LOGIN“มีแล้ว” เธอตอบจริงจังเกินเหตุ
“ตอบแบบนี้แสดงว่ายังไม่มี แต่ถ้ามีแล้วจริงๆ ไปบอกเลิกมันซะ”
เขาดักคอแกมข่มขู่ หึ! ก็ไหนไอ้กฤษณะพี่ชายของเธอ มันนั่งยัน นอนยันว่าไม่มียังไงเล่า หรือจะได้ข้อมูลผิดๆ มาบอกเขา แต่เขาไม่แคร์ มีได้ก็เลิกได้ ในเมื่อยังไม่แต่งงาน เขาไม่ได้ไปพรากผัวพรากเมียใครเสียหน่อย
“เอ๊ะ!” อรนภัสทำสีหน้าขัดใจ
“ชื่อจริงๆ ว่าอะไรนะ บ้านอยู่ที่ไหน เดี๋ยวจะให้ผู้ใหญ่ไปสู่ขอเร็วๆ นี้แหละ อยากมีเมียไว้นอนกอดเวลาหนาวๆ อยากมีลูกวิ่งให้เต็มบ้านไปเลย”
เขารุกถาม กลั่นแกล้งคนที่นั่งหน้างออยู่ตรงหน้า อรนภัสหน้าแดงแล้วแดงอีก เขาจะมาขอเธอไปเป็นเมียหรือเป็นแม่พันธุ์กันแน่
“ใครเขาอยากจะไปเป็นเมียคุณ ฉันบอกแล้วไงว่ามีแฟนแล้ว”
เธอเถียงเสียงแข็ง
“เธอแต่งงานหรือยังล่ะ แฟนแบบไหน แค่คบกัน อยู่ด้วยกัน หรือ...” ชายหนุ่มเลิกคิ้วถาม
“คบกันอยู่” เธอรีบบอก
“งั้นแสดงว่ายังไม่ได้แต่งงาน ฉันมีสิทธิ์น่ะสิ คบได้ก็เลิกได้ หากไปกันไม่รอด เค้าเลิกกันเยอะแยะ เลิกแล้วมาแต่งกับฉันนะ”
ภวัตพูดคล้ายกวนโมโหอีกฝ่าย แต่จริงๆ เป็นการจีบเธอไปเป็นเมีย
อรนภัสหน้าแดงอมชมพูระเรื่อ คิดในใจว่า คนบ้า! พูดออกมาได้ แต่กลับตอบชายหนุ่มออกไปทันทีโดยไม่คิดว่าคำพูดนั้นมันจะเป็นการผูกมัดตัวเธอเองไปตลอดชีวิต
“อืมตกลง ถ้าคุณกล้ามาขอฉันกับคุณพ่อจริงๆ ฉันจะยอมแต่งงานกับคุณ”
อรนภัสตอบไปเช่นนั้นเพราะคิดว่าเขาแค่ยั่วแหย่เธอให้โมโหเล่น คงไม่กล้ามาสู่ขอจริงๆ หรอก คนไม่เคยรู้จักกัน เธอเคยได้ยินเพื่อนๆ พูดกันว่า ผู้ชายมักจะหวงความโสด รักชีวิตอิสระจะตายไป
“จริงนะ ฉันเป็นคนยึดถือสัจจะวาจาเป็นสำคัญ เร็วๆ นี้ฉันจะให้ผู้ใหญ่ไปสู่ขอเธอ ขอกลับไปปรึกษาพ่อเพื่อหาฤกษ์หายามก่อน ฉันเองใจร้อน แต่ไม่คิดว่าเธอจะใจตรงกับฉันเหมือนกัน พูดกันง่ายๆ แบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย ไม่ต้องตามจีบนานๆ จนขึ้นคาน”
ภวัตรวบรัดสรุปเข้าข้างตัวเองเสร็จสรรพ ดีใจที่หญิงสาวยอมตกลงง่ายๆ อุตส่าห์แอบมองเธอมาตั้งนาน ไม่คิดว่าการที่เขาพูดตรงๆ จะทำให้เธอยอมตกลงทันทีอย่างง่ายดาย เขากำลังแอบนึกหวั่นใจกับผู้ชายหลายๆ คนที่มาติดพันเธออยู่ โดยเฉพาะศัตรูคู่อาฆาตที่ไม่มีวันญาติดีกันได้อย่างไวกูรณ์!!!
“คุณ!”
อรนภัสร้องเสียงหลง ไม่คิดว่าเขาจะจริงจัง แล้วจะทำไงดีหว่า เธอดันไปตบปากรับคำอีตาบ้านี่เข้าให้แล้ว
“ฉันชื่อภวัต จำเอาไว้ให้ดี”
“คะ...คุณพูดเล่นใช่ไหมคะ” อรนภัสละล่ำละลักถาม
“คนอย่างฉันไม่เคยพูดเล่น ตอนนี้ฉันขึ้นมาเยี่ยมน้องสาวที่เรียนอยู่มหา’ลัย คงจะอยู่นานอีกหลายวัน ฉันจะแวะมาหาเธอบ่อยๆ เราสองคนจะได้ทำความรู้จักกันก่อนแต่งงาน เธอควรจะเรียกฉันว่าพี่นะ ฉันอายุมากกว่าเธอประมาณสิบกว่าปี ถือว่ายังไม่แก่ ยังเตะปี๊บดังอยู่ ฉันออกกำลังกายทุกวัน ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บหรือโรคประจำตัวอะไร ขอรับรองเลยว่าเธอไม่ผิดหวังแน่นอนที่ตกลงแต่งงานกับฉัน” ภวัตอวดอ้างสรรพคุณของตัวเองยาวเหยียด เพื่อยืนยันให้หญิงสาวมั่นใจว่าเธอเลือกสามีไม่ผิดแน่นอน
เล่นเอาอรนภัสอ้าปากค้าง เขาพูดอะไรนี่ น่าสยิว เอ๊ย สยอง!!!
หญิงสาวได้แต่อึ้งกะพริบตาปริบๆ อย่าบอกนะว่าเขาเอาจริง แต่ดูท่าไม่ได้ล้อเล่นแน่นอน ซวยแล้วอรนภัส เธอไม่น่าไปบ้าจี้ ท้าทายเขาแบบนั้นเลย เขาดันรับปากบอกว่าจะมาขอ พ่อกับแม่มิตกใจแย่หรือ ที่จู่ๆ เขาโผล่ไปที่บ้านพร้อมกับผู้ใหญ่เพื่อสู่ขอเธอแต่งงาน เขาทำงานทำการอะไร เป็นมิจฉาชีพหรือเปล่าก็ไม่รู้
โอ๊ย! ตายแล้วยัยอรนภัส
หญิงสาวมัวแต่คิดฟุ้งซ่านอยู่คนเดียว จนทำให้ภวัตอดที่จะยิ้มอย่างเอ็นดูเสียไม่ได้ ผู้หญิงเข้าใจยาก แล้วชอบคิดเองเออเองคนเดียว
“ถ้าไม่บอกชื่อนามสกุล และที่อยู่มาเดี๋ยวนี้ ฉันจะจูบเธอให้ปากช้ำเลย” ชายหนุ่มมองริมฝีปากอิ่มแดงเรื่อไม่วางตา
“ฉันชื่ออรนภัส รักษ์เกียรติค่ะ”
อรนภัสรีบบอกทันทีเมื่อเขาแสดงท่าทางว่าจะทำอย่างที่พูดจริงๆ
คนบ้า คนเถื่อน คนห่าม คนหื่น!!! อรนภัสค้อนหน้าคว่ำ...
“ชื่อเพราะดีนี่ เอาเบอร์โทรศัพท์ของอรมาด้วย แล้วพี่จะโทรหา”
ภวัตบอกเธอเหมือนสั่งมากกว่าจะขอร้อง อรนภัสจำต้องเขียนเบอร์โทรศัพท์ให้เขาอย่างไม่เต็มใจ เธอแกล้งเขียนเบอร์โทรมั่วๆ ก่อนจะยิ้มกริ่ม
“พี่ต้องการเบอร์โทรศัพท์จริงๆ ของอรนะ ถ้าเขียนมั่วๆ มา โดนแน่”
ชายหนุ่มดักคออย่างรู้ทัน ความฉลาดของเขาทำให้อีกฝ่ายชะงักไป ภวัตมีเบอร์โทรศัพท์ของเธอแล้ว แต่เพียงอยากจะขอเธอตรงๆ เวลาโทรไปจะได้ไม่ต้องอธิบายให้มากความว่าได้เบอร์มาจากไหน
อรนภัสได้แต่ยืนอึ้งอ้าปากค้างให้กับคนเผด็จการ หญิงสาวกระแทกกระทั้นเขียนเบอร์โทรศัพท์ใหม่ ก่อนจะยื่นส่งให้เขา ภวัตเอื้อมมือไปรับ กุมมือเธอไว้ หญิงสาวสะบัดมือออกจากการเกาะกุมด้วยหัวใจที่เต้นโครมคราม
เขายกมือหนาขึ้นดมก่อนจ้องคนตรงหน้านิ่ง “หอมนะ ขนาดมือยังหอมขนาดนี้ แล้วตัวจะหอมขนาดไหน”
ตาคมหรี่มองนิ่งจนเธอเขิน อรนภัสตาวาวมองอย่างโกรธๆ ทั้งๆ ที่อายแสนอาย
“เวลาโกรธก็น่ารักดี แต่พี่ชอบให้อรยิ้มมากกว่านะ”
ภวัตลุกขึ้นเต็มความสูง ชายหนุ่มสูงมาก ร่างกายแข็งแรงกำยำ ผิวสีแทน ดวงตาคมเข้มดุดัน ริมฝีปากหยักหนา จมูกโด่งเป็นสัน คิ้วเข้ม ผมดกหนายาวประบ่า เธอหลุบตาลงมองหน้าอกกว้าง และลำแขนที่โผล่พ้นเสื้อเชิ้ตที่เขาพับแขนขึ้น เขาดูอุดมไปด้วยเส้นขนและมัดกล้าม อรนภัสลอบกลืนน้ำลายลงคอ ทำท่าเหมือนจะกลืนกินเขาเข้าไปทั้งตัว “ถ้าแต่งงานจะได้ดูเต็มๆ ตา ตอนนี้ดูแค่ภายนอกไปก่อนนะ” เขาแหย่หญิงสาวเล่น แล้วมันก็ได้ผล
อรนภัสตาโตแก้มแดงปลั่ง เขาตีหน้านิ่ง คำพูดแต่ละคำบาดลึกไปถึงหัวใจ มือหนาหยิบธนบัตรออกมาวางบนโต๊ะ พร้อมกับจรดปากกาเขียนเบอร์โทรศัพท์ลงบนกระดาษแล้วฉีกยื่นให้เธอ
“รับไปสิ ถ้าไม่รับจะจูบให้”
เขาไม่ยอมให้เธอปฏิเสธ แถมขู่กลับอย่างมันเขี้ยวในความน่ารักนั้น
อรนภัสรีบดึงมาถือเอาไว้ สะบัดค้อนให้กับคนเผด็จการวางอำนาจ ขออย่าได้เจอเขาอีกเลย เอ! แต่เขาบอกว่าจะอยู่กรุงเทพอีกหลายวันนี่นา แย่แล้ว จะทำไงดี?
“ไม่ต้องทำยังไง แค่คอยต้อนรับพี่ทุกวันก็พอ”
ภวัตยังมีแก่ใจหันมาบอกขณะก้าวเดินออกจากร้าน หญิงสาวทำตาโตได้แต่มองตามร่างสูงไป เฮ้ย! เธอเผลอคิดดังไปหน่อยจนทำให้เขารู้เหรอ
คนอะไรรู้ทันคนอื่นไปหมด!
เธออยากจะฉีกเนื้อเขาให้กระจุยนัก ผู้ชายอะไรทั้งหล่อ ทั้งเถื่อน ทั้งบ้า ทั้งห่าม แถมยังมีเสน่ห์ทางเพศถึงขั้นรุนแรงเลยก็ว่าได้ นี่เธอคงจะอ่านนิยายโรมานซ์เยอะเกินไปมั้ง เลยคิดว่าเขาเหมือนพระเอกในนิยายของเธอ?
หญิงสาวยกมือขึ้นกุมหน้าอกตัวเอง เพื่อสำรวจว่าหัวใจดวงน้อยๆ นั้นกระโดดออกมาวิ่งเล่นอยู่ข้างนอกหรือเปล่า แต่ก้อนเนื้อที่เรียกว่าหัวใจนี้ยังกระหน่ำเต้นเป็นจังหวะอยู่ในอกด้านซ้ายเช่นเดิม
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นทำให้อรนภัสจำต้องวางหนังสือนิยายที่ติดพันอยู่ลงบนเตียง แล้วเอื้อมมือไปหยิบมือถือมาดู หัวใจเต้นโครมครามเมื่อเห็นเบอร์ที่เธอจำได้และแอบบันทึกไว้ หญิงสาวอมยิ้มปล่อยให้เสียงโทรศัพท์ดังจนเงียบไป สักพักก็มีข้อความเข้ามาแทน เธอจึงต้องเปิดอ่าน
ถ้าโทรไปหาอีกครั้งยังไม่รับสาย พรุ่งนี้จะบุกไปหาถึงบ้าน และจะฉุดไปทำเมีย ฟัดให้ท้องโย้ เลี้ยงลูกสักครอกสองครอก
พี่วัต
ภวัตก้มใบหน้าเข้าหาซอกกายสาวเมื่อจับขาทั้งสองแยกออก เขาดูดิบเถื่อนรุนแรงไร้การเล้าโลม อรนภัสสะดุ้งสุดตัวเมื่อเส้นไหมสีอ่อนถูกขยุ้มแล้วดึง ฟันขาวสะอาดขบกัดติ่งเกสรสาวอย่างมันเขี้ยว สะโพกสาวลอยเด่น สะบัดใบหน้าไปมารอรับการลงโทษที่แสนหวามอย่างต่อต้านไม่ไหวอรนภัสจิกมือไปกับที่นอนบ้าง สอดเข้าในกลุ่มผมดกหนายาวประบ่าของเขาบ้างตามแรงอารมณ์ จมูกโด่งฝังเข้าในยอดเกสรสาวแล้วปาดเลียรุนแรงซุกซอนซอกไซ้เข้าออกด้วยลิ้นที่บิดเป็นเกลียวแข็งกร้าวสากร้อนจนอรนภัสแทบคลั่ง หวีดร้องติดกันหลายๆ ครั้งพร้อมกับเสียงหอบกระตุกเยือกเมื่อไปถึงจุดหมายอย่างร้อนแรง ริมฝีปากขบเข้าหากัน มือสั่นเทายังวางอยู่บนศีรษะของสามีเมื่อเขาดูดกลืนน้ำหวานที่หลั่งรินออกมาต้อนรับจนเหือดแห้งลิ้นหนายังแช่ฝังอยู่ในกายภรรยา ภวัตผละห่างลากลิ้นสัมผัสขึ้นไปโดยการปาดเลียไล้กลุ่มไหมเส้นสวยที่ยุ่งเหยิงพอสมควร ไม่นานมันก็เปียกชื้นแนบไปกับสวนกุหลาบที่เปิดเปลือยอย่างเร้าใจของผู้เป็นเจ้าของอรนภัสแขม่วหน้าท้องแบนราบเมื่อปลายลิ้นวนไปทั่วอย่างมีชั้นเชิง สะดือสวยถูกความร้อนชื้นวนรอบจนหดเกร็ง อกอวบเป็นสิ่งต่อไปที่เขาทาบทับขึ้นมากลืนกิน หญิงสาวสะดุ้งเมื่
อรนภัสครางเบาๆ ลูบมือไปตามกายแกร่งของสามีที่ซุกซ่อนอยู่ในกางเกงผ้าเนื้อดี มือแกร่งที่สอดเข้าใต้เสื้อดึงเสื้อภรรยาออกทางศีรษะ ตวัดลิ้นไปตามซอกคอหวาน ขบเม้มผิวเนื้อจนเป็นจุดแดงทันตาเห็น เต้าทรวงอวบอิ่มล้นมือที่ดีดตัวออกจากเสื้อ ชูชันอยู่ตรงหน้าของภวัตเมื่อเสื้อพ้นไปกองอยู่ข้างเตียง“ในที่สุดพี่ก็ได้เจอกับมันอีกครั้ง”ภวัตกอบกุมทรวงสาวเอาไว้ด้วยมือหนา ฟอนเฟ้นหนักหน่วง อรนภัสก้มมองศีรษะของสามีที่ปกคลุมด้วยเส้นผมดกหนายาวประบ่า เธอลูบศีรษะสอดแทรกนิ้วเข้าสู่เรือนผมเมื่อเขาคลุกเคล้าดูดรัดอกสาวอย่างตะกละตะกลามให้สมกับที่ทรมานมาหลายวัน อรนภัสครางสะท้านความร้อนของลิ้นสากทำให้กายสาวเสียวปลาบไปทั้งร่างอรนภัสหายใจหอบแรงเกร็งตัวโอบรอบคอหนาให้เขาซุกเข้าหาร่องอกมากขึ้น ผมดกหนาของภวัตยุ่งเหยิงจากมือเรียวที่สอดเสยเข้าหา มือใหญ่อีกข้างที่เคล้นคลึงเต้าอวบอัดของภรรยาเลื่อนลูบไปตามหน้าท้องก่อนจะสอดแทรกเข้าไปกอบกุมเนินเนื้อความเป็นสาว ภวัตรับรู้ถึงความสะดวกของเส้นทางเพราะเธอไม่ได้สวมใส่กางเกงในอย่างที่คิดเอาไว้กลีบเนื้อนิ่มละมุนมือที่ปกคลุมด้วยเส้นไหมอ่อนละมุนถูกลูบไล้หยอกเย้าหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ อรนภัสครา
“ไม่ไป”เพียงแพรตอบเสียงเรียบ รอฟังคำพูดของพี่ชาย ภวัตเอามือลูบท้ายทอยเก้อๆ ไปเหมือนกันเมื่อต้องเอ่ยประโยคที่คิดว่าจะไม่มีวันออกจากปากของเขา เขาสำนึกผิดจริงๆ ตอนนั้นไม่ได้ต้องการจะแกล้งภรรยาให้เธอเสียใจร้องไห้ แต่เพราะโกรธที่เธอทำอะไรโดยพลการไม่ปรึกษาเขาเลย เขาคิดว่าทำแบบนั้นต่อไปเธอจะไม่กล้าขัดเขาอีก ถึงตอนนี้เขารู้แล้วว่ามันไม่ใช่ ต่อไปสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ทำให้เธอเสียใจอีก มีอะไรก็จะพูดกันให้รู้เรื่อง ครั้นจะให้เขาเอ่ยออกมาตรงๆ มันก็กระไรอยู่“ไม่ได้ข่าวคราวพี่สะใภ้แกเลย”ภวัตพูดขึ้นลอยๆ เพียงแพรกับภูวดลมองหน้ากันยิ้มๆ“อืม คิดถึงเค้าล่ะสิ” น้องชายและน้องสาวรับคำ ก่อนจะพูดพร้อมกัน รอฟังพี่ชายขี้เก๊กพูดต่อ“ก็คิดถึงเค้า ป่านนี้เป็นไงบ้างก็ไม่รู้ คิดถึงยัยหนูด้วย หายโกรธหรือยังก็ไม่รู้ หรือว่ายังโกรธอยู่”ภวัตพูดเก้อๆ เมื่อต้องเอ่ยความในใจให้น้องๆ ฟัง“รักเค้ามากเหรอพี่อรน่ะ”“รักสิ รักยิ่งกว่าอะไรเลย ไม่รักจะไปจีบไปขอแต่งงานเหรอไง เกิดมาเคยจีบใครที่ไหนล่ะ”ภวัตคิดว่าการที่พูดออกมาตรงๆ ก็ไม่เห็นจะเสียศักดิ์ศรีอะไรมาก น้องๆ ทั้งสองดูจะยิ้มกว้าง ไม่ได้ล้อเลียนอะไรเขาเลย“แล้วสำนึกเปล่
“เดี๋ยวค่อยโทรไปอีกรอบตอนค่ำๆ พี่วัตน่าจะถึงแล้ว เราโทรไปบอกให้พี่วัตใจเย็นๆ ดีกว่า”เพียงแพรเสนอ ทุกคนจึงแทบจะไม่ไปไหน อรนภัสร้อนใจโทรไปหากฤษณะก็ไม่ติด“อย่ากังวลไปเลย อาจไม่มีอะไรก็ได้”ไวกูรณ์ปลอบใจทุกคน ก่อนที่เขาจะขอตัวพาภรรยาและน้องสาวกลับบ้านเมื่อผ่านไปหลายชั่วโมง... เพียงแพรรีบกดโทรศัพท์หาพี่ชายทันที โดยมีพี่สะใภ้นั่งประกบอยู่ข้างๆ“พี่วัตถึงไหนแล้ว”เพียงแพรยิงคำถามใส่พี่ชายทันทีที่อีกฝ่ายรับสาย“อยู่หน้าบ้าน”เสียงเข้มที่ตอบกลับมาทำให้ทั้งสามมองหน้ากันเลิ่กลั่ก“พี่วัตใจเย็นๆ นะคะ”เพียงแพรเอ่ยเตือนพี่ชาย จะบอกว่าอรนภัสอยู่ที่บ้านนี่แหละก็ไม่อยากบอก ในใจยังหมั่นไส้พี่ชายไม่หาย“ไม่เย็นโว้ย เมียหายทั้งคน แค่นี้นะ ใครให้ที่หลบซ่อนเมียฉัน ยิงทิ้งสถานเดียว!!! ตู๊ดๆๆๆ” เสียงดุดันของภวัตทำให้อรนภัสร้อนใจยิ่งขึ้นทางด้านภวัตเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ อย่างร้อนรน เสียงกริ่งหน้าบ้านทำให้สาวใช้ไปเปิดประตู ชายหนุ่มลงมาจากรถอย่างรีบร้อนตรงเข้ามาในบ้านทันที เจ้าของบ้านมองด้วยความงุนงงที่บุตรเขยเดินทางมาไม่บอกกล่าว“วัตมาทำธุระในกรุงเทพฯ เหรอลูก งั้นคืนนี้พักที่นี่ก่อนสิ”อรนุชถามด้วยรอยยิ้มขณ
ภวัตหันมาถามน้องสาวคนรอง“แพรก็แค่เดาเอา พี่วัตบอกเองว่าพี่อรหายไป ตัวเองทำอะไรกับเค้าไว้ตั้งเยอะ ไม่สนใจทำให้เค้าน้อยใจตั้งหลายวัน ป่านนี้หนีไปมีกิ๊กใหม่แล้วมั้ง”“ไอ้แพรปากแกนี่มัน!”“นั่นแหละทำเป็นรับไม่ได้”“เมื่อคืนเค้ายังดีๆ อยู่เลย เค้าไม่เห็นว่าอะไรสักคำ ยังปลาบปลื้มเดินชมเรือนหออยู่เป็นนานสองนาน บอกว่าตื่นขึ้นมายังบอกจะทำอาหารให้กิน และที่แกบอกว่าพี่สะใภ้แกจะไปมีคนอื่น นั่นยิ่งไม่มีทาง เค้ารักฉันจะตาย ฉันพูดคำเดียวเค้าก็ทำตามที่ฉันบอกทุกอย่าง” ภวัตพูดอย่างเชื่อมั่นในตัวเองจนเพียงแพรแอบเบะปากหมั่นไส้พี่ชายตงิดๆ นึกว่าพี่ชายจะร้อนรนมากกว่านี้ ถ้าเป็นแบบนี้เธอก็จะแกล้งเสียให้เข็ด เมื่อคืนหลังจากที่เลี้ยงสังสรรค์เธอก็หาโอกาสนัดแนะกับพี่สะใภ้ อรนภัสเป็นอย่างที่ภวัตพูดจริงๆ ไม่กล้าทำให้สามีร้อนใจ คนที่รวมหัวอยากแกล้งคนวางอำนาจอย่างภวัตถึงกับยื่นคำขาด นั่นแหละอรนภัสถึงได้ยอมทำตามโดยไม่บิดพลิ้ว เพียงแพรหัวเราะในใจอย่างชั่วร้ายนิดๆ“โอ๊ย! ถ้าเป็นแบบนั้นจริง เค้าจะหนีไปทำไมนี่”“แกพูดเหมือนรู้ บอกมาว่าแกเอาเมียฉันไปไหน ต้องเป็นแผนการของแกแน่ หรือคนอื่นๆ ด้วย ฉันรู้ดีว่าอรไม่มีวันทำอะไร
อรนภัสพูดไม่ทันจบประโยคเธอก็อึ้งไป เมื่อเห็นเค้กวันเกิดที่ประดับประดาสวยงามโดยมีสามีถืออยู่ตรงหน้า บุตรสาวตัวน้อยกำลังดิ้นซนอยู่ในอ้อมแขนบิดา ภวัตมองเธอผ่านแสงเทียนด้วยสายตาอบอุ่น อรนภัสสะอื้นเบาๆ ตื้นตันจนพูดไม่ออก ตรงกลางเค้กมีกล่องสร้อยไข่มุกเม็ดงามวางอยู่“ทุกปีให้ตุ๊กตา ปีนี้ให้เครื่องประดับ หวังว่าคงชอบนะ พี่สั่งเค้าทำนานแล้ว”ภวัตบอกเก้อๆ ทุกคนต่างส่งเสียงล้อเลียนเล็กๆ อรนภัสน้ำตาซึมลูบสร้อยไข่มุกเม็ดงามที่วางอยู่ในกล่องกลางเค้กวันเกิดที่ปักเทียนไปโดยรอบด้วยความตื้นตัน ภวัตหยิบขึ้นมาสวมให้หญิงสาวอย่างเบามือ เธอหอมแก้มเขาอย่างขอบคุณ ทุกคนต่างอมยิ้มในความหวานของคู่สามีภรรยา“อธิษฐานเลยค่ะพี่อร แล้วก็เป่าเค้กนะคะ”เพียงแพรบอกพี่สะใภ้ก่อนจะขึ้นเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้ทุกคนร้องตาม อรนภัสอธิษฐานก่อนจะเป่าเค้กวันเกิด ไฟฟ้าในห้องก็สว่างพรึ่บทั่วบ้าน“สุขสันต์วันเกิดจ้ะ”เสียงอวยพรที่อบอวลไปทั่วห้องทำให้อรนภัสยิ้มทั้งน้ำตา วันเกิดปีนี้มีบิดามารดา พี่ชายและน้องชายของเธอมาด้วยเอ๊ะ!ทำไมเธอถึงไม่รู้ว่าพวกท่านจะมา ทุกคนรวมหัวกันอย่างนั้นเหรอ แต่พอเธอได้เห็นรอยยิ้มและของขวัญวันเกิดจากทุกคนก็







