LOGINผู้หญิงบอบบางมีเป็นร้อยกลับไม่สนใจ แต่พอโดนคนตัวเล็กซัดปากแตกเข้าไปที ถึงกลับปักใจว่าคนนี้แหละครับว่าที่ภรรยาในอนาคต
View Moreอู่ซ่อมรถ AKK Motorsport
อู่รถหรูขนาดใหญ่ใจกลางเมืองที่เหล่านักแข่ง และนักสะสมรถราคาแพงต่างก็พากันนำรถของตนมาให้ช่างใหญ่ที่นี่คอยดูแล ด้วยคำเลื่องลือที่ใครๆ ก็บอกว่าช่างใหญ่ของที่นี่เก่งทั้งเรื่องการปรับแต่งรถให้หรูและมีระดับ แถมพ่วงเครื่องยนต์เจ๋งๆ เหมาะกับนักแข่งที่ชื่นชอบความเร็ว ชนิดที่ว่าถ้าได้ผ่านมือช่างคนนี้แชมป์ความเร็วก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
แต่ใครเลยจะได้รู้ว่าช่างใหญ่ของที่นี่หน้าตาเป็นอย่างไร ยกเว้นก็แต่จะเป็นลูกค้า VVIP ของอู่นี้เท่านั้น
“เฮียอัค ลูกค้าประจำมาแล้วพี่”
“เออๆ เดี๋ยวจัดการตรงนี้เสร็จแล้วจะไป”
เสียงเล็กๆ ของหญิงสาวที่กำลังง่วนกับการประกอบเครื่องยนต์ ตอบกับลูกน้องคนสนิทด้วยน้ำเสียงกึ่งตะโกน ก่อนจะไถลตัวออกมาจากใต้ท้องรถ Supercar คันหรู
‘เพลิง’ หรือที่ลูกน้องในอู่เรียกกันว่า ‘เฮียอัค’ ยันตัวขึ้นยืนพลางปัดมือที่เปื้อนคราบจาระบีกับผ้าขี้ริ้ว ใบหน้าเนียนใสมีรอยดำจางๆ แต้มอยู่ตรงโหนกแก้ม ผมที่ถูกมัดแบบลวกๆ เพื่อให้สะดวกต่อการทำงาน ถึงแม้จะดูหยุงเหยิงแต่นั่นกลับไม่ได้ทำให้ความสวยของเธอลดลงเลยแม้แต่น้อย
ตื๊ด... ตื๊ด…
แต่ก่อนที่เธอจะเริ่มสั่งงานลูกน้องแรงสั่นจากมือถือในกระเป๋ากางเกงทำให้เธอต้องหยุดชะงัก ก่อนที่เธอจะขมวดคิ้วเมื่อเห็นชื่อหน้าจอ
‘พี่กร’ แฟนหนุ่มที่แม่แสนจะภูมิใจกำลังส่งข้อความมาหาเธออย่างรัวๆ
Korn: เพลิงพี่ว่าเราเลิกกันเถอะ
Korn: พี่ทนไม่ไหวแล้วจริงๆ วันๆ เธอเอาแต่คลุกอยู่แต่ในอู่ ร่างกายเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำมัน กลิ่นตัวก็มีแต่กลิ่นเครื่องยนต์
Korn: แถมเวลาอยู่กับพี่ เธอก็นิ่งจนน่าเบื่อ
Korn: ลืมพี่ไปซะเถอะนะ เราไปกันไม่ได้จริงๆ
เพลิงจ้องข้อความนั้นนิ่งๆ ดวงตาคู่สวยดูสั่นไหวเพียงครู่ก่อนจะกลับมาเป็นปกติ เธอไม่ได้เสียใจที่เสียผู้ชายคนนี้ไป แต่เธอไม่เข้าใจว่าถ้าจะเลิกก็มาบอกต่อหน้าดีกว่าไหม แล้วไอ้เหตุผลที่ว่าเธอน่าเบื่อเนี่ยคือเหตุผลที่แย่มากๆ ในการนำมาใช้ปฏิเสธผู้หญิง ทั้งๆ ที่กรเข้ามาจีบเพลิงก่อนด้วยซ้ำ แถมยังเข้ามาทางผู้ใหญ่จนเธอไม่สามารถปฏิเสธได้อีก แล้วนี่มันคืออะไร
‘น่าเบื่อเหรอ หึ แล้วเพราะใครล่ะที่บังคับให้ฉันต้องทำตัวเป็นกุลสตรีเวลาอยู่ต่อหน้านายแบบนั้น’
“เฮีย เป็นไรป่าวทำไมยืนนิ่งเลย”
จ๊อดลูกน้องคนสนิทของเพลิงเดินเข้ามาทักเมื่อเห็นลูกพี่สาวยืนนิ่งอยู่นาน
เพลิงรีบยัดมือถือลงกระเป๋าตามเดิม ใบหน้าสวยแสยะยิ้มน้อยๆ จนลูกน้องที่ได้เห็นรอยยิ้มนั้นถึงกับขนลุก เพราะรู้ดีเลยว่ามันหมายถึงอะไร
“ไม่มีอะไร...ช่างมันเถอะ”
“นายไปบอกลูกค้าคนนั้นก่อนนะว่าวันนี้เฮียอัคไม่มีอารมณ์จะรับแขก แล้วให้พวกพี่ชายฉันจัดการกันเองไปก่อนได้เลย”
พูดจบเพลิงก็เดินดุ่มๆ เข้าห้องพักส่วนตัวหลังอู่ทิ้งคราบช่างใหญ่ไว้เบื้องหลัง ความโกรธปนความรำคาญใจนั้นทำให้เพลิงทิ้งตัวแรงๆ ลงนั่งกับโซฟาหนังภายในห้องพักก่อนถอนหายใจออกมา
หลังจากที่หญิงสาวเดินเข้าห้องพักได้ไม่นาน ประตูก็ถูกเปิดออกอีกครั้งพร้อมกับแรงกดดันมหาศาลจากชายหนุ่มร่างสูงสามคนที่เดินเรียงแถวเข้ามาด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ ศิลายืนกอดอกพิงขอบประตูพลางจ้องมองน้องสาวที่นั่งนิ่งผิดปกติ ส่วนวาโยกับชลธีเดินไปหยิบกระป๋องเครื่องดื่มในตู้เย็นมาเปิดดื่มแก้เซ็ง
“จ๊อดบอกว่าวันนี้แกไล่แขกเหรอเพลิง”
ศิลาถามเสียงเรียบ สายตาคมจ้องไปยังน้องสาวของเขาที่กำลังทำหน้าเบื่อหน่ายโลก
“อือ ไม่อยากรับแขก”
เพลิงตอบสั้นๆ มือยังคงหมุนน็อตในมือเล่นไปมา ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นสบตาใคร
“หน้าบูดขนาดนี้ ไม่ใช่แค่ไม่อยากรับแขกหรอก มั้ง” ชลธีขยับเข้ามาใกล้
“มีเรื่องอะไร ก็เล่ามาให้พวกเฮียฟังซะยัยตัวดี”
เพลิงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโยนมือถือลงบนโต๊ะไม้เสียงดัง ปึก สื่อเป็นนัยให้พวกพี่ๆ ดูเอาเอง วาโยหยิบขึ้นมาอ่านข้อความจากกร ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาอย่างสมเพช
“มันบอกว่าแกน่าเบื่อ... แถมยังว่าเรื่องกลิ่นน้ำมันเครื่องอีก”
วาโยโยนมือถือคืนที่เดิม
“ไอ้หมอนี่มันโง่จนน่าตกใจนะ ที่มองไม่เห็นว่าไอ้ที่เห็นว่าเงียบๆ นิ่งๆ เนี่ยตอนมันเป็นตัวของตัวเองมันแซ่บขนาดไหน”
“เพลิงไม่ได้สนว่ามันจะเลิก”
เพลิงพูดขึ้นมาเรียบๆ
“แต่เพลิงแค่หงุดหงิดที่เอาเรื่องงานที่เพลิงรักมาเป็นเหตุผลเฮงซวยในการมาบอกเลิกกัน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็เห็นปากดีบอกว่ารับได้ทุกอย่าง”
ศิลาพยักหน้าเข้าใจ เขาไม่ได้พูดปลอบด้วยคำหวาน แต่กลับหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาต่อสายหาคนเดียวที่จะจัดการเรื่องนี้ได้
“รี่... มารับยัยเพลิงไปที น้องอารมณ์ไม่ดี... เออ พาไปช้อปปิ้งหรือทำอะไรก็ได้ที่มันหายเซ็ง จัดการให้ทีนะ”
เพลิงเงยหน้ามองพี่ชายคนโตทันทีที่เขาต่อสายหาพี่สะใภ้ที่เธอเคารพ
“เฮ้ย! เฮีย เพลิงไม่ได้อยากออกไปไหนนะ”
“ไม่ได้!”
ศิลาขัดเสียงเข้มแต่แฝงความเอ็นดูน้องสาวที่วันๆ ชอบขลุกอยู่แต่ในอู่จนหน้ามอมแมมไปหมด
“ในเมื่อมันกล้าบอกว่าน้องเฮียน่าเบื่อ เฮียก็จะให้เห็นว่าไอ้ที่มันว่าน้องอ่ะมันโคตรคิดผิดเลย ส่วนงานคืนนี้เดี๋ยวพวกเฮียจัดการเอง ไปกับพวกพี่สะใภ้ซะ”
ไม่ถึงสามสิบนาทีต่อมา เสียงเบรกของรถยุโรปคันหรูก็ดังขึ้นหน้าอู่ AKK พร้อมกับการปรากฏตัวของสามสาวสะใภ้อัคราพิวัฒน์ที่เดินนวยนาดเข้ามา นำโดย ‘เชอร์รี่’ สะใภ้ใหญ่สายเปย์ของศิลาที่มาพร้อมกับ ‘มินตรา’ สะใภ้แซ่บสุดเฮี๊ยบของวาโย และ ‘ก้อย’ สะใภ้สายบู๊ของชลธี
“ไหนใครกันที่มาว่ายัยตัวเล็กของเจ๊!”
เชอร์รี่เดินมาคว้ามือเพลิงไว้
“ไปค่ะ! ได้เวลาถอดชุดหมีเปื้อนๆ นี่ออกไปแล้วเปลี่ยนลุคใหม่ให้สวยแซ่บสมกับเป็นลูกสาวคนสวยของอัคราพิวัฒน์ได้แล้วค่ะ”
ช่วงสายของวันใหม่“แหม หายไปทั้งคืนเลยนะ ริวเขาคงทำแผลให้อย่างดีเลยล่ะสิ” วาโยเอ่ยแซวขึ้นเป็นคนแรกทันทีที่เห็นว่าน้องสาวของเขากำลังลงมาจากรถของแฟนหนุ่มที่พึ่งขออนุญาตพวกเขาคบกับน้องสาวอย่างเป็นทางการไปเมื่อคืนนี้ “นั่นสิเฮียโย สงสัยนอกจากแผลแล้ว ริวเขาคงตามใจยัยเพลิงน่าดูเลยล่ะ ถึงได้มาที่อู่สายแบบนี้” ชลธีรับมุกพี่ชายอย่างเข้าขา ทำเอาลูกน้องในอู่ที่เดินผ่านไปมาพากันอมยิ้มตามไปด้วย“หยุดเลยนะเฮียชล ไม่งั้นจะหาว่าเพลิงไม่เตือนนะ”“โอ๊ะๆ โอเคจ้า เฮียไม่แซวแล้วก็ได้ ว่าแต่แผลเป็นยังไงบ้างล่ะ”ชลธีรีบเปลี่ยนเรื่องทันทีที่ น้องสาวของเขาเริ่มยกกำปั้นขึ้นมาชูไว้ตรงหน้า“ก็ไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ ยังดีแค่เป็นรอยถากเฉยๆ ผมจัดการล้างแผลทายาให้เรียบร้อยแล้ว”ริวที่เดินตามเข้ามาทีหลังเป็นคนตอบแทนเพลิงที่กำลังหน้าขึ้นสีเพราะเขินที่ถูกเหล่าพี่ชายรุมแซวตั้งแต่เจอหน้ากัน“ก็ดีแล้วล่ะที่ไม่เป็นอะไรมาก ขอบคุณนายมากนะริวที่ช่วยดูแลน้องสาวของเราแถมยังจัดการเรื่องทะเลาะวิวาทเมื่อคืนนี้ให้อีก หลังจากนี้พวกเฮียก็ฝากยัยเพลิงด้วยนะ”ศิลาที่เดินเข้ามาทีหลังพร้อมเอกสารพูดขอบคุณริวอย่างจริงใจก่อนจะเดินเข้ามา
หลังจากที่ทั้งสองอาบน้ำเสร็จ ริวก็อุ้มเพลิงที่ดูเหนื่อยจากการโดนมังกรหนุ่มเอารัดเอาเปรียบตอนที่อาบน้ำมาวางไว้ที่เตียงเหมือนเดิมพร้อมกับล้มตัวลงไปนอนข้างๆ ร่างบางก่อนจะดึงเธอมากอดไว้ในอกอีกครั้ง “อื้อ ปล่อยได้แล้ว ฉันเหนื่อยจะแย่อยู่แล้วนะ”“หึ ขอกอดอีกหน่อยไม่ได้เหรอไง ผมยังไม่อิ่มเลย”ริวพูดพลางซบหน้าลงบนคอของเพลิงพลางสูดดมอย่างหลงใหล“เฮ้อ นายนี่จริงๆ เลย”เมื่อคนตัวเล็กสู้ไม่ได้ เลยปล่อยให้มังกรหนุ่มทำตามใจตัวเองต่อไปจนกระทั่งริวหยุดการกระทำนั้นแล้ว เปลี่ยนท่าทีมาขยับปลายนิ้วเกลี่ยแก้มเนียนใสเบาๆ ก่อนจะเอ่ยคำถามที่ดูจริงจังออกมา“ผมถามอะไรหน่อยสิ ตอนนี้เราสองคนเป็นอะไรกัน”เพลิงชะงักไปครู่หนึ่งหลังจากได้ยินคำถามทื่อๆ จากชายหนุ่มตัวโตตรงหน้า เธอพยายามหลบสายตาคมคู่นั้นแทนการตอบคำถาม ก่อนจะตัดสินใจย้อนถามเขากลับไปด้วยเรื่องที่ยังคงติดค้างอยู่ในใจ“แล้วนายถามตัวเองดีแล้วเหรอ? ว่านายสามารถรับผู้หญิงที่เป็นแบบฉันได้จริงๆ น่ะ” เพลิงช้อนสายตาขึ้นสบตากับเขา โดยที่ในแววตานั้นฉายความกังวลขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด แต่ริวกลับยกยิ้มมุมปาก เมื่อได้ยินคำถามที่เหมือนจะแค่ขอความมั่นใจมากกว่าที่จะปฏิเ
ขณะเดียวกัน มืออีกข้างของเขาก็เลื่อนต่ำลงไปลูบไล้บั้นท้ายงอนงาม ก่อนจะสอดแทรกปลายนิ้วเข้าสู่กึ่งกลางกายที่กำลังเปียกชุ่มจนสัมผัสได้ถึงความฉ่ำแฉะที่เอ่อล้นออกมา ซึ่งเป็นหลักฐานชั้นดีว่าเธอเองก็ต้องการเขาไม่แพ้กัน ริวค่อยๆ กรีดนิ้วไปตามร่องสวาทก่อนจะสอดนิ้วเข้าไปภายในช่องทางคับแคบ ช้าๆ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับคนบนร่าง“อ๊ะ... ริว... อื้อ...” เพลิงครางเสียงสั่น มือเล็กที่กำลังรูดรั้งความแข็งขืนชะงักไปชั่วขณะเมื่อถูกจู่โจมกลับทั้งบนและล่างจนตั้งรับไม่ทัน“แฉะขนาดนี้แล้ว... เลิกเล่นได้แล้วครับคนดี”ริวกระซิบเสียงพร่า แววตาคมจ้องมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้กัดปากหลับตาพริ้มด้วยความเสียวซ่าน เขาขยับปลายนิ้วเบิกทางเข้าออกเป็นจังหวะช้าๆ สลับกับบดขยี้จุดกระสัน จนร่างกายของเพลิงอ่อนระทวยและเปิดรับสัมผัสของเขาอย่างเต็มใจ เมื่อเห็นว่าช่องทางรักพร้อมสำหรับการสอดใส่แล้ว ริวก็ค่อยๆ ถอนปลายนิ้วออก จัดการถอดเสื้อเชิ้ตที่เกะกะของเพลิงออกไปให้พ้นทาง เผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าที่น่าชม ก่อนจะหยิบถุงยางมาสวมแล้วขยับสะโพกจัดแจงให้ส่วนหัวหยักที่กำลังร้อนระอุจ่อเข้ากับปากทางรักที่ชุ่มฉ่ำของเพลิงและค่อยๆ กดสะโพกเธ
เมื่อเพลิงได้ยินสิ่งที่ริวพูดออกมาอย่างไม่ปิดบังรวมถึงเห็นสายตาอันร้อนแรงของชายหนุ่มตรงหน้าที่จ้องเธออย่างไม่วางตาทำให้ใจของเธอเริ่มเต้นรัวและแรงขึ้นเรื่อยๆ “หึ้ย นายนี่มัน”“หรือไม่จริงล่ะ หืม” มือหนาของริวยังคงลูบไล้เรียวขาเนียนของร่างบางพร้อมทั้งใช้สายตาโลมเลียมไปทั่วทุกส่วน“ตาบ้า เลิกจ้องได้แล้ว ทำไมชอบเอาเปรียบกันอยู่เรื่อยเลย”เพลิงบ่นพึมพำอย่างไม่พอใจ ริวที่เห็นท่าทางไม่พอใจละคนเขินอายของเพลิงนั้นได้แต่หัวเราะหึในลำคอ ก่อนจะถอดเสื้อของตนออกเผยให้เห็นรูปร่างที่มีแต่มวลกล้ามเนื้อซิกแพ็คที่เรียงตัวสวยรวมถึงรอยสักมังกรที่เลื้อยพาดตั้งแต่หัวไหล่ไปจนถึงลำคอ “ทีนี้ ก็ไม่ได้เอาเปรียบคุณละเนอะ”เพลิงที่พึ่งได้สังเกตร่างกายของริวแบบเต็มๆ ตาในตอนที่มีสติ ถึงกับต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ให้กับรูปร่างที่สามารถดึงดูดให้สาวได้ง่ายๆ โดยเฉพาะส่วนกลางกายที่ดูแล้วขนาดจะไม่ธรรมดาเลยด้วยซ้ำ เพราะขนาดตอนที่มันอยู่ในกางเกงยังโดดเด่นสะดุดตาได้ขนาดนี้ แล้วถ้ามันถูกปลดพันธนาการออกมานี่มันจะขนาดไหน จนเธอเผลอนึกย้อนไปถึงคืนก่อนหน้าที่เธอมีสัมพันธ์ครั้งแรกกับริว จนหน้าเริ่มเห่อร้อนขึ้นมาอีกรอบ เพราะตอนนั้น
คำถามของศิลาทำให้เพลิงที่กำลังยกแก้วน้ำขึ้นจิบถึงกับสำลักออกมา ในขณะที่ริวกลับยิ้มมุมปากเมื่อได้เห็นปฏิกิริยาลนลาน ของคนตัวเล็ก “ครับ ผมพูดจริง” “ผมตั้งใจจะจีบเพลิงจริงๆ และหวังว่าพี่ชายอย่างพวกคุณจะเปิดทางให้ผมด้วย”ริวตอบก่อนจะหันไปสบตาของศิลาตรงๆ เพื่อแสดงความจริงใจวาโยที่นั่งข้างๆ ถึงกับผิวป
เช้าวันรุ่งขึ้นในห้องนอนที่เงียบสนิทของริว จู่ๆ เสียงเรียกเข้าจากมือถือที่วางอยู่ข้างเตียงของเขาก็ดังขึ้น ริวครางงึมงำในลำคออย่างขัดใจ มือหนาควานหามือถือก่อนจะหยิบมันขึ้นมากดรับสายทั้งที่ยังไม่ได้ลืมตา“ฮัลโหล”น้ำเสียงทุ้มติดแหบเอ่ยออกไปอย่างงัวเงีย“สวัสดีครับคุณคาซึยะ ริว หรือเปล่าครับ ผมจ๊อดจาก
หลังจากที่รถของริวขับออกจากอู่ไป เพลิงยังคงยืนอยู่ที่เดิมและใช้มือยกขึ้นถูแก้มข้างที่ถูกริวหอมอย่างแรงราวกับจะลบสัมผัสอุ่นๆ นั่นออกไปให้พ้น ใบหน้าที่เคยเปื้อนคราบน้ำมันเครื่องตอนนี้กลับแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู“ไอ้บ้า ไอ้คนฉวยโอกาส! หนอย... ฝากไว้ก่อนเถอะ” เพลิงสบถออกมา แววตาวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดบ
“นายต้องการอะไรล่ะ?” เพลิงถามกลับพลางขมวดคิ้วมุ่น พยายามประคองสติที่เริ่มจะหลุดลอยไปเต็มทีอย่างยากลำบากริวไม่ตอบในทันที แต่สายตาคมกวาดมองใบหน้าสวย ลามไปที่ริมฝีปากอิ่ม แรงดึงดูดประหลาดจากคนตรงหน้าทำให้เขารู้สึกต้องการผู้หญิงคนนี้มากขึ้นกว่าเดิม“แลกกับเวลาที่เหลือในคืนนี้ของคุณ”เงื่อนไขของริวทำเอ