로그인แสงสลัวจากไฟนีออนในบาร์หรูย่านสุขุมวิทสะท้อนกับแก้ววิสกี้ราคาแพงที่ถูกรินทิ้งไว้ข้างๆ ชายหนุ่มเจ้าของบาร์หรูที่กำลังเบื่อหน่ายกับสิ่งที่ได้รับมอบหมายทันทีที่ตัวของเขาเดินทางกลับถึงไทย นิ้วเรียวยาวลูบไล้ไปตามขอบแก้วพลางนึกถึงบทสนทนากับพ่อที่เพิ่งจบลงไปเมื่อไม่กี่วันก่อน
“เฮ้ย ริว! มึงจะทำหน้าเซ็งไปถึงไหนวะ?”
เคนเอ่ยแซวพลางกระดกเหล้าเข้าปาก
“กลับมาเมืองไทยทั้งที บรรยากาศก็ดี แถมมีสาวๆ เพียบแบบนี้ ร่าเริงหน่อยสิเว่ย”
ริวถอนหายใจยาว
“มึงก็รู้ว่ากูเกลียดความวุ่นวายแค่ไหน ถ้าไม่ใช่เพราะมึงบอกว่าอยากจะมานั่งที่โซนบาร์ กูคงนั่งจิบสาเกอยู่บนห้องเงียบๆ ไปแล้ว”
“เอาน่า... ถือว่าลงมาผ่อนคลายความเครียดจากน้องสาวมึงไง”
“แล้วนี่ยังไง... กลับมาไทยรอบนี้ จะอยู่ยาวเลยป่ะ”
“ก็อาจจะ”
ริวตอบพลางกระดกแก้ววิสกี้รวดเดียวจนหมด
“ว่าแต่ มึงมีอู่แนะนำป่ะ กูอยากเอาลูกกูไปจูนเครื่องใหม่หน่อย จอดทิ้งไว้ที่ไทยนานละไม่รู้ยังลงสนามไหวเปล่า”
ริวขอความเห็นจากเคน เพื่อนสนิท ที่เป็นถึงเจ้าพ่อวงการรถหรู
“กลับมาถึง ก็เสี้ยนความเร็วอีกแล้วดิ กูมีอู่ดีดีจะแนะนำมึงอยู่พอดี”
เคนวางแก้วลงพลางทำหน้าจริงจัง
“พอดีกูเจออู่ใหม่ที่เปิดได้ไม่นาน แต่ช่างใหญ่ที่นั่นแม่งอย่างเทพ ติดก็ตรงที่เจอตัวได้ยากมากๆ ถ้าไม่ได้เป็นเมมเบอร์ระดับ VVIP ก็คงจะเจอได้ยากหน่อย”
“แล้วไง อย่าบอกนะว่าคนอย่างมึงก็ยังไม่เคยเจอช่างคนนั้น”
ริวเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย
“โหว กูยังไม่พูดไม่จบป่ะ”
“ระดับคนอย่าง เคน พิชญพันธ์ แล้ว ถึงจะยังไม่เคยเจอช่างตัวเป็นๆ แต่เด็กๆ ของกูก็ได้ช่างใหญ่ที่นี่ดูแลอยู่แล้วเว่ย ถ้ามึงจะเอาลูกมึงไปเช็คที่อู่นี้มึงก็เอานามบัตรกูไปยื่นแล้วบอกว่ากูแนะนำมาก็พอละ”
“อ่ะ อู่ชื่อ AKK Motorsport”
เคนว่าพลางหยิบนามบัตรสีดำทองที่ดูหรูหราส่งให้เพื่อน
“ช่างใหญ่ที่นั่นชื่อ ‘เฮียอัค’ จูนเครื่องเนียนกริบขนาดที่มึงต้องอยากได้มาเป็นช่างส่วนตัวแน่ๆ แต่กูเตือนไว้อย่างนะ รายนั้นโลกส่วนตัวสูง ถ้าอารมณ์ไม่ดีเขาก็ไม่รับงานง่ายๆ นะเว่ย ฉะนั้นอย่าไปกวนตีนเขาล่ะ”
ริวรับนามบัตรมาปลายนิ้วไล้ไปตามตัวอักษรพลางหมุนต่างหูรูปน็อตที่หูซ้ายเล่นอย่างเคยชิน
“งั้นมึงก็ช่วยติดต่อให้กูที กูอยากให้รถพร้อมที่สุดก่อนจะเอาไปลองสนาม”
“เออๆ เดี๋ยวจัดการให้ แต่ตอนจะนัดเตรียมส่งรถมึงต้องไปที่อู่เองนะ”
เคนรับปากก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ บาร์ที่เริ่มคึกคักด้วยกลุ่มสาวสวยในชุดเดรสสั้นรัดรูปที่พยายามส่งสายตามาที่โต๊ะของพวกเขา
“แต่วันนี้มึงพักเรื่องรถไว้ก่อนเถอะว่ะ ดูนั่นสิ... เด็ดๆ ทั้งนั้น มึงสนใจคนไหนไหม? เดี๋ยวกูจัดให้หิ้วกลับขึ้นไปแก้เหงาสักคืน”
ริวเหลือบมองผ่านๆ ก่อนที่จะส่ายหน้า เพราะไม่มีใครน่าสนใจเลยสักคน จะมีก็แต่เด็กผู้หญิงมอมๆ กับดวงตาแสนพยศและกลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ ที่เขาได้เจอเมื่อช่วงบ่ายก่อนที่จะมาที่นี่เนี่ยแหละที่เขารู้สึกว่าน่าสนใจ
“มึงนี่มันเรื่องมากจริงนะไอ้ริว”
เคนหัวเราะพลางส่ายหัว
“สรุปสเปกมึงมันเป็นยังไงกันแน่วะ? ขาว สวย หมวย เอ็กซ์ กูก็ประเคนให้เลือกจนครบแล้วเนี่ย หรือมึงชอบแนวอื่น?”
ริวหมุนแก้ววิสกี้ที่พึ่งเติมใหม่ในมือช้าๆ แววตาคมค่อยๆ มองไปทั่วๆ บาร์พลางคิดอะไรบางอย่าง
“กูชอบอะไรที่มัน... คาดเดาไม่ได้”
“หือ? ยังไงของมึงวะ”
“ผู้หญิงที่เดินเข้ามาเสนอตัวง่ายๆ แบบนี้ กูไม่เก็ตฟิล ถ้ากูอยาก กูไปหาซื้อกินเอาข้างนอกยังจะจบง่ายกว่ามาหิ้วในบาร์ให้มีเรื่องยุ่งยากตามมาทีหลัง”
ริวเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ภาพดวงตาแสนพยศที่จ้องต่างหูเขาเขม็งลอยกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง
“กูชอบคนที่ดูมีแรงดึงดูด พยศนิดๆ ในแบบที่มีอะไรที่ทำให้กูต้องอยากจะลองรื้อดูข้างในเหมือน พวกเครื่องยนต์แรงๆ ที่กว่าจะได้มาเป็นเจ้าของต้องแย่งกับคนเยอะๆ มันน่าตื่นเต้นกว่า”
“เชี่ย มึงนี่มันพวกซาดิสต์ชอบเอาชนะชัดๆ” เคนเบ้ปาก
“มึงก็รู้ว่ากูชอบแบบแรงๆ เหมือนพวกเครื่องยนต์ที่ยิ่งเครื่องแรง ก็ยิ่งน่าเป็นเจ้าของ”
ริวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงความนัย แววตาคมยังคงกวาดมองไปทั่วบาร์ราวกำลังค้นหาอะไหล่ที่ถูกใจ และเหมือนว่าตอนนี้เขาจะหามันเจอเข้าให้แล้ว
“จะไปไหน ลืมไปแล้วหรือไงว่าเมื่อกี้พวกพี่ชายคุณเขาฝากคุณไว้กับผมแล้ว”“นายตกลงกับพวกเฮียเองนี่ แต่ฉันไม่ได้ตกลงกับนายด้วยสักหน่อย”เพลิงเถียงและพยายามดิ้นขลุกขลักเพื่อให้ตัวเธอหยุดจากอ้อมกอดของริว“งั้นเรามาตกลงกัน นี่ก็ดึกมากแล้ว นอนพักที่เถอะ”เพลิงถอนหายใจอย่างหงุดหงิดที่ทำอะไรไม่ได้ เธอกวาดสายตามองสภาพตัวเองที่ทั้งเปื้อนคราบแอลกอฮอล์และรอยเลือดจางๆ“แล้วจะให้ฉันนอนยังไง ชุดก็ไม่มีเปลี่ยน เนื้อตัวก็มอมแมมไปหมดแล้วเนี่ย” เพลิงบ่นอุบริวมองท่าทางฟึดฟัดที่ไม่ได้ปฏิเสธคำชวนของเขาอย่างชอบใจ ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบเชิ้ตสีดำตัวโคร่งของเขาออกมาส่งให้เธอ“อ่ะ ใส่เสื้อของผมไปก่อน ถ้าคุณรู้สึกเหนียวตัวก็เข้าไปเช็ดตัวในห้องน้ำผมก่อนก็ได้ แต่อย่าให้แผลโดนน้ำเด็ดขาดนะ ไม่งั้นผมจะเข้าไปช่วยเช็ดตัวให้คุณเอง”เพลิงรีบคว้าเสื้อเชิ้ตแล้วเดินสะบัดหน้าหนีเข้าห้องน้ำไปทันที ผ่านไปครู่ใหญ่เพลิงก็เดินออกจากห้องน้ำมาด้วยท่าทางประหม่า ริวที่นั่งรออยู่บนเตียงถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลาย ภาพตรงหน้าของเขา คือเพลิงที่อยู่ในเสื้อเชิ้ตสีดำตัวใหญ่ที่ยาวลงมาคลุมต้นขาเพียงเล็กน้อย กระดุมเม็ดบนที่ถูกเปิดทิ้งไว้เ
ภายในลิฟต์ส่วนตัวที่กำลังเคลื่อนที่ขึ้นสู่ชั้นบน มีเพียงเสียงทุบหลังและเสียงโวยวายของเพลิงที่ดังไม่หยุด ริวยังคงทำเป็นไม่สนใจและกอดหิ้วร่างบางพาดบ่าไว้แน่นราวกับน้ำหนักตัวของเธอไม่ได้เป็นภาระสำหรับเขาเลยสักนิด"ปล่อยเดี๋ยวฉันนี้นะ! นายกล้าดียังไงมาทำกับฉันแบบนี้ พี่ชายฉันยังไม่เคยหิ้วฉันเป็นกระสอบข้าวแบบนี้มาก่อนเลยนะ!" "ผมไม่สน แล้วถ้าคุณไม่ยอมหยุดดิ้นละก็ ผมจะตีก้นคุณแล้วนะเด็กดื้อ" “ใครเป็นเด็กดื้อกัน ฉันโตแล้วนะปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้” เพลิงทั้งดิ้นทั้งด่า แต่กระโปรงเดรสที่รั้งขึ้นมาทำให้เธอทำอะไรไม่ได้ถนัดนัก“คุณเด็กกว่าผม 2 ปีถ้าไม่ให้เรียกว่าเด็กดื้อแล้วจะให้ผมเรียกว่าอะไรล่ะ เอาเถอะ ถ้าคุณอยากจะดิ้นต่อก็ตามใจเลย เพราะผมก็ไม่ติดหรอกที่จะได้เห็นต้นขาเนียนๆ ของคุณขณะที่หิ้วคุณไปด้วยแบบนี้น่ะ”ริวพูดน้ำเสียงจริงจัง จนคนบนบ่าถึงกับยอมหยุดขยับตัวแต่โดยดี แต่ก็ยังไม่วายเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความหงุดหงิดพลางนึกสบถด่าในใจเมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ริวก็เดินตรงเข้าไปในห้องนอนกว้างก่อนจะค่อยๆ วางเพลิงลงบนเตียง แต่ทันทีที่เพลิงเท้าแตะพื้น เธอก็ตั้งท่าจะพุ่งตัวหนีออกจากห้องทันที"จะไปไหน!" ริว
พนักงานสาวที่กำลังขวัญเสียหันมามองเพลิงด้วยความซึ้งใจ ก่อนรีบก้มหน้าแล้วอาศัยจังหวะที่กลุ่มผู้ชายกำลังงงกับการมาของเพลิงสลัดตัววิ่งหนีออกไปทันที ทิ้งให้เพลิงยืนประจันหน้ากับแขกขี้เมากลุ่มนั้นเพียงลำพัง“เฮ้ย! อะไรเนี่ย กำลังสนุกเลย” หนึ่งในกลุ่มผู้ชายที่ดูท่าทางกร่างที่สุดก้าวเข้ามาดักหน้าเพลิง “แกเป็นใครเนี่ย เข้ามาแส่ทำไม”“ฉันแค่มาเรียกพนักงานให้ไปทำงานต่อ หลีกทางด้วย ฉันจะกลับโต๊ะ” เพลิงตอบเสียงเย็น แววตาเริ่มมีความไม่พอใจฉายชัดออกมา“ไม่หลีกแล้วจะทำไม? ปากดีแบบนี้สงสัยอยากจะมาแทนที่เด็กคนเมื่อกี้สินะ”ชายคนนั้นไม่พูดเปล่า แต่มันกลับพุ่งเข้ามากระชากแขนของเพลิงอย่างแรง ด้วยความที่เธอใส่ส้นสูงและไม่ได้ระวังตัวจึงเสียหลักเซไปกระแทกกับโต๊ะด้านข้าง จนขวดและแก้วเหล้าตกลงมาแตก ทำให้เศษแก้วกระเด็นมาบาดแถวๆ แขนของเธอเข้า แต่ก่อนที่การ์ดที่ริวสั่งมาให้ช่วยดูแลเพลิงจะเข้ามาถึงตัวพวกผู้ชายเหล่านั้น เพลิงกลับทำในสิ่งที่ทำให้ผู้ชายทั่วไปไม่คิดว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ จะทำได้ พลัวะ!“พูดดีดีไม่ชอบ งั้นก็ไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มที่โรงพยาบาลเลยไป!”เธอไม่ได้รอให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัวแต่กลับคว้าเก้าอี้ทรงสูงท
คำถามของศิลาทำให้เพลิงที่กำลังยกแก้วน้ำขึ้นจิบถึงกับสำลักออกมา ในขณะที่ริวกลับยิ้มมุมปากเมื่อได้เห็นปฏิกิริยาลนลาน ของคนตัวเล็ก “ครับ ผมพูดจริง” “ผมตั้งใจจะจีบเพลิงจริงๆ และหวังว่าพี่ชายอย่างพวกคุณจะเปิดทางให้ผมด้วย”ริวตอบก่อนจะหันไปสบตาของศิลาตรงๆ เพื่อแสดงความจริงใจวาโยที่นั่งข้างๆ ถึงกับผิวปากหวืออย่าชอบใจ แต่ในขณะที่ริวกำลังคุยกับศิลาอยู่ วาโยก็ได้สังเกตเห็นว่าต่างหูที่ริวใส่นั้นคล้ายกับของเพลิงน้องสาวของเขามาก“เออ... จะว่าไป ต่างหูนายนี่มันแบบเดียวกับที่ยัยเพลิงใส่เลยนี่หว่า”เพลิงหน้าร้อนวาบ เธอรีบตวัดสายตาดุๆ ไปที่ริวทันที เป็นเชิงเตือนว่าห้ามปากมากเรื่องคืนนั้นเด็ดขาด แต่ริวเห็นท่าทางพยศนั่นแล้วก็ยิ่งนึกสนุก เขาหันไปตอบวาโยด้วยท่าทีที่ปกติ“อ๋อ... อันนี้ผมทำขึ้นมาเองน่ะ ชิ้นนั้นผมตั้งใจให้เพลิงไว้เป็นของแทนใจ เพราะเห็นว่าเธอชอบมันมากเลย”“ของแทนใจเหรอ?” วาโยขมวดคิ้วหันขวับไปมองน้องสาวตัวเองทันที “เดี๋ยวนะเพลิง ไม่กี่วันก่อนตอนเฮียถาม แกยังบอกเฮียอยู่เลยไม่ใช่เหรอว่า แกซื้อมาใส่เองน่ะ แถมตอนนั้นแกก็พึ่งเจอคุณริวด้วยนี่ สรุปแล้วมันยังไงกันแน่ แกแอบไปกิ๊กกับริวก่อนพามาเจอพ
ชลธีมองท่าทางของทั้งคู่ที่ดูแล้วมีพิรุธก็พอจะเดาได้ว่าความสัมพันธ์ของสองคนนี้นั้นคงไม่ธรรมดา แต่ก็ไม่อยากจะพูดอะไรมากเพราะน้องสาวของเขาก็โตแล้ว“โอเคๆ ไม่ใช่ก็ไม่ใช่” ชลธีพยักหน้ารับส่งๆ พลางหันไปสนใจรถ Ferrari สีแดงที่จอดเด่นอยู่แทน “ที่แท้คุณก็คือเจ้าของรถคันนี้เองเหรอเนี่ย ยินดีที่ได้รู้จักครับผมชลธีเป็นพี่ชายคนที่ 3 ของเพลิง แล้วก็เป็นคนดูเรื่องระบบไฟและส่วนของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้กับรถทุกคันที่นี่ด้วย”“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมริวครับ” ริวยิ้มตอบลูบหลังตัวเองตรงจุดที่เพลิงเพิ่งหยิกไปหยกๆ “งั้นไหนๆ ก็มาแล้ว ปล่อยให้ยัยเพลิงเขาจัดการเจ้าแดงคันนี้ของคุณไปก่อนละกัน ส่วนเราก็เข้าไปนั่งคุยกันในสำนักงานกันดีกว่าเนอะ ข้างนอกมันเสียงดังแถมร้อนด้วย” ชลธีเชิญชวนด้วยท่าทางเป็นกันเอง“จะไปไหนก็รีบไปเลยนะ คนจะทำงานต่อแล้ว” เพลิงรีบออกปากไล่พี่ชายก่อนจะหันไปแยกเขี้ยวใส่ริว “ส่วนนาย... อย่าพูดเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องด้วยล่ะ”ริวไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่ยักคิ้วกวนๆ ส่งคืนไปให้ ก่อนจะเดินตามชลธีเข้าไปในห้องสำนักงานทั้งคู่เริ่มบทสนทนาจากเรื่องรถไปจนถึงเรื่องจิปาถะ ชลธีพบว่าริวเป็นคนคุยสนุกและม
ริวพยักหน้าให้จ๊อดก่อนจะเดินตรงไปยังโซนวีไอพีที่ถูกแยกออกเข้าอีกโซนด้านในของอู่เมื่อริวก้าวเข้าไปด้านในโซนนั้น เขาก็ได้เห็นรถ Ferrari สีแดงสดของตัวเองจอดเด่นอยู่กลางโรงซ่อม และที่ใต้ท้องรถคันนั้น มีแผ่นกระดานเลื่อนที่ตอนนี้มีช่างคนหนึ่งกำลังใช้มันมุดเข้าไปทำงานอยู่ริวหยุดยืนอยู่ข้างรถพลางจดจ้องไปที่ร่างที่นอนอยู่บนกระดานเลื่อนนั้น ก่อนจะเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง“สวัสดีครับเฮียอัค...ไม่ทราบว่ารถผมเป็นยังไงบ้างครับ”เสียงของริวทำให้คนที่อยู่ใต้ท้องรถชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่กระดานเลื่อนจะถูกไถลออกมาอย่างรวดเร็ว และเมื่อริวได้เห็นว่าคนที่อยู่ใต้ท้องรถ Ferrari ของเขานั้นคือใคร เขาก็ถึงกับยืนนิ่งไปราวกับถูกสาปสิ่งที่เขาได้พบคือใบหน้าเนียนใสที่เปื้อนรอยดำจางๆ และดวงตากลมโตแสนพยศที่เขารู้จักดี แถมเป็นยังคนที่เขากำลังตามหาอยู่ก่อนหน้านี้ด้วย“คุณ...!” ริวอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง“เฮียอัค! น็อตตัวนี้ให้ผมเปลี่ยนเลยไหมพี่ หรือจะให้ล้างสนิมก่อน” เสียงลูกน้องอีกคนตะโกนแทรกเข้ามา พลางวิ่งเอาอะไหล่มาส่งให้หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าริว“เอาไปล้างก่อนสิแบงค์ บอกกี่ครั้งแล้วว่าเวลาเปลี่ยนอะไหล





![เลขาสุดแซ่บ [NC25+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

