LOGINบางครั้งเขาก็ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรง แต่บางทีเขาก็ใช้ถ้อยคำเชือดเฉือนหัวใจของเมรี สุดท้ายคนที่เจ็บปวดที่สุดคงหนีไม่พ้นตัวเธอเอง
Rrrr!!! เสียงสมาร์ตโฟนเครื่องแพงของเมรีดังขึ้น ซึ่งทำให้หญิงสาวดันคนตัวโตออกให้พ้น ก่อนที่เธอจะเอื้อมมือไปกดรับสาย
“ฮัลโหลค่ะแม่”
‘หนูกลับหรือยังลูก ถึงบ้านหรือยัง’
“ค่ะแม่”
‘ใครไปส่งลูกสาวแม่นะ’ โมราแอบแซวลูกสาวเบา ๆ เพราะคิดว่านายแพทย์หนุ่มคงกุมหัวใจเมรีได้สำเร็จ ตั้งแต่โตเป็นสาวเธอไม่เคยมีแฟนมาก่อน คนแรกที่เทียวรับส่งเมรีมีเพียงนายแพทย์ชินดนัยเท่านั้น
“ก็หมอชินนั่นละค่ะแม่ แค่นี้นะคะเมจะเข้านอนแล้ว” คำตอบนี้ทำให้โมรามารดารของเธอยิ้มกว้างพอใจกับว่าที่ลูกเขย
‘กู๊ดไนท์จ้าสาวน้อย’
เมื่อวางสายจากมารดา สิ่งที่เมรีคาดไม่ถึงคือแววตาของรามเกียรติ์ เขามองมาที่เธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เธอทำอะไรผิดต่อเขานักหนา
“พี่ราม...” หญิงสาวถึงกับขยับตัวออกห่าง น้ำเสียงสั่นเครือบ่งบอกถึงความหวาดกลัว เธอรู้ดีว่าเขาสามารถทำให้ชีวิตของเธอดำดิ่งสู่หายนะได้ไม่ยาก
“ทำไม... กลัวเหรอ หืม” มือของเขาลูบลงมายังใบหน้าของหญิงสาวเบา ๆ พลางใช้ปลายนิ้วเขี่ยผมทัดหูเมรี แล้วเชยปลายคางเธอหันมาสบสาคม
“พี่คิดจะทำอะไร”
“ผู้หญิงกับผู้ชายอยู่ด้วยกันสองต่อสองในยามวิกาลแบบนี้เขาทำอะไรกันล่ะ... หืม”
“แต่ฉันเป็นน้องสาวของพี่นะ”
“ขอโทษนะเมรี พอดีว่าในสายตาฉันไม่เคยเห็นเธอเป็นน้องสาวเลยสักครั้ง เธอไม่คู่ควรกับตำแหน่งนี้” คำพูดของชายหนุ่มทำให้เมรีนึกถึงตอนที่เธอก้าวเท้าเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ วันแรกรามเกียรติ์ได้มอบสร้อยคอจี้หัวใจครึ่งดวงให้กับเธอ ซึ่งอีกครึ่งดวงเก็บไว้ที่เขา พร้อมกับคำมั่นสัญญาว่าเขาจะปกปกและดูแลเธอประหนึ่งน้องสาวแท้ ๆ แต่ดูเหมือนเขาจะลืมมันไปแล้ว มันคงเป็นเพียงแผนการของรามเกียรติ์สินะ
เมื่อเวลาผ่านไปช่องว่างระหว่างเขากับเธอก็มากขึ้น จนกระทั่งนำมาสู่ความเกลียดชัง เพียงเพราะบิดาของเขายกย่องโมรีออกนอกหน้า ในฐานะภรรยาเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างทศกัณฐ์พีราฟามาซีกรุ๊ป แล้วยังแนะนำใครต่อใครให้รู้จักกับเมรีลูกสาวคนเล็กของบ้าน ผู้ที่จะมาสานต่อธุรกิจในตำแหน่งรองประธานบริษัท
“เมย์ไม่ต้องการอะไรจากพ่อเลยสักนิด เรียนจบเมย์จะย้ายออกไปจากบ้านหลังนี้ทันที ขอแค่แม่ได้อยู่กับพ่อก็พอ เมย์จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับบ้านพีราวัชระกรณ์อีก สมบัติทุกชิ้นเมย์ไม่เคยต้องการ เมย์จะคืนให้พี่ทั้งหมด” เมรีพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพราะเธอใกล้ฝึกงานจบแล้ว หญิงสาวคิดว่าถ้าหากเธอมีแฟนรามเกียรติ์คงไม่กล้าทำอะไรรุ่มร่ามแบบนี้
“มันสายไปแล้วเมรี ทุกอย่างที่เคยเป็นของฉันถูกเธอกับแม่ขโมยไปจนหมด อย่าทำให้ฉันต้องเหลืออด"
“พี่จะทำอะไร”
“ก็ทำแบบนี้ไง”
“จุ๊บ! จ๊วบ อืม....อือ” เมรีถึงกับประหลาดใจตัวแข็งหยุดนิ่งไปชั่วขณะไม่คิดว่ารามเกียรติ์จะกล้าบ้าดีเดือด
ริมฝีปากร้อนฉ่ากดจูบดูดดื่มร้อนแรง ทำเอาอีกฝ่ายเริ่มหัวใจเต้นแรงกับสัมผัสวาบหวามเกินต้านทาน ฝ่ามือทั้งสองถูกกดตรึงเอาไว้กับเตียงนุ่ม สมองของเมรีสั่งการให้ผลักไสไล่ส่ง ทว่าหัวใจของเธอกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกพิเศษวาบหวาม เกินกว่าที่จะปฏิเสธรสจูบแสนหวานนี้ได้
Rrrr!!! ก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ จู่ ๆ เสียงสมาร์ตโฟนเครื่องแพงของรามเกียรติ์ดังขึ้น ประหนึ่งเป็นสัญญาณเตือนให้เขาได้สติ ชายหนุ่มผละจูบออกอย่างอ้อยอิ่งเสียดาย ก่อนกดรับสายด้วยน้ำเสียงหวาน “ว่าไงครับแอน” ประโยคนี้ทำเอาเมรีเจ็บลึกสุดหัวใจ เธอเบือนหน้าหนีทำเหมือนไม่เป็นไร ทั้งที่หัวใจกำลังแตกสลายอย่างไม่รู้ตัว
‘กูเองไอ้รามมึงรีบมาดูแอนหน่อย’
“แอนเป็นอะไร”
‘เมาแล้วเอาแต่ร้องไห้ วิ่งออกมาจากผับโดนรถเฉี่ยวตอนนี้อยู่โรงบาล’
“โอเคกูจะรีบไป”
ท่าทางรีบร้อนของรามเกียรติ์ยิ่งทำให้เมรีรู้ว่าตัวเองเป็นได้เพียงแค่ศัตรูตัวฉกาจ ที่เขาพยายามเข้าใกล้เธอก็เพื่อเอาคืนเธอกับแม่ ชายหนุ่มรีบเดินออกไปจากห้องนอนของหญิงสาว เขาไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเธอด้วยซ้ำ
“ฮึก ฮึก ฮื้อ!” เมรีร้องไห้สะอื้อนออกมาจนตัวโยน เธอดึงหมอนข้างเข้ามากอดบรรเทาความอ้างว้าง หญิงสาวถูกรามเกียรติ์รังแกแต่ก็ไม่เคยปริปากฟ้องบิดามารดา กระทั่งที่เขาแอบเข้าห้องเธอบ่อยครั้ง ลวนลามหยามเกียรติอยู่เป็นประจำ จนไม่รู้ว่าวันไหนความอดทนที่มีจะสิ้นสุดลง
นับจากนี้ไปดวงของรามเกียรติ์ทั้งสองดวง คงเปล่งประกายโดดเด่นไม่แพ้ดวงดาวระยิบระยับอยู่บนท้องฟ้า เพราะพวกเธอได้รับความรักจากเขาอย่างท้น จนอุปสรรคไม่อาจขวางกั้นได้เวลาผ่านไปบรรยากาศภายในบ้านหลังใหญ่เริ่มคึกคักมีชีวิตชีวา กว่าเดิมเป็นร้อยเท่าพันเท่า เมื่อเมรีกลับมาคืนดีกับรามเกียรติ์ จึงทำให้ทุกคนเป็นปลื้ม ซึ่งการแต่งงานของรามเกียรติ์กับโรสศิรินถูกล้มเลิกไปโดยปริยาย เพราะหล่อนใช้วิธีสกปรกหวังที่จะมัดมือชกชายหนุ่ม อีกทั้งยังกุเรื่องตั้งครรภ์มาเป็นข้อต่อรอง จนทำให้หล่อนต้องหนีออกนอกประเทศ “นี่สินะที่เขาเรียกว่าครอบครัวมันคือความฝันของพ่อเลยนะหนูเมย์ ขอบใจนะที่ยอมกลับมาพร้อมกับของขวัญอันล้ำค่า” ทศกัณฐ์พูดพลางรั้งเมขลาขึ้นมานั่งบนตักของเขา “คนที่เมย์ต้องขอบคุณในตอนนี้คือคุณฮายาโตะ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขาคอยช่วยเหลือเมย์มาโดยตลอด” เมรีไม่เคยลืมพี่ชายของสามีที่คอยดูแลเธอในวันที่ไม่มีใคร “ทำไมวันนี้เราไม่ชวนเขามาทานมื้อเย็นด้วยกันล่ะ” รามเกียรติ์เองก็อยากขอบคุณเขาเหมือนกัน เรื่
“อืม... ช้าก่อนค่ะ คือเมย์...” หญิงสาวดันอกแกร่งออกห่าง ในขณะที่วงแขนของรามเกียรติ์โอบกอดเรือนกายขาวผ่อง ชนิดที่ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระ “ไม่ทันแล้วเมย์ พี่ขอเถอะนะ นะครับคนดี” น้ำเสียงออดอ้อนของเขากำลังจะทำให้หัวใจของเมรีละลาย ทว่าหญิงสาวก็ยังคงนึกถึงงานแต่งของอีกฝ่าย “พี่รามกำลังจะแต่งงาน อย่าทำให้เมย์ต้องรู้สึกผิดมากไปกว่านี้เลยนะคะ” “ใครบอกว่าพี่จะแต่งกับคุณโรสศิริน เชื่อใจพี่นะเมย์พรุ่งนี้รอฟังฝ่ายนั้นแถลงข่าวได้เลย พี่ไม่เคยเอากับใคร ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ เพราะคนที่พี่แคร์มีแค่เมย์กับลูกของเราเท่านั้น” “พี่ราม... อืม อื้อ!” รามเกียรติ์ไม่รอให้เมรีได้พูดอะไรต่อ เขาก้มลงไปใช้ปลายจมูกคมเล้าโลมคอระหงไล่ลงมายังทรวงอกอวบอิ่ม ที่กำลังสวยได้รูป เสิร์ฟส่งสัมผัสวาบหวามเกินต้านทาน ซึ่งกำลังจะทำให้คนตัวเล็กใต้ร่างหลอมละลายไปกับความปรารถนาที่กำลังลุกโชน การเล้าโลมฝ
“ไอ้รามมึงรู้ไหมว่ากูเจอใคร” ขุนเดชโทรไปรายงานเพื่อนรักทันที เมื่อเขาเหลือบไปเห็นเมรี ‘ใคร! ทำไมมึงดูตื่นเต้นจัง’ น้ำเสียงของรามเกียรติ์ฟังดูคล้ายไม่ได้ใส่ใจมากนัก “คุณเมรี” ‘ฮะ! ตอนนี้มึงอยู่ไหน!’ คราวนี้น้ำเสียงของรามเกียรติ์เริ่มเปลี่ยนไป เขาดูตื่นเต้นดีใจกว่าครั้งไหน ๆ ที่ได้ยินขุนเดชเอ่ยมา “เดี๋ยวกูส่งโลไปให้” ‘อืม... โอเคกูจะรีบไป’ คำพูดของรามเกียรติ์ทำให้ขุนเดชเกิดความสงสัย เขาจะตามเมรีมาทำไมกัน ในเมื่อวันแต่งงานกำลังจะมาถึง แล้วโรสศิรินล่ะเธอจะยอมถอยง่าย ๆ เลยเหรอ ขุนเดชได้แต่คิดคนเดียวเรื่อยเปื่อย ข้างกายของเขายังคงมีสาวสวยคอยบริการเครื่องดื่ม แต่ชายหนุ่มก็ยังคงไม่ถูกใจใครสักที เขายังคงใช้ชีวิตเพล์บอยไปวัน ๆ ท่ามกลางสาวงามไม่ซ้ำหน้า เวลาผ่านไปได้สักพัก รามเกียรติ์ได้เดินตรงมายังขุนเดช ทว่าสายตาของเขากลับสอดส่องหาใครบางคน ที่หัวใจกำลังเรียกร้องเพ
“แค่นี้มันยังน้อยไป ดีแค่ไหนที่ผมไม่ทำให้พวกมันล้มละลาย” “อย่างน้อยเขาก็เป็นพ่อของเมรี” “เพราะเหตุผลนี้ ผมถึงยอมละเว้นให้เขาได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง พวกเขาต้องขอบคุณผมด้วยซ้ำ เพราะธุรกิจที่ต่างประเทศสามารถทำเงินได้มากกว่าเมืองไทยหลายเท่า” “อืม... ช่างเถอะเรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว” ทศกัณฐ์ตบไหล่ลูกชายเบา ๆ เมื่อเขาไม่รู้จะเริ่มต้นพูดเรื่องเมขลายังไงดี “คุณปู่ขา.... คุณยายเรียกให้ไปกินยาก่อนอาหารค่ะ” เมขลาวิ่งเข้ามา พลางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงใส ใบหน้าของเธอกำลังทำให้รามเกียรติ์ตกอยู่ในความรู้สึกที่ยากจะเข้าใจได้ “หนูชื่ออะไรครับ” เขาย่อเข่าลงไปถาม ทั้งที่รู้ว่าหนูน้อยคือลูกสาวของเมรีชื่อเมขลา “อืม... หม่ามี้บอกว่าคนแปลกหน้าจะเรียกหนูว่าเมขลา แต่ถ้าเราสนิทกันเรียกเมษาก็ได้ค่ะ” “เมขลา... เมษา ชื่อเพราะจัง ใครเป็นคนตั้งชื่อให้หนูเหรอครับ คุณพ่อหรือคุณแม่” “อืม... หม่ามี้ค่ะ” หนูน้อยเอ่ย
“เธอไม่ต้องการฉันจริงเหรอเมรี” น้ำเสียงแฝงความสั่นเครือเล็กน้อย บ่งบอกถึงการสะกดกลั้นอารมณ์อ่อนไหวไว้สุดกำลัง เพราะเขาไม่อยากหลั่งน้ำตาออกมาให้อีกฝ่ายได้เห็นถึงความอ่อนแอ “เรื่องราวระหว่างเรามันจบไปตั้งนานแล้ว” “ใครบอก พี่ไม่เคยจบ พี่ไม่เคยรักใคร พี่ไม่เคยนอกใจเธอเลยนะเมรี” ครั้งแรกที่รามเกียรติ์ใช้สรรพนามเรียกตัวเองว่าพี่ ซึ่งกำลังส่งผลให้หัวใจของเมรีเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง “แต่พี่กำลังจะแต่งงานกับคุณโรศสิริน หึ! เนี่ยนะเหรอบอกไม่เคยนอกใจ พี่ไม่จำเป็นต้องชักแม่น้ำทั้งห้ามาหว่านล้อมเมย์หรอกค่ะ เพราะถึงยังไงเมย์ก็ไม่มีวันกลับไป” หญิงสาวยังคงยืนกรานเสียงแข็ง ประหนึ่งเธอได้กลายเป็นคนไร้หัวใจไปแล้ว “เมขลาเป็นลูกของใคร ตอบพี่มาสิเมย์!” ชายหนุ่มต้องการคำตอบเพื่อตอกย้ำความเจ็บปวด เพราะรามเกียรติ์คิดว่าเมรีได้เริ่มต้นใหม่กับฮายาโตะไปแล้ว ถึงแม้ความปรารถนาของเขาจะโหยหาเธอมากเพียงใด สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับพี่ชายต่างมารดา
ณ เมืองไทยดินแดนศิวิไลซ์ มีความเจริญก้าวหน้าทางสังคมสงบสุขเต็มไปด้วยอารยธรรมความเจริญรุ่งเรือง และการมีวัฒนธรรมที่ดีงาม จนต่างชาติขนานนามว่าสยามเมืองยิ้ม หญิงสาวในชุดทะมัดทะแมง กำลังก้าวเท้าลงจากรถยนต์คันหรู พร้อมกับลูกสาวของเธอเมขลา (หนูเมษา) ที่มีใบหน้าฟ้าประทานสวยตั้งแต่เด็ก ดูมีเสน่ห์โดดเด่นอย่างเป็นธรรมชาติ ผิวพรรณดีมีรอยยิ้มที่เป็นมิตร “นี่บ้านใหม่ของเราเหรอคะหม่ามี้” “ใช่จ้าหนูชอบไหมลูก” เมรีฉีกยิ้มกว้างจนเห็นไรฟันเรียงสวย พลางก้มลงไปเอามือลูบศีรษะลูกสาวเบา ๆ ด้วยความรักและเอ็นดู “ชอบค่ะ ชอบมากเลยค่ะ แต่...” หนูน้อยพูดออกมาพลางหยุดชะงัก เพราะคุณลุงฮายาโตะกำชับไม่ให้เอ่ยถามมารดาเรื่อบิดาผู้ให้กำเนิด “แต่อะไรเหรอหืม... ไหนลองบอกหม่ามี้มาซิจ๊ะ” “หม่ามี้ขาหนูเมษาขอไปเจอแด๊ดดี๊ได้ไหมคะ” คำถามของเมขลากำลังส่งผลให้เมรีแอบหันไปปาดน้ำตาที่มันไหลออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว “เอาไว้ว่าง ๆ
เมื่อรถของรามเกียรติ์แล่นออกไป ขุนพลรีบโทรหาเหมันต์ทันทีเพราะนี่คือปรากฏการณ์ใหม่เพิ่งเกิดขึ้น ร้อยวันวันปีเมรีกับเขาแทบพูดกันไม่กี่คำ ส่วนมากจะออกไปทางทะเลาะประชดประชน ต่างฝ่ายต่างไม่มีทีท่าว่ายอมใคร ‘มึงพูดจริงเหรอว่ะ’เหมันต์แ
ท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่โฟกัสมาที่ชายหนุ่ม เขากลับไม่แยแสต่อผู้คนรอบข้าง เพราะถึงยังไงคนในสังคมคงลืมลูกชายนักธุรกิจดังไปแล้ว รามเกียรติ์แทบจะไม่ปรากฏตัวในงานสังคมด้วยซ้ำ มีเพียงคนใกล้ตัวที่รู้จักเขาในนามทายาทพีราวัชระกรณ์ที่ไม่ได้เรื่อง “เอาไงดี พี่ชายเ
ในเวลานี้ทางด้านเมรีเริ่มมีอาการมึนหัว เธอจึงปฏิเสธที่จะดื่มอีกแก้ว ทว่าถูกเพื่อนในกลุ่มคะยั้นคะยอให้ดื่ม เพราะถึงยังไงเธอก็มีสารถีอย่างนายแพทย์หนุ่มคอยขับรถไปส่งถึงบ้าน “เมย์ไม่ไหวแล้วค่ะ จะเมาจนคอพับแล้วเนี่ย” หญิงสาวเริ่มพูดออกมาด้วยน้ำเสียงออดอ้อน นั่นคือเสน
เวลาผ่านไปหลายเดือน ในที่สุดเมรีก็เรียนจบสักที สมกับที่หญิงสาวตั้งใจเรียนมาหลายปี เธอคว้าเกรดนิยมอันดับหนึ่งมาได้ยิ่งสร้างความปลาบปลื้มใจให้กับคนในครอบครัว ยกเว้นรามเกียรติ์ที่แสดงออกชัดเจน เขาไม่ได้ยินดียินร้ายในความสำเร็จอีกขั้นของเมรี ค่ำคืนนี้หญิงสาว







