Masukแผนลวงกลางแสงจันทร์ และรสจูบที่ไม่ได้ตั้งตัว
สามวันก่อนถึงฤกษ์วิวาห์ของปลัดเชษฐ์และธิดาลิน บ้านพักปลัดอำเภอที่เคยดูเรียบง่ายตามสไตล์ราชการไทย กลับถูกเนรมิตใหม่จนผิดหูผิดตาด้วยฝีมือของออร์แกไนซ์มือทองอย่างมะลิษา เธอสั่งรถขนดอกไม้สดนานาชนิดส่งตรงจากปากคลองตลาด และระดมช่างฝีมือดีจากกรุงเทพฯ มาจัดการทุกอย่างภายใต้การควบคุมของเธอเอง
“ลิน แกไม่ต้องห่วงเรื่องงบเลยนะ ฉันบอกแล้วไงว่างานนี้ฉันขอจัดให้เป็นของขวัญวันแต่งงานของแก เงินเท่าไหร่ฉันไม่อั้น!” มะลิษาเอ่ยขณะยืนสั่งงานช่างไฟอยู่กลางสนามหญ้า เธอสวมชุดกางเกงขาสั้นโชว์ขาอวบขาวเนียนกับเสื้อครอปที่เผยให้เห็นช่วงเอวนิดๆ ดูคล่องแคล่วและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน
“มะลิ... แกทุ่มเทเกินไปหรือเปล่า ฉันเกรงใจปลัดเขาด้วยนะ” ลินเอ่ยด้วยความซาบซึ้ง
“เกรงใจอะไรกันล่ะ ปลัดแกโชคดีจะตายที่มีแกเป็นเมีย และโชคดีกว่านั้นที่มีเพื่อนเจ้าสาวเก่งแบบฉัน!” มะลิษาหัวเราะร่า
ในขณะที่เธอกำลังก้มๆ เงยๆ จัดช่อดอกไม้สดสีขาวนวลอยู่นั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นด้านหลัง พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมแนววู้ดดี้ที่เธอจำได้ขึ้นใจ
“ดูเหมือนงานจะใหญ่กว่าที่ผมคิดนะครับคุณมะลิษา” สารวัตรโจ้ในชุดลำลอง เสื้อยืดสีดำพอดีตัวที่ขับให้กล้ามอกดูเด่นชัด เดินเข้ามาตรวจตราความเรียบร้อยตามหน้าที่เพื่อนเจ้าบ่าว
มะลิษาเงยหน้าขึ้น ยิ้มกว้างจนตาหยี “อ้าว สารวัตร! มาตรวจงานหรือมาตรวจหัวใจคะ? ถ้ามาตรวจหัวใจ มะลิบอกเลยว่าเต้นแรงมาก... เพราะเห็นหน้าสารวัตรนี่แหละค่ะ”
สารวัตรโจ้ชะงักไปนิด หน้านิ่งขรึมตามฉบับเดิมแต่ดวงตาคมกริบกลับกวาดมองร่างอวบอิ่มของเธออย่างไม่ตั้งใจ “ผมมาดูความปลอดภัยครับ เผื่อมีอะไรให้ช่วย... และผมว่าคุณควรใส่เสื้อผ้าที่มัน ‘มิดชิด’ กว่านี้หน่อยนะ คนงานมันเยอะ”
“อุ๊ย สารวัตรหวงเหรอคะ?” มะลิษาเดินเข้าไปใกล้จนอกอิ่มเกือบจะชนแขนแกร่ง “ที่มันไม่มิดชิด เพราะมะลิอยากให้สารวัตร ‘มอง’ คนเดียวไงคะ ไม่เห็นต้องดุเลย”
สารวัตรโจ้เม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกถึงไอร้อนที่พุ่งขึ้นหน้า “ผมไม่เล่นด้วยนะครับคุณมะลิษา ตั้งใจทำงานไปเถอะ” เขารีบเดินเลี่ยงไปอีกทาง แต่ในใจกลับเต้นผิดจังหวะเพราะรอยยิ้มขี้เล่นนั่น
และแล้ววันนั้นก็มาถึง
วันงานแต่งงานมาถึงอย่างยิ่งใหญ่ บรรยากาศภายในงานถูกจัดออกมาอย่างเรียบหรูในสไตล์ Minimal Luxury ดอกไม้สีขาวและโทนสีพาสเทลทำให้บ้านพักปลัดดูราวกับหลุดออกมาจากนิตยสาร แขกเหรื่อทั้งอำเภอต่างพากันชื่นชมไม่ขาดปาก
“งานสวยมากเลยครับปลัด จัดได้ดูดีจริงๆ” นายอำเภอเอ่ยชม
“ต้องยกความดีความชอบให้คุณมะลิษา เพื่อนเจ้าสาวครับนาย ออร์แกไนซ์มือหนึ่งจากกรุงเทพฯ เลยครับ” ปลัดเชษฐ์ตอบพลางยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
มะลิษาในชุดเพื่อนเจ้าสาวเดรสสีชมพูอ่อนรัดรูป เน้นทรวดทรงองค์เอวอวบอัดดูสะดุดตา เธอทำหน้าที่รับแขกและดื่มฉลองให้กับเพื่อนรักอย่างเต็มที่ จนเมื่อถึงเวลาส่งเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าหอเรียบร้อย ความเงียบเริ่มปกคลุม แขกเหรื่อเริ่มทยอยกลับ เหลือเพียงความมึนเมาที่เริ่มเข้าครอบงำร่างกายของเธอ
มะลิษาเดินโอนเอนไปที่รถเก๋งที่จอดอยู่ด้านหน้า มือบางควานหากุญแจรถในกระเป๋าอย่างทุลักทุเล ใบหน้าสวยแดงก่ำ ดวงตาเยิ้มด้วยฤทธิ์สุรา
“คุณทำอะไร?” เสียงเข้มดังขึ้นข้างหู พร้อมกับมือหนาที่จับข้อมือเธอไว้
มะลิษาเงยหน้ามอง เห็นใบหน้าหล่อเหลาของสารวัตรโจ้ที่ดูเคร่งเครียด “อ้าว สารวัตร... มะลิจะ... จะกลับโรงแรมไงคะ”
“จะขับรถกลับทั้งๆ ที่มีสภาพแบบนี้เนี่ยนะคุณ? อยากไปนอนในห้องขังของผมหรือไง?” โจ้ดุเสียงเข้ม
“มะลิ... มะลิไม่ได้เมาสักหน่อย แค่โลกมันหมุนนิดเดียวเองสารวัตร” เธอพยายามจะสะบัดมือออก แต่กลับเซไปซบที่อกกว้างของเขาแทน
สารวัตรโจ้ถอนหายใจยาว เขามองผู้หญิงร่างอวบที่อยู่ในอ้อมกอดด้วยความรู้สึกก้ำกึ่งระหว่างรำคาญกับเอ็นดู เขาคว้ากุญแจรถจากมือเธอมาถือไว้เอง “ขึ้นไปนั่งฝั่งซ้าย ผมจะไปส่งคุณเอง”
ภายในรถเงียบสนิท สารวัตรโจ้สตาร์ทรถและเตรียมจะออกตัว แต่เมื่อหันไปถามคนข้างๆ “คุณพักโรงแรมชื่ออะไรนะ?”
ไร้เสียงตอบกลับ... มะลิษาหลับตาพริ้ม ศีรษะพิงอยู่กับกระจกรถ ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอเหมือนคนหลับลึก โจ้ส่ายหน้าเบาๆ “หลับเก่งจริงๆ ยัยตัวแสบ”
เขาถือวิสาสะหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูของเธอจากกระเป๋าถือที่เปิดอ้าอยู่ โชคดีที่เธอไม่ได้ล็อคเครื่องไว้ เขาเปิดดูเบอร์ล่าสุดจนเจอเบอร์โรงแรมที่พัก สารวัตรหนุ่มตั้งพิกัด GPS แล้วขับมุ่งหน้าไปทันที
เมื่อถึงโรงแรม โจ้มองร่างอวบอิ่มที่นอนหลับไม่รู้เรื่อง เขาลงจากรถมาเปิดประตูฝั่งเธอ แล้วอุ้มเธอขึ้นมาแนบอก ความนุ่มนิ่มของร่างกายสาวอวบทำเอาเขาใจสั่นอย่างประหลาด เขาควานหาคีย์การ์ดในกระเป๋าของเธอ จนกระทั่งพาเธอขึ้นลิฟต์มาถึงหน้าห้องพัก
แกร๊ก... เสียงประตูเปิดออก โจ้พาเธอเดินตรงไปยังเตียงกว้างกลางห้อง แสงไฟสลัวจากด้านนอกส่องลอดเข้ามาพอให้เห็นใบหน้าสวยเซ็กซี่ของคนในอ้อมแขน
เขาค่อยๆ วางเธอลงบนเตียงอย่างนุ่มนวล แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะถอนตัวลุกขึ้นยืน มือบางที่เคยดูไร้เรี่ยวแรงกลับคว้าลำคอเขาไว้แน่น พร้อมกับออกแรงกระชากอย่างรวดเร็ว!
“เฮ้ย!”
สารวัตรโจ้เสียหลักล้มลงไปคร่อมทับบนตัวเธอทันที ร่างกายกำยำเบียดเสียดกับความนุ่มหยุ่นของสาวอวบจนไร้ช่องว่าง ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจร้อนผ่าวของมะลิษาที่เป่ารดใบหน้าเขาเต็มไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์เจือกลิ่นน้ำหอมกุหลาบ
“คุณมะลิษา นี่คุณ...”
ไม่ทันที่สารวัตรหนุ่มจะประท้วงจบ ริมฝีปากอิ่มสีแดงสดก็ประกบปิดลงบนริมฝีปากของเขาอย่างแรง มะลิษาดึงเขาเข้ามาจูบอย่างหิวกระหาย เธอใช้เรียวปากบดเบียด ดูดดึงริมฝีปากของเขาอย่างเร่าร้อน มือบางสอดเข้าไปในกลุ่มผมของเขา บังคับให้เขารับสัมผัสจากเธออย่างเต็มที่
สารวัตรโจ้เบิกตาโพลง หัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมาข้างนอก เขาพยายามจะขืนตัวลุกขึ้นในตอนแรก แต่รสจูบที่จัดจ้านและกลิ่นกายสาวที่เย้ายวนกลับทำให้สัญชาตญาณความหื่นที่ซ่อนอยู่ภายในพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
เขาเริ่มตอบโต้...จากการถูกรุก กลายเป็นผู้คุมเกม เขาบดจูบตอบเธออย่างหนักหน่วง ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นเล็กอย่างช่ำชอง เสียงครางอื้ออึงในลำคอดังขึ้นพัลวัน
มะลิษาลืมตาขึ้นเล็กน้อยในขณะที่ยังคงจูบตอบอย่างเร่าร้อน มุมปากของเธอยกยิ้มขึ้นในใจ...‘ติดกับแล้วนะสารวัตรจอมซึน’
แผนการแกล้งเมาแกล้งหลับของเธอได้ผลชะงัด และตอนนี้เธอก็กำลังจะได้รู้ว่า สารวัตรที่ดูนิ่งขรึมคนนี้จะ ‘ดุ’ อย่างที่เขาขู่ไว้จริงๆ หรือเปล่า!
เซอร์ไพรส์ใต้แสงเทียนกาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผันไปอย่างรวดเร็ว จากวันเป็นเดือน จากเดือนเลื่อนไหลจนครบหนึ่งปีเต็ม เรื่องราวความรักระหว่าง "สารวัตรโจ้" นายตำรวจหนุ่มมาดเข้มปากร้าย กับ "มะลิษา" คุณหนูออแกไนซ์สาวสวยหุ่นอวบอัด ดำเนินไปอย่างราบรื่นท่ามกลางสีสันของชีวิตคู่ที่ครบรสตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ทั้งคู่ใช้ชีวิตสลับไปมาระหว่างคอนโดมิเนียมริมน้ำของโจ้ และคฤหาสน์หรูของมะลิษา ตามคำสั่งของเจ้าสัวที่ยังคงหวงลูกสาวแต่ก็แพ้ลูกตื้อของลูกเขย สารวัตรโจ้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมจนได้รับคำชมเชยและเตรียมเลื่อนยศ ส่วนมะลิษาก็พาบริษัท Malisa Studio เติบโตจนคิวงานแน่นเอี๊ยดแต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน คือความหวานและความหื่นของคู่รักคู่นี้ ที่ดูเหมือนจะทวีคูณขึ้นทุกวันเช้าวันเสาร์ที่สดใส ในห้องครัวของคอนโดมิเนียม สารวัตรโจ้ในชุดผ้ากันเปื้อนลายหมีที่มะลิซื้อให้แกล้ง ๆ แต่เขาใส่จริงจัง กำลังยืนทอดไข่ดาวด้วยท่าทางทะมัดทะแมง"หอมจังเลย..."เสียงหวานงัวเงียดั่งขึ้น พร้อมกับอ้อมแขนขาวผ่องที่สวมกอดเอวสอบของเขาจากด้านหลัง มะลิษาในชุดนอนผ้าซาตินบางเบาซบหน้าลงกับแผ่นหลังกว้างสูดกลิ่นกายยามเช้าของแฟน
พันธนาการเหนือศีรษะ 🔞เข็มนาฬิกาบนผนังเรือนรับรองแขกเดินไปอย่างเชื่องช้าในความรู้สึกของสารวัตรโจ้ เวลาล่วงเลยเข้าสู่เที่ยงคืน บรรยากาศรอบคฤหาสน์วงศ์พิมานเงียบสงัด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรที่ร้องระงมแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามของชายหนุ่มร่างใหญ่โจ้ในชุดนอนกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวเปลือยท่อนบนโชว์มัดกล้ามและรอยสักจางๆ ที่ต้นแขน เดินวนไปวนมาอยู่หน้าประตูห้อง เขามองลอดผ่านผ้าม่านออกไปที่ตึกใหญ่ เห็นไฟในห้องนอนของเจ้าสัวและคุณหญิงดับลงไปนานแล้ว เหลือเพียงไฟทางเดินสลัวๆ"จะมาไหมเนี่ย..." เขาพึมพำกับตัวเองด้วยความกระวนกระวายความต้องการทางกายที่ถูกกดทับมานานหลายสัปดาห์กำลังปะทุขึ้น เพียงแค่จินตนาการถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ และผิวนุ่มนิ่มของมะลิษา ร่างกายส่วนล่างของเขาก็ตื่นตัวจนปวดหนึบ เขาเตรียมความพร้อมทุกอย่างไว้แล้ว ทั้งเครื่องปรับอากาศที่เย็นฉ่ำ และ "อุปกรณ์ป้องกัน" ที่เขาแอบพกติดกระเป๋ามาด้วยเสมอ (เผื่อฟลุ๊ค) ซึ่งคืนนี้จะได้ใช้มันสักทีก๊อก... ก๊อก...เสียงเคาะประตูเบาๆ ราวกับเสียงแมวข่วนดังขึ้น โจ้สะดุ้งสุดตัว รีบพุ่งเข้าไปปลดล็อกและกระชากประตูเปิดออกทันทีร่างอวบอัดที่คุ้นเคยยืนอยู่ตรงห
นวดแผนโบราณกระชับมิตร และความลับของลูกผู้ชายกาลเวลาหมุนผ่านไปหลายสัปดาห์ บรรยากาศในคฤหาสน์วงศ์พิมานเริ่มเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น แม้คำสั่งพักราชการของสารวัตรโจ้จะยังไม่สิ้นสุด แต่เขาก็ไม่ได้ปล่อยเวลาให้เสียเปล่าทุกเช้าและเย็น ภาพรถกระบะสีดำคันแกร่งที่ขับเข้ามารับส่งคุณหนูมะลิษากลายเป็นภาพชินตาของคนในบ้าน สารวัตรโจ้ทำหน้าที่ "สารถีและบอดี้การ์ดส่วนตัว" ได้อย่างไม่มีที่ติ เขาคอยดูแลเทคแคร์มะลิษาทุกฝีก้าว ไม่ว่าฝนจะตกหรือแดดจะออก จนสาวใช้ในบ้านต่างพากันอิจฉาคุณหนูที่มีแฟนหล่อและแสนดีขนาดนี้เช้าวันอาทิตย์ที่แสนสบาย ณ ห้องนั่งเล่น เจ้าสัวเกริกพลกำลังนั่งจิบกาแฟและอ่านหนังสือพิมพ์ธุรกิจตามกิจวัตร แต่เช้านี้พาดหัวข่าวในหน้าสังคมกลับดึงดูดความสนใจของเขามากกว่าดัชนีหุ้น"ฉาวโฉ่! ไฮโซหนุ่ม 'ค.' ทายาทตระกูลดัง ถูกสามีนางแบบสาวกระทืบปางตายคาคอนโดหรู หลังจับได้คาเตียงว่าแอบตีท้ายครัว!"เจ้าสัวขมวดคิ้ว อ่านรายละเอียดเนื้อข่าวที่ระบุชื่อย่อและพฤติกรรมชัดเจนว่าเป็น แคลวิน ลูกชายเพื่อนรักของเขา ภาพประกอบข่าวเป็นภาพเบลอๆ ของชายหนุ่มสภาพยับเยินถูกหามส่งโรงพยาบาล"เฮ้อ..." เจ้าสัวถอนหายใจยาว วางหนัง
เชฟกระทะเหล็กหนึ่งสัปดาห์ผ่านไปหลังจากเหตุการณ์ "หมัดแลกอนาคต" ที่บ้านวงศ์พิมาน สารวัตรโจ้ถูกพักราชการอย่างเป็นทางการ แต่ดูเหมือนชีวิตของเขาจะยุ่งยิ่งกว่าตอนเป็นตำรวจเสียอีกผลจากการปะทะคารมครั้งนั้น ทำให้เจ้าสัวเกริกพลออกคำสั่งเด็ดขาดให้มะลิษาย้ายกลับมานอนที่คฤหาสน์ โดยอ้างเหตุผลเรื่องความปลอดภัยและเกียรติของวงศ์ตระกูล แต่จริง ๆ คือต้องการกีดกัน แต่ด้วยความที่มะลิษาก็มีลูกดื้อตาใส เธอจึงยื่นข้อเสนอว่า "จะกลับมานอนบ้านก็ได้ แต่เช้า-เย็น จะให้พี่โจ้มาและมาส่งค่ะ"ด้วยเหตุนี้ กิจวัตรประจำวันใหม่ของ "สารวัตรโจ้ (ผู้ว่างงาน) " จึงเริ่มขึ้นทุกเช้าตรู่ รถกระบะสี่ประตูสีดำขัดเงาวับจะมาจอดเทียบที่หน้าตึกใหญ่ของบ้านวงศ์พิมาน โจ้ในชุดลำลองที่ดูสุภาพ เสื้อเชิ้ตพับแขน กางเกงสแล็ค จะลงมายืนพิงรถรอรับแฟนสาวด้วยรอยยิ้ม"มารับแล้วเหรอ...ขยันจริงนะพ่อคุณ" เจ้าสัวเกริกพลที่มักจะออกมาจิบกาแฟที่ระเบียงหน้าบ้านจะพูดแขวะทุกเช้า"สวัสดีครับคุณพ่อ อากาศดีนะครับวันนี้" โจ้จะยกมือไหว้ทักทายด้วยรอยยิ้มการค้า ไม่สะทกสะท้านกับคำเหน็บแนมและทุกเย็น เขาก็จะขับรถไปรับมะลิษาที่ร้าน แล้วพามาส่งที่บ้าน ฝ่ารถติดมหาโหด
เปิดตัวลูกเขยที่บ้านวงศ์พิมานรถกระบะสี่ประตูสีดำคันแกร่งแล่นเข้าสู่ลานจอดรถของคอนโดมิเนียมหรูในช่วงค่ำ หลังจากใช้เวลาขับรถยาวนานกลับมาจากอำเภอเก่าที่เขาเคยไปประจำอยู่ที่นั้น กระบะท้ายอัดแน่นไปด้วยลังกระดาษและข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวชิ้นสุดท้ายที่สารวัตรโจ้กลับไปขนมา"เฮ้อ... ถึงสักที" โจ้ดับเครื่องยนต์แล้วหันมายิ้มให้ตุ๊กตาหน้ารถคนสวย "ขอบคุณนะที่นั่งรถเป็นเพื่อนพี่ไปกลับตั้งไกล เหนื่อยแย่เลย""ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ สนุกดีออก ได้ไปกินของอร่อยๆ ทิ้งทวนด้วย" มะลิษายิ้มตอบพลางช่วยเขาปลดเข็มขัดนิรภัย "แล้วก็นะ...ตอนนี้ของพี่มาครบหมดแล้ว ห้องนี้ก็เป็นบ้านของเราแบบสมบูรณ์ 100% แล้วสินะคะ"โจ้จับมือเธอขึ้นมาจูบหลังมือเบาๆ "ครับ...บ้านที่มีเมียคอยบ่น คอยดุ พี่มีความสุขที่สุดแล้ว"ทั้งคู่ช่วยกันขนของขึ้นห้อง จัดวางข้าวของให้เข้าที่เข้าทาง เสื้อผ้าชุดเครื่องแบบตำรวจที่เคยแขวนไว้แค่ไม่กี่ชุด ตอนนี้ถูกนำมาจัดเรียงจนเต็มตู้ฝั่งของเขา เคียงคู่กับเดรสสวย ๆ ของมะลิษา เป็นภาพที่ทำให้โจ้รู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด"พรุ่งนี้..." มะลิษาพูดขึ้นขณะนั่งพักเหนื่อยบนโซฟา "มะลิบอกแม่ไว้ว่าจะเข้าไปหานะคะ ไม่ได้กลับ
Road Trip หวานฉ่ำ และหมัดสั่งสอนคนปากดีหนึ่งสัปดาห์ผ่านไปไวเหมือนโกหก วันหยุดยาวที่สารวัตรโจ้ลางานเพื่อกลับไปขนของย้ายบ้านก็มาถึง รถกระบะสี่ประตูสีดำคันเก่งถูกล้างจนเงาวับพร้อมสำหรับการเดินทางไกล โดยมีตุ๊กตาหน้ารถกิตติมศักดิ์อย่าง "มะลิษา" นั่งหน้าบานเป็นจานดาวเทียมอยู่ที่เบาะข้างคนขับการเดินทางครั้งนี้แตกต่างจากครั้งแรกที่เจอกันอย่างสิ้นเชิง ครั้งนั้นเต็มไปด้วยความไม่พอใจและความจำเป็น แต่ครั้งนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความรักที่ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องโดยสาร"ทะเลสีดำ... ไม่มีแสงไฟ..." มะลิษาร้องเพลงคลอไปกับวิทยุด้วยเสียงที่ (พยายามจะ) ไพเราะ พลางโยกหัวไปมาอย่างอารมณ์ดีโจ้เหลือบมองแฟนสาวแล้วอมยิ้ม มือข้างหนึ่งจับพวงมาลัยอย่างมั่นคง อีกข้างวางพาดไว้บนเกียร์ตามความถนัด"อารมณ์ดีจริงนะเรา ร้องเพลงมาสามชั่วโมงแล้วไม่เจ็บคอบ้างหรือไง" เขาแซว"ไม่เจ็บค่ะ ก็คนมันมีความสุขนี่นา ได้ไปเที่ยวกับแฟนทั้งที" มะลิษาหันมาทำตาหวานใส่ "พี่โจ้เบื่อเหรอคะ ฟังเสียงมะลิแล้วรำคาญเหรอ""ใครจะกล้ารำคาญครับ เสียงเพราะเหมือนนกแก้วนกขุนทองขนาดนี้""นี่ชมหรือด่าคะเนี่ย!" มะลิษาฟาดต้นแขนเขาดังเพียะ ก่อนจะเปลี่ยนโหม







