LOGIN"บอสคะ ห้าโมงเย็นแล้วค่ะ พนักงานคนอื่นทยอยกลับกันหมดแล้วนะคะ"
เสียงหวานของปรางดังขึ้นพร้อมกับเสียงเคาะประตู เธอแง้มประตูห้องทำงานของซีอีโอหนุ่มเข้ามา ใบหน้าจิ้มลิ้มชะโงกเข้ามามอง "เข้ามาสิ ปิดประตูด้วย" ภาคินที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่เงยหน้าขึ้นมาสั่งเสียงเรียบ "ค่ะบอส" ปรางรับคำพร้อมกับดันประตูไม้บานใหญ่ให้ปิดสนิท เสียงกลอนประตูดัง 'กริ๊ก' "บอสมีงานด่วนอะไรให้ปรางทำเหรอคะ" หญิงสาวเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงาน เอียงคอถามด้วยความสงสัย "มานี่สิ" ภาคินกวักมือเรียก "คะ?" "ฉันบอกให้เดินมานี่ มาใกล้ๆ" ปรางเดินอ้อมโต๊ะทำงานไปหาเจ้านายหนุ่มที่นั่งพิงพนักเก้าอี้อยู่ เธอยืนอยู่ข้างๆ เขา ระยะห่างไม่ถึงคืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมกับกลิ่นกาแฟจางๆ ลอยมากระทบจมูก "มีอะไรคะบอส?" "เห็นแฟ้มสีดำตรงมุมห้องนั่นไหม" ภาคินชี้ไปที่กองแฟ้มเอกสารที่วางซ้อนกันอยู่บนพื้นตรงมุมห้อง ซึ่งเป็นจุดที่ค่อนข้างแคบ "เห็นค่ะ" "นั่นคือเอกสารลับของบริษัทตั้งแต่สมัยพ่อฉันบริหาร ฉันอยากให้เธอไปรื้อออกมาจัดหมวดหมู่ใหม่ทั้งหมด" "เอ่อ... ทั้งหมดนั่นเลยเหรอคะบอส?" ปรางเบิกตากว้าง มองกองแฟ้มที่สูงเกือบเท่าเอว "ใช่ ทำไม? ทำไม่ได้เหรอ" "ด... ได้ค่ะ! ได้แน่นอนค่ะ แต่ว่า..." ปรางก้มมองกระโปรงทรงเอตัวสั้นของตัวเอง "ชุดปรางวันนี้... มันอาจจะนั่งทำไม่ค่อยสะดวกน่ะค่ะบอส" ภาคินปรายตามองเรียวขาขาวเนียนที่โผล่พ้นชายกระโปรงออกมา เขากลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะตีหน้าขรึม "นั่นมันปัญหาของเธอ ไม่ใช่ปัญหาของฉัน ฉันต้องการเอกสารพวกนี้ให้เสร็จภายในอาทิตย์นี้ และต้องทำหลังเลิกงานเท่านั้น เพราะมันเป็นความลับ" "เข้าใจแล้วค่ะบอส ปรางจะพยายามนะคะ" ปรางถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเดินไปที่มุมห้อง ค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นอย่างระมัดระวังที่สุดเพื่อไม่ให้กระโปรงเปิด แต่ถึงอย่างนั้น ความรัดรูปของกระโปรงทรงเอก็รั้งขึ้นมาจนเห็นหน้าขาขาวผ่องอยู่ดี ภาคินที่ลอบมองอยู่ถึงกับต้องเบือนหน้าหนีไปมองวิวนอกหน้าต่าง พยายามทำสมาธิอย่างหนัก "บอสคะ" เสียงใสๆ ดังขึ้น "อะไรอีก" "เอกสารมันเยอะมากเลยค่ะ ให้ปรางจัดตามปี พ.ศ. หรือว่าตามชื่อโปรเจกต์คะ?" "เธอเอาแฟ้มแรกมาให้ฉันดูก่อน" ปรางพยักหน้า เธอเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มล่างสุด ทำให้ต้องโน้มตัวไปข้างหน้า จังหวะนั้นเอง กระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดที่สองที่แอบปริอยู่ก่อนแล้วก็หลุดออก เผยให้เห็นร่องอกขาวเนียนและบราลูกไม้สีดำที่ซ่อนอยู่ด้านใน "นี่ค่ะบอส แฟ้มแรก" ปรางลุกขึ้นยืนแล้วเดินเอาแฟ้มมาวางบนโต๊ะ โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าเสื้อตัวเองมันเปิดอยู่ ภาคินหันกลับมาตั้งใจจะดูเอกสาร แต่สายตาดันไปปะทะเข้ากับวิวหลักล้านตรงหน้าเข้าอย่างจัง ชายหนุ่มชะงักไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุด "เอ่อ... บอสคะ? บอสเป็นอะไรหรือเปล่าคะ หน้าแดงๆ" ปาณิตาถาม พลางชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ "ฉัน... เปล่า แอร์มันร้อนน่ะ" ภาคินกระแอมไอแก้เก้อ รีบดึงแฟ้มมาเปิดดู "อืม... จัดตามปี พ.ศ. แล้วกัน แยกเป็นหมวดๆ ไป" "ได้ค่ะ" ปรางรับคำแล้วหมุนตัวกลับไปที่กองแฟ้ม "เดี๋ยว" "คะบอส?" ปรางหันกลับมา "เสื้อเธอน่ะ... ติดกระดุมซะ" ภาคินชี้ไปที่หน้าอกของเธอด้วยปลายนิ้ว พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น ปาณิตาก้มลงมองตัวเอง พอเห็นว่ากระดุมหลุดจนเห็นเนินอกก็เบิกตากว้าง รีบยกมือขึ้นมาปิดหน้าอกตัวเองด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานแดงซ่านขึ้นมาทันที "ว้าย! ขอโทษค่ะบอส! ปรางไม่ได้ตั้งใจนะคะ มันหลุดไปตอนไหนก็ไม่รู้" หญิงสาวลุกลี้ลุกลนพยายามติดกระดุม แต่มือมันสั่นจนติดไม่เข้าสักที "ใจเย็นๆ ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรเลย" "ก็บอสมองอยู่นี่คะ ปรางอายนะ!" ปรางบ่นอุบอิบ หน้าแดงลามไปถึงใบหู "ก็ใครใช้ให้เธอใส่เสื้อคับๆ แบบนี้มาทำงานล่ะ" ภาคินอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา "ก็ปรางบอกแล้วไงคะว่าไซส์มันหมด! บอสอย่ามาโทษปรางนะ" หญิงสาวเถียงกลับเสียงใส เริ่มหงุดหงิดที่ติดกระดุมไม่ได้สักที "โอ๊ย ทำไมมันติดยากจังเนี่ย" ภาคินมองท่าทางงกๆ เงิ่นๆ ของเลขาตัวเองแล้วก็ถอนหายใจ เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินอ้อมโต๊ะมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ "เอามือออกไป" เสียงทุ้มสั่งนุ่มนวลขึ้นกว่าเดิม "คะ? บอสจะทำอะไรคะ?" ปรางเงยหน้าขึ้นมองเจ้านายหนุ่มด้วยความตกใจ "ฉันบอกให้เอามือออก เธอติดจนชาติหน้าก็ไม่เสร็จหรอกมือสั่นขนาดนั้น" ปรางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ลดมือลง ภาคินขยับเข้าไปใกล้จนปลายเท้าแทบจะชิดกัน เขายกมือหนาขึ้นมา จับที่ขอบเสื้อเชิ้ตของเธอเบาๆ ปลายนิ้วของเขาสัมผัสโดนผิวเนื้อเนียนบริเวณเนินอกของเธอโดยไม่ได้ตั้งใจ "อ๊ะ..." ปรางสะดุ้งเล็กน้อย ความร้อนจากปลายนิ้วของเขาทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ "อยู่เฉยๆ สิ" ภาคินดุเสียงเบา สายตาของเขาจดจ่ออยู่กับกระดุม เขาใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีก็จัดการติดกระดุมให้เธอจนเสร็จเรียบร้อย "ส... เสร็จแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะบอส" ปรางถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว รีบก้มหน้าหลบสายตาคมกริบของเขา "ทีหลังก็ระวังหน่อย ฉันไม่ใช่พระอิฐพระปูนนะที่จะทนดูอะไรแบบนี้ได้บ่อยๆ" ภาคินพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะ ปรางหน้าแดงจัด เธอไม่กล้าเถียงอะไรกลับไป ได้แต่เดินกลับไปนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ตรงมุมห้อง ค่อยๆ รื้อเอกสารออกมาจัดเรียงตามที่เขาสั่ง เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง บรรยากาศในห้องมีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษและเสียงแอร์ ปรางนั่งขัดสมาธิอยู่ที่พื้นเพื่อความถนัด ทำให้กระโปรงทรงเอร่นขึ้นมาจนเห็นต้นขา แต่เธอใช้แฟ้มเอกสารบังเอาไว้ด้านหน้า "ถึงปีไหนแล้ว" ภาคินถามทำลายความเงียบ "ถึงปี 2562 แล้วค่ะบอส" ปรางตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมา "แฟ้มนี้ฝุ่นเยอะจัง แค่กๆ" "แพ้ฝุ่นเหรอ?" "นิดหน่อยค่ะ พอทนได้" ภาคินมองดูเลขาที่กำลังขยี้จมูกตัวเองจนจมูกแดงรั้น เขาส่ายหน้าเบาๆ แล้วลุกเดินไปที่ตู้เย็นเล็กมุมห้อง หยิบน้ำดื่มขวดหนึ่งออกมาเปิดฝา แล้วเดินไปส่งให้เธอ "ดื่มน้ำซะ" "ขอบคุณค่ะบอส" ปรางรับขวดน้ำมาดื่ม แต่ด้วยความรีบร้อนทำให้น้ำหกเลอะมุมปาก ไหลย้อยลงมาตามลำคอระหงและซึมลงไปที่คอเสื้อเชิ้ตสีขาวจนมองเห็นรอยบราสีเข้มด้านในอีกครั้ง ภาคินยืนค้ำหัวเธออยู่ มองตามหยดน้ำนั้นไปจนตาค้าง เขาพยายามข่มใจอย่างหนักพลางคิดในใจ 'ยัยนี่... เกิดมาเพื่อทดสอบความอดทนฉันใช่ไหม' "บอสคะ แฟ้มนี้... เอ๊ะ?" ปรางเงยหน้าขึ้นมาจะส่งแฟ้มให้ แต่จังหวะที่เงยหน้าขึ้น ศีรษะของเธอก็ดันไปชนเข้ากับเป้ากางเกงของเจ้านายหนุ่มที่ยืนอยู่พอดี "ข... ขอโทษค่ะบอส ปรางไม่เห็นว่าบอสยืนอยู่ตรงนี้" ปรางรีบหดคอหนี หน้าแดงแปร๊ด ภาคินกัดฟันกรอด ร่างกายของเขาตอบสนองต่อการสัมผัสเมื่อครู่อย่างรวดเร็ว เขารีบก้าวถอยหลังออกไปสองก้าว "ม... ไม่เป็นไร เธอจัดต่อไปเถอะ" เขาตอบเสียงพร่า พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ "แต่แฟ้มนี้มันแปลกๆ นะคะบอส" ปรางหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาดู "มันไม่มีหัวกระดาษบริษัท แล้วก็มีแต่ตัวเลขบัญชีแปลกๆ เต็มไปหมดเลยค่ะ" ภาคินขมวดคิ้ว "เอามาดูสิ" เขาเดินกลับเข้าไปหาเธออีกครั้ง คราวนี้เขาย่อตัวลงนั่งยองๆ ข้างๆ เธอเพื่อดูเอกสารในมือ ปรางขยับตัวแบ่งที่ให้เขานิดหน่อย "ไหน" "นี่ไงคะ" ปรางชี้ไปที่ตัวเลขบนกระดาษ ภาคินโน้มหน้าเข้าไปดูใกล้ๆ ทำให้แก้มของเขาแทบจะชนกับแก้มของเธอ กลิ่นหอมหวานจากตัวปรางลอยปะทะจมูกอีกครั้ง มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมฉุนๆ แต่เป็นกลิ่นสบู่เด็กอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นกายสาว "นี่มันบัญชีส่วนตัวของพ่อฉัน..." ภาคินพึมพำ สายตาไม่ได้มองที่กระดาษเลยสักนิด แต่มองไล่จากปลายคางมน ลงมาที่ซอกคอขาวเนียนของคนข้างๆ "บัญชีส่วนตัวเหรอคะ? แล้วทำไมมาปนอยู่ในแฟ้มเอกสารบริษัทล่ะคะ" ปรางหันหน้ามาถาม และเพราะใบหน้าที่อยู่ใกล้กันมาก ทำให้ปลายจมูกของทั้งคู่ชนกันเบาๆ ปรางเบิกตากว้าง ลมหายใจอุ่นๆ ของภาคินเป่ารดอยู่ที่ปลายจมูกของเธอ ทั้งคู่นิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตของปรางประสานเข้ากับนัยน์ตาสีรัตติกาลที่แฝงไปด้วยความปรารถนาบางอย่างที่เริ่มปิดไม่มิด "บ... บอสคะ" ปรางเรียกเสียงแผ่ว พยายามจะขยับตัวออกห่าง เธอยืนขึ้นแต่ขาที่นั่งขัดสมาธิมานานเกิดอาการเหน็บชาขึ้นมาดื้อๆ "โอ๊ย!" "เป็นอะไร!" ภาคินตกใจ รีบคว้าแขนเธอไว้ "เหน็บชาค่ะบอส ขาปรางขยับไม่ได้" ปรางหน้านิ่วคิ้วขมวด น้ำตาคลอเบ้า "นั่งท่านี้มาตั้งนานไม่ชาก็แปลกแล้ว มานี่" ภาคินสอดแขนแกร่งเข้าใต้ข้อพับเข่าและแผ่นหลังบาง ก่อนจะออกแรงอุ้มร่างของเลขาขึ้นมาแนบอกอย่างง่ายดาย "ว้าย! บอส! ทำอะไรคะ ปล่อยปรางลงนะ!" ปาณิตาตกใจสุดขีด รีบยกมือขึ้นคล้องคอเขาไว้ตามสัญชาตญาณ "อยู่เฉยๆ เธอเดินไม่ได้ไม่ใช่หรือไง" ภาคินดุเสียงเข้ม อุ้มเธอเดินตรงไปที่โซฟาหนังตัวยาวกลางห้อง "แต่บอสอุ้มปรางแบบนี้มันไม่ดีนะคะ ปล่อยปรางลงตรงนี้แหละค่ะ ปรางยืนไหว" หญิงสาวดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขน ยิ่งเธอดิ้น หน้าอกที่เบียดเสียดอยู่กับแผงอกกว้างของเขาก็ยิ่งเสียดสีกัน ภาคินสูดปากด้วยความเสียวซ่าน เขากระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นจนร่างบางแนบชิดไปกับตัวเขาแทบจะทุกสัดส่วน "ฉันบอกให้อยู่เฉยๆ ไงปราง! อยากให้ฉันหมดความอดทนตรงนี้หรือไง!" เสียงตวาดที่แฝงไปด้วยความแหบพร่าทำเอาปรางชะงัก เธอยอมอยู่นิ่งๆ ปล่อยให้เขาอุ้มไปวางลงบนโซฟาอย่างเบามือ เขาวางเธอลงแล้ว แต่สองแขนยังคงคร่อมร่างบางเอาไว้บนโซฟา ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปรางต้องเอนตัวหนีไปด้านหลัง "บอส... จะทำอะไรคะ" ปรางถามเสียงสั่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก "เธอรู้ตัวไหมปราง..." ภาคินกระซิบชิดริมฝีปาก สายตาของเขาจ้องมองริมฝีปากอวบอิ่มของเธอไม่วางตา "ว่าวันนี้เธอทำฉันสติแตกไปกี่รอบแล้ว" ปรางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ป... ปรางทำอะไรคะ ปรางก็แค่จัดเอกสาร" "แค่จัดเอกสาร แต่ทำไมต้องทำตัวน่าโดนขย้ำขนาดนี้ด้วยห้ะ?" มือหนาของภาคินเลื่อนขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าเธอออกเบาๆ สัมผัสนั้นทำให้ปรางขนลุกซู่ไปทั้งตัว บรรยากาศภายในห้องเริ่มร้อนระอุขึ้นมาอย่างประหลาด สายตาของเจ้านายหนุ่มที่มองมาตอนนี้ มันไม่ใช่สายตาของเจ้านายที่มองลูกน้อง แต่มันคือสายตาของผู้ชายที่กำลังมองของที่เขาถูกใจ ภาคินค่อยๆ โน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนปลายจมูกแทบจะชิดกันอีกครั้ง ปรางหลับตาปี๋ สองมือขยำเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่น ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงต่อไปดี ริมฝีปากหยักได้รูปของชายหนุ่มกำลังจะแตะลงบนกลีบปากนุ่มของเธอ ในจังหวะนั้นเอง... ก๊อก ก๊อก ก๊อก! "คุณภาคินคะ! รปภ. ด้านล่างแจ้งว่ามีเอกสารด่วนมาส่งค่ะ!" เสียงแม่บ้านที่ดังมาจากหน้าประตูดึงสติของทั้งคู่ให้กลับมา ภาคินชะงักกึก เขาสบถในลำคออย่างหัวเสีย ก่อนจะผละออกจากร่างบางอย่างรวดเร็ว ปรางรีบเด้งตัวขึ้นนั่งตรง จัดเสื้อผ้าและผมเผ้าให้เข้าที่ ใบหน้าหวานแดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก เธอก้มหน้างุดไม่กล้าสบตาเขา "เดี๋ยวฉันมา" ภาคินพูดเสียงห้วน พยายามปรับอารมณ์ตัวเอง ก่อนจะเดินกระแทกส้นเท้าออกไปเปิดประตู ทิ้งให้ปรางนั่งจับหน้าอกตัวเองที่หัวใจกำลังเต้นโครมครามอยู่บนโซฟาเพียงลำพัง"อื้อ! ปล่อยนะ! บอส! ปล่อยปรางเดี๋ยวนี้!"เพียะ!เสียงฝ่ามือเล็กฟาดลงบนใบหน้าหล่อเหลาของเจ้านายหนุ่มฉาดใหญ่ทันทีที่ริมฝีปากเป็นอิสระ ปรางหอบหายใจแรง น้ำตาเม็ดโตกลิ้งหล่นอาบสองแก้มเนียน เธอถอยร่นไปจนชิดประตูรถ ยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองอย่างแรงด้วยความรู้สึกทั้งโกรธทั้งอายภาคินหน้าหันไปตามแรงตบ ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ เขายกมือขึ้นลูบซีกแก้มที่เริ่มขึ้นรอยแดงจางๆ ก่อนจะหันกลับมามองเลขาตัวเล็กด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา"เธอ... ตบหน้าฉันเหรอปราง" เสียงทุ้มกดต่ำจนน่าขนลุก"ใช่ค่ะ! ปรางตบ! และถ้าบอสยังทำรุ่มร่ามกับปรางอีก ปรางจะตบให้แรงกว่านี้ด้วย!" ปรางตวาดกลับเสียงสั่น "บอสคิดว่าตัวเองเป็นใครคะ เป็นเจ้านายแล้วจะรังแกปรางยังไงก็ได้เหรอ! ปรางไม่ใช่ผู้หญิงอย่างว่านะคะที่จะให้บอสมาจูบมาลวนลามง่ายๆ!""แล้วไอ้ท่าทียั่วผู้ชายไปทั่วนั่นมันคืออะไร! เธอคิดว่าฉันตาบอดหรือไงถึงมองไม่ออกว่าไอ้แก่ดนัยมันคิดอกุศลกับเธอ!" ภาคินสวนกลับทันควัน ความหึงหวงที่ยังคุกรุ่นทำให้เขาเผลอขึ้นเสียงใส่เธอ"ก็ปรางบอกแล้วไงคะว่าปรางไม่ได้ยั่ว! เข็มกลัดมันหลุดเอง! บอสจะให้ปรางทำยังไง ในเมื่อชุดนี้มันคับ ฝ่ายบุคคลก็บอกว่
"อื้อ... บอส..."เสียงหวานครางประท้วงอู้อี้อยู่ในลำคอเมื่อริมฝีปากหยักได้รูปของภาคินบดเบียดลงมาอย่างเอาแต่ใจ ปาณิตาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด สองมือเล็กยกขึ้นดันแผงอกกว้างของเจ้านายหนุ่มสุดแรง แต่ร่างสูงกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด"อืม..." ภาคินครางต่ำในลำคออย่างพอใจสัมผัสจากกลีบปากนุ่มละมุนของเลขาหน้าซื่อมันหวานล้ำกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้มาก ชายหนุ่มขบเม้มริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ เชิงหยอกล้อ ก่อนจะฉวยโอกาสตอนที่ปรางเผยอปากจะประท้วง สอดเรียวลิ้นร้อนเข้าไปกวาดชิมความหวานในโพรงปากเล็กอย่างตะกละตะกลาม"อ๊ะ... อื้อ... บอสคะ... หยุดนะ..." ปรางพยายามเบือนหน้าหนี รสจูบที่ดุดันของเขาทำเอาเธอแทบขาดใจ ลมหายใจเริ่มติดขัด ร่างกายอ่อนระทวยจนต้องเปลี่ยนจากการผลักไสมาเป็นขยำเสื้อเชิ้ตของเขาเอาไว้แน่นเพื่อเป็นหลักยึดภาคินยังคงตักตวงความหวานอย่างไม่รู้จักอิ่ม มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นมาประคองท้ายทอยให้รับจูบของเขาได้ถนัดขึ้น ส่วนมืออีกข้างที่เคยกอดเอวบางก็เริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนผ่านเนื้อผ้าบางๆ ของเสื้อเชิ้ต"บ... บอส... ปรางหายใจ... ไม่ออก..." ปรางท้วงเสียงสั่นเครือ น้ำตาเริ่มคลอเบ้าด้วยควา
เสียงประตูห้องทำงานบานใหญ่ถูกเปิดและปิดลงอีกครั้ง ปาณิตาสะดุ้งสุดตัว ใบหน้าหวานแดงก่ำไปถึงใบหูเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ ถ้าแม่บ้านไม่มาเคาะประตู ป่านนี้... ป่านนี้บอสคงจูบเธอไปแล้วใช่ไหม"เอกสารด่วนจากฝ่ายกฎหมายน่ะ ไม่มีอะไรแล้ว"เสียงทุ้มของภาคินดังขึ้นทำลายความเงียบ ชายหนุ่มเดินถือซองเอกสารสีน้ำตาลกลับเข้ามาในห้อง เขาพยายามตีหน้านิ่ง ทั้งที่ในใจก็ยังรู้สึกเสียดายที่ถูกขัดจังหวะ เขาวางซองเอกสารลงบนโต๊ะทำงาน แล้วหันมามองร่างบางที่นั่งหน้าแดงอยู่บนโซฟา"ข... ขาปรางหายชาแล้วค่ะบอส ปรางไปจัดเอกสารต่อนะคะ" ปรางรีบลุกขึ้นยืน แต่ความรีบร้อนทำให้เธอเสียหลักเซถลาไปข้างหน้า"เฮ้ย! ระวัง!"ภาคินพุ่งตัวเข้ามารับร่างของเธอเอาไว้ได้ทันท่วงที ท่อนแขนแกร่งตวัดรัดรอบเอวบางไว้แน่นจนแผ่นหลังของปรางกระแทกเข้ากับแผงอกกว้างของเขาอีกครั้ง"โอ๊ย..." ปรางหลุดเสียงอุทานออกมาเบาๆ"ทำไมชอบทำตัวซุ่มซ่ามนักนะปาณิตา ถ้าฉันรับไม่ทัน หน้าเธอได้ทิ่มลงพื้นไปแล้วนะ" ภาคินดุเสียงเข้ม แต่กระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น ไม่ยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระ"ป... ปรางขอโทษค่ะ ปรางแค่รีบไปหน่อย บอสปล่อยปรางเถอะค่ะ ปรางยืนเองได้แล้ว" หญิงสา
"บอสคะ ห้าโมงเย็นแล้วค่ะ พนักงานคนอื่นทยอยกลับกันหมดแล้วนะคะ"เสียงหวานของปรางดังขึ้นพร้อมกับเสียงเคาะประตู เธอแง้มประตูห้องทำงานของซีอีโอหนุ่มเข้ามา ใบหน้าจิ้มลิ้มชะโงกเข้ามามอง"เข้ามาสิ ปิดประตูด้วย" ภาคินที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่เงยหน้าขึ้นมาสั่งเสียงเรียบ"ค่ะบอส" ปรางรับคำพร้อมกับดันประตูไม้บานใหญ่ให้ปิดสนิท เสียงกลอนประตูดัง 'กริ๊ก'"บอสมีงานด่วนอะไรให้ปรางทำเหรอคะ" หญิงสาวเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงาน เอียงคอถามด้วยความสงสัย"มานี่สิ" ภาคินกวักมือเรียก"คะ?""ฉันบอกให้เดินมานี่ มาใกล้ๆ"ปรางเดินอ้อมโต๊ะทำงานไปหาเจ้านายหนุ่มที่นั่งพิงพนักเก้าอี้อยู่ เธอยืนอยู่ข้างๆ เขา ระยะห่างไม่ถึงคืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมกับกลิ่นกาแฟจางๆ ลอยมากระทบจมูก"มีอะไรคะบอส?""เห็นแฟ้มสีดำตรงมุมห้องนั่นไหม" ภาคินชี้ไปที่กองแฟ้มเอกสารที่วางซ้อนกันอยู่บนพื้นตรงมุมห้อง ซึ่งเป็นจุดที่ค่อนข้างแคบ"เห็นค่ะ""นั่นคือเอกสารลับของบริษัทตั้งแต่สมัยพ่อฉันบริหาร ฉันอยากให้เธอไปรื้อออกมาจัดหมวดหมู่ใหม่ทั้งหมด""เอ่อ... ทั้งหมดนั่นเลยเหรอคะบอส?" ปรางเบิกตากว้าง มองกองแฟ้มที่สูงเกือบเท่าเอว"ใช่ ทำไม? ทำไม่ได
"บอสคะ กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลได้แล้วค่ะ"เสียงหวานใสของปาณิตาดังขึ้นพร้อมกับร่างบางที่เดินถือแก้วกาแฟเข้ามาในห้องทำงานของประธานบริหาร เธออยู่ในชุดยูนิฟอร์มที่บริษัทกำหนด เสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวกับกระโปรงทรงเอที่ขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าชัดเจนภาคิน อัครเดชากุล ซีอีโอหนุ่มวัย 27 ปี ที่เพิ่งเข้ามารับช่วงต่อจากบิดาที่เสียชีวิตไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ละสายตาจากแฟ้มเอกสารตรงหน้า เขามองร่างบางที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก"วางไว้ตรงนั้นแหละ" ภาคินสั่งเสียงเรียบ"บอสจะรับของว่างเพิ่มไหมคะ ปรางจะได้ไปเตรียมมาให้" ปรางถามอย่างเอาใจใส่ พลางโน้มตัวลงไปวางแก้วกาแฟบนโต๊ะกระจกตัวเตี้ยจังหวะที่เธอโน้มตัวลง คอเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ไม่ได้ติดกระดุมเม็ดบนสุดก็แหวกออกเล็กน้อย เผยให้เห็นเนินอกขาวเนียนรำไร ซ้ำร้ายกระโปรงทรงเอที่รัดรูปอยู่แล้วยังเลิกสูงขึ้นจนเห็นต้นขาขาวผ่อง ภาคินเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขารีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น"ไม่ต้อง ฉันยังไม่หิว" ชายหนุ่มตอบปัดๆ พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด "แล้วนี่เอกสารการประชุมบอร์ดบ่ายนี้ เธอเตรียมเสร็จหรือยัง""เรียบร้อยแล้วค่ะบอส ปรางจัดใส่แฟ้







