน้าตาท่าทางไม่น่าบ่งบอกเลยจริงๆ เอากับเขาสิ
ภวัตปรับสีหน้ารวดเร็ว กลับมานั่งนิ่งมองเธอด้วยสายตาล้ำลึก อรนภัสเผลอกัดริมฝีปากตัวเอง ดูเขาเป็นคนวางอำนาจใช่เล่น นิสัยติดจะสั่ง เอาจริงเอาจัง แต่ดูตรงไปตรงมา ออกจะเถื่อนๆ ดุๆ ด้วยซ้ำ แต่ไม่คิดว่าจะขี้อาย
คนอะไรพูดออกมาแบบนั้น เธอก็อายนะ แต่ทำไมหนอหัวใจเจ้ากรรมกลับรู้สึกชอบเขาอยู่เหมือนกัน
ตายแล้ว!!!
อรนภัสส่ายหัวให้กับความคิดวาบหวามของตัวเอง ใบหน้าแดงเรื่อยืนบิดมือไปมาทำให้ภวัตมองด้วยสายตาอบอุ่นระคนเอ็นดู
“นั่งลงก่อนสิ ฉันไม่ชอบให้เด็กมายืนค้ำหัว”
คนวางอำนาจเอ่ยบอกพร้อมทอดสายตามองคล้ายข่มเธอ
ให้ตายเถอะ อีตาแก่บ้า เธอได้ไม่พูดคำหยาบ แต่คงว่าเขาในใจได้นะ!!!
แล้วนี่เขามาว่าเธอเป็นเด็กเหรอ อรนภัสนั่งลงตรงหน้ามองเขาไม่หลบบ้าง แสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือ แต่ว่าเขาเหมือนสิงห์เสียมากกว่า สิงโตที่มีขนใต้คางเยอะๆ น่าลูบอะไรประมาณนั้น คิกๆ
“ทำเป็นเก่ง ปากที่เม้มน่ะ สั่นไปหมดแล้ว”
ภวัตหลุบตามองริมฝีปากอิ่มที่สั่นและเม้มเข้าหากัน อรนภัสสะบัดค้อนให้คนตรงหน้า ที่เขารู้ทันเธอไปหมด
“ชื่ออรใช่ไหม”
“ค่ะ คุณรู้ได้ยังไงคะนี่” เธอถามกลับตาปริบๆ
“แล้วชื่อจริงล่ะ”
คนอยากชวนคุยแสร้งถาม เอาเข้าจริงๆ ไม่รู้จะพูดอะไรดี เกิดมาจนอายุสามสิบกว่ายังไม่เคยจีบผู้หญิงมาก่อนเลย มีแต่ผู้หญิงเข้ามาจีบ นี่ซ้อมพูดแล้วพูดอีก คำถามมันเลยดูแข็งๆ ไปหน่อย จะให้เขามานั่งพูดจาหวานๆ ก็ทำไม่เป็น ถ้าไม่ได้ดั่งใจจะจับปล้ำเอาซะเลย
“จะสอบถามประวัติสัมภาษณ์งานหรือไงคะ” อรนภัสประชดให้
“ไม่ใช่ แค่อยากรู้ว่า... ว่าที่เมียในอนาคตชื่ออะไรต่างหาก”
เขาไม่อยากจะบอกว่ารู้แล้ว เพียงแต่หาเรื่องชวนเธอคุยเท่านั้น
“คุณ...”
“ฉันชื่อ ภวัต สุทธนนท์ ตอนนี้อายุย่างเข้าสามสิบหก ยังโสดไม่มีเมีย แต่ตอนนี้เจอแล้วว่าที่เมีย อีกไม่นานจะไปสู่ขอ ถ้าไม่ยอมตกลงจะฉุดกลับบ้านเสียเลย”
อรนภัสหน้าแดงซ่านเมื่อได้ยินคำพูดนั้น เธออ้าปากค้าง สะบัดค้อนให้คนพูดจาขวานผ่าซาก
“หยาบคาย”
“ตรงไหนที่บอกว่าหยาบคาย ฉันชอบเธอจริงๆ ยังไม่ตอบเลยว่ามีแฟนแล้วหรือยัง” เขาถามอย่างคาดคั้น เธอไม่ชอบเลยจริงๆ
พีระอวยพรให้บุตรชายคนโตและสะใภ้ด้วยความสุขที่ได้เห็นลูกชายเป็นฝังเป็นฝากับเขาเสียที“โธ่... พ่อ ไม่ต้องฝาก อรก็ดูแลฉันดีอยู่แล้วน่า”ภวัตพูดแก้เก้อเมื่อเห็นสายตาของบิดา ทุกคนหัวเราะชอบใจ อรนภัสยิ้มอายๆ ไม่กล้าสบตาคมๆ ของคนข้างๆ“ขอให้คุณวัตมีความสุขมากๆ นะคะ”เขมจิราเอ่ยบอกเสียงสั่นๆ ภวัตเมินเฉยไม่ยินดียินร้ายกับประโยคของแม่เลี้ยงสาวที่อายุน้อยกว่าเขาเสียอีก จนอรนภัสต้องรีบแก้สถานการณ์ตึงเครียดเหล่านั้นลง“ขอบคุณค่ะคุณเขม” อรนภัสยิ้มหวานให้อีกฝ่าย“ค่ะ” เขมจิราหน้าเจื่อนเล็กน้อย ฝืนยิ้มแกนๆ ให้ทั้งสอง“วัต พ่อฝากยัยอรด้วยนะ หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกันนะ อร... หนูก็อย่าเอาแต่ใจตัวเองนะลูก”ภวัตและอรนภัสกราบคุณไกรสร ก่อนที่คุณอรนุชจะอวยพรเป็นคนถัดไป“ขอให้ลูกทั้งสองมีความสุข รีบมีหลานให้แม่อุ้มไวๆ นะจ๊ะ”“วัตฝากน้องฉันด้วยนะ”กฤษณะตบไหล่เพื่อนเบาๆ อรนภัสไหว้พี่ชายก่อนจะโผเข้ากอดเต็มอ้อมแขน คนขี้หวงข้างๆ รีบดึงเจ้าสาวออกมาด้วยใบหน้าขึงขังทำให้ทุกคนลอบอมยิ้มญาติผู้ใหญ่อีกหลายคนต่างอวยพรคู่บ่าวสาวก่อนจะเลี่ยงออกจากห้อง…แขนภายิ้มให้พี่สาว บีบมืออย่างให้กำลังใจ รู้ดีว่าอีกฝ่ายเสียใจแค่ไหน
“คิดถึง” เขาบอกเสียงทุ้ม แตกต่างจากใบหน้าดุๆ นั้น“คะ” เธอขานรับงงๆ ทำให้เขามองอย่างเอ็นดู“พี่บอกว่าคิดถึงอรไง”เขาสำทับอีกครั้ง มองสบดวงตากลมโต แล้วหน้าแดงน้อยๆ“พี่วัต”อรนภัสมองใบหน้าแดงจัดที่ลามไปถึงใบหูของชายหนุ่มแล้วอดอมยิ้มไม่ได้“คิดถึงพี่บ้างหรือเปล่า” ภวัตกระซิบถามเสียงติดจะพร่าเล็กน้อย ส่วนอรนภัสหัวใจสั่นรัวได้แต่ยืนให้เขากอดเพราะทำอะไรไม่ถูก“ใครเค้าจะไปคิดถึงกันคะ”เธอปากแข็งก้มหน้างุดด้วยความอาย ใบหน้าแดงเรื่อร้อนระอุจนรู้สึกเหมือนจะเป็นไข้“งั้นแปลว่าคิดถึงมาก”เขาพูดอย่างมั่นอกมั่นใจจนเธอนึกหมั่นไส้“บอกว่าไม่สักหน่อย” เธอบ่นอุบชิดอกเขา“ผู้หญิงก็เป็นแบบนี้... ปากแข็ง”ภวัตมีความสุขที่ได้ต่อล่อต่อเถียง“แล้วผู้ชายล่ะคะ”อรนภัสเองก็ไม่ต่างกัน เธอมีความสุขที่ได้พูดคุยกับเขาแบบนี้มากกว่าการคุยโทรศัพท์ การได้เห็นหน้าทำให้ความรู้สึกคิดถึงแทบจะจางหายไป“ผู้ชายคนอื่นเป็นไงพี่ไม่รู้ แต่สำหรับพี่ ถ้าพี่บอกว่าคิดถึง ก็หมายความว่าคิดถึงจริงๆ” ภวัตพูดจริงจัง“หึ! จะเชื่อได้หรือเปล่าก็ไม่รู้”อรนภัสย่นจมูกใส่ ค้อนให้อย่างน่ารัก“ก็แล้วแต่จะคิดนะ”เขาบอกเหมือนไม่ใส่ใ
“ไม่อร่อยเหรอคะพี่วัต”อรนภัสมองตามเมื่อเห็นภวัตตักทานเพียงคำเดียวก็วางช้อน ชายหนุ่มไม่ตอบแต่หยิบทิชชูยื่นมาตรงหน้า หญิงสาวทำท่าจะยกมือขึ้นแตะริมฝีปาก เขาจึงกุมเอาไว้เช็ดปากให้เธอเบาๆ อรนภัสหน้าแดงอีกรอบในการกระทำของอีกฝ่าย“ที่กินเลอะให้ไอติมติดปากแบบนี้ อยากให้พี่จูบให้เกลี้ยงล่ะสิ เสียดายคนในร้านเยอะ” ภวัตแหย่ อรนภัสตาโต“ไม่ใช่เสียหน่อย คนหลงตัวเอง แต่ยังไงก็ขอบคุณค่ะ”เธอตอบอย่างงอนๆ“เปลี่ยนจากขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้ไหม”เขาถามตาพราว อรนภัสมองสบตาก็หลบวูบแทบไม่ทัน เขาคงไม่ขอเธอแบบเมื่อคืนอีกนะ “ใช่” เขาเหมือนรู้ใจ หญิงสาวเงยหน้ามองตาโต พวงแก้มแดงจัด บิดมือไปมา“พี่วัตน่ะ”อรนภัสเรียกชายหนุ่ม ไม่รู้จะทำอะไรดี ภวัตกอดอกพิงหลังกับพนักเก้าอี้ มองคนขี้อายอย่างเอ็นดู อรนภัสเสไปหยิบน้ำขึ้นดื่ม กินต่อไปก็ถูกเขามองไม่วางตา“อิ่มแล้วค่ะ” หญิงสาวโพล่งออกไป“อ้าวไหงอิ่มเร็วจัง เพิ่งกินไปเอง”“อรอยากเข้าห้องน้ำค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ”คนขี้อายเอ่ยบอกแล้วรีบลุกไปทันที ภวัตมองตามอย่างหวงๆ ก่อนจะเดินตามไปไม่ให้เธอคลาดสายตาทางด้านอรนภัสเข้าห้องน้ำมาได้ก็เอาแต่ยืนลูบแก้มแดงๆ ของตัวเอง หญิงสาวบิดไปบิดมา
“ไม่ต้องใส่แล้วกางเกงใน มันขาดจนใส่ไม่ได้ ใส่กระโปรงยาวแบบนี้ไม่มีใครรู้หรอกว่าไม่ใส่อะไรข้างใน นอกจากพี่คนเดียว”เอากับเขาสิ อรนภัสบิดไปบิดมาทำอันใดไม่ถูก จะให้เธอตอบว่าไงล่ะ ก็มันขาดไปแล้วนี่นาภวัตขับรถมาส่งอรนภัสที่บ้านในเวลาดึกพอสมควร ระหว่างทางหญิงสาวเอาแต่มองออกไปนอกรถด้วยความอาย บิดามารดาที่ยังไม่นอนมองว่าที่ลูกเขยและลูกสาวอย่างเอ็นดู ภวัตนั่งคุยกับท่านทั้งสองอีกครู่จึงขอตัวกลับอรนภัสยืนส่งชายหนุ่มที่บ้านก่อนจะขึ้นไปอาบน้ำนอน เธอพลิกไปพลิกมาอย่างกระสับกระส่าย ความรู้สึกวาบหวามยังตราตรึงอยู่ในหัวใจ เผลอยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเองไปมา สะบัดหัวกับหมอนเมื่อในหัวคิดแต่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ อรนภัสกดรับด้วยความรู้สึกหัวใจพองโต ได้ยินเสียงแหบห้าวทักทายมาตามสายเหมือนดั่งเช่นทุกครั้ง“ทำอะไรอยู่”ภวัตกำลังนอนอยู่บนเตียงกว้างด้วยใบหน้าที่บ่งบอกถึงความสุขอย่างที่สุด“กำลังคิดถึงพี่วัต อุ๊ย! ไม่ใช่ๆ อรกำลังจะนอนค่ะ”อรนภัสเผลอพูดความคิดของตัวเองออกไป ภวัตเผลอยิ้มเอ็นดูหญิงสาว ใบหน้าหล่อเหลาแดงจัดลามไปถึงใบหู เขาเองกำลังคิดถึงเธอใจแทบขาดเ
“อร”ภวัตบีบปลายคางหญิงสาวเบาๆ ใบหน้าก้มลงทำท่าจะประทับกับริมฝีปากสีหวาน“พี่วัต อย่าค่ะ”อรนภัสเบี่ยงหลบ ริมฝีปากร้อนจึงพลาดไปประทับที่พวงแก้มแดงเรื่อแทน ภวัตกระชับร่างบางเข้าหา กดจุมพิตหนักๆ ที่พวงแก้มนวล “อื้อ พี่วัตขา...”“ขา...”ภวัตขานรับแล้วงับใบหูขาวเนียนของหญิงสาวอย่างมันเขี้ยว อรนภัสเบี่ยงหลบด้วยความเสียวซ่าน สัมผัสได้ถึงแรงหอบสะท้อนรุนแรงของเขา ชายหนุ่มควบคุมสติของตนอีกต่อไปไม่ไหว เขาขอแค่ได้ชื่นใจเล็กๆ น้อยๆ ไม่เช่นนั้นคืนนี้คงขาดใจเป็นแน่“อร... พี่ขอนะคนดี”เสียงแหบห้าวดูพร่าสะท้านไม่เป็นตัวของตัวเอง อรนภัสนอนนิ่งอยู่กับที่อย่างทำอันใดไม่ถูก ลึกๆ คือความตื่นเต้นยากที่จะบรรยาย หัวใจเธอมันเต้นแรงจนต้องเผยอริมฝีปากหอบอย่างไม่รู้ตัว นั่นเป็นสัญญาณให้ภวัตประคองใบหน้าหวานไว้ในอุ้งมือร้อนทั้งสอง บดขยี้ริมฝีปากสวยอย่างกระหายเร่าร้อน ปากบนล่างของเธอร่านร้อนด้วยการขบเม้มของชายหนุ่ม ก่อนที่ลิ้นสากจะสอดแทรกเข้าหา กระหวัดรัดรึงคุกคามแสดงความเป็นเจ้าของอย่างแท้จริงภวัตรุกเร้าเอาแต่ใจ เปิดเผยความดิบเถื่อนต้อนให้อีกฝ่ายยินยอม มือหนาเริ่มเกาะกุมทรวงสาวที่สะท้อนขึ้นลงด้วยแรงหอบหายใจ อรนภ
“นึกว่าเมียจะยืนเป็นตุ๊กตาหน้าร้านอยู่แบบนั้น เห็นไม่ขึ้นรถมาเสียที” ภวัตหัวเราะชอบใจ ขับรถออกไปจากบริเวณร้าน“บอกแล้วไงว่าอรยังไม่ได้เป็นเมียพี่วัตนะ” เธอว่าให้“กำลังจะเป็น พี่หาฤกษ์หมั้นได้แล้วนะ หมั้นแล้วแต่งเลย”“เร็วจังเลยค่ะ” อรนภัสตาโตหันไปมอง“ช้าจะตาย อยากกอดเมียปล้ำเมียจะแย่”“พี่วัตน่ะ พูดอะไร คนบ้าๆๆ”อรนภัสตีแขนล่ำๆ ให้หลายที หน้าแดงแล้วแดงอีก ภวัตหัวเราะชอบใจ อยากจะปล้ำจูบนัก เดี๋ยวเถอะแม่ตัวดี มาทำหน้าแดงใส่“จะพาไปกินข้าว แล้วอยากไปไหนต่อหรือเปล่า พี่เคลียร์งานเรียบร้อยแล้ว มีเวลาให้อรเป็นเดือนๆ เลยนะ”“โห... คนอู้งาน” อรนภัสตาโต แต่ก็พอใจในคำพูดของชายหนุ่ม“ไม่ชอบหรือไงที่พี่มาหา”“ไม่ได้บอกว่าไม่ชอบเสียหน่อย” อรนภัสอุบอิบตอบ“อะไรนะ อยากให้พี่มาหาทุกวันเหรอ” คนอยากแหย่พูดขึ้น“อรไม่ได้พูดแบบนั้นนะ อย่ามาทำเนียน” เธอว่าให้แบบงอนๆ“กินข้าวเสร็จเดี๋ยวพาไปดูหนัง”ภวัตบอกหญิงสาวที่แสนคิดถึงข้างกาย เขาไม่เคยจีบหญิงมาก่อนเพราะในชีวิตมีแต่งานกับงาน ไม่เคยคิดว่าการจีบกันต้องไปทำอะไรพวกนี้ด้วย ลองสอบถามน้องสาวดู ยัยตัวแสบบอกเขาเอาไว้ว่าให้ทำแบบนี้ ผู้หญิงชอบให้เอาอกเอาใจ เสมอ







