LOGINห้าปีเต็มที่เธอทนกลืนกินน้ำตาและคำดูถูกเหยียบย่ำสารพัด ห้าปีที่เธอทนเป็นของตายที่เขาไม่เคยเห็นค่า ห้าปีที่ต้องใช้ความอดทนหล่อเลี้ยงหัวใจที่แหลกสลายเพื่อปกป้องลูกน้อยทั้งสองคน
View Moreตอนที่ 1
เมียในเงา
นาฬิกาตั้งพื้นเรือนใหญ่ที่มุมห้องนั่งเล่นส่งเสียงตีบอกเวลาเที่ยงคืนตรง เสียงสะท้อนกังวานดังก้องคฤหาสน์หรูสไตล์โมเดิร์นสุดคลาสสิก พื้นหินอ่อนอิตาลีเย็นเฉียบภายใต้แสงสลัวจากโคมไฟระย้าคริสตัล ทุกอย่างในบ้านหลังนี้ถูกออกแบบมาอย่างสมบูรณ์แบบเพื่อสะท้อนบารมีของ พศิน ทายาทนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับต้น ๆ ของประเทศแท้ ๆ ทีเดียว
แต่ใครเลยจะล่วงรู้ได้ ภายในใจของเจ้าเอย หญิงสาววัยยี่สิบเจ็ดปีผู้เป็นนายหญิงของบ้านอย่างเธอแล้ว ความสมบูรณ์แบบเหล่านั้นกลับเปรียบเสมือนกรงทองที่แสนหนาวเหน็บ หาความอบอุ่นใด ๆ พอที่จะโอบกอดตัวเองเอาไว้ไม่ได้เลยสักนิด
"แง"
เสียงร้องไห้จ้าที่แผดร้องดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสงัด ทำให้เจ้าเอยตื่นจากภวังค์ในใจขึ้นมาได้ เธอสะดุ้งสุดตัว ก่อนรีบวางของเล่นชิ้นเล็กลงในกล่องพลาสติกแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งขึ้นบันไดไปยังห้องนอนเด็กชั้นสองของลูกสาว ภาพที่เห็นเมื่อเปิดประตูบานนั้นเปิดกว้างออก เธอพบว่า น้องเพลง ลูกสาววัยหกเดือนกำลังดิ้นรนร้องไห้โยเยอยู่บนเตียงด้วยพลังเสียงที่สามารถสะกดทุกสิ่งได้ โดยเฉพาะหัวใจรักของเธอ
แม้ว่าพศินจะจ้างพี่เลี้ยงมืออาชีพมาดูแลลูกในช่วงกลางวัน หากดูเหมือนในยามวิกาลเช่นนี้ เจ้าเอยกลับเลือกที่จะลงมือทำทุกอย่างด้วยตัวเองมากกว่า เธอไม่ต้องการปล่อยให้ความสะดวกสบายเข้ามาควบคุมความรู้สึกอ้างว้างในหัวใจของลูก นับตั้งแต่วันที่เธอมีเจ้าตัวน้อย เธอก็ยืนกรานที่จะให้น้องเพลงได้กินนมจากเต้าของผู้เป็นแม่อย่างเธอ มากกว่าให้พี่เลี้ยงคอยดูแลป้อนนมหรือเลี้ยงดูตลอด 24 ชั่วโมงเช่นนั้น
"โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะคะคนดี แม่เอยอยู่นี่แล้ว"
หลังคำปลอบโยน หญิงสาวช้อนตัวทารกน้อยขึ้นแนบอกอย่างทะนุถนอม กลิ่นแป้งเด็กผสมกลิ่นน้ำนมอ่อน ๆ คือกลิ่นประจำตัวที่คุ้นชินมาตลอดหลายปี เจ้าเอยปลดกระดุมชุดนอนออกให้น้องเพลงได้ดื่มกินตามสัญชาตญาณ ไม่นานต่อมาเสียงร้องงอแงก็เงียบลง เหลือเพียงเสียงดูดนมเป็นจังหวะของเด็กน้อยที่หลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมอกของคนเป็นแม่อย่างเธอ
เวลานั้นเอง ที่สายตาของเธอเหลือบไปมองร่างน้อยบนเตียงกว้าง ร่างของ น้องพีท ลูกชายคนโตวัยสามขวบที่นอนคว่ำหน้าหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงฝั่งตรงข้าม ขาเล็กพาดก่ายหมอนข้างอย่างหมดสภาพหลังจากเพิ่งหยุดซนเมื่อตอนห้าทุ่มครึ่ง ทำให้เธอเผลอระบายยิ้มอ่อนออกมาได้ การรับมือกับเด็กสองวัยพร้อมกันในยามค่ำคืนแทบจะดูดกลืนพลังชีวิตของเธอไปจนเกือบหมด แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังมีความสุขเล็กๆ ในหัวใจ กับเจ้าตัวน้อยสองคนที่คอยดูแลอยู่
เจ้าเอยมองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ แล้วอดที่จะยิ้มเยาะให้กับโชคชะตาตัวเองไม่ได้ ผู้หญิงในกระจกคืออดีตดาวคณะบริหารธุรกิจผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยความฝัน มีอนาคตไกล และมีบริษัทข้ามชาติเสนอตำแหน่งงานให้ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ แต่เพราะคำว่ารักคำเดียวแท้ ๆ ที่ทำให้เธอยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อมาทำหน้าที่ภรรยา และแม่ของลูกตามคำขอร้องของผู้ชายที่รัก
"เอยลาออกมาดูแลลูกเถอะนะ เรื่องเงินไม่ต้องห่วง พี่เลี้ยงเอยกับลูกได้สบายมาก ขอแค่พี่กลับมาบ้านแล้วเจอเอยกับลูกรออยู่ แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับพี่"
ทุกอย่างล้วนเป็นคำหวานจากปากของผู้ชายที่เธอรัก...
5 ปี แล้วสินะที่ล่วงผ่านไป 5 ปีแห่งความหลังและความหวานชื่น ที่ท้ายสุดแล้ว ภาพเหล่านั้นก็เป็นความทรงจำ ด้วยในโลกแห่งความจริง ชีวิตหลังแต่งงานที่ไม่มีการจดทะเบียนสมรส ไม่มีการประกาศออกสื่อ ไม่มีใครในวงการสังคมรับรู้ด้วยซ้ำไป ว่าไฮโซหนุ่มอย่างพศิน จะมีลูก และภรรยาซ่อนอยู่ที่บ้าน
ภาพฝันที่เจ้าเอยเคยวางไว้ มันยิ่งกว่าวิมานในอากาศ สุดท้ายแล้วเธอกลับต้องมาใช้ชีวิตราวกับเมียในเงาที่เขาเก็บไว้หลังม่านความสำเร็จของตัวเองก็เท่านั้น
คิดถึงตรงนี้ เจ้าเอยอดที่จะระบายลมหายใจออกมาอย่างแผ่วเบาไม่ได้ เธอก้มลงมองน้องเพลง ลูกสาวในอ้อมกอดที่กำลังหลับ ความเหนื่อยล้าในหัวใจ ถูกทิ้งเอาไว้เบื้องหลังอีกครั้ง เธอค่อยประคับประคอง วางลูกน้อยลงในเปลอย่างเบามือ ห่มผ้าให้ลูกทั้งสองเรียบร้อยแล้ว จึงค่อยเดินลงมาที่ห้องนั่งเล่นอีกครั้ง ครั้งนี้...เธอเลือกที่จะนั่งลงบนโซฟาหรูแบรนด์เนมตัวใหญ่ หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูเวลา เข็มนาฬิกาที่บอกเวลาตีหนึ่งสิบห้านาทีอยู่เบื้องหน้า ทำให้เธอแทบเผลอยิ้มเศร้าออกมาได้ ป่านนี้แล้ว พศินก็ยังไม่กลับมา
ปลายนิ้วเรียวที่เริ่มแห้งกร้านจากการล้างขวดนมเลื่อนดูหน้าฟีดโซเชียลมีเดียอย่างไร้จุดหมาย รูดขึ้นลงราวกับความเคยชินที่ทำอยู่บ่อยๆ ในยามที่รู้สึกถึงความว่างเปล่าในใจ หากภาพหนึ่งจะไม่สะดุดสายตาให้เธอถึงกับชะงักปลายนิ้วที่จรดลงบนจอสมาร์ทโฟนนั่นในทันที พร้อมกับหัวใจที่กระตุกวูบไหว ชาวาบไปกับภาพข่าวบันเทิงที่พาดหัวตัวใหญ่เบื้องหน้า
เหมาะสมดั่งกิ่งทองใบหยก ไฮโซพศินควงนางเอกสาวมินตรา ออกงานกาล่าการกุศล แฟนคลับลุ้นสถานะเกินเพื่อน
นอกจากภาพนิ่ง คือภาพคลิปวิดีโอเคลื่อนไหว ที่พศินภายใต้ชุดทักซิโด้สีดำสนิท ดูโดดเด่นท่ามกลางแสงแฟลช ข้างกายของเขา ปรากฏร่างเพรียวของ มินตรา นางเอกสาวแถวหน้าในชุดราตรีสีแดงสดผ่าลึก มือเรียวสวยเกาะเกี่ยวท่อนแขนของพศินเอาไว้อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งคู่ส่งยิ้ม และหัวร่อต่อกระซิกกันราวกับโลกใบนี้มีกันอยู่เพียงแค่สองคนเท่านั้น ต่อเมื่อนักข่าวถามถึงความสัมพันธ์ พศินก็เพียงแต่ยิ้มมุมปาก ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวลตามสไตล์ของเขา
"เราสนิทกันครับ มินตราเป็นคนเก่ง และน่ารัก ส่วนเรื่องอื่นปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคตดีกว่าครับ"
เจ้าเอยกดล็อกหน้าจอให้มืดดับลง ก่อนปล่อยโทรศัพท์ร่วงลงบนตัก ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่ลำคอ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พศินมีข่าวทำนองนี้ ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาเขาเริ่มควงมินตราออกงานสังคมถี่ขึ้นโดยอ้างว่ามันคือการตลาดที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ธุรกิจ แต่การตลาดจำเป็นต้องใช้สายตาที่มองกันหวานซึ้ง จนแทบจะสิงร่างกันและกันได้ขนาดนั้นเชียว
ตอนพิเศษ 2ค่ำคืนนั้น หลังจากที่พศินอาบน้ำ ป้อนนมน้องเพลง และเล่านิทานกล่อมน้องพีทจนหลับสนิททั้งสองคนแล้ว เขาก็กลับเข้ามาในห้องนอนใหญ่ด้วยใบหน้าที่ยังมีเค้าความหงุดหงิดหลงเหลืออยู่เล็กน้อยจากเหตุการณ์เมื่อช่วงกลางวันเจ้าเอยที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ก้าวออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินสีแดงเบอร์กันดีสุดเซ็กซี่ เนื้อผ้าพริ้วไหวทิ้งตัวแนบไปกับสัดส่วนโค้งเว้าที่อวบอิ่มขึ้นจากการเป็นแม่คน คอเสื้อที่เว้าลึกเผยให้เห็นเนินอกสล้างที่ทำให้ลมหายใจของพศินสะดุดกึกความหงุดหงิดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยไฟปรารถนาที่ลุกโชนขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่"เด็กหลับหมดแล้วเหรอคะพี่ศิน"เจ้าเอยถามเสียงนุ่ม เดินไปนั่งที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง หยิบหวีขึ้นมาสางผมที่เปียกชื้นพศินก้าวเข้าไปหาอย่างเงียบเชียบ เขารับหวีมาจากมือบาง ก่อนจะสางผมให้เธออย่างเบามือ และทะนุถนอม ดวงตาคมกริบจับจ้องเงาสะท้อนของภรรยาในกระจก"หลับปุ๋ยไปทั้งคู่เลยครับ วันนี้พี่หงุดหงิดจังเลยครับ มีแต่คนจ้องจะมองเอยของพี่ ไอเด็กดาราหน้าละอ่อนนั่นมองเอยตาเป็นมัน พี่แทบอยากจะควักลูกตามันออกมาเสียจริง"พศินตอบเสียงพร่า โน้มใบหน้าลงไปซุกไซ้ท
ตอนพิเศษ 1เวลาหกโมงเช้าพศินลืมตาตื่นขึ้นมาตามความเคยชิน สิ่งแรกที่เขาทำไม่ใช่การเอื้อมมือไปหยิบสมาร์ตโฟนเพื่อเช็กดัชนีหุ้นหรืออีเมลงานเหมือนเมื่อห้าปีก่อน แต่คือการตะแคงตัว นอนเท้าคาง และทอดสายตามองใบหน้าหวานละมุนของภรรยาสุดที่รักของเขาด้วยรอยยิ้มที่คนทั้งบริษัทไม่มีวันได้เห็นผิวแก้มเนียนใส ขนตางอนยาวที่หลุบต่ำ และริมฝีปากอวบอิ่มที่เผยอขึ้นเล็กน้อยตามจังหวะการหายใจ ทุกสัดส่วนบนใบหน้าของเธอเปรียบเสมือนงานศิลปะชิ้นเอกที่พศินสามารถนอนมองได้ทั้งวันโดยไม่รู้จักเบื่อหกเดือนแล้วนับตั้งแต่งานแถลงข่าวที่เขายกสมบัติครึ่งหนึ่ง และจดทะเบียนสมรสกับเธออย่างเป็นทางการ หกเดือนที่สถานะหมาบ้าจอมบงการถูกลบเลือนหายไปอย่างถาวร แทนที่ด้วยสถานะหมาตัวโปรดที่คลั่งรักภรรยาจนโงหัวไม่ขึ้น"อื้อ"ร่างบางขยับตัวยุกยิกเมื่อถูกรบกวนด้วยปลายจมูกโด่งสันที่กำลังซุกไซ้คลอเคลียอยู่บริเวณลาดไหล่เนียนเปลือยเปล่าที่โผล่พ้นผ้าห่มเจ้าเอยค่อยปรือตาขึ้น แสงแรกของวันทำให้เธอต้องกะพริบตาถี่ ก่อนจะสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความรัก และความหลงใหลของผู้ชายที่นอนซ้อนอยู่ด้านหลัง"ตื่นเช้าจังเลยนะคะพี่ศิน"เจ้าเอยเอ่ยทักทายด
ตอนที่ 43ตอนจบสามเดือนต่อมา…ณ อาคารสำนักงานใหญ่ของแกรนด์ เอ็มไพร์ คอร์ปอเรชั่น บรรยากาศในเช้าวันจันทร์ที่เคยตึงเครียด และเต็มไปด้วยความกดดันราวกับสมรภูมิรบ บัดนี้กลับมีบางสิ่งบางอย่างเปลี่ยน แปลงไปอย่างสิ้นเชิงพนักงานทุกคนต่างจับจ้องไปยังร่างสูงโปร่งของพศิน ซีอีโอหมื่นล้านที่เดินก้าวเข้ามาในล็อบบี้ด้วยท่วงท่าสง่างาม ทว่าสิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องขยี้ตาดูซ้ำ ไม่ใช่ชุดสูทสั่งตัดราคาเหยียบแสน หรือใบหน้าหล่อเหลาที่ดูสดใสขึ้นผิดตา แต่เป็นรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนมุมปากของท่านประธานผู้เคยได้ฉายาว่าปีศาจน้ำแข็งต่างหาก"สวัสดีครับบอส"ดนัย เลขาคนสนิทรีบก้าวเข้ามารับกระเป๋าเอกสารด้วยความคุ้นเคย"สวัสดีดนัย วันนี้อากาศดีนะ"พศินทักทายกลับด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ทำเอาเลขาหนุ่มถึงกับชะงักไปชั่วครู่"อ้อ ดนัย ช่วยเลื่อนการประชุมบอร์ดบริหารช่วงบ่ายสี่โมงขึ้นมาเป็นบ่ายสองทีนะ แล้วก็ กฎระเบียบใหม่ที่ฉันให้ร่างไว้ ประกาศใช้ทั่วทั้งบริษัทตั้งแต่วันนี้เลย" พศินสั่งงานต่อ"เอ่อ กฎที่ว่าห้ามเรียกประชุมหลังสี่โมงเย็น และสนับสนุนให้พนักงานกลับบ้านตรงเวลาเพื่อไปใช้ชีวิตกับครอบครัวใช่ไหมครับเจ้านาย"ดนัยทวนคำถามเพื่อค
ตอนที่ 42รักที่รอ"เอยสวย สวยไปหมดเลยทูนหัวของพี่"พศินเงยหน้าขึ้นมาสบตา เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหลงใหล เขาเลื่อนริมฝีปากต่ำลงไปเรื่อย ๆ ฝากฝังรอยรักสีจางไว้บนหน้าท้องแบนราบ และไล้ต่ำลงไปยังจุดอ่อนไหวที่สุดของเธอ"อ๊า พี่ศิน อย่า ตรงนั้นมัน"เจ้าเอยเบิกตากว้าง พยายามจะหุบขาเรียวเข้าหากันด้วยความขัดเขินเมื่อเขาใช้ปลายลิ้นสัมผัสกับกลีบกุหลาบงามที่กำลังชุ่มฉ่ำ"ให้พี่รักเอยนะ ให้พี่ชดเชยเวลาทั้งหมดที่หายไป"พศินกระซิบเสียงนุ่ม ก่อนจะกดริมฝีปาก และปลายลิ้นลงไปปรนเปรอความหวานล้ำอย่างไม่รังเกียจสัมผัสที่ช่ำชอง และอ่อนโยนของเขาทำให้เจ้าเอยสติหลุดลอย ร่างกายของเธอเกร็งกระตุก สวนสะโพกเข้าหาปลายลิ้นร้อนอย่างลืมตัว เสียงครางหวานหูที่ดังระงมไปทั่วห้องเป็นเหมือนน้ำมันที่ราดรดลงบนกองไฟแห่งความปรารถนาของพศินให้ลุกโชนจนแทบแผดเผาเมื่อเห็นว่าหญิงสาวพร้อมเต็มที่แล้ว พศินค่อย ๆ ขยับตัวขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง เขาสอดประสานสิบนิ้วเข้ากับมือของเจ้าเอย กดตรึงไว้กับเตียงนุ่มเพื่อถ่ายทอดความรักผ่านสัมผัส สบตาเธอลึกซึ้งขณะที่ค่อย ๆ ดันตัวตนที่แข็งขืน และร้อนระอุแทรกซึมเข้าไปในช่องทางรักที่คับแค
reviews