登入“ไม่พอใจ อยากจะลาออกก็ได้นะ ฉันไม่ว่าอะไร และไม่แคร์ด้วย บอดี้การ์ดใหม่หาเมื่อไหร่ก็ได้”
อธิปสาบานว่าเขาจะจัดการเธอให้สาสม แต่ตอนนี้การที่เขาจะโดนไล่ออก มันไม่ใช่เรื่องดีต่องานของเขาแน่นอน ดังนั้นการอดทนจึงสำคัญมาก
ชัชญาหัวเราะคิกเมื่อเห็นอธิปทั้งรวบทั้งถือและทั้งคาบถุงหลายใบซึ่งบรรจุข้าวของมากมายที่เธอกวาดซื้อมาด้วยความสุขใจ
และสิ่งที่ทำให้อธิปแปลกใจก็คือ หญิงสาวไม่ได้เอาเสื้อผ้าพวกนั้นไปใส่เอง หรือเอาไปทิ้งขว้างเพราะคิดว่ามันเฉิ่มเชยอย่างที่เธอบอก แต่เธอกลับเอามาแจกให้คนงานในไร่ทั้งหญิงและชาย ลูกเด็กเล็กแดงต่างได้ของแจกจากชัชญาทุกคน ไม่มีเลือกที่รักมักที่ชัง ทุกคนต่างยิ้มแย้มแจ่มใสและรักเธอกันทั้งนั้น
“คุณหนูซื้อข้าวของพวกนี้มาแจกหรอกหรือ” อธิปมองหญิงสาวอีกแง่มุมหนึ่ง
“ใช่ พวกเค้าลำบาก เป็นแค่คนงานในไร่ของพ่อ แม้จะมีสวัสดิการอะไรจากทางไร่ แต่เสื้อผ้าข้าวของพวกนี้พวกเค้าก็ต้องคิดมากๆ ก่อนซื้อ มันจำเป็นหลายอย่าง ฉันเลยอยากให้ เพราะยังไงคุณพ่อก็รวย เงินของท่านใช้ไปถึงชาติหน้าก็ไม่หมด”
“คุณรู้ได้ยังไงว่าใช้ไปถึงชาติหน้าก็ไม่หมด”
“ก็คุณพ่อรวยมาก เงินทองมีเยอะ จนนายคาดไม่ถึงเลยล่ะ”
“คุณหนูอาจจะกำลังประมาทนะครับ คนเรามีเจริญก็มีถดถอย มีลุกก็มีล้ม”
“นายหมายความว่ายังไง”
“ผมก็แค่พูดอย่างใจคิดครับว่าชีวิตของคนเราไม่แน่นอน”
“ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน” ชัชญาไม่ได้ขยายความหรอกว่าเธอทำอะไรกับเงินทองที่บิดาให้เธอมาบ้าง ซึ่งไม่จำเป็นที่เธอต้องบอกความลับนี้กับใคร โดยเฉพาะคนที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่กี่วัน
“คนงานในไร่คงจะรักคุณหนูมาก”
“ฉันไม่รู้หรอก แค่อยากทำในสิ่งที่อยากทำ ทำแล้วมีความสุข” เธอเดินเคียงคู่ไปกับเขา อธิปแอบมองเสี้ยวหน้าหวานหยดของเธอด้วยความเผลอไผล
“คุณหนูไปไหนมาเหรอครับ” คิมหันต์เดินมาดักหน้าชัชญา หญิงสาวหยุดกึก มองอย่างเบื่อหน่ายปนรำคาญ
“ฉันจะไปไหนเกี่ยวอะไรกับนายด้วย ถามเหมือนฉันต้องรายงานนายทุกฝีเท้า”
“ผมแค่ถามด้วยความเป็นห่วงครับ คุณหนูไปกับนายอธิปสองคน ไม่กลัวคนจะมองไม่ดีเหรอ”
“ใครเหรอจะมองฉันไม่ดี” เธอถามกลับ กอดอกเชิดหน้าอย่างท้าทาย
“คุณพ่อของคุณหนูอาจจะไม่ชอบ”
พอได้ยินคิมหันต์พูดแบบนั้น ชัชญาก็หัวเราะร่วน เธอกวาดตามองคิมหันต์ตั้งแต่หัวจดเท้า ทำให้อีกฝ่ายหน้าตึงไปทันที
“คุณหนูหัวเราะอะไรครับ”
“หัวเราะนายยังไงเล่า ทำยังกับไม่รู้ว่าคุณพ่อไม่เคยยุ่งเรื่องส่วนตัวของฉัน หรือนายคิดว่าไง อีกอย่างนายไทเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของฉัน ฉันจะไปไหนมาไหนก็ต้องพาเขาไปด้วยอยู่ด้วย”
“แต่มันเพิ่งมาทำงาน คุณหนูไม่สมควรไว้ใจคนง่ายๆ” คิมหันต์เตือน สายตามองอธิปอย่างหมั่นไส้
“บางทีคนที่เพิ่งพบกัน อาจจะน่าไว้ใจกว่าคนที่รู้จักกันมานานแล้วก็ได้ เพราะรู้จักกันมานานสันดานมันก็ออกมาให้เห็น หางโผล่ออกมาจนหน้าเกลียดน่ากลัว น่าขนลุก”
“คุณหนูว่าใคร” คิมหันต์เสียงแข็งอย่างเสียหน้า
“ใครอยากรับก็รับไปสิ” หญิงสาวยักไหล่ กอดอกสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้
“คุณหนู!!!” คิมหันต์เรียกเสียงดัง เขาชักจะหมดความอดทนแล้วนะ
“รำคาญ ถอยไป” ชัชญาสุดจะทน ไม่ชอบหน้าคิมหันต์เลยสักนิด ชอบวางอำนาจและชอบมองเธออย่างหยาบโลน หลายครั้งที่เธออยากพูดกับบิดาแต่ไม่มีโอกาส และเหมือนบิดาจะให้ท้ายคิมหันต์เพราะเป็นลูกน้องคนสนิทอยู่กันมานานไม่ต่างจากนายเจิด
“คุณหนู!!!” คิมหันต์เดินมาขวางทางเดินของชัชญาอย่างรู้สึกเสียหน้าที่เธอไล่เขาเหมือนหมูเหมือนหมาต่อหน้าคนอื่น
“หลีกทางให้คุณหนูเดี๋ยวนี้” อธิปเดินมากั้นชัชญาเอาไว้
“แกยุ่งอะไรด้วยวะ” คิมหันต์กระชากคอเสื้อของอธิปเข้าไปหา ทั้งสองสูงไม่ต่างกัน แต่คิมหันต์จะร่างหนากว่า อธิปเป็นหนุ่มร่างเพรียวและคล่องตัว
“ฉันเป็นบอดี้การ์ดของคุณหนูก็ต้องปกป้องคุณหนูทุกสถานการณ์” อธิปบีบมือคิมหันต์จนอีกฝ่ายร้องเสียงหลง ปล่อยมือจากคอเสื้อของอธิปทันที
“แก!!!”
คิมหันต์คำราม ทำท่าจะกระโจนใส่อธิปและขย้ำอีกฝ่ายให้จมดิน แต่เสียงเรียกของเพื่อนรักทำให้คิมหันต์ต้องชะงักอย่างหัวเสีย
“คิม เสี่ยเรียก”
“ถอยไปได้แล้ว” ชัชญาได้โอกาสจึงเดินเลี่ยงจากไปพร้อมกับอธิป คิมหันต์หันไปมองอย่างเดือดจัด
“ฝากไว้ก่อน มึงคอยดูนะไอ้เจิด กูจะเอาคุณหนูทำเมียให้ได้”
“ระวังคำพูดหน่อย และแกก็ควรระงับอารมณ์เสียบ้าง ถ้าเสี่ยได้ยินเข้ามันจะไม่ดี”
“เสี่ยเรียกฉันมีอะไร”
“เรื่องของที่จะส่งวันมะรืน และฉันขอเตือนแกเอาไว้นะโว้ยในคิม ในฐานะที่แกเป็นเพื่อนรักกับฉัน แกควรจะใจเย็น อย่าวู่วาม แกเคยได้ยินไหม น้ำร้อนปลาเป็นน้ำเย็นปลาตาย ถ้าแกใจร้อนแสดงออกชัดเจนแบบนี้ แกจะไม่มีโอกาสลงมือเพราะคุณหนูต้องระวังตัวแจ”
“ขอบใจที่เตือน แต่ยังไงฉันไม่ปล่อยให้คุณหนูลอยนวลไปนานกว่านี้แน่นอน” คิมหันต์พูดอย่างหมายมาด เจิดส่ายหน้าไปมา เขาเตือนได้แค่นี้ เพราะคิมหันต์มักจะวู่วามจนหลายครั้งทำให้งานเกือบเสีย ถ้าไม่มีเขาคอยช่วยเอาไว้ คงพังหลายรอบ
“อย่าให้เสี่ยรอนาน” เจิดตัดบทก่อนเดินนำไปก่อน คิมหันต์หันกลับไปดูร่างสูงบอบบางที่เดินห่างออกไปไกลแล้วด้วยดวงตาหมายมาด บอกตัวเองว่าเขาควรจะลงมือได้แล้ว
“ถ้าได้ไอ้คิมเป็นผัวแล้ว คุณหนูจะติดใจ ร้องให้ไอ้คิมเอาทุกคืน!!!”
มันพูดอย่างหื่นกระหายหยาบโลน ก่อนจะรีบเดินตามเจิดไปพบชาญ
“คืนนี้มันจะส่งของกันครับคุณไท”
“ดี งั้นทางสะดวกสิ”
“คืนนี้คุณไทจะตามพวกมันไปหรือว่า...”
“สำรวจโกดังพวกมันดีกว่า คืนนี้เวรยามคงไม่แน่นหนาหลังจากมันส่งของล๊อตใหญ่ ฉันจะเข้าไปเก็บหลักฐานที่นั่นคร่าวๆ ก่อน”
“ครับคุณไท”
“นายไปเตรียมตัวได้แล้ว รอให้พวกมันออกไปให้หมด แล้วเราค่อยลอบเข้าไป”
นพฤทธิ์พยักหน้าก่อนจะเลี่ยงออกไปเตรียมตัว อธิปจัดเตรียมอุปกรณ์ของตัวเองพร้อมสรร ก่อนเข้าไปบุกโกดังของเสี่ยชาญ ส่วนนพฤทธิ์นั้น เขาจัดการกับของตัวเองเรียบร้อยแล้ว
เวลาที่ทั้งสองรอคอยมาถึงจนได้ เสี่ยชาญเลือกขนของในช่วงดึกๆ ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาให้ลูกน้องจัดเตรียมของขึ้นรถเอาไว้เรียบร้อยแล้ว อธิปกับนพฤทธิ์จัดการพ่นยาสลบใส่ลูกน้องที่เฝ้าโกดังเอาไว้อย่างบางตา หลังจากที่รถบรรทุกแล่นออกไปได้พักหนึ่ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีปัญหาอะไร
อธิปเป็นคนว่องไว ตาไว เก็บรายละเอียดได้ดี แม้จะเป็นคนขี้รำคาญ แต่เวลาทำงานหรืออยู่ในสถานการณ์ตื่นเต้น เขามักจะมีสติอยู่เสมอ ชายหนุ่มสำรวจทางหนีทีไล่เป็นอันดับแรก เพราะเผื่อมีอะไรเกิดขึ้นจะได้หนีทัน หลังจากสำรวจเส้นทางเข้าออกโกดังขนาดใหญ่เรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มสำรวจข้าวของในโซนต่างๆ คร่าวๆ ว่าอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง เพื่อโอกาสหน้าเข้ามาจะได้สำรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง
“เรียบร้อยแล้วครับคุณไท ผมบันทึกภาพคร่าวๆ ตามที่คุณไทสั่งแล้วครับ”
“ดีมาก เราต้องรีบออกไปจากที่นี่ วันนี้ดูลาดเลาไปก่อน รอบหน้าค่อยมาใหม่” อธิปตัดสินใจอย่างเฉียบขาด ก่อนจะรีบออกไปจากโกดังขนาดใหญ่ของเสี่ยชาญ
“ที่โกดังนั่นมีพวกปุ๋ยเก็บไว้เยอะมากครับ”
นพฤทธิ์พูดเนิบนาบหลังจากที่เขาและเจ้านายออกมาจากโกดังเรียบร้อยแล้ว และอยู่ในห้องหับมิดชิด เสียงพูดของนพฤทธิ์ทั้งเบาแทบเป็นกระซิบ แต่อธิปได้ยินชัดเจน แม้ในห้องจะไม่มีวงจรปิดหรืออะไรที่จะทำให้ใครรู้การเคลื่อนไหว เพราะสำรวจดีแล้ว แต่นิสัยที่ระแวดระวังตัวอยู่เสมอ ทำให้เขาไม่เคยกระโตกกระตากหรือพูดอย่างขาดสติ
“พวกข้าวสารก็เยอะ เป็นข้าวไร่ที่คนงานปลูกไว้บนภูเขา”
อธิปจัดการวาดแผนที่คร่าวๆ จากการสำรวจ นพฤทธิ์มองเจ้านายหนุ่มอย่างทึ่งจัด คนนิสัยดูไม่ละเอียดรอบคอบ ใจร้อน เจ้าอารมณ์ ปากร้ายที่สำคัญชอบรำคาญคนอื่น แต่กลับทำอะไรได้อย่างน่าทึ่ง
“บ้าสิ ไม่เอาปวดหลังตาย และนายก็ปล่อยได้แล้ว”“แต่ถ้าผมนอนบนตัวคุณหนู เตียงนี้ก็จุพอดีจริงไหม” เขาพูดอย่างเจ้าเล่ห์“ว้าย!” ชัชญาร้องเสียงหลงเมื่อเขากดเธอลงบนเตียงแล้วทาบทับลงมาหา“คิดถึงผมหรือเปล่า”“คิดถึงแล้วจะมีประโยชน์อะไรล่ะ”“มีสิ รู้ไหมว่าผมคิดถึงคุณหนูใจจะขาด ยอดรักของไอ้ไท”อธิปค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าของเธอออกทีละชิ้นทีละชิ้น ชัชญาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเหมือนต้องมนตร์สะกด เขาให้ยกแขนก็ยก ยกสะโพกก็ยก อาภรณ์ของเธอถูกดึงออกจากตัวแล้วปลิวไปตกอยู่ข้างเตียง“เห็นฉันง่ายหรือไง เลยจะย่ำยีกันอีก”“แต่งงานกันนะ” อธิปไม่สนใจคำพูดตัดพ้อของเธอ เขาดึงมือเธอกุมเอาไว้ ก่อนจะดึงแหวนออกมาแล้วสวมพรวดเข้าไปที่นิ้วนางข้างซ้าย ก่อนจะกดจุมพิตลงไปหนักๆ“คนเถื่อน ให้มันโรแมนติกกว่านี้ไม่ได้หรือไง” เธอค้อนให้คนห่ามๆ ที่ทื่อๆ แข็งๆ ไม่เอาไหนเสียเลย ก่อนจะทุบอกเขาด้วยความหมั่นไส้ จะขอเธอแต่งงาน แต่ไม่ฟังคำตอบรับ สวมแหวนพรวดเข้าได้“ต้องรีบสิ เดี๋ยวคุณไม่ยอม ผมรักจริงหวังแต่ง ไม่ปรุงแต่ง สรุปว่าจะแต่งงานกับผมหรือเปล่า” เขาคาดคั้นมัดมือชก ยังกับเธอเป็นผู้ต้องหาที่ต้องยอมรับสภาพ“มัดมือชกกันขนาดนี้จะให้ปฏิเส
“ตำรวจขอเชิญคุณหนูไปสอบปากคำที่โรงพักครับ”“สอบปากคำเรื่องอะไร” เธอถามอธิปเสียงราบเรียบ“เรื่องเสี่ย”“เรื่องพ่อนะเหรอ” ชัชญาน้ำเสียงยังราบเรียบ กวาดสายตามองอธิปตั้งแต่หัวจรดเท้า“เชิญคุณชัชญาครับ” ตำรวจแจ้งความประสงค์แก่ชัชญาอีกรอบ และหญิงสาวก็ยอมเดินตามไปแต่โดยดี อธิปมองตามไปด้วยความรู้สึกแปลกๆใจของเขาหวาดหวั่นอย่างประหลาด ท่าทีเฉยชาของเธอ ดวงตาว่างเปล่านั้นทำให้อธิปใจหาย แต่เขาก็โล่งใจที่ว่าที่พี่สะใภ้ของเขาปลอดภัยดี และพี่ชายของเขาก็ช่วยเหลือทุกคนได้สำเร็จ…อธิปแทบบ้าเมื่อชัชญาหายตัวไป เธอหายไปอย่างไร้ร่องรอย เขามัวแต่ยุ่งเคลียร์เรื่องต่างๆ กับพี่ชาย แต่พอรู้ตัวอีกที หญิงสาวก็จากไปเสียแล้ว ขนาดนพฤทธิ์เองก็ไม่รู้ว่าพิกุลหายไปไหน อีกฝ่ายก็แทบบ้า เขาเองก็เพิ่งเห็นคนนิ่งๆ หลุดมาดก็วันนี้เอง“แกไม่รู้หรือไงว่าเมียแกหายไปไหน”“ผมก็เหมือนคุณไทนั่นแหละ ไม่รู้ว่าพิกุลหายไปไหน” นพฤทธิ์ตอบอย่างเฉื่อยชาเหมือนไม่มีชีวิตจิตใจ“กวนฉิบ” อธิปนึกอยากกระชากหมอนี่มาต่อยปากสักทีด้วยความหมั่นไส้ แต่เขาก็ยั้งเอาไว้อธิปออกตามหาชัชญาจนทั่ว ที่ที่คิดว่าเธอจะไป เขาเองก็แทบไม่รู้จักตัวเธอนัก ไม่รู้จักเพื่อ
จันทร์จวงเบียดกายกระแซะเข้าไปหาเจิด เสียดสีร่างกายกับท่อนแขนของเขา เจิดหรี่ตามอง กวาดสายตามองหญิงสาวอย่างจาบจ้วง ก่อนจะกระตุกยิ้มด้วยความพึงพอใจ“ก็ได้ ถ้าเธอทำให้ฉันพอใจ ฉันจะไม่ส่งเธอให้พวกนั้นก็ได้” เจิดลูบคางไปมา ก่อนจะกระชากร่างของจันทร์จวงเข้ามาบดจูบ หญิงสาวดิ้นรนในคราแรก แต่สำนึกได้ว่าเธอต้องเอาตัวรอดจึงต้องปล่อยเลยตามเลยอย่าให้เธอรอดไปได้ก็แล้วกัน ไอ้บ้ากามเอ๊ย!!!จันทร์จวงแช่งชักหักกระดูกเจิดอยู่ในใจ แต่เพราะเข้าตาจนต้องยอมมัน เธอเลยต้องไปตามน้ำ คิดแล้วเจ็บใจนักที่พวงชมพูหนีรอดไปได้ ทั้งหมดก็เพราะนังนั่น ทุกอย่างจึงเป็นแบบนี้ เธอจึงต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้ ความสาวที่พร่ำเก็บรักษาเอาไว้ให้อุกฤษฏ์ กลับถูกย่ำยีอย่างไร้ค่า เธอขอสาบานว่าจะต้องตามจองล้างจองผลาญพวงชมพูให้ถึงที่สุด ในเมื่อเธอไม่มีความสุขก็อย่าหวังเลยว่าใครจะมีความสุข ในเมื่อเธอไม่ได้ครอบครองอุกฤษฏ์ ผู้หญิงหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์ครอบครองเขาเช่นกันหญิงสาวโทษว่าทุกอย่างเป็นความผิดของพวงชมพูแต่เพียงผู้เดียว ถ้าไม่มีพวงชมพูเธอก็คงจะครองรักกับอุกฤษฏ์ไปแล้ว ก็ในเมื่อชายหนุ่มยังไม่มีใคร และผู้หญิงคนเดียวที่ใกล้ชิดอุกฤษฏ์มากที่สุ
“ใครจะโรคจิตเหมือนนาย”“ว่าผม แต่มองตาเป็นมัน”“บ้า”“จริงๆ มองตาไม่กะพริบ” เขาจับหน้าเธอให้หันเข้าหากระจก ชัชญาเบี่ยงหลบอย่างดื้อรั้น แต่ก็ยอมจำนนอยู่ดีเมื่อเขาเริ่มขยับกายสอดประสานกับเธอเป็นจังหวะล้ำลึก“ไม่อยากมองสักหน่อย นายบังคับนี่นา แล้วไม่ต้องพูดมากเลย รีบๆ ทำหน้าที่เสียทีสิ” เธอสะบัดเสียงใส่“เมียไอ้ไทขี้งอนชะมัด แถมยังชอบสั่งการ”“นายต้องเป็นทาสสวาทของฉันตลอดไป จำไม่ได้หรือไง อื้อ...” ชัชญาร้องครางเมื่อเขายกกายขึ้นมากระแทกเธอ จนร่างสาวเด้งขึ้นเด้งลงสวมครอบแก่นกายของเขาจนล้ำลึก“กระผมจำขึ้นใจเลย แต่คุณหนูก็ต้องจำเอาไว้ว่าคุณหนูเป็นเมียผม”“นายพูดกรอกหูทุกวัน”“แล้วจำหรือเปล่าล่ะ” เขากระซิบข้างหูแล้วขบเม้มบางเบา“ถามเซ้าซี้จัง ไม่พูดด้วยแล้ว”“ไม่พูดแต่ถนัดทำมากกว่า”“อื้อ...” ชัชญาร้องครางเสียงพร่า เธอวางมือบนขาแกร่งของเขา แยกขาออกแล้วเริ่มขยับ มองภาพแสนรัญจวนเบื้องหน้า เนื้อกายของเขาผลุบหายเข้าไปในร่างของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อเกิดความเสียวซ่านจับใจอกอวบอิ่มสะท้อนขึ้นลงตามแรงโยกคลอน เสียงหอบประสานกันระงม ก่อนที่เขาจะกอดรัดเธอแนบแน่นหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวอธิปวางคางที่ไหล่ก
เตรียมคำแก้ตัวไปอย่างดิบดี แต่ผลปรากฏว่ากลับไปเจอกับชัชญากำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่อย่างสบายที่พื้นกระท่อม เขาชะงักนั่งลงใกล้ๆ กับที่เธอนอนอยู่ มือหนาปัดปอยผมให้อย่างอ่อนโยน ก่อนจะอดใจไม่ไหวก้มลงจุมพิตที่ริมฝีปากจิ้มลิ้ม พร้อมกับกดจุมพิตหนักๆ ที่หน้าผากนูนเกลี้ยง“อือ... นายไท อุ๊ย!” ชัชญาปรือตามอง ก่อนจะอุทานเมื่อเห็นดอกกล้วยไม้ป่าที่ถูกยื่นมาตรงหน้า“ผมให้คุณหนู”“นึกว่านายจะเถื่อนๆ เป็นอย่างเดียว ให้ดอกไม้ผู้หญิงเป็นด้วยเหรอ” เธอเอ่ยแซว“ผมเห็นมันสวยดีก็เลยเก็บมาให้”“นี่เหรอของที่นายจะมาเซอร์ไพร้ส์ฉัน”“ก็เอ่อ... ใช่ครับ” อธิปลูบท้ายทอยตัวเองไปมา ลืมไปเลยว่ารับปากอะไรเธอเอาไว้ เพราะมัวแต่หัวหมุนเรื่องพวงชมพู“สวยดี ขอบใจมากนะ นี่น่ะดอกไม้ดอกแรกจากนาย จีบฉันไม่เคยให้ดอกไม้เลย” เธอเอ่ยแซวอีก“จีบตอนไหน” อธิปถามกลับ คนถูกถามหน้างอ“ตอนที่นายหื่นนั่นแหละ”คราวนี้อธิปหัวเราะลงลูกคอเมื่อได้ยินเธอพูดเช่นนั้น แถมยังเห็นเธอย่นจมูกใส่เขา ความน่ารักนั้นทำให้เขาคว้าตัวเธอมากอดเอาไว้ ก่อนจะบดจูบเต็มอารมณ์รัก“ผมขอนะคุณหนู” อธิปเลื่อนมือไปตามร่างกายของหญิงสาว น้ำเสียงแหบพร่านั้นทำให้ชัชญาตัวสั่น“เสี
อธิปถอยห่างออกไปยืนมองร่างที่มีฟองสบู่บางส่วน เขาดันเธอไปที่กำแพงห้องน้ำ ก่อนจะเริ่มฟอดสบู่ด้านหน้าจากต้นคอระหงลงมายังปทุมถันอวบ เคล้นคลึงส่วนนั้นเป็นพิเศษชัชญาแหงนใบหน้าขึ้น มือวางบนมือหนาของเขาที่วนไล้อยู่รอบๆ ยอดถันสีชมพูสดที่ตั้งเต้าเพราะแรงกระตุ้นแห่งอารมณ์พิศวาสอธิปเลื่อนสายตากวาดมองสัดส่วนความสมบูรณ์ของวัยสาว ชัชญาเป็นคนแขนยาวขายาว รูปร่างของเธอกระตุ้นอารมณ์หนุ่มได้เป็นอย่างดี ทรวงอกของเธออวบอิ่มจนเขากระหายทุกครั้งที่ได้ยล เอวคอดของเธอก็เล็กนัก เหมาะเจาะกับสะโพกผายและหน้าท้องแบนราบไร้ไขมันชายหนุ่มลากมือไปกับหน้าท้องเนียน เขาละมือจากทรวงสาวอย่างตัดใจ ก่อนจะกอบกุมเอวคอดเอาไว้ แล้วเลื่อนลูบลงไปยังสะโพกผายผิวของเธอเนียนนุ่ม มือหยาบกระด้างของเขาดูแตกต่างจากผิวผุดผ่องของเธอนัก อธิปคุกเข่าลงตรงหน้า เขาลูบมือกับขาเพรียวของเธอทั้งสองมือ สลับด้านกัน ได้ยินเธอครางเสียงแผ่วหวิวเมื่อเขาเลื่อนสัมผัสลงไปเรื่อยๆ จนหยุดที่หลังเท้า“ฉันชอบให้นายอาบน้ำให้เพราะว่า มันวาบหวิวแบบนี้ไง”“คุณหนูดูแลรูปร่างดีจัง”“ฉันก็ดูแลสามีและลูกดีด้วยนะ ถ้าคนนั้นเป็นคนที่ฉันรัก”“ผมเชื่อ”“เชื่อคนง่ายจัง” เธอว







