Se connecterคนบ้านั่น…ก็คือ ผมเอง
เย็นวันนั้น ท้องฟ้าสีส้มอมชมพูค่อย ๆ เลือนลับหลังทิวเขา ลินเพิ่งเลิกงานจากร้านป้าใจ เธอ เหน็ดเหนื่อยแต่ก็ยังยิ้มบาง ๆ ได้ เพราะในกระเป๋าเป้ด้านหลัง…
มีโทรศัพท์เครื่องใหม่ที่ยังทำให้เธอใจเต้นทุกครั้งที่นึกถึง
โทรศัพท์ราคาแพง…ที่ปลัดเชษฐ์ซื้อให้
ความรู้สึกแปลกประหลาดหลายอย่างหลอมรวมกัน ทั้งดีใจ ทั้งเกรงใจ ทั้งสับสน และเหมือนมีไออุ่นบางอย่างคลุมหัวใจไว้ไม่ให้เหงาเหมือนก่อน
ช่วงนี้ผักหลังบ้านไม่ขึ้น ไก่ไม่ค่อยไข่ รายได้จากตลาดจึงแทบไม่มี ทำให้เธอต้องช่วยป้าใจมากขึ้นเพื่อประคองรายได้จิปาถะในบ้าน นี่คือเรื่องที่ครอบครัวไม่เคยสนใจ แต่คอยไถเงินเธออยู่เสมอ
บ้านหลังเก่าเงียบสงบเสียงจิ้งหรีดร้องระงม ลินวางกระเป๋าลง แล้วนั่งพักที่บันไดหลังบ้าน
ลมเย็นพัดผมของเธอปลิวเบา ๆ เธอค่อย ๆ หยิบโทรศัพท์สีน้ำเงินขึ้นมา แสงจากจอทำให้ใบหน้าเธอสว่างวาบ
“มันใช้งานยังไงนะ…”
เธอพึมพำเบา ๆ มือค่อย ๆ เลื่อนดูฟังก์ชันต่าง ๆ อย่างประหลาดใจ
ทุกอย่างมันใหม่เกินไปสำหรับเธอแต่ก็ทำให้เธอยิ้มตื้น ๆ แบบคนตื่นเต้นกับสิ่งที่ไม่เคยมี
เธอโหลดไลน์ตามที่ปลัดบอก พอเปิดแอปปุ๊บ… ชื่อแรกที่ปรากฏขึ้น โดยไม่ต้องแอดเพื่อน
ปลัดเชษฐ์
เพราะเบอร์ของเขา…ถูกใส่มาในเครื่องตั้งแต่แรก พร้อมรูปโปรไฟล์เป็นรูปท้องฟ้ายามค่ำ
ลินแตะชื่อเบา ๆ หัวใจเต้นเร็วแบบกลัวใครได้ยิน
“ปลัดใส่ไว้ให้เองเลยเหรอ…”
เสียงเธอสั่นนิด ๆ ไม่รู้เพราะตกใจหรือเพราะเขิน แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ…
เสียงฝีเท้าของคนที่เธอไม่อยากเจอ
“นั่นแกทำอะไร!?”
เสียงสูงแหลมของแพรไหมดังขึ้นจากด้านหลัง ทำเอาลินสะดุ้งจนแทบทำโทรศัพท์ตก
แพรไหมเดินดุ่ม ๆ เข้ามา ใบหน้าเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นปนความโมโห
สายตาของหล่อนจับจ้องโทรศัพท์ในมือเธอเหมือนเห็นของล้ำค่า
“อันนั้น…โทรศัพท์รุ่นใหม่ใช่มั้ย!?”
แพรไหมเบิกตากว้าง
“รุ่นที่พึ่งโฆษณาน่ะ! ราคาตั้งหลายหมื่น!”
ลินรีบซ่อนโทรศัพท์ไว้หลังตัว
“แพรไหม…อย่าแย่งสิ เดี๋ยวตกนะ”
แต่ไม่ทันแล้ว แพรไหมพุ่งเข้าไปแย่งเต็มแรง
“เอามา! แกไปเอาจากไหน แกบอกว่าไม่มีเงินนี่! ไหนบอกจะเก็บไว้จ่ายค่าสอบไง!?”
ลินพยายามยื้อ “ไม่ใช่นะ แพรไหมฟังลินก่อน”
“ไม่ฟัง!!”
แพรไหมแย่งโทรศัพท์สำเร็จก่อนวิ่งปรู๊ดตรงไปยังหน้าบ้าน
ลินตกใจจนตัวชา รีบลุกตามทั้งที่ขาหนักเพราะทำงานมาทั้งวัน
“แพรไหม! หยุดก่อน! อย่าวิ่ง เดี๋ยวตก!!”
แต่หล่อนยิ่งวิ่ง ยิ่งเร่ง เหมือนตั้งใจจะฟ้องแม่ให้เร็วที่สุด
นวลขวัญนั่งที่แคร่หน้าบ้าน
กำลังกดดูไลฟ์ขายเสื้อผ้าอยู่ แต่พอเห็นแพรไหมวิ่งเข้ามา หยิบโทรศัพท์ราคาแพงโชว์ หล่อนก็ทำหน้ายุ่งทันที
“แม่! ดูนี่สิ! ยัยลินมันซื้อโทรศัพท์แพง ๆ มาใช้!!”
แพรไหมตะโกนลั่น
“บอกว่าเก็บเงินไว้จ่ายค่าสอบ แต่กลับเอาเงินไปซื้อของแบบนี้!”
ลินวิ่งตามมาทัน เหนื่อยหอบ “หนูไม่ได้ซื้อ”
“ปากดีนักนะ!”
นวลขวัญลุกพรวดขึ้นมา สายตาหล่อนวาวโรจน์ด้วยความโกรธ
“ยัยลิน! เอาเงินมาจากไหน หาาา?!”
“หนูไม่ได้ใช้เงินตัวเองเลยค่ะ มีคนให้”
เพียะ!!
เสียงตบดังสนั่น ใบหน้าลินหันไปตามแรง เธอกัดริมฝีปาก น้ำตาคลอทันที
“โกหก! ใครจะบ้าซื้อของแพงแบบนี้ให้คนอย่างแก!?”
นวลขวัญขึ้นเสียงลั่น
“หรือว่าแกไปทำอะไรไม่ดีมา!! ห๊ะ!!?”
“ไม่ใช่นะคะแม่ หนูเปล่า”
แต่แพรไหมเสริมทันที พลางจ้องลินด้วยสายตาดูถูก
“ใช่สิ! ใครมันจะซื้อให้คนอย่างพี่ลิน ไม่มีผู้ชายที่ไหนชอบผู้หญิงอ้วน ๆ ดำ ๆ แบบนี้หรอก!”
ลินยืนตัวสั่น ทั้งอาย ทั้งเจ็บ ทั้งอัดอั้นอยากจะอธิบาย แต่เสียงร้องไห้ติดคอจนพูดไม่ออก
“หนูไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ขอแม่ฟังหนูก่อน”
นวลขวัญจับแขนลินบีบเต็มแรง
“งั้นแกบอกมา!! ใครมันให้แก!!”
ลินเม้มปากแน่น ไม่กล้าพูดชื่อปลัดเชษฐ์ เพราะกลัวว่าเขาจะถูกพาดพิงหรือยุ่งกับเรื่องบ้านเธอ
แต่แม่เลี้ยงตีแขนเธอซ้ำ
“บอกมาเดี๋ยวนี้!!!”
ลินร้องไห้ออกมาเต็ม ๆ
“เขาแค่หวังดีค่ะ หนูไม่ได้ทำอะไรไม่ดี…”
“โกหกกกกก!!!”
แพรไหมตะโกนพร้อมดึงแขนเธออีกข้างจนเป็นรอยแดง สองแม่ลูกกำลังลากเธออย่างกับคนทำผิดร้ายแรง
แต่ทันใดนั้น...
เสียงเครื่องยนต์…ที่หยุดลงตรงหน้าบ้าน รถยนต์สีดำมันวาวจอดสนิทที่หน้าบ้านแบบกระทันหัน
ประตูฝั่งคนขับเปิดออกอย่างแรง ชายร่างสูงในชุดลำลองย้อนแสงเย็นก้าวลงมา ใบหน้าเข้มเหมือนมีพายุอยู่ในดวงตา
ปลัดเชษฐ์
ไม่รู้มีอะไรดลบันดาลใจให้เขาขับรถผ่านหน้าบ้านของเธอหลังเลิกงานวันนี้...
เขาเดินตรงมาหาพวกเธอ
ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความโกรธที่ควบคุมไว้จนเกือบล้นขอบ
สายตาเขาเห็นทุกอย่าง รอยแดงบนแขนลิน น้ำตาที่ไหลไม่หยุด โทรศัพท์ที่ถูกแย่งอยู่ในมือแพรไหมและสองแม่ลูกที่กำลังรังแกเธอ
ใบหน้าเขาเข้มจนใครก็ต้องขนลุก
“นี่พวกคุณกำลังทำอะไรอยู่?”
เสียงของเขา หนัก ลึก และเย็นจนเหมือนเสียงฟ้าครึ้มก่อนฝนตกหนัก
นวลขวัญสะดุ้ง
แพรไหมชะงักค้าง
“ปลัด…ปลัดมาได้ไงคะ…”
เสียงนาวลขวัญสั่นเครือ
แต่ปลัดไม่สนใจ เขาเดินตรงไปหาลิน ก่อนจะประคองเธอให้อยู่ข้างหลังเขาเหมือนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในโลก
มือใหญ่แตะแขนเธอเบา ๆ
“เจ็บไหมลิน?”
แค่คำถามสั้น ๆ เธอก็ร้องไห้หนักกว่าเดิม
“ฮึก…ไม่เป็นไรค่ะ”
แต่เขาเห็น เขาเห็นทุกอย่างที่เธอพยายามกลั้นไว้ เขาหันกลับไปมองสองแม่ลูกอย่างคนหมดความอดทน
“ผมได้ยินว่า…พวกคุณสงสัยว่าใครมันจะบ้าให้โทรศัพท์ราคาแพงแบบนี้กับลินใช่ไหม?”
นวลขวัญกับแพรไหมนิ่งงันไม่กล้าตอบ
ปลัดเชษฐ์แค่นหัวเราะเย็น ๆก่อนพูดเสียงดังชัด
“คนบ้านั่น…ก็คือ ผมเอง”
ทั้งบ้านเงียบกริบ ได้แต่จ้องหน้าเขาเหมือนช็อกจนพูดไม่ออก
ใบหน้าแพรไหมซีดลงทันที นวลขวัญเบิกตากว้างเหมือนโดนตบกลางใจ
ปลัดก้าวไปหยิบโทรศัพท์จากมือแพรไหมอย่างไม่ให้ปฏิเสธ แล้วเดินกลับมาวางในมือลินเบา ๆ
“ของเธอ อย่าให้ใครแย่งอีก”
ลินสะอื้นจนพูดไม่ออกแต่เขาวางมือลงบนหัวเธอเบา ๆ แบบปลอบโยน
เขาหันกลับไปยังแม่เลี้ยง น้ำเสียงเข้มกว่าเดิมจนฟังดูน่ากลัว
“พวกคุณทำอะไรลงไป รู้ตัวไหม?”
นวลขวัญรีบแก้ตัว
“คะคือ เราแค่ห่วงลินค่ะปลัด กลัวว่า”
“ห่วง?”
ปลัดหัวเราะเย็น
“นี่เรียกว่าห่วง? หรือเรียกว่ารังแก?”
แพรไหมหน้าซีดพลันรีบเปลี่ยนน้ำเสียงใสหวาน
“ปลัดขา หนูเปล่าน้า หนูแค่ตกใจว่าพี่ลิน”
ปลัดเชษฐ์ตัดบททันที
“ผมไม่ได้ถามคุณ”
แพรไหมเม้มปาก หน้าเสียทันที
เขาหันไปยังลินอีกครั้งแต่คราวนี้ น้ำเสียงเขาเด็ดขาดมากกว่าเดิม
“ลิน ไปกับผมนะ”
นวลขวัญสะดุ้ง “ไม่ได้ค่ะ! ลินเป็นลูกสาวฉัน ปลัดจะพาไปไหนไม่ได้!”
“ถ้าไม่หยุด…”
เสียงปลัดต่ำลงจนเหมือนคำราม
“ผมจะพาลินไปแจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกาย”
สองแม่ลูกหน้าถอดสี แพรไหมรีบปล่อยแขนลินราวกับกลัวไฟลวก
นวลขวัญกัดฟันแน่น
“นี่มันเรื่องในครอบครัว ปลัดอย่ายุ่ง!”
ปลัดเชษฐ์ก้าวเข้าไปใกล้ ประกายตาคมเฉียบเต็มไปด้วยอำนาจ
“ผมยุ่ง เพราะคุณกำลังทำร้ายผู้หญิงที่ไม่ควรถูกทำร้าย…และเธอเป็นคนของผมในความรับผิดชอบของผมด้วย”
ลินเงยหน้ามองเขา หัวใจเต้นแรงจนหายใจไม่ออก ไม่คิดเลยว่าเขาจะพูดแบบนี้ต่อหน้าคนในบ้าน
ปลัดไม่รอให้ใครค้าน เขากุมมือเธอ ฝ่ามือใหญ่ อบอุ่น แต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
“ลิน ไปเถอะ”
ลินพยักหน้าเบา ๆ ทั้งน้ำตา ก่อนถูกเขาพาเดินไปที่รถ
นวลขวัญและแพรไหมพยายามแย่งไว้ แต่ปลัดตวาดเสียงดังก้อง
“หยุด! ถ้ายังแตะเธออีกนิด…ผมเอาเรื่องถึงที่สุดแน่!”
สองแม่ลูกชะงัก ไม่กล้าขยับอีกแม้แต่นิดเดียว
ปลัดเปิดประตูรถให้ลิน ประคองเธอเข้าไปอย่างอ่อนโยนราวกับจับแก้วบาง
ภายในรถ
ลินนั่งกอดตัวเอง น้ำตายังไหลไม่หยุด ปลัดขึ้นรถแล้วปิดประตู ความเงียบอบอวล
เขาเหลือบมองเธอ เห็นเธอร้องไห้จนไหล่สั่น เขาก็รู้สึกเหมือนมีลาวาในอก
“ลิน…ไม่ต้องร้องแล้วนะ”
เขาพูดเบา ๆ
แต่เธอส่ายหน้า
“ฮึก…หนูกลัว…หนูไม่คิดว่าแม่กับแพรไหมจะทำแบบนั้น”
“ผมเห็นแล้ว”
ปลัดพูดช้า ๆ
“และผมจะไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นอีก”
คำพูดนี้ทำให้เธอร้องไห้หนักขึ้น ไม่ใช่เพราะเศร้าแต่เพราะมีคนยื่นมือเข้ามาปกป้องเธอเป็นครั้งแรกในชีวิต
รถค่อย ๆ เคลื่อนออกจากบ้านและมุ่งหน้าไปยังบ้านของปลัดเชษฐ์
บ้านชั้นเดียวหลังใหญ่ มีสวนหลังบ้านสวยและประตูรั้วไม้ดูแข็งแรง แสงไฟอุ่น ๆ ทำให้ลินรู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาอีกโลกหนึ่ง
เมื่อรถจอด ปลัดรีบลงไปเปิดประตูให้เธอ ประคองเธอเหมือนเป็นของสำคัญ
“เข้าบ้านก่อน เดี๋ยวผมเช็ดแผลให้”
ลินพยักหน้า อ่อนแรงแต่เชื่อใจเขาอย่างประหลาด
เธอเดินเข้าไปในบ้านที่เงียบสงบ อบอุ่น ไร้เสียงตะโกน ไร้การดูถูก มันตรงข้ามกับบ้านเธออย่างสิ้นเชิงจนหัวใจเธอบีบขึ้นมาอีกครั้ง
และคืนนี้…
เธอกำลังจะได้พักใจในสถานที่ที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้รับการต้อนรับ โดยคนที่เธอไม่เคยคิดว่าจะห่วงเธอ…ขนาดนี้
ของขวัญจากสรวงสวรรค์สองเดือนหลังค่ำคืนวิวาห์ที่เร่าร้อน ชีวิตคู่ของปลัดเชษฐ์และธิดาลินก็เข้าสู่ความสมบูรณ์แบบที่ใคร ๆ ต่างอิจฉา ลินเริ่มงานในฐานะผู้ช่วยปลัดเชษฐ์ในโครงการพัฒนาชุมชนตามที่เขาวางแผนไว้ ความฉลาดและความละเอียดอ่อนของเธอทำให้เธอทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม และพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเธอไม่ได้มาอยู่ตรงนี้เพียงเพราะเป็นภรรยาของปลัดทุกเช้าของบ้านพักปลัดอำเภอจะอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกาแฟและอาหารเช้าที่ลินบรรจงทำ“พี่เชษฐ์คะ! เสร็จแล้วค่ะ” เธอเรียกเขาที่กำลังแต่งเครื่องแบบราชการเขารีบเดินลงมา ใบหน้าหล่อเหลาที่โกนหนวดอย่างเกลี้ยงเกลาหอมแก้มเธอเบา ๆ ก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะอาหาร“วันนี้ทำอะไรครับ ภรรยาของพี่”“ทำข้าวผัดกุ้งค่ะ แล้วนี่ก็เป็นกล่องข้าวเที่ยงของพี่เชษฐ์ หนูทำผัดกะเพราปลาหมึกไข่ดาวไปให้”“โอ้โห! น่ากินที่สุดเลยครับ” เขากล่าวชมด้วยความจริงใจ “พี่รู้ไหมว่าข้าวกล่องฝีมือหนูนี่แหละ เป็นสิ่งที่ข้าราชการทั้งอำเภออิจฉาพี่ที่สุด”“โม้ไปเรื่อยค่ะ!” เธอหัวเราะ “รีบทานนะคะ เดี๋ยวจะไปทำงานสาย”“ไม่สายหรอกครับ เพราะหนูต้องไปทำงานพร้อมพี่”เขาใช้ชีวิตอยู่กับเธอแทบจะตลอดเวลา ในที่ทำงานเธอก็อยู่
ราตรีเข้าหอแสงเทียนอ่อน ๆ ในห้องนอนทำให้บรรยากาศอบอวลไปด้วยความโรแมนติกและความปรารถนาที่ไม่อาจยับยั้งได้ ปลัดเชษฐ์ได้ปลดเปลื้องชุดเจ้าสาวที่สวยงามออกจากร่างของลินจนหมดสิ้น เหลือเพียงความบริสุทธิ์และเรือนร่างอวบอิ่มที่เขาหลงใหลที่สุดเขาเฝ้ามองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก ความชื่นชม และความต้องการอย่างรุนแรง“หนูรู้ไหมครับ” ปลัดเชษฐ์กระซิบเสียงพร่า ขณะที่เขาก้มลงจูบริมฝีปากของเธออย่างเนิ่นนาน “วันนี้พี่เป็นผู้ชายที่มีความสุขที่สุดในโลก”“หนูก็เหมือนกันค่ะ” เธอตอบอย่างอ่อนหวาน “หนูดีใจที่ได้เป็นภรรยาของพี่เชษฐ์”ปลัดเชษฐ์ไม่ได้รีบร้อนเหมือนครั้งก่อน ๆ ในฐานะสามีที่ถูกต้องตามกฎหมาย เขาใช้เวลาสำรวจร่างกายของภรรยาอย่างช้า ๆ มือที่เคยสั่นเทาตอนเซ็นทะเบียนสมรส กลับกลายเป็นมือที่มั่นคงและเชี่ยวชาญในการมอบสัมผัสอันเร้าใจ เขาต้องการให้ค่ำคืนนี้เป็นคืนที่ลินจดจำไปตลอดชีวิตเธอส่งเสียงครางกระเส่าออกมาทันที เมื่อปลัดเชษฐ์เริ่มมอบความสุขให้เธออย่างลึกซึ้งและเอาใจใส่“อื้อ… พี่เชษฐ์” เธอเรียกชื่อเขาอย่างขาดห้วง“เรียกชื่อพี่อีกสิครับ” เขาขอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ “เรียกออกมาดัง ๆ ว่าหนู
งานวิวาห์การกลับมาของ มะลิษา (มะลิ) เปรียบเสมือนพายุบุญที่พัดเข้ามาในชีวิตของปลัดเชษฐ์และลิน เธอประกาศอย่างเด็ดขาดว่าด้วยประสบการณ์ในฐานะ ออร์แกไนซ์และดีไซเนอร์ ของครอบครัว งานแต่งงานนี้จะต้องออกมาสวยงามและมีเอกลักษณ์ที่สุดในอำเภอเพียงแค่สามวันหลังจากเดินทางมาถึง มะลิษาก็เข้าควบคุมการเตรียมงานทั้งหมดอย่างเบ็ดเสร็จ การวางแผนที่เคยดูวุ่นวายของปลัดเชษฐ์และลินก็ถูกจัดระเบียบให้เข้าที่เข้าทางอย่างมืออาชีพ“ยัยลิน! งานแต่งงานแกต้องไม่เหมือนงานกาชาดที่ไหนนะ!” มะลิษากล่าวอย่างดุดันขณะที่กำลังจัดวางผังโต๊ะ “ปลัดเขารักแกขนาดนี้ แกต้องฉายแสงให้คนทั้งอำเภอเห็นว่าแกคือเจ้าสาวที่สวยที่สุด!”“มะลิ! ไม่ต้องจัดเต็มขนาดนั้นก็ได้นะ” เธอบอกเพื่อนอย่างเกรงใจ“ไม่ได้! ฉันมาที่นี่เพื่อแก้แค้นให้แกทางอ้อม!” มะลิษายิ้มอย่างมีเลศนัย “คนพวกนั้นที่เคยดูถูกแก จะต้องอ้าปากค้างจนแมลงวันบินเข้าปากไปเลย!”มะลิษานำเสนอคอนเซ็ปต์งานที่เน้นความเรียบง่ายแต่หรูหรา โดยใช้สวนรอบบ้านพักของปลัดเชษฐ์เป็นฉากหลัก เน้นดอกไม้โทนสีขาวและเขียวอ่อน เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของชนบทที่สงบเงียบภารกิจเลือกชุดวิวาห์มะลิษาลากทั้งคู่ไปยัง
การกลับมาของเพื่อนเจ้าสาวหลังจากจดทะเบียนสมรสอย่างเป็นทางการ ชีวิตคู่ของปลัดเชษฐ์และลินก็เริ่มต้นขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบที่บ้านพักของปลัดอำเภอ แม้จะอยู่ในช่วงลางาน แต่บ้านพักกลับเต็มไปด้วยความวุ่นวายและความสุขเช้าวันแรกในสถานะสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ปลัดเชษฐ์และลินตื่นขึ้นมาพร้อมกันบนเตียงนุ่ม ๆ ของบ้านพัก พวกเขาใช้เวลาอยู่ด้วยกันอย่างอ่อนโยนที่สุดก่อนที่จะต้องลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับ ภารกิจเตรียมงานแต่งงาน ภายในหนึ่งเดือน“นี่มันสนุกกว่าทำงานในอำเภอเยอะเลยนะครับ” เขาพูดขณะที่กำลังยืนกอดเธอจากด้านหลังขณะที่เธอกำลังทำอาหารเช้า“สนุกเหรอคะ?” เธอหัวเราะ “ตอนนี้มีรายการที่ต้องทำเกือบยี่สิบอย่างแล้วนะคะพี่เชษฐ์!”“ก็มันวุ่นวายน่ารักดีครับ” เขาจูบไหล่เธอเบา ๆ “พี่ชอบที่เราต้องทำทุกอย่างด้วยกัน”ภารกิจแรกคือการคัดเลือกคนที่จะมาช่วยงานและเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาว“พี่ตัดสินใจแล้วครับ” เขาบอกขณะที่นั่งจิบกาแฟอยู่ข้าง ๆ เธอ “พี่จะให้ สารวัตรโจ้ มาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวคนสำคัญของพี่”“สารวัตรโจ้เหรอคะ?” เธอถามอย่างแปลกใจ “แต่พี่เชษฐ์กับสารวัตร… ไม่ได้สนิทกันมากไม่ใช่เหรอคะ”“อาจจะไม่ใช่เพื่อนสมัยเรียน”
ขอเมียและลายเซ็นที่สั่นเทาปลัดเชษฐ์และลินขับรถกลับถึงบ้านพักในอำเภอในช่วงเย็นของวันนั้น ความสุขที่ล้นปรี่จากการได้รับคำมั่นสัญญาตลอดการพักผ่อนทำให้ทุกอย่างดูสดใสไปหมด“ถึงบ้านแล้วครับคุณนายปลัด” เขาพูดขณะที่ช่วยปลดเข็มขัดนิรภัยให้เธอ“คุณนายปลัดเหรอคะ” เธอหัวเราะ “ยังไม่ทันจดทะเบียนเลยนะคะ”“ก็แล้วทำไมครับ? ใจพี่นี่จดทะเบียนไปตั้งนานแล้วนะ” เขาตอบอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะก้มลงจูบหน้าผากเธอเบา ๆ “พักผ่อนนะครับ พรุ่งนี้มีเรื่องสำคัญที่ต้องทำตั้งแต่เช้า”เช้าวันรุ่งขึ้น ปลัดเชษฐ์ตื่นแต่เช้าตรู่ แม้จะอยู่ในช่วงลางาน แต่เขาก็ดูมีพลังงานล้นเหลือ วันนี้เธอเลือก ชุดเดรสสีขาวสะอาดตา มีลายปักดอกไม้เล็ก
คำมั่นสัญญาใต้แสงอรุณรุ่งอรุณแรกหลังค่ำคืนแห่งการเยียวยามาถึงอย่างเงียบสงบ แสงสีส้มอมชมพูค่อย ๆ แต้มขอบฟ้าเหนือผืนทะเลที่สงบนิ่ง ปลัดเชษฐ์ลืมตาตื่นขึ้นก่อน เขาเฝ้ามองใบหน้าอิ่มเอิบของคนรักที่กำลังหลับใหลอยู่ในอ้อมแขน ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบแผ่วเบาข้างหูเธอ“ลินครับ… ตื่นได้แล้วนะ” เสียงทุ้มแหบพร่า “พระอาทิตย์กำลังจะขึ้นแล้วครับ”เธอขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาปรือ ๆ ค่อย ๆ เปิดออกพร้อมรอยยิ้มอ่อนหวาน“พี่เชษฐ์… กี่โมงแล้วคะ?”“เพิ่งจะหกโมงเช้าครับ แต่เราจะพลาดวิวสวยที่สุดของทะเลไม่ได้นะ ลุกขึ้นมาแต่งตัวกันเถอะ” เขาพูดพลางจูบหน้าผากเธอเบา ๆ “พี่อยากให้หนูเห็นมันพร้อมกับพี่”เธอไม่ขัดขืน เธอรู้สึกราวกับร่างกายถูกชาร์จพลังงานจนเต็มเปี่ยมจากความรักที่เขาได้มอบให้ตลอดทั้งคืน เธอเองก็อยากใช้ทุกวินาทีกับผู้ชายคนน







