Masukเมื่อรถของรามเกียรติ์แล่นออกไป ขุนพลรีบโทรหาเหมันต์ทันทีเพราะนี่คือปรากฏการณ์ใหม่เพิ่งเกิดขึ้น ร้อยวันวันปีเมรีกับเขาแทบพูดกันไม่กี่คำ ส่วนมากจะออกไปทางทะเลาะประชดประชน ต่างฝ่ายต่างไม่มีทีท่าว่ายอมใคร
‘มึงพูดจริงเหรอว่ะ’เหมันต์แทบไม่เชื่อหูตัวเอง เพราะปกติแล้วรามเกียรติ์จะไม่พาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยง เพราะเขาไม่อยากถูกจับตามองทั้งเรื่องส่วนตัวและธุรกิจยังคงคลุมเครือ
“จริงสิ! แต่กูว่ามันแปลก ๆ นะ ไอ้รามชักจะหวงน้องสาวเกินไปแล้ว”
‘น้องสาวคนละสายเลือด ถ้าเป็นอย่างที่พวกเราสองคนคิด นั่นก็แสดงว่า...’ เหมันต์เริ่มมั่นใจสาเหตุที่รามเกียรติ์คอยตามตอแยเมรี ไม่ใช่ความเกลียดทั้งหมด แต่มันได้ซ่อนความรู้สึกที่ไม่อาจเปิดเผยเอาไว้ ภายใต้แรงกดดันจากบิดาที่พยายามทำให้เขายอมรับโมรา มันจึงกลายเป็นช่องว่างที่ทำให้รามเกียรติ์ ใช้เหตุผลนี้ไม่ยอมรับเมรีทั้งที่หญิงสาวแสนดีกับเขามาโดยตลอด
“ไอ้รามปากก็บอกว่าเกลียด แต่กูเห็นมันแพ้เสียงในหัวทุกที พอคุณเมรีตกอยู่ในอันตรายไอ้รามคือคนแรกที่เข้าไปช่วยเธอ”
‘เหมือนคืนนั้นใช่ไหม หลายปีที่แล้วไอ้รามเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่สุดท้ายคนได้หน้ากลับเป็นหมอชินดนัย’
“นั่นน่ะสิ แล้วแบบนี้เมื่อไหร่สองคนนี้จะรู้ใจตัวเอง คุณเมรีจะรู้ไหมคนที่ช่วยเธอจากพวกอันธพาลคือไอ้ราม”
‘มีแค่กูกับมึงที่จะช่วยทำให้สองพี่น้องปรับความเข้าใจกันได้’
“ยังไงว่ามา”
‘มันต้องมีการวางแผนที่รัดกุม’
“เรื่องนั้นค่อยพูดกัน พรุ่งนี้ต้องเข้าบริษัทแต่เช้า ว่าแต่โปรเจ็กต์นี้พ่อไอ้รามไม่รู้จริง ๆ เหรอว่ะ! โฆษณาอาหารเสริมตัวใหม่ ผู้ที่วิเคราะห์วางแผนผลักดันให้สินค้าสร้างยอดขายให้กับบริษัททศกัณฐ์พีราฟามาซีกรุ๊ปบรรลุเป้าหมายได้นั้นคือฝีมือลูกชายของตัวเอง”
‘คนที่เข้าไปเจรจารับงานก็มีแต่มึงกับกู พ่อไอ้รามจะไปตรัสรู้ได้ไง หรือถ้าไอ้รามไปเองก็แอบไปเจอผู้ช่วยราวกับจะไปขโมยข้อมูลบริษัทคู่แข่งยังไงยังงั้นแหละ ทั้งที่บริษัทของมันแท้ ๆ กูจะบ้ากับสองพ่อลูกนี้อะไรก็ไม่รู้
“โอเคปล่อยให้เป็นเรื่องของไอ้รามเถอะ กูจะกลับแล้วแค่นี้นะ” ขุนเดชพูดจบก็กดวางสาย พลางมองไปที่โต๊ะของนายแพทย์หนุ่ม ซึ่งทำให้เขาถึงกับกระตุกยิ้มมุมปาก เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังนั่งโอบหญิงสาวอย่างสบายอารมณ์ ท่ามกลางการบริการทุกระดับประทับใจ สรุปแล้วเขาต้องการจีบเมรีหรือมีจุดประสงค์อื่นกันแน่
///ห้องรับรองแขก///
ในขณะที่ทศกัณฐ์กำลังสนทนาธุรกิจกับดนัยเทพบิดาของนายแพทย์ชินดนัย ทำให้โมราแอบหวั่นใจเล็กน้อย เธอมองเห็นอะไรบางอย่างภายใต้เงื่อนไงในสัญญา เรื่องธุรกิจผู้หญิงอย่างเธออาจไม่มีความรู้มากมาย แต่เรื่องกลเกมโกงโมรากลับมองได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
“สินค้าใหม่ผมจะร่วมลงทุนกับบริษัทของคุณทศอย่างแน่นอน” ดนัยเทพเรียกชื่อเล่นของอีกฝ่ายอย่างคนคุ้นเคย จนทำให้โมราเริ่มไม่แน่ใจ เมื่อคนทั้งคู่พูดถึงเมรีขึ้นมาอีกครั้ง
“ยินดีมากครับคุณดนัยเทพ งานนี้หนูเมรีคือผู้ควบคุมคุณภาพสินค้า แค่เธอมาฝึกงานที่บริษัทไม่กี่เดือนทุกคนต่างยอมรับในความสามารถของเธอ ลูกสาวคนนี้ไม่ทำให้ผมผิดหวังเลยจริง ๆ” ทศกัณฐ์มั่นใจในตัวลูกสาวของเขา เพราะเมรีได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ
เธอมีความรู้ความสามารถและศักยภาพมากพอ ที่จะนำพาผลิตภัณฑ์อาหารและยารวมทั้งเวชภัณฑ์ต่าง ๆ ออกไปสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศได้ไม่ยาก
“เครื่องสำอางที่ใช้เพียงแค่กระปุกแรกก็เห็นผล บริษัทของผมคิดค้นสูตรนี้มายาวนาน รับรองขายดีอย่างแน่นอน แต่ผมอยากใช้งานออกแบบโฆษณาของบริษัทกีรติมีเดีย”
“ได้เลยครับไม่มีปัญหา ผมเองก็ใช้บริษัทนี้เป็นหลัก ฝีมือการออกแบบโฆษณาระดับขั้นเทพ แต่ไม่รู้ว่าใครคือนักออกแบบการตลาดของเขาสุดยอดมาก” ทศกัณฐ์ยังไม่รู้ว่าคนที่เขากำลังชื่นชมอยู่นั้นคือลูกชายคนเดียว ที่เขามองว่าไม่ได้เรื่องสักอย่าง
“ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร ขอแค่ทำผลงานออกมาเป็นที่พอใจก็พอ ว่าแต่ลูกชายของคุณทศเข้ามาทำงานที่บริษัทหรือยังครับ”
“อย่าไปพูดถึงเลยครับ รามเกียรติ์ไม่สนใจเรื่องธุรกิจ ทุกวันนี้ยังเที่ยวเตร่เรื่อยเปื่อยไปวัน ๆ ผมพูดไปก็มีแต่เรื่องเลยปล่อยให้เขาใช้ชีวิตในแบบที่อยากเป็นไปเลยดีกว่า”
“แล้วแบบนี้ ใครจะมาสานต่องานที่บริษัทล่ะครับ”
“ผมตั้งใจจะมอบตำแหน่งรองประธานให้หนูเมรี”
“จะไม่เกิดปัญหาเหรอครับ”
“ไม่หรอกครับ เพราะรามเกียรติ์ไม่ยอมรับตำแหน่งนี้เอง” ทศกัณฐ์หยิบแก้วไวน์ขึ้นมาจิบ พลางนึกถึงคำพูดของลูกชายที่ไม่แยแสต่อตำแหน่งรองประธานบริษัทเลยสักนิด
“แบบนี้ถ้าเราจะเป็นทองแผ่นเดียวกันคงไม่มีปัญหานะครับคุณทศ ผมเองก็มีลูกชายคนเดียว ว่าที่สะใภ้ของดนัยบิวตี้กรุ๊ปต้องเป็นหนูเมรีเท่านั้น”
“เรื่องหนูเมรีกับหมอชินดนัย ผมเองก็สนับสนุนไม่มีปัญหาอะไรเลยครับ” คนทั้งคู่เริ่มพูดไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งในเรื่องธุรกิจและการเกี่ยวดองกัน ซึ่งพวกเขาไม่ได้สนใจในความรู้สึกของเมรีเลยสักนิด การแต่งงานในเชิงธุรกิจอาจนำพาหายนะมาสู่ผู้หญิงบริสุทธิ์ แต่พวกเขากลับมองเห็นสิ่งนั้นเป็นเพียงสะพานนำทางไปสู่ความสำเร็จของตนเองเท่านั้น
นับจากนี้ไปดวงของรามเกียรติ์ทั้งสองดวง คงเปล่งประกายโดดเด่นไม่แพ้ดวงดาวระยิบระยับอยู่บนท้องฟ้า เพราะพวกเธอได้รับความรักจากเขาอย่างท้น จนอุปสรรคไม่อาจขวางกั้นได้เวลาผ่านไปบรรยากาศภายในบ้านหลังใหญ่เริ่มคึกคักมีชีวิตชีวา กว่าเดิมเป็นร้อยเท่าพันเท่า เมื่อเมรีกลับมาคืนดีกับรามเกียรติ์ จึงทำให้ทุกคนเป็นปลื้ม ซึ่งการแต่งงานของรามเกียรติ์กับโรสศิรินถูกล้มเลิกไปโดยปริยาย เพราะหล่อนใช้วิธีสกปรกหวังที่จะมัดมือชกชายหนุ่ม อีกทั้งยังกุเรื่องตั้งครรภ์มาเป็นข้อต่อรอง จนทำให้หล่อนต้องหนีออกนอกประเทศ “นี่สินะที่เขาเรียกว่าครอบครัวมันคือความฝันของพ่อเลยนะหนูเมย์ ขอบใจนะที่ยอมกลับมาพร้อมกับของขวัญอันล้ำค่า” ทศกัณฐ์พูดพลางรั้งเมขลาขึ้นมานั่งบนตักของเขา “คนที่เมย์ต้องขอบคุณในตอนนี้คือคุณฮายาโตะ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขาคอยช่วยเหลือเมย์มาโดยตลอด” เมรีไม่เคยลืมพี่ชายของสามีที่คอยดูแลเธอในวันที่ไม่มีใคร “ทำไมวันนี้เราไม่ชวนเขามาทานมื้อเย็นด้วยกันล่ะ” รามเกียรติ์เองก็อยากขอบคุณเขาเหมือนกัน เรื่
“อืม... ช้าก่อนค่ะ คือเมย์...” หญิงสาวดันอกแกร่งออกห่าง ในขณะที่วงแขนของรามเกียรติ์โอบกอดเรือนกายขาวผ่อง ชนิดที่ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระ “ไม่ทันแล้วเมย์ พี่ขอเถอะนะ นะครับคนดี” น้ำเสียงออดอ้อนของเขากำลังจะทำให้หัวใจของเมรีละลาย ทว่าหญิงสาวก็ยังคงนึกถึงงานแต่งของอีกฝ่าย “พี่รามกำลังจะแต่งงาน อย่าทำให้เมย์ต้องรู้สึกผิดมากไปกว่านี้เลยนะคะ” “ใครบอกว่าพี่จะแต่งกับคุณโรสศิริน เชื่อใจพี่นะเมย์พรุ่งนี้รอฟังฝ่ายนั้นแถลงข่าวได้เลย พี่ไม่เคยเอากับใคร ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ เพราะคนที่พี่แคร์มีแค่เมย์กับลูกของเราเท่านั้น” “พี่ราม... อืม อื้อ!” รามเกียรติ์ไม่รอให้เมรีได้พูดอะไรต่อ เขาก้มลงไปใช้ปลายจมูกคมเล้าโลมคอระหงไล่ลงมายังทรวงอกอวบอิ่ม ที่กำลังสวยได้รูป เสิร์ฟส่งสัมผัสวาบหวามเกินต้านทาน ซึ่งกำลังจะทำให้คนตัวเล็กใต้ร่างหลอมละลายไปกับความปรารถนาที่กำลังลุกโชน การเล้าโลมฝ
“ไอ้รามมึงรู้ไหมว่ากูเจอใคร” ขุนเดชโทรไปรายงานเพื่อนรักทันที เมื่อเขาเหลือบไปเห็นเมรี ‘ใคร! ทำไมมึงดูตื่นเต้นจัง’ น้ำเสียงของรามเกียรติ์ฟังดูคล้ายไม่ได้ใส่ใจมากนัก “คุณเมรี” ‘ฮะ! ตอนนี้มึงอยู่ไหน!’ คราวนี้น้ำเสียงของรามเกียรติ์เริ่มเปลี่ยนไป เขาดูตื่นเต้นดีใจกว่าครั้งไหน ๆ ที่ได้ยินขุนเดชเอ่ยมา “เดี๋ยวกูส่งโลไปให้” ‘อืม... โอเคกูจะรีบไป’ คำพูดของรามเกียรติ์ทำให้ขุนเดชเกิดความสงสัย เขาจะตามเมรีมาทำไมกัน ในเมื่อวันแต่งงานกำลังจะมาถึง แล้วโรสศิรินล่ะเธอจะยอมถอยง่าย ๆ เลยเหรอ ขุนเดชได้แต่คิดคนเดียวเรื่อยเปื่อย ข้างกายของเขายังคงมีสาวสวยคอยบริการเครื่องดื่ม แต่ชายหนุ่มก็ยังคงไม่ถูกใจใครสักที เขายังคงใช้ชีวิตเพล์บอยไปวัน ๆ ท่ามกลางสาวงามไม่ซ้ำหน้า เวลาผ่านไปได้สักพัก รามเกียรติ์ได้เดินตรงมายังขุนเดช ทว่าสายตาของเขากลับสอดส่องหาใครบางคน ที่หัวใจกำลังเรียกร้องเพ
“แค่นี้มันยังน้อยไป ดีแค่ไหนที่ผมไม่ทำให้พวกมันล้มละลาย” “อย่างน้อยเขาก็เป็นพ่อของเมรี” “เพราะเหตุผลนี้ ผมถึงยอมละเว้นให้เขาได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง พวกเขาต้องขอบคุณผมด้วยซ้ำ เพราะธุรกิจที่ต่างประเทศสามารถทำเงินได้มากกว่าเมืองไทยหลายเท่า” “อืม... ช่างเถอะเรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว” ทศกัณฐ์ตบไหล่ลูกชายเบา ๆ เมื่อเขาไม่รู้จะเริ่มต้นพูดเรื่องเมขลายังไงดี “คุณปู่ขา.... คุณยายเรียกให้ไปกินยาก่อนอาหารค่ะ” เมขลาวิ่งเข้ามา พลางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงใส ใบหน้าของเธอกำลังทำให้รามเกียรติ์ตกอยู่ในความรู้สึกที่ยากจะเข้าใจได้ “หนูชื่ออะไรครับ” เขาย่อเข่าลงไปถาม ทั้งที่รู้ว่าหนูน้อยคือลูกสาวของเมรีชื่อเมขลา “อืม... หม่ามี้บอกว่าคนแปลกหน้าจะเรียกหนูว่าเมขลา แต่ถ้าเราสนิทกันเรียกเมษาก็ได้ค่ะ” “เมขลา... เมษา ชื่อเพราะจัง ใครเป็นคนตั้งชื่อให้หนูเหรอครับ คุณพ่อหรือคุณแม่” “อืม... หม่ามี้ค่ะ” หนูน้อยเอ่ย
“เธอไม่ต้องการฉันจริงเหรอเมรี” น้ำเสียงแฝงความสั่นเครือเล็กน้อย บ่งบอกถึงการสะกดกลั้นอารมณ์อ่อนไหวไว้สุดกำลัง เพราะเขาไม่อยากหลั่งน้ำตาออกมาให้อีกฝ่ายได้เห็นถึงความอ่อนแอ “เรื่องราวระหว่างเรามันจบไปตั้งนานแล้ว” “ใครบอก พี่ไม่เคยจบ พี่ไม่เคยรักใคร พี่ไม่เคยนอกใจเธอเลยนะเมรี” ครั้งแรกที่รามเกียรติ์ใช้สรรพนามเรียกตัวเองว่าพี่ ซึ่งกำลังส่งผลให้หัวใจของเมรีเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง “แต่พี่กำลังจะแต่งงานกับคุณโรศสิริน หึ! เนี่ยนะเหรอบอกไม่เคยนอกใจ พี่ไม่จำเป็นต้องชักแม่น้ำทั้งห้ามาหว่านล้อมเมย์หรอกค่ะ เพราะถึงยังไงเมย์ก็ไม่มีวันกลับไป” หญิงสาวยังคงยืนกรานเสียงแข็ง ประหนึ่งเธอได้กลายเป็นคนไร้หัวใจไปแล้ว “เมขลาเป็นลูกของใคร ตอบพี่มาสิเมย์!” ชายหนุ่มต้องการคำตอบเพื่อตอกย้ำความเจ็บปวด เพราะรามเกียรติ์คิดว่าเมรีได้เริ่มต้นใหม่กับฮายาโตะไปแล้ว ถึงแม้ความปรารถนาของเขาจะโหยหาเธอมากเพียงใด สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับพี่ชายต่างมารดา
ณ เมืองไทยดินแดนศิวิไลซ์ มีความเจริญก้าวหน้าทางสังคมสงบสุขเต็มไปด้วยอารยธรรมความเจริญรุ่งเรือง และการมีวัฒนธรรมที่ดีงาม จนต่างชาติขนานนามว่าสยามเมืองยิ้ม หญิงสาวในชุดทะมัดทะแมง กำลังก้าวเท้าลงจากรถยนต์คันหรู พร้อมกับลูกสาวของเธอเมขลา (หนูเมษา) ที่มีใบหน้าฟ้าประทานสวยตั้งแต่เด็ก ดูมีเสน่ห์โดดเด่นอย่างเป็นธรรมชาติ ผิวพรรณดีมีรอยยิ้มที่เป็นมิตร “นี่บ้านใหม่ของเราเหรอคะหม่ามี้” “ใช่จ้าหนูชอบไหมลูก” เมรีฉีกยิ้มกว้างจนเห็นไรฟันเรียงสวย พลางก้มลงไปเอามือลูบศีรษะลูกสาวเบา ๆ ด้วยความรักและเอ็นดู “ชอบค่ะ ชอบมากเลยค่ะ แต่...” หนูน้อยพูดออกมาพลางหยุดชะงัก เพราะคุณลุงฮายาโตะกำชับไม่ให้เอ่ยถามมารดาเรื่อบิดาผู้ให้กำเนิด “แต่อะไรเหรอหืม... ไหนลองบอกหม่ามี้มาซิจ๊ะ” “หม่ามี้ขาหนูเมษาขอไปเจอแด๊ดดี๊ได้ไหมคะ” คำถามของเมขลากำลังส่งผลให้เมรีแอบหันไปปาดน้ำตาที่มันไหลออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว “เอาไว้ว่าง ๆ
ท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่โฟกัสมาที่ชายหนุ่ม เขากลับไม่แยแสต่อผู้คนรอบข้าง เพราะถึงยังไงคนในสังคมคงลืมลูกชายนักธุรกิจดังไปแล้ว รามเกียรติ์แทบจะไม่ปรากฏตัวในงานสังคมด้วยซ้ำ มีเพียงคนใกล้ตัวที่รู้จักเขาในนามทายาทพีราวัชระกรณ์ที่ไม่ได้เรื่อง “เอาไงดี พี่ชายเ
ในเวลานี้ทางด้านเมรีเริ่มมีอาการมึนหัว เธอจึงปฏิเสธที่จะดื่มอีกแก้ว ทว่าถูกเพื่อนในกลุ่มคะยั้นคะยอให้ดื่ม เพราะถึงยังไงเธอก็มีสารถีอย่างนายแพทย์หนุ่มคอยขับรถไปส่งถึงบ้าน “เมย์ไม่ไหวแล้วค่ะ จะเมาจนคอพับแล้วเนี่ย” หญิงสาวเริ่มพูดออกมาด้วยน้ำเสียงออดอ้อน นั่นคือเสน
เวลาผ่านไปหลายเดือน ในที่สุดเมรีก็เรียนจบสักที สมกับที่หญิงสาวตั้งใจเรียนมาหลายปี เธอคว้าเกรดนิยมอันดับหนึ่งมาได้ยิ่งสร้างความปลาบปลื้มใจให้กับคนในครอบครัว ยกเว้นรามเกียรติ์ที่แสดงออกชัดเจน เขาไม่ได้ยินดียินร้ายในความสำเร็จอีกขั้นของเมรี ค่ำคืนนี้หญิงสาว
หลายวันผ่านไป ภายในห้องโถงที่ถูกตกแต่งเอาไว้อย่างหรูหรา ทว่าบรรยากาศกลับตึงเครียด เมื่อรามเกียรติ์ถูกบิดาเรียกเข้าพบตั้งแต่เช้า ชายหนุ่มยังคงจำเหตุการณ์วันนั้นได้ดี นับตั้งแต่วินาทีที่รามเกียรติ์ทราบข่าวจากบิดา เรื่องที่เขากำลังจะมีแม่เลี้ยง ทำให้เด็กอายุเก้าขวบสับสนในหัวใจ เริ่มต่อต้า







