Partager

ตอนที่ 9

last update Date de publication: 2026-07-30 15:44:03

คนที่มาส่งเธอ

เช้าวันอังคารอากาศสดใส แสงแดดยามเช้าสาดลอดผ่านต้นมะม่วงลงมาเป็นเงาไหว ๆ พลในเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนตัวเก่ากำลังยืนพิงรถเก๋งคันใหม่ที่เขาเพิ่งเช่ามาเมื่อวาน เยื้อง ๆ กับมอเตอร์ไซค์ของแก้มที่จอดอยู่ข้างบ้าน

เขายิ้มกว้างเมื่อเห็นเธอเดินออกมาจากบ้านในชุดทำงานเรียบง่ายแต่ดูดี เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีครีมกับกระโปรงสีเข้ม ผมยาวถูกรวบหางม้าหลวม ๆ กลิ่นแชมพูหอมอ่อน ๆ ลอยมากับลมเช้า

“พร้อมยังคนสวย” พลพูดอย่างอารมณ์ดี

“ขับเป็นแน่นะ”

“เธออย่าดูถูกหน่อยเลยน่า คนหล่อแบบพี่พลเขามีใบขับขี่นะจ๊ะ”

แก้มส่ายหัวพลางหัวเราะเบา ๆ “โอเคค่ะ คนหล่อ งั้นไปกันเลย เดี๋ยวสาย”

พลรีบเปิดประตูรถให้เธออย่างสุภาพ “เชิญครับคุณแก้ม”

อีกด้านของบริษัท เสี่ยเมธมาถึงตั้งแต่เจ็ดโมงกว่า ๆ วันนี้เขาไม่ได้แวะรับแก้มเหมือนทุกวัน เขาแค่ขับรถเข้ามาจอดในโรงรถหลังออฟฟิศ แล้วลงไปตรวจดูงานที่แปลงไม้ประดับด้านหลังบริษัท

แต่ในตอนที่เขากำลังยืนคุยกับหัวหน้าคนสวน เสียงเครื่องยนต์ของรถเก๋งก็ดังขึ้นตรงลานจอดด้านหน้า เขาเงยหน้ามองอย่างไม่ตั้งใจ ทว่าภาพตรงหน้ากลับทำให้แววตาคมเข้มของเขาแข็งขึ้นในพริบตา

แก้ม…

เธอก้าวลงจากรถคันนั้นอย่างอารมณ์ดี และคนที่เปิดประตูให้เธอไม่ใช่ใครอื่น พล

เด็กหนุ่มคนนั้นยืนยิ้ม เหมือนทุกอย่างมันเป็นเรื่องปกติในโลกของเขา เสี่ยเมธมองอยู่อย่างนั้น ความรู้สึกบางอย่างแล่นวาบขึ้นในอก เขาไม่ได้แสดงออกอะไรมากไปกว่าการเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะเบือนหน้าไปอีกทาง

แก้มเองก็เห็นเขาในจังหวะเดียวกัน เธอยกมือขึ้นจะทัก แต่เขากลับหมุนตัวเดินหนีไปยังแปลงไม้โดยไม่หันมามองด้วยซ้ำ

หญิงสาวชะงักมือกลางอากาศ หัวใจแปลก ๆ อย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะหันไปหาพลที่ยืนมองเธออยู่

“งั้น…เดี๋ยวตอนเย็นฉันโทรไปนะ ว่าให้มารับกี่โมง นายก็ขับรถไปเที่ยวข้างนอกก็ได้”

“โอเคครับคุณผู้จัดการ” พลแกล้งยกมือทำความเคารพเล่น ๆ จนเธอหัวเราะ

“ไปเลย ไปก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจให้ไม่ต้องมารับ”

“ครับผม!”

เขาโบกมือให้เธอจนรถคันนั้นเคลื่อนออกไปจากลานจอด เหลือเพียงแก้มที่ยืนถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้าบริษัท

เที่ยงวันนั้น

อากาศในออฟฟิศร้อนอบอ้าว แม้แอร์จะทำงานเต็มที่ก็ตาม แก้มที่กำลังนั่งเคลียร์เอกสารในแฟ้มใหญ่เห็นว่าต้องมีบางส่วนให้เสี่ยเมธเซ็นอนุมัติ เธอลุกขึ้นถือแฟ้มเอกสารไปเคาะประตูห้องทำงานเขาเบา ๆ

“เข้ามา” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น แต่ไม่มีความอบอุ่นเหมือนเคย

แก้มเปิดประตูเข้าไป เห็นเขานั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานใหญ่ สีหน้าเรียบนิ่ง ใบหน้าคมเข้มยังคงเคร่งขรึมเหมือนทุกวัน แต่วันนี้มีบางอย่างในแววตาเขาที่ดูต่างออกไป... มันนิ่งเกินไป เย็นชาเกินไป

“มีเอกสารต้องเซ็นค่ะ”

เขาเงยหน้าขึ้นมองเพียงแวบหนึ่ง ก่อนพยักหน้า “วางไว้”

เธอเดินเข้าไปวางแฟ้มบนโต๊ะ แล้วชี้บางจุดให้เขาดู “ตรงนี้ค่ะ เป็นใบสั่งของลูกค้าใหม่ ส่วนหน้านี้เป็นใบเสนอราคา ต้องเซ็นก่อนภายในวันนี้นะคะ”

เสี่ยเมธไม่พูดอะไร เขาหยิบปากกาเซ็นไปทีละหน้าโดยไม่เงยหน้ามอง เธอจึงได้แต่นิ่งเงียบ รอจนเขาเซ็นครบทุกหน้า

“ขอบคุณค่ะ” เธอกล่าวเบา ๆ แล้วกำลังจะหมุนตัวกลับออกไป

แต่เสียงทุ้มต่ำของเขาก็ดังขึ้นทันที “เดี๋ยวนี้มีผู้ชายมาส่งถึงที่ทำงานเลยเหรอ”

แก้มหยุดชะงัก ปลายนิ้วที่จับแฟ้มแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ เธอหันกลับไปมองเขา ใบหน้าคมเข้มของเสี่ยเมธยังคงเรียบเฉย แต่แววตาที่มองมามันทั้งคม ทั้งแข็ง และมีบางอย่างที่คล้าย... ไม่พอใจ

เธอเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบกลับอย่างสุภาพแต่เย็นเฉียบ

“ค่ะ... พอดีพลเขาอาสามาส่ง เพราะอยู่ดี ๆ ใครบางคนก็ทิ้งหนูไปเฉย ๆ ไม่มารับเหมือนก่อนหน้านี้”

เขาชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่า ทิ้ง แต่ก็ยังไม่พูดอะไร

“ยังไงก็ขอตัวก่อนค่ะ” เธอกล่าวจบด้วยน้ำเสียงเรียบ แล้วเดินออกจากห้องโดยไม่หันกลับมา

ประตูปิดลงอย่างแผ่วเบา ทิ้งให้ห้องทำงานเงียบสนิท

เสี่ยเมธนั่งนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ สายตาคมยังจับจ้องที่ประตูที่เธอเพิ่งเดินออกไป เขายกมือขึ้นลูบปลายคางเบา ๆ ก่อนถอนหายใจหนัก ๆ

เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงพูดแบบนั้นออกไป ทั้งที่ไม่ควรเลยด้วยซ้ำ มันออกมาเอง เหมือนปฏิกิริยาจากความหงุดหงิดในใจที่ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี

เขารู้ว่าเธอไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ภาพที่เห็นตอนเช้า... ภาพที่มีชายอีกคนเปิดประตูรถให้เธอ ยืนยิ้มใกล้เธอเกินไป มันติดอยู่ในหัวเขาไม่หาย

มือใหญ่ของเขากำปากกาแน่น ก่อนจะวางลงบนโต๊ะอย่างแรงจนเอกสารขยับเบา ๆ

“ทำไมต้องหงุดหงิดขนาดนี้วะ เมธ...” เขาพึมพำกับตัวเอง พลางพิงหลังกับพนักเก้าอี้ หันหน้าไปมองนอกหน้าต่างที่เห็นเพียงเงาของหญิงสาวคนนั้นเดินอยู่ไกล ๆ

ไม่รู้ว่าหึงหรือโกรธ แต่สิ่งหนึ่งที่เขาแน่ใจ เขาไม่ชอบให้ใครมาอยู่ใกล้เธอแบบนั้นเลย

เย็นวันนั้น

เสียงนาฬิกาบนผนังบอกเวลาเลิกงานพอดี แก้มที่นั่งเคลียร์เอกสารสุดท้ายเสร็จเรียบร้อยก็หาวเบา ๆ พลางยกแขนขึ้นบิดขี้เกียจ เสียงพนักงานคนอื่นเริ่มทยอยเก็บของกลับบ้านกันหมดแล้ว เหลือเพียงเธอที่ยังอยู่หน้าคอมคนเดียว

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากะจะโทรหาพล ให้เขาขับรถมารับเหมือนที่พูดไว้ตอนเช้า

ปลายนิ้วแตะที่ชื่อ “พล” ในรายชื่อโทรศัพท์ ทว่าก่อนที่เสียงสัญญาณจะดังขึ้น มือใหญ่ ๆ ของใครบางคนกลับพุ่งเข้ามาจากด้านข้าง คว้าโทรศัพท์ออกจากมือเธออย่างแรง

“เฮ้ย! พี่เมธ! ทำอะไรคะ?” เสียงเธอหลุดออกมาอย่างตกใจ

เขาไม่ตอบ แต่กดวางสายทันที แล้ววางโทรศัพท์เธอคว่ำลงบนโต๊ะทำงาน ก่อนจะหันกลับมามองเธอด้วยสายตานิ่งเรียบแต่แฝงแรงกดดันจนหัวใจเธอสั่น

“พี่เมธ... เอาโทรศัพท์แก้มคืนมาค่ะ”

“ไม่ต้องโทรหาเขา” เสียงเขาทุ้มต่ำแต่เฉียบขาด

“อะไรนะคะ?”

“บอกว่าไม่ต้องโทรหาเขา” เขาย้ำช้า ๆ ชัดทุกคำ ดวงตาคมจ้องเธอไม่กะพริบ

“พี่พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ พลเขาแค่มารับแก้มกลับบ้านเอง”

ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ เสี่ยเมธก็คว้ามือเธอไว้แน่น “ไปกับพี่”

“พี่เมธ! จะพาแก้มไปไหนคะ ปล่อยก่อนสิ!” เธอพยายามดึงมือออกแต่แรงเขามากกว่า เขาไม่พูดอะไรต่อ นอกจากลากเธอออกจากออฟฟิศอย่างรวดเร็ว

“พี่เมธ! คนอื่นเขามองอยู่นะคะ!” เธอพยายามดึงแขนกลับแต่ก็ไม่สำเร็จ

เขาเปิดประตูรถของตัวเอง จับไหล่เธอเบา ๆ แต่แน่นพอจะให้รู้ว่า “ไม่ให้เถียง”

“นั่ง”

“พี่เมธ นี่มัน..”

เขาไม่รอฟัง เขาแทบจะ จับเธอยัดลงบนเบาะหน้า มือข้างหนึ่งจับประตู อีกข้างประคองหัวเธอไม่ให้ชน แล้วปิดประตูดัง ปัง! เขาอ้อมไปด้านคนขับและขับออกไปอย่างรวดเร็ว

“พี่เมธ! จะพาหนูไปไหนคะ” เสียงเธอสั่น

เสี่ยเมธไม่พูดแม้แต่คำเดียว ใบหน้าเขาขึงตึง ดวงตาเหม่อมองถนนตรงหน้าไม่วอกแวก แต่แรงขับของรถมันกลับเร็วกว่าทุกครั้งที่เธอเคยนั่งมา

ลมหายใจของเขาหนักขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนกำลังข่มอะไรบางอย่างไว้

“พี่เมธ... หนูกลัวนะคะ พูดอะไรหน่อยสิ” เธอพยายามเอื้อมมือแตะต้นแขนเขาเบา ๆ แต่เขากลับสะบัดออกแผ่ว ๆ แล้วพูดเสียงต่ำแทบเป็นเสียงพึมพำ

“อย่าทำแบบนี้อีก”

“แบบไหนคะ?”

“ให้คนอื่นมาส่งเธอแบบนั้น”

เธอชะงักไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะขมวดคิ้ว “อ๋อ... ที่แท้ก็เรื่องนี้สินะ พี่เมธ นี่พี่งอนหนูเหรอ?”

เขาไม่ตอบ มีเพียงเสียงลมหายใจของเขากับเสียงเครื่องยนต์ที่ดังแผ่วในความเงียบ

“พี่เมธ...พลเขาเป็นเพื่อนหนู เขามาพักอยู่บ้านยาย หนูแค่ให้เขามาส่ง เพราะพี่ไม่มารับเอง”

“แล้วทำไมไม่รอพี่”

“รอเหรอคะ?” เธอหลุดหัวเราะในลำคออย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

“พี่ไม่บอกว่าจะมารับ หนูจะรู้ได้ยังไงว่าต้องรอ...”

เธอพูดไปก็มองหน้าเขาไป แสงแดดยามเย็นสะท้อนผ่านกระจกหน้ารถ ทำให้เห็นใบหน้าคมเข้มของเขาในเงาสลัว เขายังคงขับนิ่ง สันกรามเกร็งแน่น

“หนูไม่ได้ทำอะไรผิดนะคะพี่เมธ”

“พี่ไม่ได้ว่าเธอผิด”

“แล้วทำไมต้องทำแบบนี้”

เขาเงียบไปนาน... จนในที่สุดก็พูดเสียงเบาเหมือนคนพยายามระงับอารมณ์

“เพราะพี่ไม่ชอบเห็นผู้ชายคนอื่นอยู่ใกล้เธอ”

คำพูดนั้นทำให้หัวใจแก้มเหมือนหยุดเต้นไปชั่วขณะ เธอหันมองเขาอย่างไม่แน่ใจว่าได้ยินถูกไหม

เสี่ยเมธยังคงมองถนน แต่ปลายนิ้วเขาแน่นบนพวงมาลัย “พี่รู้ว่าพี่ไม่มีสิทธิ์จะพูดแบบนี้... แต่พี่ไม่ชอบจริง ๆ แก้ม”

หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอ เธอพยายามเรียบเสียงไม่ให้สั่น “พี่เมธ... หนูไม่ได้ตั้งใจจะทำให้พี่ไม่สบายใจนะคะ แต่พี่ไม่มีสิทธิ์มาบังคับหนูแบบนี้”

“พี่รู้” เขาพูดเสียงแผ่ว “แต่ตอนเห็นเธอกับเขา พี่แค่... ควบคุมตัวเองไม่ได้”

เธอนิ่งไป ความเงียบในรถหนาทึบจนได้ยินแต่เสียงหัวใจของตัวเอง

รถค่อย ๆ ชะลอความเร็ว แล้วเลี้ยวเข้าไปในถนนอีกเส้น ไม่ใช่ทางกลับบ้านของเธอแน่นอน

“นี่มันไม่ใช่ทางกลับบ้านหนูนะพี่เมธ จะพาไปไหนคะ?”

“ไปบ้านพี่”

“หา? พี่เมธ หนูจะกลับบ้าน!”

“พี่จะไปส่ง... แต่ตอนนี้ ไปคุยกันก่อน” น้ำเสียงเขานุ่มลงเล็กน้อย แต่ยังหนักแน่นพอจะปิดประตูการเถียงทั้งหมด

แก้มนั่งนิ่ง สายตาจับจ้องถนนเบื้องหน้าอย่างสับสน ทั้งโกรธ ทั้งตกใจ ทั้งหัวใจเต้นแรงจนแทบจะได้ยิน

เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนที่เคยอ่อนโยนและอบอุ่นถึงได้กลายเป็นคนเย็นชาและเอาแต่ใจขนาดนี้ในเวลาไม่กี่วัน...

แต่ในอีกมุมหนึ่ง เธอก็ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า คำพูดเมื่อครู่ของเขา...

“พี่ไม่ชอบเห็นผู้ชายคนอื่นอยู่ใกล้เธอ”

มันยังคงวนอยู่ในหัว และทำให้หัวใจเธอสั่นจนควบคุมไม่อยู่...

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ยัยอวบของเสี่ยเมธ   ตอนที่ 32 [END]

    ดาวค้างฟ้า เหมือนรักที่ไม่สิ้นแสง [END]เสียงลมหายใจของธรรมชาติแผ่วเบา พัดพาเอากลิ่นหอมของใบไม้และไอดินหลังฝนเมื่อวันก่อนลอยมาปะปนกับกลิ่นอายเย็นของน้ำคลองใสที่ไหลผ่านด้านหลังบ้านพักไม้หลังเล็กรถสีดำเงาวับของเสี่ยเมธจอดอยู่ตรงลานดินริมรั้วไม้ไผ่ เขาเดินอ้อมไปเปิดประตูให้คนข้าง ๆ อย่างแผ่วเบา มือใหญ่รับมือเล็กไว้มั่นเหมือนกลัวว่าเธอจะลื่นล้ม“ค่อย ๆ นะครับหนู ทางมันชันนิดนึง เดินช้า ๆนะ”เสียงทุ้มต่ำแฝงด้วยความห่วงใยดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนในดวงตาแก้มยกมืออีกข้างแตะท้องตัวเองที่เริ่มกลมได้รูป ริมฝีปากคลี่ยิ้มบาง ๆ “ขอบคุณค่ะ แต่พี่เมธก็ระวังตัวเองด้วย เดี๋ยวจะปวดหลังอีก”“พี่ปวดแค่ไหนก็ไม่เท่าหนูสะดุดล้มหรอกครับ” เขาพูดพร้อมโน้มตัวมาประคองเธอแน่นขึ้นอากาศบนเขาในฤดูต้นหนาวเย็นสบาย ลมพัดเอื่อยจนผมของแก้มปลิวผ่านไหล่ เธอสูดลมหายใจลึก ๆ อย่างรู้สึกสดชื่นเต็มปอด เสียงน้ำจากคลองเล็ก ๆ ไหลรินอยู่ไม่ไกล เสี่ยเมธพาเธอเดินช้า ๆ ไปยังชานไม้ของบ้านพักที่จัดไว้สำหรับพวกเขาสองคนเขายังไม่เคยปล่อยให้เธอเดินคนเดียวเลยตั้งแต่ตั้งครรภ์หกเดือน ตั้งแต่วันที่รู้ว่ากำลังจะมี “อีกหนึ่งชีวิต” ที่เกิดจากค

  • ยัยอวบของเสี่ยเมธ   ตอนที่ 31

    อาการแพ้ท้อง…แทนเมียณ บ้านไม้สักยามเช้าถูกโอบล้อมด้วยแสงแดดอุ่นและเสียงนกร้อง เสียงกาน้ำร้อนดัง “ติ๊ง” บอกให้รู้ว่าพร้อมชงกาแฟได้แล้วแก้มกำลังยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ในครัว มืออีกข้างลูบหน้าท้องที่เริ่มมีนูนเล็ก ๆ ด้วยแววตาอ่อนโยน เจ้าตัวน้อยในท้องอายุได้ประมาณสามเดือนกว่าแล้วเธอหันไปมองคนที่ตอนนี้นั่งฟุบหน้าอยู่บนโต๊ะกินข้าวในสภาพที่ไม่ต่างจากคนเมาค้างเท่าไหร่ ใบหน้าคมเข้มของเสี่ยเมธซีดจางอย่างเห็นได้ชัด และมืออีกข้างกำลังถือผ้าเย็นไว้บนหน้าผากตัวเอง“พี่เมธ… เมื่อคืนก็กินข้าวไม่เยอะนะคะ ทำไมเช้านี้ยังจะอาเจียนอีกล่ะ”น้ำเสียงของแก้มมีทั้งความห่วงและความกลั้นหัวเราะ เพราะนี่มันไม่ใช่อาการของ “คนท้อง” แล้ว แต่มันคืออาการของ “คนแพ้ท้องแทนเมีย” ชัด ๆเสี่ยเมธเงยหน้าขึ้นมาพร้อมสีหน้าทรมาน “พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันแก้ม… แค่กลิ่นข้าวต้มก็จะอ้วกแล้ว”“อ้าว แล้วหนูจะกินยังไงละคะ?”“กินเถอะ พี่ขอไปนอนก่อนนะ เดี๋ยวได้อ้วกใส่ข้าวต้มจริง ๆ”พูดจบเขาก็ลุกพรวด เดินแทบจะวิ่งเข้าห้องน้ำไปอาเจียนเสียงดัง แก้มยืนมองตามหลังด้วยสีหน้าทั้งสงสาร ทั้งกลั้นหัวเราะไม่อยู่ ตั้งแต่เธอเริ่มตั้งครรภ์ เสี่ยเมธก็เริ่มม

  • ยัยอวบของเสี่ยเมธ   ตอนที่ 30

    พี่ดูแลหนูได้ตลอดชีวิตพร้อมข่าวดีแสงแดดอ่อนยามสายส่องลอดผ่านบานหน้าต่างไม้เข้ามาแตะผ้าม่านลูกไม้สีครีม ภายในห้องนอนใหญ่ของบ้านไม้สักอบอวลไปด้วยความเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนที่ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันบนเตียงไม้ขนาดใหญ่ ร่างของชายหญิงคู่หนึ่งยังคงกอดกันแน่นในท่าที่คุ้นเคย เสียงลมหายใจอุ่นสม่ำเสมอของเสี่ยเมธพาดผ่านกลุ่มผมนุ่มของแก้มที่ซบอกเขาอย่างสบายพอแสงแดดสาดเข้าหน้า เสี่ยเมธขมวดคิ้วนิด ๆ ก่อนค่อย ๆ ลืมตาภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าอวบอิ่มของเมียตัวเองที่นอนหายใจเบา ๆ อยู่ในอ้อมแขนชายหนุ่มยิ้มบาง ๆ พลางยกมือลูบผมเธอเบา ๆ“น่ารักจริง ๆ นะ...เมียพี่เนี่ย”เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนก้มลงจูบหน้าผากของเธอเบา ๆ หนึ่งที“อื้อ...” เสียงครางแผ่วหลุดจากริมฝีปากของแก้มเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสนั้น“ตื่นได้แล้วครับคุณภรรยา”เสียงทุ้มกระซิบข้างหู แต่เธอกลับงอแงเบา ๆ แล้วซุกหน้ากลับเข้ามาในอกเขาอีก“ขออีกห้านาทีได้มั้ยคะ...เมื่อคืนพี่กอดแน่นจะตายอยู่แล้ว”“อ้าว...ก็เมียพี่ตัวหอมแบบนี้ จะให้พี่นอนห่างได้ยังไงล่ะครับ” เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะขยับตัวลงจากเตียงอย่างแผ่วเบา“งั้นนอนต่อเถอะ เดี๋ยว

  • ยัยอวบของเสี่ยเมธ   ตอนที่ 29

    เธอคือเมียผมออฟฟิศในบ่ายวันนั้น มีเสียงเครื่องปริ้น เสียงพูดคุย และกลิ่นกาแฟใหม่ ๆ ลอยอบอวลไปทั่วทั้งชั้น แต่อารมณ์ของ “มินท์” กลับไม่สดใสเหมือนคนอื่นเลยสักนิดเธอนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน สายตาเหม่อลอย ก่อนจะก้มดูโทรศัพท์ที่มีข้อความจากแม่ท“ป้าศรี”ข้อความสั้น ๆ แต่เหมือนก้อนหินก้อนใหญ่ทับกลางอก“มินท์ แม่ต้องใช้เงินด่วน บ้านเรากำลังจะโดนยึดแล้ว แกต้องทำยังไงก็ได้ เมื่อไหร่จะจับเสี่ยเมธได้สักที รีบจับเสี่ยเมธมาให้ได้ เข้าใจมั้ย!”หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่น ความเครียด ความกลัว และแรงกดดันตีตื้นขึ้นมาพร้อมกันเธอรู้ดีว่าตอนนี้ครอบครัวของเธอกำลังล่มสลาย เพราะความมือเติบของแม่ตัวเอง แต่ในใจลึก ๆ ก็ยังเชื่อว่าถ้า “จับเสี่ยเมธได้” ทุกอย่างจะดีขึ้นและเมื่อรู้ว่า “พี่แก้ม” ไม่ได้มาทำงานในวันนี้ ความคิดนั้นก็ชัดเจนขึ้นในหัว ถึงแม้จะรู้เต็มอกว่าสองคนนั้นคบกัน“ยังไม่ได้แต่งนี่นา...”“งั้นก็ยังมีสิทธิ์...”ริมฝีปากของหล่อนยกยิ้มขึ้นจาง ๆ อย่างมีแผนบ่ายวันนั้น...ในห้องทำงานของเสี่ยเมธเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ ก่อนที่มินท์จะเปิดเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือเสี่ยเมธกำลังนั่งเช็กเอกสารรายงานยอดผลผลิตสวนอ

  • ยัยอวบของเสี่ยเมธ   ตอนที่ 28

    อยากกินอย่างอื่นมากกว่า 🔞แสงแดดยามสายลอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาแตะปลายเตียง เสียงนกร้องอยู่นอกหน้าต่างคล้ายกำลังกล่อมให้บ้านไม้สักทั้งหลังยังคงอบอุ่นอยู่ในบรรยากาศเมื่อคืนเสียงโทรศัพท์ที่ดังต่อเนื่องทำให้เสี่ยเมธขยับตัวพลิกนอนหงาย ดวงตาคมกะพริบลืมขึ้นอย่างเชื่องช้า ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง“ว่าา.. มีอะไร”เสียงทุ้มของเขาแผ่วต่ำกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด ราวกับคนเพิ่งตื่นเต็มตาปลายสายเป็นลูกน้องที่สวนโทรมาแจ้งเรื่องคนงานลืมขนผลผลิตขึ้นรถ เสี่ยเมธฟังพลางพยักหน้าเล็กน้อย“โอเค เดี๋ยวพี่เข้าไปดูตอนบ่าย ขอบคุณมาก”เขาวางสาย ก่อนจะหันไปมองคนข้าง ๆ ที่ยังคงนอนตะแคงหันหลังให้เขาอย่างสบายใจเส้นผมยาวยุ่งนิด ๆ ของแก้มกระจายอยู่บนหมอน ผ้าห่มสีขาวคลุมถึงหัวไหล่ เผยให้เห็นเพียงลำคอขาวนวลและรอยแดงจากการทำแสดงถึงความเป็นเจ้าของในเมื่อคืน ทำให้หัวใจคนมองเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่เสี่ยเมธยิ้มบาง ๆ พลางพึมพำเบา ๆ “นี่มันเกือบเที่ยงแล้วนะครับคุณภรรยา...”ไม่มีเสียงตอบกลับ มีเพียงลมหายใจเบา ๆ ที่สม่ำเสมอ ริมฝีปากอิ่มนั่นเผยอเล็กน้อยคล้ายเด็กที่กำลังหลับฝันดีเขาขยับเข้าไปใกล้

  • ยัยอวบของเสี่ยเมธ   ตอนที่ 27

    อ้อมกอดของสามี 🔞เสียงลมในยามค่ำคืนพัดเอื่อย ๆ พาเอากลิ่นไม้หอมจางจากพื้นบ้านไม้สักลอยมาตามอากาศ แสงไฟอุ่นในโถงบ้านสะท้อนเงาคู่ของชายหญิงที่กลับมาจากอำเภอ... หลังจากเพิ่ง “จดทะเบียนสมรส” เสร็จหมาด ๆใบหน้ากลมของ “แก้ม” ยังแดงเรื่อไม่จางตั้งแต่เช้า ไม่ใช่เพราะแดด แต่เพราะคำที่เสี่ยเมธพูดตอนยื่นกระดาษสีชมพูในมือให้เธอดู“ตั้งแต่วันนี้ หนูเป็นภรรยาถูกต้องตามกฎหมายของพี่แล้วนะครับ...”แววตาเขาในตอนนั้นทำให้เธอพูดอะไรไม่ออก มีเพียงรอยยิ้มทั้งน้ำตาเท่านั้นที่ตอบกลับไปได้ตอนนี้ ทั้งคู่ยังคงนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น บ้านไม้สักอบอุ่นที่มีเพียงเสียงจิ้งหรีดร้องเป็นจังหวะเงียบสงบอยู่รอบตัว เสี่ยเมธนั่งเอนหลังพิงโซฟา มองใบหน้าของคนข้าง ๆ ที่กำลังจัดดอกไม้ลงในแจกันเล็ก ๆ บนโต๊ะ“คุณภรรยาพี่... ยังไม่ชินเหรอครับ กับคำนี้”เขาถามเสียงทุ้ม อ่อนโยนจนปลายเสียงแทบกลืนไปกับลมหายใจแก้มชะงักมือ “ยังค่ะ... มันแปลก ๆ”“แปลกยังไงครับ”“ก็... หนูไม่คิดว่าจะมีวันนี้...” เธอว่าเบา ๆ แล้วหลุบตาลงเสี่ยเมธขยับเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ของเขาแตะปลายจมูก “พี่เองก็ไม่คิดเหมือนกัน ว่าจะเจอคนที่ทำให้หัวใจอยากหยุดอย

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status