登入“ผมขอแนะนำอีกอย่างครับ คุณไทควรจะกินยาแล้วก็นอนพักนะครับ จะได้หายเร็วๆ”
“ไสหัวไปซะ” อธิปกรอกตาไปมา ไอ้หมอนี่หน้านิ่ง แต่กวนส้นตีนเป็นบ้า
ร่างสูงเพรียวทิ้งตัวลงนอน เขานึกถึงแต่ใบหน้าของชัชญา ให้ตายเถอะ! ยัยแม่มดเอ๊ย! เขาสบถอย่างหัวเสีย ถ้าเขาไม่ได้เธอเป็นเมียอย่ามาเรียกเขาว่าอธิปก็แล้วกัน
“นั่นเป็นภรรยาของคุณกวีครับคุณไท”
นพฤทธิ์กระซิบบอกเสียงเบา ในขณะที่อธิปเพ่งมองผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้าออกที่นี่เหมือนบ้านตัวเอง ผู้หญิงคนนี้ภายนอกดูออกจะเรียบร้อย แต่ข้างในคงเน่าเฟอะและน่ากลัว
“เพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงของลุงเกรียงนะเหรอ” เขาพอจะรับรู้คร่าวๆ ก่อนมาทำงานช่วยเหลือพี่ชายเพื่อหาหลักฐานจัดการเสี่ยใหญ่ที่พยายามก่อกวนบุกรุกไร่ธารธาราและอยากจะฮุบเอาไปเป็นสมบัติของตัวเอง
“ใช่ครับ คุณกัญญามาศเป็นภรรยาของคุณกวี ไร่ติดกับนายใหญ่ครับ”
“ยัยนี่มีชู้ แต่ลุงกวีไม่รู้เหรอวะ” อธิปลูบคางไปมา
“ไม่รู้ครับ” นพฤทธิ์ตอบกลับ มองกัญญามาศด้วยสายตานิ่งๆ
“ฉันจะเข้าไปฟังพวกมันว่าพูดอะไรกันใกล้ๆ” อธิปกวาดสายตามองรอบๆ คิดหาทางแทรกตัวเข้าไป
“ผมไปเองดีกว่าไหมครับ” นพฤทธิ์รีบอาสา
“ฉันไม่ใช่ไก่อ่อนไอ้ไข่ แกดูต้นทางเอาไว้” อธิปหันมาพูดเสียงกร้าว เขาเบื่อเหลือเกินกับการที่ถูกมองด้วยสายตาไม่เชื่อถือ ทำยังกับว่าเขาเหมือนเด็กเล็กๆ ไม่เอาไหน
“ผมเปล่าว่าอะไรคุณไทนะครับ แค่เป็นห่วง” นพฤทธิ์เสียงอ่อยเล็กน้อย รู้สึกอ่อนใจกับความขี้โมโหและขี้รำคาญของเจ้านายหนุ่มเหลือเกิน
“น่ารำคาญฉิบ ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันเอาตัวรอดได้ แกดูลาดเลาให้ฉันก็พอ” อธิปค่อยๆ ลัดเลาะเข้าไปใกล้ๆ เขาแอบฟังว่าไอ้เสี่ยชาญมันพูดอะไรกับกัญญามาศ
นพฤทธิ์ทำท่าจะคัดค้านแต่ไม่ทัน อธิปเหมือนเด็กใจร้อนที่ชอบความท้าทายและความหวาดเสียวอยู่ตลอดเวลา แต่เขาก็ถึงกับนึกชื่นชมความสามารถของอธิปอยู่ในใจ เจ้านายคนนี้สามารถพาตัวเองเข้าไปใกล้ๆ ได้อย่างไม่มีใครสงสัย ฝีเท้าก็เบายังกับนักย่องเบา
อธิปพาตัวเองออกมาจากบริเวณที่แอบฟังเสี่ยชาญกำลังคุยเรื่องสำคัญได้อย่างหวุดหวิดเมื่อคิมหันต์ก็เดินเข้ามาทางนั้นเหมือนกัน ชายหนุ่มเป่าลมออกจากปาก โล่งใจและชอบความท้าทายตื่นเต้นแบบนี้เป็นบ้า
“ถ้าโดนจับได้”
“ปากเสียฉิบ หุบปากซะ” อธิปกระซิบเสียงดุ ก่อนจะมุ่งหน้ากลับบ้านพักของตัวเองอย่างเงียบเชียบและไร้พิรุธอันใด
“ตอนนี้มันกำลังจะขนของล๊อตใหญ่ออกไปจากไร่”
“ของเถื่อนเหรอว่ายาเสพติด” นพฤทธิ์ถามเสียงเครียดอย่างสนใจ
“น่าจะทั้งสองอย่าง ยัดไส้ไปกับสินค้าทางการเกษตรของมัน แต่มันคงยัดเงินให้ด่านตรวจแล้วล่ะ เลยผ่านไปได้หลายรอบ มันเงินหนาจะตายไป”
“คุณไทจะบอกเรื่องนี้กับนายกฤษฏ์เลยหรือเปล่าครับ”
“เดี๋ยวก่อน ขอสืบให้ละเอียดกว่านี้อีก ฉันถึงจะวาดแผนที่คร่าวๆ ให้พี่กฤษฏ์ ตอนนี้ฉันมีอะไรทำที่น่าสนใจมากกว่านี้ ตอนนี้อย่าเพิ่งวู่วามทำอะไร ทำตัวให้เงียบที่สุด เดี๋ยวจะกลายเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น” อธิปดึงบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ ในสมองครุ่นคิดอย่างเฉียบแหลม
“เรื่องที่น่าสนใจคือคุณหนูชัชญาเหรอครับ”
“ยุ่งน่า หน้าที่นายคือทำยังไงก็ได้ให้พวกมันไว้ใจ แทรกตัวเข้าไปแบบเนียนๆ ทำตามที่มันบอก แล้วทุกอย่างจะดีเอง”
“ครับคุณไท”
“ฉันรู้ว่านายทำได้ นายออกจะฉลาด”
“ขอบคุณที่ชมครับ”
“กวนโอ๊ย! ชะมัดยาด” ท่าทีก้มศีรษะเหมือนล้อเลียนของอีกฝ่ายทำให้อธิปคันเท้าอยากกระทืบคน ถ้าไม่ติดว่าหมอนี่เป็นลูกน้องของพี่ชายเขาอัดมันน่วมไปแล้ว โทษฐานที่ชอบทำหน้านิ่งจนหน้าหมั่นไส้แล้วก็พูดจากวนอารมณ์เขาตลอด
อธิปตามติดคอยดูแลรับใช้และคุ้มครองชัชญาไปตลอด ในระหว่างนั้นนพฤทธิ์ก็ทำตัวกลมกลืนกับลูกน้องของชาญ เขามีวิธีซื้อใจพวกนั้นได้ไม่ยาก และความที่เป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยใส่ใจอะไรหรือกวนบาทาเหมือนอธิป ทำให้นพฤทธิ์เข้ากับคนอื่นๆ ได้ไม่ยาก แต่สำหรับอธิปเขามีชัชญาคอยหนุนหลัง จึงไม่มีใครอยากยุ่งเกี่ยว ยกเว้นคิมหันต์ที่มองอธิปอย่างโกรธแค้น และหาทางเอาคืนอยู่ตลอดเวลา
“คู่นี้สวยหรือเปล่า” ชัชญาถามอย่างสุดเซ็ง ตั้งแต่กลับมาจากเมืองนอก เธอก็เบื่อหน่ายกับแฟชั่นที่นี่สุดๆ ทั้งเชยทั้งเฉิ่ม และไม่มีอะไรเจริญหูเจริญตาเลย แต่เพราะมันก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรให้ช็อป
“คุณหนูใส่คู่ไหนก็สวยครับ”
“นายตอบโดนใจชะมัด” ชัชญาเลยจัดการกวาดรองเท้าหลายคู่เสียเกือบหมดร้าน อธิปหน้าเมื่อยเมื่อต้องแบกถุงรองเท้าตามหญิงสาวไป หรือพูดง่ายๆ ก็คือเขาแทบจะคาบมันไปด้วยเพราะไม่มีมือถืออีก
“นายช่วยเลือกเสื้อผ้าพวกนี้หน่อยสิ” ถึงแม้จะเชยๆ ไม่มีอะไรช็อป แต่มีหลายชุดที่เธอคิดว่าพอจะใส่ได้ และพอจะถูกใจอยู่บ้าง
คราวนี้อธิปกวาดสายตามองเสื้อผ้าในราวและในตู้โชว์ที่แขวนอยู่ ชัชญาหัวเราะเสียงใส กอดอกมองบอดี้การ์ดของตัวเองเหมือนเขาเป็นตัวประหลาด
“หัวเราะผมทำไมครับคุณหนู” อธิปทำตัวเป็นลูกแมวตัวเชื่องของชัชญาได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ เขาเองก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าเขาจะบริการผู้หญิงคนไหนได้มากเท่านี้มาก่อน
“หัวเราะนายน่ะสิ ทำไมเหรอ กลัวฉันเหมาหมดทั้งร้านอีกหรือไง”
“คงอย่างนั้นล่ะครับ” อธิปตอบกลับมองสบตากับหญิงสาว ถ้าเขาบอกว่าเธอใส่ชุดไหนก็สวย เธอคงจะเหมาหมดร้าน และเขาก็รู้ดีว่าเธอมีความสามารถที่จะเหมาหมดร้าน และหมดห้างนี้ยังไหว
“ต่างจังหวัดแบบนี้เสื้อผ้าเชยชะมัด ฉันแค่มาหาซื้ออะไรคลายเครียด ไม่ได้คิดจะซื้อไปใส่หรอก”
เธอมีเสื้อผ้าให้เลือกสรรจากตู้ที่เยอะแยะมากมาย บางตัวซื้อมาแทบไม่ได้ใส่สักครั้ง และถ้าเธอจะซื้อก็คงสั่งตัดจากช่างที่กรุงเทพฯ ที่เธอเป็นลูกค้าประจำอยู่ ด้วยเม็ดเงินมหาศาลของบิดาสามารถบันดาลได้ทุกสิ่งทุกอย่าง ช่างจากห้องเสื้อชื่อดังยินยอมเดินทางมาตัดชุดสวยๆ ให้เธอถึงไร่สายธารอย่างไม่เกี่ยงงอนเพราะค่าตอบแทนที่สูงลิ่ว
“ถ้าไม่ใส่ ผมว่าคุณหนูอย่าซื้อจะดีกว่าครับ มันสิ้นเปลืองเปล่าๆ อีกอย่างลองคิดดูสิครับ คนที่ไม่มีเสื้อผ้าใส่ กว่าเค้าจะหาซื้อเสื้อผ้าได้แต่ละชุดต้องคิดแล้วคิดอีก บางคนแทบไม่ต้องคิด เอาเสื้อผ้าเก่าๆ มาปะแปะเต็มไปหมดทั้งตัว เพื่อให้มีเสื้อผ้าใช้ปกปิดร่างกาย”
คำพูดของอธิปทำให้หญิงสาวมองนิ่ง จนเขาขยับตัวอย่างอึดอัด “มองผมทำไมครับคุณหนู”
“นายดูมีสาระเหมือนกันนะ ที่สำคัญโต้ตอบกับฉันเป็นด้วย”
“ผมพูดได้ก็ต้องโต้ตองได้สิครับ ไม่ได้เป็นใบ้เสียหน่อย”
“แต่บอดี้การ์ดคนก่อนๆ ของฉัน พูดอยู่คำเดียว ครับๆๆๆ น่าเบื่อหน่ายและน่ารำคาญที่สุด” เธอกรอกตาไปมาขณะบ่นอย่างไม่ใส่ใจมากนัก
“พวกเขาอาจจะกลัวคุณหนู”
“กลัวฉันเหรอ ผู้ชายอกสามศอกกลัวผู้หญิงได้ด้วย” เธอยกน้ำส้มปั่นขึ้นดูด แม้อากาศที่นี่จะร้อน ทุกอย่างดูไม่ค่อยเจริญหูเจริญตาเท่าไหร่ สู้อยู่ในบ้านยังสบายกว่าออกมาเดินแบบนี้ แต่มันก็ทำให้เธอได้รู้ว่าเธอจะไม่ออกจากบ้านอีกนาน
“กลัวคุณหนูจับปล้ำ”
“แค่กๆๆๆ” ชัชญาสำลักน้ำที่ดื่มเข้าไป หมอนี่กล้ามากที่พูดกับเธอแบบนี้ “รู้ได้ยังไง หรือว่านายอยากถูกฉันจับปล้ำ”
“ถ้าคุณหนูทำจริงผมจะอ้าแขนอ้าแขนยินยอมเลยครับ”
“หึ! นึกว่าฉันจะสนน้ำหน้าอย่างนายหรือไง”
“ท่า... ยากผมเยอะนะครับ”
“ไอ้!!!”
“ผมหมายถึงท่ายากครับ ท่ายาก มีหลายท่า”
“เหรอ งั้นท่าคาบถุงเสื้อผ้าของนายคงไม่ยากใช่ไหม”
อธิปสบถอย่างหัวเสียเมื่อโดนเธอแกล้งเข้าให้ เขาแทบจะคาบถุงเสื้อผ้าของเธอจริงๆ ผู้คนก็หันมามองกันใหญ่ มีสาวๆ หลายคนอยากจะเข้ามาช่วย แต่เพราะสายตาร้ายกาจของชัชญาจึงไม่มีใครกล้าสักคนเดียว
“บ้าสิ ไม่เอาปวดหลังตาย และนายก็ปล่อยได้แล้ว”“แต่ถ้าผมนอนบนตัวคุณหนู เตียงนี้ก็จุพอดีจริงไหม” เขาพูดอย่างเจ้าเล่ห์“ว้าย!” ชัชญาร้องเสียงหลงเมื่อเขากดเธอลงบนเตียงแล้วทาบทับลงมาหา“คิดถึงผมหรือเปล่า”“คิดถึงแล้วจะมีประโยชน์อะไรล่ะ”“มีสิ รู้ไหมว่าผมคิดถึงคุณหนูใจจะขาด ยอดรักของไอ้ไท”อธิปค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าของเธอออกทีละชิ้นทีละชิ้น ชัชญาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเหมือนต้องมนตร์สะกด เขาให้ยกแขนก็ยก ยกสะโพกก็ยก อาภรณ์ของเธอถูกดึงออกจากตัวแล้วปลิวไปตกอยู่ข้างเตียง“เห็นฉันง่ายหรือไง เลยจะย่ำยีกันอีก”“แต่งงานกันนะ” อธิปไม่สนใจคำพูดตัดพ้อของเธอ เขาดึงมือเธอกุมเอาไว้ ก่อนจะดึงแหวนออกมาแล้วสวมพรวดเข้าไปที่นิ้วนางข้างซ้าย ก่อนจะกดจุมพิตลงไปหนักๆ“คนเถื่อน ให้มันโรแมนติกกว่านี้ไม่ได้หรือไง” เธอค้อนให้คนห่ามๆ ที่ทื่อๆ แข็งๆ ไม่เอาไหนเสียเลย ก่อนจะทุบอกเขาด้วยความหมั่นไส้ จะขอเธอแต่งงาน แต่ไม่ฟังคำตอบรับ สวมแหวนพรวดเข้าได้“ต้องรีบสิ เดี๋ยวคุณไม่ยอม ผมรักจริงหวังแต่ง ไม่ปรุงแต่ง สรุปว่าจะแต่งงานกับผมหรือเปล่า” เขาคาดคั้นมัดมือชก ยังกับเธอเป็นผู้ต้องหาที่ต้องยอมรับสภาพ“มัดมือชกกันขนาดนี้จะให้ปฏิเส
“ตำรวจขอเชิญคุณหนูไปสอบปากคำที่โรงพักครับ”“สอบปากคำเรื่องอะไร” เธอถามอธิปเสียงราบเรียบ“เรื่องเสี่ย”“เรื่องพ่อนะเหรอ” ชัชญาน้ำเสียงยังราบเรียบ กวาดสายตามองอธิปตั้งแต่หัวจรดเท้า“เชิญคุณชัชญาครับ” ตำรวจแจ้งความประสงค์แก่ชัชญาอีกรอบ และหญิงสาวก็ยอมเดินตามไปแต่โดยดี อธิปมองตามไปด้วยความรู้สึกแปลกๆใจของเขาหวาดหวั่นอย่างประหลาด ท่าทีเฉยชาของเธอ ดวงตาว่างเปล่านั้นทำให้อธิปใจหาย แต่เขาก็โล่งใจที่ว่าที่พี่สะใภ้ของเขาปลอดภัยดี และพี่ชายของเขาก็ช่วยเหลือทุกคนได้สำเร็จ…อธิปแทบบ้าเมื่อชัชญาหายตัวไป เธอหายไปอย่างไร้ร่องรอย เขามัวแต่ยุ่งเคลียร์เรื่องต่างๆ กับพี่ชาย แต่พอรู้ตัวอีกที หญิงสาวก็จากไปเสียแล้ว ขนาดนพฤทธิ์เองก็ไม่รู้ว่าพิกุลหายไปไหน อีกฝ่ายก็แทบบ้า เขาเองก็เพิ่งเห็นคนนิ่งๆ หลุดมาดก็วันนี้เอง“แกไม่รู้หรือไงว่าเมียแกหายไปไหน”“ผมก็เหมือนคุณไทนั่นแหละ ไม่รู้ว่าพิกุลหายไปไหน” นพฤทธิ์ตอบอย่างเฉื่อยชาเหมือนไม่มีชีวิตจิตใจ“กวนฉิบ” อธิปนึกอยากกระชากหมอนี่มาต่อยปากสักทีด้วยความหมั่นไส้ แต่เขาก็ยั้งเอาไว้อธิปออกตามหาชัชญาจนทั่ว ที่ที่คิดว่าเธอจะไป เขาเองก็แทบไม่รู้จักตัวเธอนัก ไม่รู้จักเพื่อ
จันทร์จวงเบียดกายกระแซะเข้าไปหาเจิด เสียดสีร่างกายกับท่อนแขนของเขา เจิดหรี่ตามอง กวาดสายตามองหญิงสาวอย่างจาบจ้วง ก่อนจะกระตุกยิ้มด้วยความพึงพอใจ“ก็ได้ ถ้าเธอทำให้ฉันพอใจ ฉันจะไม่ส่งเธอให้พวกนั้นก็ได้” เจิดลูบคางไปมา ก่อนจะกระชากร่างของจันทร์จวงเข้ามาบดจูบ หญิงสาวดิ้นรนในคราแรก แต่สำนึกได้ว่าเธอต้องเอาตัวรอดจึงต้องปล่อยเลยตามเลยอย่าให้เธอรอดไปได้ก็แล้วกัน ไอ้บ้ากามเอ๊ย!!!จันทร์จวงแช่งชักหักกระดูกเจิดอยู่ในใจ แต่เพราะเข้าตาจนต้องยอมมัน เธอเลยต้องไปตามน้ำ คิดแล้วเจ็บใจนักที่พวงชมพูหนีรอดไปได้ ทั้งหมดก็เพราะนังนั่น ทุกอย่างจึงเป็นแบบนี้ เธอจึงต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้ ความสาวที่พร่ำเก็บรักษาเอาไว้ให้อุกฤษฏ์ กลับถูกย่ำยีอย่างไร้ค่า เธอขอสาบานว่าจะต้องตามจองล้างจองผลาญพวงชมพูให้ถึงที่สุด ในเมื่อเธอไม่มีความสุขก็อย่าหวังเลยว่าใครจะมีความสุข ในเมื่อเธอไม่ได้ครอบครองอุกฤษฏ์ ผู้หญิงหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์ครอบครองเขาเช่นกันหญิงสาวโทษว่าทุกอย่างเป็นความผิดของพวงชมพูแต่เพียงผู้เดียว ถ้าไม่มีพวงชมพูเธอก็คงจะครองรักกับอุกฤษฏ์ไปแล้ว ก็ในเมื่อชายหนุ่มยังไม่มีใคร และผู้หญิงคนเดียวที่ใกล้ชิดอุกฤษฏ์มากที่สุ
“ใครจะโรคจิตเหมือนนาย”“ว่าผม แต่มองตาเป็นมัน”“บ้า”“จริงๆ มองตาไม่กะพริบ” เขาจับหน้าเธอให้หันเข้าหากระจก ชัชญาเบี่ยงหลบอย่างดื้อรั้น แต่ก็ยอมจำนนอยู่ดีเมื่อเขาเริ่มขยับกายสอดประสานกับเธอเป็นจังหวะล้ำลึก“ไม่อยากมองสักหน่อย นายบังคับนี่นา แล้วไม่ต้องพูดมากเลย รีบๆ ทำหน้าที่เสียทีสิ” เธอสะบัดเสียงใส่“เมียไอ้ไทขี้งอนชะมัด แถมยังชอบสั่งการ”“นายต้องเป็นทาสสวาทของฉันตลอดไป จำไม่ได้หรือไง อื้อ...” ชัชญาร้องครางเมื่อเขายกกายขึ้นมากระแทกเธอ จนร่างสาวเด้งขึ้นเด้งลงสวมครอบแก่นกายของเขาจนล้ำลึก“กระผมจำขึ้นใจเลย แต่คุณหนูก็ต้องจำเอาไว้ว่าคุณหนูเป็นเมียผม”“นายพูดกรอกหูทุกวัน”“แล้วจำหรือเปล่าล่ะ” เขากระซิบข้างหูแล้วขบเม้มบางเบา“ถามเซ้าซี้จัง ไม่พูดด้วยแล้ว”“ไม่พูดแต่ถนัดทำมากกว่า”“อื้อ...” ชัชญาร้องครางเสียงพร่า เธอวางมือบนขาแกร่งของเขา แยกขาออกแล้วเริ่มขยับ มองภาพแสนรัญจวนเบื้องหน้า เนื้อกายของเขาผลุบหายเข้าไปในร่างของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อเกิดความเสียวซ่านจับใจอกอวบอิ่มสะท้อนขึ้นลงตามแรงโยกคลอน เสียงหอบประสานกันระงม ก่อนที่เขาจะกอดรัดเธอแนบแน่นหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวอธิปวางคางที่ไหล่ก
เตรียมคำแก้ตัวไปอย่างดิบดี แต่ผลปรากฏว่ากลับไปเจอกับชัชญากำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่อย่างสบายที่พื้นกระท่อม เขาชะงักนั่งลงใกล้ๆ กับที่เธอนอนอยู่ มือหนาปัดปอยผมให้อย่างอ่อนโยน ก่อนจะอดใจไม่ไหวก้มลงจุมพิตที่ริมฝีปากจิ้มลิ้ม พร้อมกับกดจุมพิตหนักๆ ที่หน้าผากนูนเกลี้ยง“อือ... นายไท อุ๊ย!” ชัชญาปรือตามอง ก่อนจะอุทานเมื่อเห็นดอกกล้วยไม้ป่าที่ถูกยื่นมาตรงหน้า“ผมให้คุณหนู”“นึกว่านายจะเถื่อนๆ เป็นอย่างเดียว ให้ดอกไม้ผู้หญิงเป็นด้วยเหรอ” เธอเอ่ยแซว“ผมเห็นมันสวยดีก็เลยเก็บมาให้”“นี่เหรอของที่นายจะมาเซอร์ไพร้ส์ฉัน”“ก็เอ่อ... ใช่ครับ” อธิปลูบท้ายทอยตัวเองไปมา ลืมไปเลยว่ารับปากอะไรเธอเอาไว้ เพราะมัวแต่หัวหมุนเรื่องพวงชมพู“สวยดี ขอบใจมากนะ นี่น่ะดอกไม้ดอกแรกจากนาย จีบฉันไม่เคยให้ดอกไม้เลย” เธอเอ่ยแซวอีก“จีบตอนไหน” อธิปถามกลับ คนถูกถามหน้างอ“ตอนที่นายหื่นนั่นแหละ”คราวนี้อธิปหัวเราะลงลูกคอเมื่อได้ยินเธอพูดเช่นนั้น แถมยังเห็นเธอย่นจมูกใส่เขา ความน่ารักนั้นทำให้เขาคว้าตัวเธอมากอดเอาไว้ ก่อนจะบดจูบเต็มอารมณ์รัก“ผมขอนะคุณหนู” อธิปเลื่อนมือไปตามร่างกายของหญิงสาว น้ำเสียงแหบพร่านั้นทำให้ชัชญาตัวสั่น“เสี
อธิปถอยห่างออกไปยืนมองร่างที่มีฟองสบู่บางส่วน เขาดันเธอไปที่กำแพงห้องน้ำ ก่อนจะเริ่มฟอดสบู่ด้านหน้าจากต้นคอระหงลงมายังปทุมถันอวบ เคล้นคลึงส่วนนั้นเป็นพิเศษชัชญาแหงนใบหน้าขึ้น มือวางบนมือหนาของเขาที่วนไล้อยู่รอบๆ ยอดถันสีชมพูสดที่ตั้งเต้าเพราะแรงกระตุ้นแห่งอารมณ์พิศวาสอธิปเลื่อนสายตากวาดมองสัดส่วนความสมบูรณ์ของวัยสาว ชัชญาเป็นคนแขนยาวขายาว รูปร่างของเธอกระตุ้นอารมณ์หนุ่มได้เป็นอย่างดี ทรวงอกของเธออวบอิ่มจนเขากระหายทุกครั้งที่ได้ยล เอวคอดของเธอก็เล็กนัก เหมาะเจาะกับสะโพกผายและหน้าท้องแบนราบไร้ไขมันชายหนุ่มลากมือไปกับหน้าท้องเนียน เขาละมือจากทรวงสาวอย่างตัดใจ ก่อนจะกอบกุมเอวคอดเอาไว้ แล้วเลื่อนลูบลงไปยังสะโพกผายผิวของเธอเนียนนุ่ม มือหยาบกระด้างของเขาดูแตกต่างจากผิวผุดผ่องของเธอนัก อธิปคุกเข่าลงตรงหน้า เขาลูบมือกับขาเพรียวของเธอทั้งสองมือ สลับด้านกัน ได้ยินเธอครางเสียงแผ่วหวิวเมื่อเขาเลื่อนสัมผัสลงไปเรื่อยๆ จนหยุดที่หลังเท้า“ฉันชอบให้นายอาบน้ำให้เพราะว่า มันวาบหวิวแบบนี้ไง”“คุณหนูดูแลรูปร่างดีจัง”“ฉันก็ดูแลสามีและลูกดีด้วยนะ ถ้าคนนั้นเป็นคนที่ฉันรัก”“ผมเชื่อ”“เชื่อคนง่ายจัง” เธอว







