Se connecter“นายต้องการอะไรล่ะ?” เพลิงถามกลับพลางขมวดคิ้วมุ่น พยายามประคองสติที่เริ่มจะหลุดลอยไปเต็มทีอย่างยากลำบาก
ริวไม่ตอบในทันที แต่สายตาคมกวาดมองใบหน้าสวย ลามไปที่ริมฝีปากอิ่ม แรงดึงดูดประหลาดจากคนตรงหน้าทำให้เขารู้สึกต้องการผู้หญิงคนนี้มากขึ้นกว่าเดิม
“แลกกับเวลาที่เหลือในคืนนี้ของคุณ”
เงื่อนไขของริวทำเอาเพลิงชะงักไปครู่หนึ่ง ด้วยความลังเล แต่ทว่าฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่กำลังพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ กับความต้องการอยากได้ของที่ถูกใจตรงหน้า มันได้บดบังเหตุและผลที่ควรมีไปจนหมดสิ้น และสิ่งที่ในหัวของเพลิงคิดได้ในตอนนี้มีเพียง
‘ก็แค่ใช้เวลาด้วยกันเฉยๆ เองจะเป็นอะไรไป’
“อือ… ตกลง”
เพลิงพยักหน้าตอบรับ พลางยิ้มหวานท้าทายกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว
ริวไม่รอช้า เขาโอบเอวพยุงร่างคนตัวเล็กที่เริ่มจะยืนไม่อยู่ให้เดินเลี่ยงฝูงชนมุ่งหน้าไปยังลิฟต์ลับด้านหลังบาร์ ทันทีที่ประตูลิฟต์ปิดลง ความเงียบก็ถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศที่ร้อนระอุขึ้นอย่างรวดเร็ว เพียงอึดใจประตูลิฟต์ก็เปิดออกสู่ชั้นเพนท์เฮาส์หรูที่มีเพียงแสงไฟสลัวจากวิวเมืองด้านนอกที่ลอดผ่านกระจกบานยักษ์เข้ามา
ริวพาเพลิงเดินเข้าไปในห้องนอนของเขาก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับร่างบางที่ยืนโงนเงนอยู่
“ผมขอถามอีกรอบนะ แน่ใจแล้วใช่ไหม”
ริวเลิกคิ้วท้าทาย พลางก้าวเข้าไปหาเพลิงช้าๆ จนระยะห่างเหลือเพียงไม่ถึงคืบ
“หึ... คนอย่างฉัน พูดแล้วไม่คืนคำ”
เพลิงเชิดหน้าตอบอย่างมั่นใจ แม้สติจะเลือนลางแต่เธอก็จ้องหน้าชายตรงหน้ากลับด้วยสายตาที่ไม่มีความกลัวอยู่ในนั้นเลย
“ถึงจะมีคนบอกว่าฉันน่ะน่าเบื่อ แต่ถ้านายโอเค แค่ให้ใช้เวลาคืนนี้อยู่กับนาย ทำไมฉันจะไม่กล้าล่ะ”
เพลิงพูดออกมาตามความเข้าใจของเธอ โดยไม่รู้เลยว่าความหมายของคำว่า ใช้เวลาคืนนี้ในบริบทของริวนั้นมันไกลเกินกว่าที่เธอจินตนาการไว้มาก
ริวเผยยิ้มร้ายด้วยความพอใจในคำตอบที่ได้รับ
“ดี... งั้นมาให้ผมพิสูจน์หน่อยว่าจะน่าเบื่อจริงไหม”
“จะพิสูจน์ยัง… อุ๊บ”
ยังไม่ทันที่คนตัวเล็กจะพูดได้จบประโยค ริวก็พุ่งเข้าจูบ พลางกระชับเอวอีกฝ่ายเข้ามาใกล้จนร่างกายแทบจะแนบสนิทกัน ก่อนจะใช้ลิ้นร้อนค่อยกวาดต้อนอารมณ์ของคนตรงหน้าจนเธอแทบจะทรงตัวยืนต่อไปไม่ไหว
“อ..อื้อ”
เพลิงครางประท้วงในลำคอ มือเรียวเล็กยกขึ้นดันแผงอกแกร่งไว้เพื่อขอเวลานอก ริวชะงักไปครู่หนึ่งก่อนถอนจูบออกมาจ้องมองใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงจัดกำลังหอบหายใจ
“เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ... ผมไม่ชอบบังคับใคร”
ริวยื่นโอกาสสุดท้ายให้กับคนตรงหน้าอีกครั้ง
เพลิงกลืนน้ำลายลงคอที่เริ่มจะแห้งผาก เธอยอมรับว่าจูบเมื่อครู่มันรุนแรงจนทำเอาสติหลุดลอยไปชั่วขณะ แถมยังกระตุ้นความอยากรู้อยากลองให้กับเธอได้มากกว่าที่คิดไว้ และคงเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่เธอดื่มเข้าไปนั้นทำให้เธอรู้สึกถูกกระตุ้นได้ง่ายมากกว่าปกติเธอจึงไม่ได้รังเกียจจูบของริวเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่ตกใจนิดหน่อยว่าสิ่งที่เธอเข้าใจในตอนแรกนั้นมันมีความหมายแตกต่างกันมากขนาดนี้ แต่ด้วยนิสัยของเพลิงแล้ว เป็นคนพูดคำไหนคำนั้น และที่สำคัญจะเสียครั้งแรกทั้งที ได้มีอะไรกับคนหน้าตาดีก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากนักคิดซะว่าเป็นวันไนท์ก็พอ
“มะ… ไม่ได้จะเปลี่ยนใจแต่แค่จะบอกว่า ช่วยเบามือกับฉันหน่อย เพราะนี่... เป็นครั้งแรกของฉัน”
เพลิงสารภาพออกมาตามตรง ดวงตากลมโตที่เคยมองริวอย่างพยศเริ่มสั่นระริกขณะจ้องมองเขา
คำสารภาพซื่อๆ ของคนเมาทำเอาเจ้าของบาร์หนุ่มถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ หัวใจมังกรกระตุกราวกับได้ยินเรื่องที่ไม่คาดคิดเพราะสิ่งที่เขาได้รู้ตอนที่แอบลอบมองเธอขณะที่ดื่มอยู่ที่โต๊ะกับสาวคนอื่นๆ ว่า เธอพึ่งอกหักมาก็เท่านั้น ทำให้ความรู้สึกอยากทะนุถนอมพุ่งขึ้นมาตีคู่กับความต้องการที่จะครอบครองอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพลิงไม่รอให้เขาตอบอะไร เธอใช้แรงทั้งหมดที่มีดันไหล่หนาให้เขานั่งลงบนขอบเตียงกว้าง
ก่อนจะจัดการขยับกายขึ้นไปนั่งคร่อมบนตักแกร่งอย่างไม่เกรงใจ ริวมองการกระทำที่ดูเก้ๆ กังๆ แต่กลับเซ็กซี่อย่างร้ายกาจนั้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความต้องการที่ร้อนแรงขึ้น
“ไหนบอกจะให้เบามือ... แต่คุณดันขึ้นมานั่งคร่อมผมเองแบบนี้ จะให้ผมทนไหวได้ยังไง”
ริวกระซิบพลางวาดมือหนาโอบรอบเอวคอดรั้งเข้าหาตัว
ทางด้านของริวหลังจากที่กลับมาถึงห้องอย่างหัวเสีย เขาก็ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังตัวใหญ่กลางห้อง มือหนารีบยกแก้ววิสกี้ขึ้นกระดกรวดเดียวจนหมดปล่อยให้ความร้อนผ่าวไหลบาดคอเพื่อทำให้ความรู้สึกอึดอัดในอกได้คลายลงไปบ้าง และพอเขาเริ่มใจเย็นลงเขาถึงลองกลับมาทบทวนตัวเองอีกครั้ง“นี่เราใช้อารมณ์มากไปหรือเปล่าวะ”จากความน้อยใจเริ่มแปรเปลี่ยนกลายมาเป็นความกังวล เพราะเขาเองก็พึ่งมานึกได้ว่าเพลิงไม่ใช่ผู้หญิงที่ชอบแสดงออก หรือมีท่าทีอ่อนหวานเหมือนคนอื่นมาตั้งแต่แรก ออกจะเป็นคนตรงไปตรงมาจนทื่อด้วยซ้ำ แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะไม่รู้สึกน้อยใจที่เธอพูดเหมือนไม่ได้สนใจเขาเลย “แม่ง หรือว่ากูจะโดนเทอีกแล้ววะเนี่ย” ริวสบถอย่างหัวเสียเมื่อความฟุ้งซ่านเริ่มตีรวนจนคิดไม่ตก เขาจึงตัดสินใจหยิบมือถือขึ้นมากดโทรหาเคนเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่น่าจะให้คำปรึกษาเรื่องนี้ได้ริวรอสายไม่นาน ปลายสายก็กดรับพร้อมน้ำเสียงกวนประสาทตามเคย “ไงครับเพื่อน วันก่อนได้เมียแล้วทิ้งเพื่อนเลยนะ โทรมามีอะไรอย่าบอกนะว่าโดนสาวทิ้งมา”“ไอ้เคน... กูไม่เล่น คนยิ่งเครียด ๆ อยู่” ริวตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจังจนเคนเงียบ“เฮ้ย กูแค่ล้อเล่นเอง มึงโ
“อะไรของนายเนี่ย! อยู่ ๆ จะตะโกนทำไม ก็พ่อนายสั่งให้นายไปนี่ แล้วฉันจะไปมีสิทธิ์ห้ามอะไรนายได้ล่ะ! ในเมื่อนายเองก็บอกว่ามันเป็นการตัดสินใจของผู้ใหญ่” เพลิงหันกลับมาเถียง เธอไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ เขาต้องมาโวยวายและพาลใส่เธอ ทั้ง ๆ ที่เธอก็ใช้เหตุผลคุยกับเขาด้วย“ก็สิทธิ์ของคนคุยไง ถึงจะยังไม่ได้เป็นแฟนกัน แต่ผมก็จริงจังนะ แต่ดูเหมือนคุณคงไม่ได้จริงจังอะไรกับผมขนาดนั้น” ริวประชด แววตาคู่คมวูบไหวและเต็มไปด้วยความเสียใจที่เห็นเธอทำท่าทีนิ่งเฉยราวกับไม่แคร์กัน “ได้! ในเมื่อคุณอยากให้ผมไปนัก ผมก็จะไป! ไม่ต้องมาสนใจผมหรอก เชิญคุณทำงานต่อเถอะผมไม่กวนละ!”พอริวพูดจบด้วยก็หมุนตัวเดินกระแทกเท้าตึงตังออกไปจากโซนวีไอพีทันที ทิ้งให้เพลิงยืนกระพริบตาปริบ ๆ ถือประแจค้างอยู่อย่างงุนงงกับท่าทางอารมณ์เสียของริว“เดี๋ยวสิ! อยู่ ๆ ก็มาโวยวายใส่แล้วก็เดินหนีไปเลยเนี่ยนะ” เพลิงตะโกนไล่หลังด้วยความหงุดหงิด แต่เสียงสตาร์ทเครื่องยนต์ของรถสปอร์ตด้านนอกที่ดังกระหึ่มและเสียงบดล้อลากยาวลั่นอู่ก็เป็นคำตอบว่าชายหนุ่มได้ขับรถกระชากตัวออกจากอู่ไปแล้ว“โอ๊ยยยยย! ยัยบ๊องเอ๊ย!” เสียงประสานกันร้องโอดครวญดังลั่นขึ้นมาจ
บรรยากาศตอนเย็นของอู่ AKK Motorsport เมื่อช่างคนอื่น ๆ ทยอยกันเลิกงานทำให้ภายในอู่เริ่มเงียบสงบ จะเหลือก็เพียงแต่โซนวีไอพีที่ยังคงมีร่างบางในชุดหมีที่กำลังมุดเข้ามุดออก อยู่ใต้ฝากระโปรงรถ Ferrari 296 GT3 สีแดงสดอย่างขะมักเขม้นเพลิงปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม ดวงตาคู่สวยจดจ่ออยู่กับการตรวจสอบระบบไฟและอื่น ๆ ในรอบสุดท้าย เพื่อให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติถึงแม้จะมีเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาใกล้ก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้ตัวเลยสักนิด จนกระทั่งถูกวงแขนที่คุ้นเคยสอดเข้ามารวบรั้งเอวของเธอให้เข้าไปแนบชิดกับแผงอกกว้างจากทางด้านหลัง“อ๊ะ!” เพลิงสะดุ้งประแจในมือแทบร่วง เธอรีบหันขวับไปเตรียมจะฟาดคนที่โผล่มาแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง แต่พอปลายจมูกเฉียดเข้ากับปลายคางของคนที่ซ้อนอยู่ด้านหลัง กลิ่นหอมเฉพาะตัวของคน ๆ นั้นก็ทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร“เป็นยังไงบ้างครับช่างอัค ไม่ทราบว่ารถของผมใกล้พร้อมจะเอาไปวิ่งหรือยัง หืม?” เสียงทุ้มติดเล่นกระซิบถามชิดใบหู ทำเอาเพลิงเพลิงขนลุกไปทั้งตัว“ร...ริว! นายมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ปล่อยเลยนะ ตัวฉันเหม็นน้ำมัน เดี๋ยวเสื้อผ้านายก็เปื้อนหรอก แล้วกลับมาอีกทำไมเนี่ย” เพลิงโว
ผู้เป็นพ่อหรี่ตามองลูกชายที่แสดงความเด็ดเดี่ยวออกมาอย่างชัดเจน “แล้วยัยหนูเพลิงของแกเนี่ย เธอเป็นลูกสาวตระกูลไหนกัน ทำไมฉันถึงไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลยล่ะ”ริวอ้าปากเตรียมจะอธิบาย แต่เรนะที่นั่งฟังอยู่กลับชิงตอบขึ้นมาเสียก่อน ราวกับอยากจะอวดข้อมูลที่ตัวเองเพิ่งไปสืบรู้มา“จะตระกูลไหนซะอีกละคะพ่อ เพลิงน่ะเป็นถึงลูกสาวคนเล็กคนเดียวจากพี่น้องทั้ง 4 คนของตระกูล ‘อัคราพิวัฒน์’ เลยนะพ่อ แถมยังเป็นตระกูลเจ้าของอุตสาหกรรมยานยนต์ขนาดใหญ่ของประเทศเราด้วยค่ะ”“อัคราพิวัฒน์!?”ผู้เป็นพ่อเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ก่อนที่รอยยิ้มจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า เพราะตระกูลอัคราพิวัฒน์ไม่ใช่แค่รวย แต่ยังมีอิทธิพลและเส้นสายในวงการยานยนต์ระดับประเทศ ซึ่งหากได้เกี่ยวดองกัน ย่อมส่งผลดีต่อตระกูลคาซึยะอย่างมหาศาล ยิ่งกว่าตระกูลอสังหาฯ เสียอีก“ฮ่าๆๆ! ดี! ดีมากไอ้ลูกชาย!” ผู้เป็นพ่อหัวเราะร่า“ตาถึงใช้ได้นี่หว่า ลูกสาวคนเดียวของตระกูลอัคราพิวัฒน์เชียวเหรอ”ผู้เป็นพ่อลุกขึ้นยืนพลางตบไหล่ริวด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนจะสั่งทิ้งท้าย“แต่ว่ายังไงเรื่องที่จะต้องไปเจอหนูไผ่หลิวก็ห้ามเบี้ยวเด็ดขาดเชียวล่ะ ไปตามนัดให้ตรงเว
รถสปอร์ตคันหรูของริวแล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลคาซึยะ ชายหนุ่มเดินตรงเข้าไปยังห้องรับรองใหญ่ซึ่งเป็นห้องที่พ่อของมักจะใช้เรียกคุยเรื่องสำคัญเป็นประจำทันทีที่ผลักประตูเข้าไป ริวก็พบกับผู้เป็นพ่อนั่งจิบชาอย่างใจเย็นรออยู่ก่อนแล้ว“พ่อมีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าครับ ถึงได้เรียกผมเข้ามาแบบกระทันหันแบบนี้” ริวเอ่ยถามพลางเดินไปทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้าม“ก็ถ้าไม่บอกว่าด่วน แกจะยอมโผล่หน้ามาให้ฉันเห็นไหมล่ะ” ผู้เป็นพ่อวางถ้วยชาลง ก่อนจะเข้าประเด็นสำคัญทันที “มะรืนนี้เคลียร์คิวให้ว่างด้วย พ่อนัดดูตัวไว้ให้แกแล้ว”“ดูตัว!? พ่อพูดเรื่องอะไรเนี่ย ผมไม่ไป ชอบทำอะไรไม่ปรึกษากันอีกแล้วนะ” ริวสวนกลับทันที“ไม่ไปไม่ได้ ผู้ใหญ่เขารับปากกันไว้แล้ว” ผู้เป็นพ่อตวาดเสียงดุ “อีกฝ่ายคือหนู ไผ่หลิว ลูกสาวคนเดียวของตระกูล พิบูรณ์วัฒนา เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่ตระกูลเรากำลังดิวโปรเจกต์ด้วยอยู่ แล้วนี่ก็เป็นโอกาสดีที่จะดองกันไว้”“ธุรกิจก็ส่วนธุรกิจสิพ่อ ทำไมต้องเอาเรื่องแต่งงานของผมไปเกี่ยวด้วย!” ริวโวยวายอย่างหัวเสีย “อีกอย่าง ผมไม่ได้ชอบผู้หญิงที่พ่อหามาให้ ผมเคยบอกแล้วไงว่าถ
ช่วงสายของวันใหม่“แหม หายไปทั้งคืนเลยนะ ริวเขาคงทำแผลให้อย่างดีเลยล่ะสิ” วาโยเอ่ยแซวขึ้นเป็นคนแรกทันทีที่เห็นว่าน้องสาวของเขากำลังลงมาจากรถของแฟนหนุ่มที่พึ่งขออนุญาตพวกเขาคบกับน้องสาวอย่างเป็นทางการไปเมื่อคืนนี้ “นั่นสิเฮียโย สงสัยนอกจากแผลแล้ว ริวเขาคงตามใจยัยเพลิงน่าดูเลยล่ะ ถึงได้มาที่อู่สายแบบนี้” ชลธีรับมุกพี่ชายอย่างเข้าขา ทำเอาลูกน้องในอู่ที่เดินผ่านไปมาพากันอมยิ้มตามไปด้วย“หยุดเลยนะเฮียชล ไม่งั้นจะหาว่าเพลิงไม่เตือนนะ”“โอ๊ะๆ โอเคจ้า เฮียไม่แซวแล้วก็ได้ ว่าแต่แผลเป็นยังไงบ้างล่ะ”ชลธีรีบเปลี่ยนเรื่องทันทีที่ น้องสาวของเขาเริ่มยกกำปั้นขึ้นมาชูไว้ตรงหน้า“ก็ไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ ยังดีแค่เป็นรอยถากเฉยๆ ผมจัดการล้างแผลทายาให้เรียบร้อยแล้ว”ริวที่เดินตามเข้ามาทีหลังเป็นคนตอบแทนเพลิงที่กำลังหน้าขึ้นสีเพราะเขินที่ถูกเหล่าพี่ชายรุมแซวตั้งแต่เจอหน้ากัน“ก็ดีแล้วล่ะที่ไม่เป็นอะไรมาก ขอบคุณนายมากนะริวที่ช่วยดูแลน้องสาวของเราแถมยังจัดการเรื่องทะเลาะวิวาทเมื่อคืนนี้ให้อีก หลังจากนี้พวกเฮียก็ฝากยัยเพลิงด้วยนะ”ศิลาที่เดินเข้ามาทีหลังพร้อมเอกสารพูดขอบคุณริวอย่างจริงใจก่อนจะเดินเข้ามา
ตัดมาที่อีกโซนหนึ่งของบาร์…“เอ้า! ชน ดื่มให้หมดแก้วแล้วลืมๆ ไอ้ขยะนั่นไปซะ!”เสียงของเชอร์รี่ดังขึ้นพร้อมกับแก้วค็อกเทลสีสวยที่ยื่นมาตรงหน้า เพลิงในชุดเดรสสีดำที่นั่งอยู่ท่ามกลางแสงสีที่ขยับไหวไปมา เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะยอมหยิบแก้วเบียร์ขึ้นมาชนกับพี่สะใภ้ทั้งสามคนตามมารยาทจริงๆ แล้วเพลิงไม่
แสงสลัวจากไฟนีออนในบาร์หรูย่านสุขุมวิทสะท้อนกับแก้ววิสกี้ราคาแพงที่ถูกรินทิ้งไว้ข้างๆ ชายหนุ่มเจ้าของบาร์หรูที่กำลังเบื่อหน่ายกับสิ่งที่ได้รับมอบหมายทันทีที่ตัวของเขาเดินทางกลับถึงไทย นิ้วเรียวยาวลูบไล้ไปตามขอบแก้วพลางนึกถึงบทสนทนากับพ่อที่เพิ่งจบลงไปเมื่อไม่กี่วันก่อน“เฮ้ย ริว! มึงจะทำหน้าเซ็งไปถ
สามสาวลากเพลิงมาหยุดอยู่ที่หน้าสปาหรูใจกลางย่านธุรกิจ เพลิงเลยเดินตามแรงดึงของเชอรี่ไปอย่างเบื่อหน่ายในหัวยังวนเวียนอยู่กับข้อความเฮงซวยในมือถือ จนกระทั่ง…ปึก!จังหวะที่กำลังจะก้าวผ่านประตูบานใหญ่ ร่างของเพลิงก็ปะทะเข้ากับแผงอกของคนที่กำลังเดินสวนออกมาอย่างจัง แรงกระแทกทำให้เธอเซจนเกือบเสียหลักลงไ
อู่ซ่อมรถ AKK Motorsport อู่รถหรูขนาดใหญ่ใจกลางเมืองที่เหล่านักแข่ง และนักสะสมรถราคาแพงต่างก็พากันนำรถของตนมาให้ช่างใหญ่ที่นี่คอยดูแล ด้วยคำเลื่องลือที่ใครๆ ก็บอกว่าช่างใหญ่ของที่นี่เก่งทั้งเรื่องการปรับแต่งรถให้หรูและมีระดับ แถมพ่วงเครื่องยนต์เจ๋งๆ เหมาะกับนักแข่งที่ชื่นชอบความเร็ว ชนิดที่ว่าถ้าไ







