تسجيل الدخولรูปลักษณ์ใหม่และภารกิจ 'จองคิว' สารวัตรซึน
แสงแดดยามเช้าในกรุงเทพมหานครส่องสว่างลอดผ่านผ้าม่านราคาแพงในห้องนอนของมะลิษา แต่วันนี้ความรู้สึกของเธอกลับต่างไปจากเมื่อวาน ความโศกเศร้าจากการถูกทรยศยังคงทิ้งรอยจางๆ ไว้ในหัวใจ แต่มันถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะปฏิวัติตัวเอง มะลิษายืนส่องกระจกมองร่างอวบอิ่มของตัวเองในชุดคลุมอาบน้ำ เธอยกยิ้มมุมปากก่อนจะหยิบกุญแจรถหรูมุ่งหน้าไปยังซาลอนระดับไฮเอนด์ใจกลางเมือง
"เปลี่ยนให้หมดค่ะช่าง เอาแบบที่เห็นแล้วต้องตะลึง" มะลิษาบอกช่างผมประจำตัวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
ตลอดทั้งวันนั้น มะลิษาใช้เวลาไปกับการเนรมิตโฉมใหม่ ผมยาวสลวยถูกย้อมเป็นสีน้ำตาลทองประกายหม่นที่ช่วยขับผิวขาวเนียนของเธอให้ดูผ่องใสและดูแพงขึ้นกว่าเดิม ช่างทำผมม้วนลอนใหญ่ให้ผมดูมีวอลลุ่มรับกับใบหน้าสวยคม ต่อด้วยการต่อขนตาปลอมแบบวอลลุ่มที่ทำให้ดวงตาคู่สวยดูเย้ายวนและน่าค้นหาทุกครั้งที่กะพริบตา ไม่เพียงแค่นั้น เธอยังใช้เวลาอีกหลายชั่วโมงในการทำเล็บสีแดงสดปลุกความมั่นใจ และเข้าสปาขัดผิวจนทั่วร่างนวลเนียนลื่นมือ
เมื่อเดินออกจากซาลอน มะลิษาไม่ใช่ผู้หญิงที่นั่งร้องไห้เพราะโดนผู้ชายทิ้งอีกต่อไป แต่เธอคือ "ยัยอวบสายแซ่บ" ที่พร้อมจะสะกดทุกสายตา
"ลาก่อนนะแคลวิน ขอบใจที่ทำให้ฉันรู้ว่าฉันสวยกว่าที่นายคิดเยอะ" เธอกระซิบกับตัวเองขณะมองเงาสะท้อนในกระจกร้าน
วันต่อมา มะลิษาเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิด้วยลุคที่ใครเห็นเป็นต้องเหลียวมอง เธอสวมเดรสรัดรูปโชว์ส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างภาคภูมิใจ เมื่อเครื่องบินแลนดิ้งสู่จังหวัดเป้าหมาย มะลิษาไม่รอช้าที่จะเช่ารถเก๋งสมรรถนะดีขับมุ่งหน้าสู่อำเภอที่ลินอยู่ ตลอดสองข้างทางที่เป็นทุ่งนาและขุนเขาไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกเหงา แต่มันกลับทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก
ทันทีที่เช็คอินเข้าโรงแรมหรูที่สุดในอำเภอ มะลิษารีบต่อสายหาเพื่อนรักทันที
"ยัยลิน! ฉันถึงโรงแรมแล้วนะแก เตรียมตัวรับแขกวีไอพีคนนี้ได้เลย!"
บรรยากาศร้านอาหารริมน้ำยามเย็นดูร่มรื่นและอบอุ่น ปลัดเชษฐ์และลินนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ความสุขที่เอ่อล้นจากคู่รักที่กำลังจะแต่งงานกันทำให้อากาศรอบตัวดูหวานไปหมด แต่มะลิษาที่ก้าวเข้ามาในร้านด้วยชุดเดรสสีสดใสและรองเท้าส้นสูงปรี๊ดกลับทำให้บรรยากาศนั้นดูร้อนแรงขึ้นมาทันที
"ยัยลิน! แกนี่มันโชคดีจริง ๆ นะที่ได้ปลัดหล่อขนาดนี้! แกดูผอมลงด้วยนะเนี่ย!" มะลิษาตะโกนทักทายพร้อมโผเข้ากอดเพื่อนรักอย่างแรงจนลินตัวโยน
ลินหัวเราะร่าพลางกอดตอบเพื่อนสนิท "มะลิ! แกสวยขึ้นมากเลยนะเนี่ย สีผมนี้เกิดสุด ๆ!"
ปลัดเชษฐ์ยิ้มรับคำชมอย่างอารมณ์ดี เขาชื่นชมในความตรงไปตรงมาของเพื่อนภรรยาคนนี้เสมอ ก่อนที่เขาจะหันไปหาชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นจุดรวมสายตาของสาว ๆ ทั้งร้าน
"มะลิครับ นี่ สารวัตรธนภพ เวชกุล หรือ สารวัตรโจ้ เพื่อนเจ้าบ่าวของผมเอง"
มะลิษาชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อสายตาปะทะกับร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนเสื้อขึ้นโชว์ท่อนแขนที่มีกล้ามเนื้อกำยำ สารวัตรโจ้ในชุดนอกเครื่องแบบดูหล่อเหลากว่าที่เธอจินตนาการไว้มาก ใบหน้าคมเข้มคู่นั้นดูนิ่งขรึมและเย็นชา แต่มันกลับกระตุ้นสัญชาตญาณบางอย่างในตัวมะลิษาอย่างรุนแรง
เขายืนขึ้นเต็มความสูง พยักหน้าให้เธอด้วยท่าทางสุภาพแต่เว้นระยะห่าง "สวัสดีครับคุณมะลิษา ยินดีที่ได้รู้จักครับ"
น้ำเสียงทุ้มเรียบนั้นทำเอาหัวใจของมะลิษากระตุกไปจังหวะหนึ่ง เธอจ้องมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาที่เคยหม่นหมองจากความรักครั้งเก่าหายไปสิ้น เหลือเพียงความซุกซนและกระหายที่จะทำความรู้จัก
"โอ้โห! นี่แหละที่เขาเรียกว่า ของจริง!" มะลิษาอุทานออกมาอย่างลืมตัว "สวัสดีค่ะสารวัตรโจ้ ยินดีที่ได้รู้จักเหมือนกันค่ะ... มาก ๆ เลยด้วย"
มะลิษานั่งลงฝั่งตรงข้ามเขา ท่วงท่าการขยับตัวของเธอจงใจให้ดูเย้ายวน สายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าหล่อเหลาของตำรวจหนุ่มอย่างไม่ปิดบัง
"สารวัตรคะ! ดูจากรูปร่างหน้าตาแล้ว สารวัตรดูไม่น่าจะมาเป็นตำรวจเลยนะคะ" เธอเปิดประโยคแรกด้วยการรุกหนักทันที
โจ้เลิกคิ้วเล็กน้อย ความนิ่งขรึมที่เป็นเกราะกำบังเริ่มสั่นคลอนเพราะความกล้าของยัยอวบคนนี้ "ทำไมถึงคิดแบบนั้นครับ"
"ก็สารวัตรดูเหมือนพระเอกหนังฮ่องกงมากกว่าจะมานั่งจับผู้ร้ายตามตลาดนี่คะ! แบบนี้ก็ต้องมีคนเข้าคุกเพราะความหล่อของสารวัตรแน่เลย ดิฉันล่ะอยากจะไปลองติดคุกที่สารวัตรคุมดูจัง"
ปลัดเชษฐ์ถึงกับหลุดขำพรืดออกมา "คุณมะลิษานี่ปากจัดจ้านสมคำร่ำลือเลยนะครับโจ้"
สารวัตรโจ้เพียงแต่ยิ้มมุมปากเล็กน้อย แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของมะลิษาอย่างท้าทาย "คุณมะลิษาก็ดู... มั่นใจสมคำร่ำลือเหมือนกันครับ"
"เป็นธรรมชาติค่ะปลัด" มะลิษายักไหล่อย่างมั่นใจ ก่อนจะหันกลับไปจ้องหน้าสารวัตรหนุ่มที่ยังคงทำหน้านิ่ง "ว่าแต่สารวัตรมีแฟนหรือยังคะ? ถ้ายังไม่มี… ดิฉันขอจองคิวไว้เลยนะคะ"
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบไปชั่วอึดใจ ลินมองเพื่อนตัวเองด้วยความอึ้ง ส่วนปลัดเชษฐ์ก็นั่งลุ้นว่าเพื่อนตำรวจจอมซึนของเขาจะตอบยังไง
สารวัตรโจ้วางแก้วน้ำลงช้า ๆ เขาโน้มตัวลงมาข้างหน้าเล็กน้อยจนมะลิษาได้กลิ่นน้ำหอมแนววู้ดดี้ที่แสนเซ็กซี่จากตัวเขา "ผมยังไม่มีแฟนครับคุณมะลิษา และผมไม่ได้รับจองคิวทางโทรศัพท์ด้วย"
เขาจ้องตาเธอเขม็ง น้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่างทำให้มะลิษาขนลุกซู่ "ถ้าอยากจองคิว… คงต้องเข้ามาคุยกันแบบส่วนตัวนะครับ"
มะลิษาอ้าปากค้างไปวินาทีหนึ่ง เธอไม่คิดว่า "น้ำนิ่งจะไหลลึก" ขนาดนี้ สารวัตรโจ้ไม่ใช่แค่คนซึนธรรมดา แต่เขามี "อาวุธ" รับมือที่ร้ายกาจกว่าที่เธอคิด
"หึ! ได้เลยค่ะสารวัตรโจ้! ดิฉันไม่พลาดโอกาสนั้นแน่นอน!" มะลิษาหัวเราะออกมาอย่างถูกใจอย่างที่สุด
การสนทนาบนโต๊ะอาหารดำเนินไปอย่างออกรส มะลิษาคอยคีบอาหารให้สารวัตรโจ้สลับกับการหยอดมุกเสี่ยวบ้าง มุกแซ่บบ้าง ซึ่งเขาก็รับบ้างไม่รับบ้างแต่ไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจ กลับกัน เขากลับแอบมองสำรวจรูปร่างอวบอิ่มที่ดูนุ่มนิ่มไปทั้งตัวของเธอเป็นระยะ
"มะลิจ๊ะ คืนนี้ไปนอนที่บ้านพักปลัดกับลินไหม?" ลินเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงหลังทานอาหารเสร็จ "ไปนอนด้วยกัน จะได้คุยกันให้หายคิดถึง"
มะลิษาส่ายหน้าทันควันพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "โอ๊ยย ไม่เอาหรอกยัยลิน ฉันไม่อยากไปเป็นก้างขวางคอผัวเมียเขาจะจู๋จี๋กันหรอกจ้ะ อีกอย่างปลัดเชษฐ์คงอยากให้แกนอนกอดเขามากกว่านอนกอดเพื่อนอย่างฉันนะ"
เธอพูดพลางหันไปส่งสายตาหวานเชื่อมให้สารวัตรโจ้ที่ยืนอยู่ข้างรถ "แต่ถ้าลินอยากให้ฉันไปนอนที่ไหนสักที่ที่ไม่ใช่โรงแรม... ฉันว่าไปพักที่บ้านพักสารวัตรโจ้น่าจะตื่นเต้นกว่าเยอะเลยนะคะ"
สารวัตรโจ้ที่กำลังกุญแจรถอยู่ถึงกับชะงัก เขาทำหน้านิ่งขรึมเหมือนเดิมแต่แววตาไหววูบ "บ้านพักตำรวจไม่สะดวกสำหรับคุณหรอกครับคุณมะลิษา... มัน 'ดุ' เกินไปสำหรับคนเมืองแบบคุณ"
"อุ๊ย! มะลิชอบของดุค่ะสารวัตร ยิ่งดุยิ่งเร้าใจ" เธอสวนกลับทันทีโดยไม่เว้นช่วง
"ยัยเด็กแก่แดด..." โจ้พึมพำในลำคอเบา ๆ จนแทบไม่ได้ยิน
เขาหันไปลาปลัดเชษฐ์และลิน ก่อนจะหันมามองมะลิษาที่ยังคงยืนฉีกยิ้มให้เขาอย่างผู้ชนะ "เดินทางกลับโรงแรมดี ๆ นะครับคุณมะลิษา อย่าไปขับรถหลงที่ไหนล่ะ... เดี๋ยวผมต้องไปตามจับตัว"
"ถ้าสารวัตรเป็นคนจับ มะลิจะยอมให้ใส่กุญแจมือแต่โดยดีเลยค่ะ" มะลิษาขยิบตาให้หนึ่งที
เมื่อสารวัตรโจ้ขับรถออกไป เขามองกระจกหลังเห็นมะลิษายืนโบกมือหยอย ๆ รอยยิ้มมุมปากที่เคยมีเพียงเล็กน้อยก็กว้างขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ มือหนาที่กำพวงมาลัยแน่นขึ้นตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ภายใน
‘ยัยเด็กแก่แดดเอ๊ย... เธอไม่รู้หรอกว่ากำลังเล่นกับไฟ’ เขาคิดในใจพลางปรับกระจกมองหน้าตัวเองที่ดูเคร่งขรึมเพื่อซ่อนความหื่นกระหายที่เริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อนึกถึงหน้าอกหน้าใจอิ่มเอิบและริมฝีปากสีแดงสดของเธอ
ทางด้านมะลิษา เธอขึ้นรถของตัวเองด้วยความรู้สึกสะใจและตื่นเต้นอย่างที่สุด แผลใจจากแคลวินดูเหมือนจะได้รับการเยียวยาด้วย "ยาแรง" อย่างสารวัตรโจ้เข้าอย่างจัง
"สารวัตรโจ้เหรอ... หึหึ เตรียมตัวไว้เถอะค่ะ มะลิษาคนนี้จะทำให้สารวัตรต้องเรียกหา 'ยัยอวบคนนี้' ทั้งคืนเลยคอยดู!"
เซอร์ไพรส์ใต้แสงเทียนกาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผันไปอย่างรวดเร็ว จากวันเป็นเดือน จากเดือนเลื่อนไหลจนครบหนึ่งปีเต็ม เรื่องราวความรักระหว่าง "สารวัตรโจ้" นายตำรวจหนุ่มมาดเข้มปากร้าย กับ "มะลิษา" คุณหนูออแกไนซ์สาวสวยหุ่นอวบอัด ดำเนินไปอย่างราบรื่นท่ามกลางสีสันของชีวิตคู่ที่ครบรสตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ทั้งคู่ใช้ชีวิตสลับไปมาระหว่างคอนโดมิเนียมริมน้ำของโจ้ และคฤหาสน์หรูของมะลิษา ตามคำสั่งของเจ้าสัวที่ยังคงหวงลูกสาวแต่ก็แพ้ลูกตื้อของลูกเขย สารวัตรโจ้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมจนได้รับคำชมเชยและเตรียมเลื่อนยศ ส่วนมะลิษาก็พาบริษัท Malisa Studio เติบโตจนคิวงานแน่นเอี๊ยดแต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน คือความหวานและความหื่นของคู่รักคู่นี้ ที่ดูเหมือนจะทวีคูณขึ้นทุกวันเช้าวันเสาร์ที่สดใส ในห้องครัวของคอนโดมิเนียม สารวัตรโจ้ในชุดผ้ากันเปื้อนลายหมีที่มะลิซื้อให้แกล้ง ๆ แต่เขาใส่จริงจัง กำลังยืนทอดไข่ดาวด้วยท่าทางทะมัดทะแมง"หอมจังเลย..."เสียงหวานงัวเงียดั่งขึ้น พร้อมกับอ้อมแขนขาวผ่องที่สวมกอดเอวสอบของเขาจากด้านหลัง มะลิษาในชุดนอนผ้าซาตินบางเบาซบหน้าลงกับแผ่นหลังกว้างสูดกลิ่นกายยามเช้าของแฟน
พันธนาการเหนือศีรษะ 🔞เข็มนาฬิกาบนผนังเรือนรับรองแขกเดินไปอย่างเชื่องช้าในความรู้สึกของสารวัตรโจ้ เวลาล่วงเลยเข้าสู่เที่ยงคืน บรรยากาศรอบคฤหาสน์วงศ์พิมานเงียบสงัด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรที่ร้องระงมแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามของชายหนุ่มร่างใหญ่โจ้ในชุดนอนกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวเปลือยท่อนบนโชว์มัดกล้ามและรอยสักจางๆ ที่ต้นแขน เดินวนไปวนมาอยู่หน้าประตูห้อง เขามองลอดผ่านผ้าม่านออกไปที่ตึกใหญ่ เห็นไฟในห้องนอนของเจ้าสัวและคุณหญิงดับลงไปนานแล้ว เหลือเพียงไฟทางเดินสลัวๆ"จะมาไหมเนี่ย..." เขาพึมพำกับตัวเองด้วยความกระวนกระวายความต้องการทางกายที่ถูกกดทับมานานหลายสัปดาห์กำลังปะทุขึ้น เพียงแค่จินตนาการถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ และผิวนุ่มนิ่มของมะลิษา ร่างกายส่วนล่างของเขาก็ตื่นตัวจนปวดหนึบ เขาเตรียมความพร้อมทุกอย่างไว้แล้ว ทั้งเครื่องปรับอากาศที่เย็นฉ่ำ และ "อุปกรณ์ป้องกัน" ที่เขาแอบพกติดกระเป๋ามาด้วยเสมอ (เผื่อฟลุ๊ค) ซึ่งคืนนี้จะได้ใช้มันสักทีก๊อก... ก๊อก...เสียงเคาะประตูเบาๆ ราวกับเสียงแมวข่วนดังขึ้น โจ้สะดุ้งสุดตัว รีบพุ่งเข้าไปปลดล็อกและกระชากประตูเปิดออกทันทีร่างอวบอัดที่คุ้นเคยยืนอยู่ตรงห
นวดแผนโบราณกระชับมิตร และความลับของลูกผู้ชายกาลเวลาหมุนผ่านไปหลายสัปดาห์ บรรยากาศในคฤหาสน์วงศ์พิมานเริ่มเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น แม้คำสั่งพักราชการของสารวัตรโจ้จะยังไม่สิ้นสุด แต่เขาก็ไม่ได้ปล่อยเวลาให้เสียเปล่าทุกเช้าและเย็น ภาพรถกระบะสีดำคันแกร่งที่ขับเข้ามารับส่งคุณหนูมะลิษากลายเป็นภาพชินตาของคนในบ้าน สารวัตรโจ้ทำหน้าที่ "สารถีและบอดี้การ์ดส่วนตัว" ได้อย่างไม่มีที่ติ เขาคอยดูแลเทคแคร์มะลิษาทุกฝีก้าว ไม่ว่าฝนจะตกหรือแดดจะออก จนสาวใช้ในบ้านต่างพากันอิจฉาคุณหนูที่มีแฟนหล่อและแสนดีขนาดนี้เช้าวันอาทิตย์ที่แสนสบาย ณ ห้องนั่งเล่น เจ้าสัวเกริกพลกำลังนั่งจิบกาแฟและอ่านหนังสือพิมพ์ธุรกิจตามกิจวัตร แต่เช้านี้พาดหัวข่าวในหน้าสังคมกลับดึงดูดความสนใจของเขามากกว่าดัชนีหุ้น"ฉาวโฉ่! ไฮโซหนุ่ม 'ค.' ทายาทตระกูลดัง ถูกสามีนางแบบสาวกระทืบปางตายคาคอนโดหรู หลังจับได้คาเตียงว่าแอบตีท้ายครัว!"เจ้าสัวขมวดคิ้ว อ่านรายละเอียดเนื้อข่าวที่ระบุชื่อย่อและพฤติกรรมชัดเจนว่าเป็น แคลวิน ลูกชายเพื่อนรักของเขา ภาพประกอบข่าวเป็นภาพเบลอๆ ของชายหนุ่มสภาพยับเยินถูกหามส่งโรงพยาบาล"เฮ้อ..." เจ้าสัวถอนหายใจยาว วางหนัง
เชฟกระทะเหล็กหนึ่งสัปดาห์ผ่านไปหลังจากเหตุการณ์ "หมัดแลกอนาคต" ที่บ้านวงศ์พิมาน สารวัตรโจ้ถูกพักราชการอย่างเป็นทางการ แต่ดูเหมือนชีวิตของเขาจะยุ่งยิ่งกว่าตอนเป็นตำรวจเสียอีกผลจากการปะทะคารมครั้งนั้น ทำให้เจ้าสัวเกริกพลออกคำสั่งเด็ดขาดให้มะลิษาย้ายกลับมานอนที่คฤหาสน์ โดยอ้างเหตุผลเรื่องความปลอดภัยและเกียรติของวงศ์ตระกูล แต่จริง ๆ คือต้องการกีดกัน แต่ด้วยความที่มะลิษาก็มีลูกดื้อตาใส เธอจึงยื่นข้อเสนอว่า "จะกลับมานอนบ้านก็ได้ แต่เช้า-เย็น จะให้พี่โจ้มาและมาส่งค่ะ"ด้วยเหตุนี้ กิจวัตรประจำวันใหม่ของ "สารวัตรโจ้ (ผู้ว่างงาน) " จึงเริ่มขึ้นทุกเช้าตรู่ รถกระบะสี่ประตูสีดำขัดเงาวับจะมาจอดเทียบที่หน้าตึกใหญ่ของบ้านวงศ์พิมาน โจ้ในชุดลำลองที่ดูสุภาพ เสื้อเชิ้ตพับแขน กางเกงสแล็ค จะลงมายืนพิงรถรอรับแฟนสาวด้วยรอยยิ้ม"มารับแล้วเหรอ...ขยันจริงนะพ่อคุณ" เจ้าสัวเกริกพลที่มักจะออกมาจิบกาแฟที่ระเบียงหน้าบ้านจะพูดแขวะทุกเช้า"สวัสดีครับคุณพ่อ อากาศดีนะครับวันนี้" โจ้จะยกมือไหว้ทักทายด้วยรอยยิ้มการค้า ไม่สะทกสะท้านกับคำเหน็บแนมและทุกเย็น เขาก็จะขับรถไปรับมะลิษาที่ร้าน แล้วพามาส่งที่บ้าน ฝ่ารถติดมหาโหด
เปิดตัวลูกเขยที่บ้านวงศ์พิมานรถกระบะสี่ประตูสีดำคันแกร่งแล่นเข้าสู่ลานจอดรถของคอนโดมิเนียมหรูในช่วงค่ำ หลังจากใช้เวลาขับรถยาวนานกลับมาจากอำเภอเก่าที่เขาเคยไปประจำอยู่ที่นั้น กระบะท้ายอัดแน่นไปด้วยลังกระดาษและข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวชิ้นสุดท้ายที่สารวัตรโจ้กลับไปขนมา"เฮ้อ... ถึงสักที" โจ้ดับเครื่องยนต์แล้วหันมายิ้มให้ตุ๊กตาหน้ารถคนสวย "ขอบคุณนะที่นั่งรถเป็นเพื่อนพี่ไปกลับตั้งไกล เหนื่อยแย่เลย""ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ สนุกดีออก ได้ไปกินของอร่อยๆ ทิ้งทวนด้วย" มะลิษายิ้มตอบพลางช่วยเขาปลดเข็มขัดนิรภัย "แล้วก็นะ...ตอนนี้ของพี่มาครบหมดแล้ว ห้องนี้ก็เป็นบ้านของเราแบบสมบูรณ์ 100% แล้วสินะคะ"โจ้จับมือเธอขึ้นมาจูบหลังมือเบาๆ "ครับ...บ้านที่มีเมียคอยบ่น คอยดุ พี่มีความสุขที่สุดแล้ว"ทั้งคู่ช่วยกันขนของขึ้นห้อง จัดวางข้าวของให้เข้าที่เข้าทาง เสื้อผ้าชุดเครื่องแบบตำรวจที่เคยแขวนไว้แค่ไม่กี่ชุด ตอนนี้ถูกนำมาจัดเรียงจนเต็มตู้ฝั่งของเขา เคียงคู่กับเดรสสวย ๆ ของมะลิษา เป็นภาพที่ทำให้โจ้รู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด"พรุ่งนี้..." มะลิษาพูดขึ้นขณะนั่งพักเหนื่อยบนโซฟา "มะลิบอกแม่ไว้ว่าจะเข้าไปหานะคะ ไม่ได้กลับ
Road Trip หวานฉ่ำ และหมัดสั่งสอนคนปากดีหนึ่งสัปดาห์ผ่านไปไวเหมือนโกหก วันหยุดยาวที่สารวัตรโจ้ลางานเพื่อกลับไปขนของย้ายบ้านก็มาถึง รถกระบะสี่ประตูสีดำคันเก่งถูกล้างจนเงาวับพร้อมสำหรับการเดินทางไกล โดยมีตุ๊กตาหน้ารถกิตติมศักดิ์อย่าง "มะลิษา" นั่งหน้าบานเป็นจานดาวเทียมอยู่ที่เบาะข้างคนขับการเดินทางครั้งนี้แตกต่างจากครั้งแรกที่เจอกันอย่างสิ้นเชิง ครั้งนั้นเต็มไปด้วยความไม่พอใจและความจำเป็น แต่ครั้งนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความรักที่ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องโดยสาร"ทะเลสีดำ... ไม่มีแสงไฟ..." มะลิษาร้องเพลงคลอไปกับวิทยุด้วยเสียงที่ (พยายามจะ) ไพเราะ พลางโยกหัวไปมาอย่างอารมณ์ดีโจ้เหลือบมองแฟนสาวแล้วอมยิ้ม มือข้างหนึ่งจับพวงมาลัยอย่างมั่นคง อีกข้างวางพาดไว้บนเกียร์ตามความถนัด"อารมณ์ดีจริงนะเรา ร้องเพลงมาสามชั่วโมงแล้วไม่เจ็บคอบ้างหรือไง" เขาแซว"ไม่เจ็บค่ะ ก็คนมันมีความสุขนี่นา ได้ไปเที่ยวกับแฟนทั้งที" มะลิษาหันมาทำตาหวานใส่ "พี่โจ้เบื่อเหรอคะ ฟังเสียงมะลิแล้วรำคาญเหรอ""ใครจะกล้ารำคาญครับ เสียงเพราะเหมือนนกแก้วนกขุนทองขนาดนี้""นี่ชมหรือด่าคะเนี่ย!" มะลิษาฟาดต้นแขนเขาดังเพียะ ก่อนจะเปลี่ยนโหม







