Share

บทที่3

Author: MummyPhukun
last update publish date: 2026-10-11 21:26:46

เสียงประตูห้องทำงานบานใหญ่ถูกเปิดและปิดลงอีกครั้ง ปาณิตาสะดุ้งสุดตัว ใบหน้าหวานแดงก่ำไปถึงใบหูเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ ถ้าแม่บ้านไม่มาเคาะประตู ป่านนี้... ป่านนี้บอสคงจูบเธอไปแล้วใช่ไหม

"เอกสารด่วนจากฝ่ายกฎหมายน่ะ ไม่มีอะไรแล้ว"

เสียงทุ้มของภาคินดังขึ้นทำลายความเงียบ ชายหนุ่มเดินถือซองเอกสารสีน้ำตาลกลับเข้ามาในห้อง เขาพยายามตีหน้านิ่ง ทั้งที่ในใจก็ยังรู้สึกเสียดายที่ถูกขัดจังหวะ เขาวางซองเอกสารลงบนโต๊ะทำงาน แล้วหันมามองร่างบางที่นั่งหน้าแดงอยู่บนโซฟา

"ข... ขาปรางหายชาแล้วค่ะบอส ปรางไปจัดเอกสารต่อนะคะ" ปรางรีบลุกขึ้นยืน แต่ความรีบร้อนทำให้เธอเสียหลักเซถลาไปข้างหน้า

"เฮ้ย! ระวัง!"

ภาคินพุ่งตัวเข้ามารับร่างของเธอเอาไว้ได้ทันท่วงที ท่อนแขนแกร่งตวัดรัดรอบเอวบางไว้แน่นจนแผ่นหลังของปรางกระแทกเข้ากับแผงอกกว้างของเขาอีกครั้ง

"โอ๊ย..." ปรางหลุดเสียงอุทานออกมาเบาๆ

"ทำไมชอบทำตัวซุ่มซ่ามนักนะปาณิตา ถ้าฉันรับไม่ทัน หน้าเธอได้ทิ่มลงพื้นไปแล้วนะ" ภาคินดุเสียงเข้ม แต่กระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น ไม่ยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระ

"ป... ปรางขอโทษค่ะ ปรางแค่รีบไปหน่อย บอสปล่อยปรางเถอะค่ะ ปรางยืนเองได้แล้ว" หญิงสาวพยายามขืนตัวออก แต่เจ้านายหนุ่มกลับไม่ยอมคลายอ้อมแขน แถมยังโน้มใบหน้าลงมากระซิบใกล้ๆ ใบหูของเธอ

"แน่ใจนะว่ายืนไหว เมื่อกี้ยังร้องโอดโอยอยู่เลย"

"แน่ใจค่ะบอส ปล่อยเถอะค่ะ อื้อ... บอส..." ปรางเริ่มทำตัวไม่ถูกเมื่อลมหายใจอุ่นๆ ของเขารินรดอยู่ที่ซอกคอของเธอ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายและสัมผัสของเขาทำเอาเธอรู้สึกหวิวๆ ในช่องท้องอย่างประหลาด

ภาคินถอนหายใจยาว ยอมปล่อยแขนออกจากเอวบางอย่างอ้อยอิ่ง "ไปนั่งพักก่อนไป ยังไม่ต้องทำหรอกเอกสารน่ะ"

"แต่ว่า..."

"ไม่มีแต่ ฉันสั่งให้นั่งพักก็คือนั่งพัก"

ชายหนุ่มชี้มือไปที่โซฟา ก่อนจะหมุนตัวเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานขึ้นมากดโทรออกหาใครบางคน ปรางได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างนั้นแล้วเดินกลับไปนั่งที่โซฟาอย่างว่าง่าย เธอแอบดึงชายกระโปรงทรงเอที่เลิกสูงขึ้นให้ลงมาปิดหน้าขา

"สั่งอาหารขึ้นมาให้หน่อย เอาเมนูที่กินง่ายๆ... ใช่ สองที่... อ้อ เอาของหวานมาด้วย ส่งขึ้นมาที่ห้องฉันด่วนเลย"

ภาคินสั่งความผ่านโทรศัพท์ก่อนจะกดวางสาย แล้วเดินกลับมาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวเดียวกัน แต่เว้นระยะห่างจากเธอไว้เล็กน้อย

"บอสสั่งอาหารเหรอคะ?" ปรางหันไปถามตาแป๋ว

"อืม ก็ใช่สิ เธอคิดว่าฉันจะให้เธอทำงานงกๆ โดยไม่ให้กินข้าวกินปลาหรือไง กองทัพต้องเดินด้วยท้องนะ"

"ขอบคุณค่ะบอส ความจริงบอสไม่ต้องลำบากสั่งมาเผื่อปรางก็ได้นะคะ ปรางเกรงใจ ปรางลงไปหาอะไรกินข้างล่างเองได้ค่ะ"

"ดึกป่านนี้ ร้านข้างล่างปิดหมดแล้ว ขืนปล่อยเธอลงไป กว่าจะได้กิน กว่าจะกลับขึ้นมาทำงานต่อ เสียเวลาพอดี กินด้วยกันนี่แหละ"

"ก็ได้ค่ะ... อ้อ บอสคะ เมื่อกี้เรื่องเอกสาร..." ปรางพยายามจะเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อลดความอึดอัด

"ไม่ต้องพูดเรื่องงานตอนพัก ฉันไม่อยากฟัง" ภาคินตัดบทเสียงเรียบ เขายกขาขึ้นไขว่ห้าง เอนหลังพิงพนักโซฟา สายตาคมกริบจดจ้องไปที่ใบหน้าหวานของเลขาตัวเอง

"บอส... มองหน้าปรางทำไมคะ หน้าปรางมีอะไรติดอยู่เหรอ" ปรางยกมือขึ้นจับแก้มตัวเองอย่างประหม่า เมื่อถูกสายตาคมนั้นจ้องมองไม่วางตา

"เปล่า"

"แล้วทำไมจ้องขนาดนั้นล่ะคะ ปรางทำตัวไม่ถูกนะ"

"ฉันเป็นเจ้านาย จะมองเลขาตัวเองไม่ได้หรือไง"

"ก็มองได้ค่ะ แต่สายตาบอส... มันแปลกๆ" ปรางก้มหน้างุด หลบสายตาดุของเขา

"แปลกยังไง?" ภาคินขยับตัวเข้ามาใกล้เธออีกนิด "บอกฉันสิ ว่ามันแปลกยังไง"

"ก... ก็แบบ... เหมือนบอสดุๆ ปรางนี่คะ ปรางกลัว" เธอตอบเสียงอ้อมแอ้ม โกหกคำโตออกไป ทั้งที่จริงแล้วสายตาของเขาไม่ได้ดูดุเลยสักนิด แต่มันเหมือนสายตาของนักล่าที่กำลังจ้องมองเหยื่อมากกว่า

"ฉันยังไม่ได้ดุอะไรเธอสักคำ มีแต่เธอนั่นแหละที่คิดไปเอง"

ภาคินหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าการแกล้งยัยเลขาหน้าซื่อคนนี้มันสนุกแค่ไหน ยิ่งเห็นเธอหน้าแดง ทำตัวลุกลี้ลุกลน เขาก็ยิ่งอยากแกล้ง อยากจะต้อนให้เธอจนมุม

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง ช่วยกู้สถานการณ์อันน่าอึดอัดของปรางเอาไว้ได้พอดี ภาคินเดินไปเปิดประตู รับถุงอาหารจากพนักงานก่อนจะนำมาวางบนโต๊ะกระจกหน้าโซฟา

"มาช่วยกันจัดสิ มัวแต่นั่งบื้ออยู่ได้" เขาหันไปสั่งคนตัวเล็กที่ยังนั่งนิ่ง

"ค... ค่ะบอส!" ปรางรีบลุกขึ้นมาช่วยเขาแกะถุงอาหารและจัดเรียงกล่องข้าวลงบนโต๊ะ

อาหารที่ภาคินสั่งมาเป็นอาหารญี่ปุ่นชุดเบนโตะสุดหรูสองที่ พร้อมกับซูชิเซ็ตใหญ่ และขนมหวานอีกสองกล่อง

"โห... น่ากินจังเลยค่ะบอส" ปรางตาโต มองอาหารตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น ลืมความประหม่าไปชั่วขณะ

"กินสิ ฉันสั่งมาให้กิน ไม่ได้สั่งมาให้มอง" ภาคินแกะตะเกียบส่งให้เธอ

"ขอบคุณค่ะ"

ปรางรับตะเกียบมา เธอคุกเข่าลงกับพื้นพรมหน้าโต๊ะกระจกตัวเตี้ยเพื่อจะได้กินถนัดขึ้น ภาคินที่นั่งอยู่บนโซฟาฝั่งตรงข้ามถึงกับชะงักตะเกียบในมือ เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาพล่ามัวไปหมดเมื่อมองเห็นผิวขาวเนียนของคนตรงหน้า

"บอสไม่กินเหรอคะ? ซูชิอร่อยมากเลยนะคะ แซลมอนชิ้นเบ้อเริ่มเลย" ปรางคีบซูชิชิ้นโตเข้าปาก เคี้ยวแก้มตุ่ย พลางเงยหน้าขึ้นมาถามเจ้านายหนุ่มด้วยดวงตาเป็นประกาย

"อืม... กินอยู่" ภาคินพยายามดึงสายตาตัวเองกลับมาที่กล่องข้าว คีบข้าวเข้าปากด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก

เขาพยายามไม่มอง ไม่สนใจ แต่ยัยเลขาตัวแสบก็ช่างสรรหาวิธียั่วเขาโดยไม่รู้ตัวเหลือเกิน!

"อ๊ะ..." ปรางอุทานเบาๆ เมื่อซอสโชยุหยดลงบนเสื้อเชิ้ตสีขาวของเธอเป็นรอยด่างดวง "เลอะจนได้... ซุ่มซ่ามอีกแล้วเรา"

หญิงสาวรีบวางตะเกียบลง ควานหาทิชชู่บนโต๊ะ แต่ภาคินไวกว่า เขาหยิบทิชชู่แล้วเอื้อมมือไปซับรอยเปื้อนบนหน้าอกเสื้อให้เธออย่างรวดเร็ว

"บ... บอสคะ! ปรางเช็ดเองได้ค่ะ!" ปรางสะดุ้งตกใจ รีบจับมือหนาของเขาเอาไว้

"อยู่เฉยๆ ยิ่งเช็ดเองเดี๋ยวก็ยิ่งเลอะเป็นวงกว้าง" ภาคินดุ มือของเขายังคงเช็ดคราบซอสที่บริเวณเนินอกของเธออย่างแผ่วเบา

ปลายนิ้วของเขาสัมผัสโดนผิวเนื้อเนียนนุ่มผ่านเนื้อผ้าบางๆ สัมผัสนั้นทำเอาปาณิตารู้สึกขนลุกซู่ เธอหายใจติดขัด จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงคืบ

"บอส..."

"หืม?" ภาคินเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ มือของเขายังคงวางอยู่ที่หน้าอกของเธอไม่ยอมขยับออก

"พ... พอแล้วค่ะ มันไม่ออกหรอก ซักเอาดีกว่าค่ะ ปรางอาย..." เธอพูดเสียงเบาหวิว หน้าแดงซ่านไปถึงลำคอ

"อายทำไม" ภาคินกระซิบถามเสียงแหบพร่า นิ้วโป้งของเขาเผลอเกลี่ยเบาๆ ที่รอยแยกของคอเสื้อ

"ก็บอส... บอสเป็นผู้ชาย ปรางเป็นผู้หญิง มาจับ... จับตรงนี้มัน..." ปรางพูดตะกุกตะกัก ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าเขาตรงๆ

"ฉันแค่ช่วยเช็ดรอยเปื้อน ไม่ได้คิดอะไรสักหน่อย หรือว่า... เธอคิด?"

ภาคินแกล้งแหย่ มุมปากหยักยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาชอบเวลาที่เธอเขินอายหน้าแดงแบบนี้ มันดูน่ารักและน่ารังแกในเวลาเดียวกัน

"ป... ปรางไม่ได้คิดนะคะ! บอสอย่ามาใส่ร้ายปรางนะ" หญิงสาวรีบเถียงคอเป็นเอ็น ปัดมือเขาออกอย่างลืมตัว "ปรางอิ่มแล้วค่ะ ขอตัวไปจัดเอกสารต่อนะคะ!"

ปรางรีบลุกขึ้นพรวดพราด เธอเซถลาล้มลงไปกองกับพื้นพรมอย่างหมดสภาพ

"โอ๊ย!"

"ปราง!" ภาคินตกใจ รีบลุกจากโซฟาเข้าไปประคองเธอ "เป็นอะไรอีกเนี่ย ลุกพรวดพราดแบบนั้นได้ยังไง"

"ก็บอสแกล้งปรางนี่คะ! ปรางเจ็บนะ" เธอบ่นอุบอิบ นั่งกุมข้อเท้าตัวเองอยู่บนพื้น

"ฉันแกล้งอะไรเธอฮะ ฉันแค่ช่วยเช็ดเสื้อให้ เธอนั่นแหละคิดอกุศล" ชายหนุ่มเถียงกลับ พลางย่อตัวลงนั่งคุกเข่าตรงหน้าเธอ "ไหน ดูซิ เจ็บตรงไหน"

"ข้อเท้าค่ะ น่าจะพลิกตอนล้มเมื่อกี้"

ภาคินเอื้อมมือไปจับข้อเท้าเล็กของเธออย่างเบามือ เขาค่อยๆ นวดคลึงให้ช้าๆ สัมผัสอ่อนโยนนั้นทำให้ความโกรธของปรางเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น

"ดีขึ้นไหม" เขาเงยหน้าขึ้นถาม

"ดี... ดีขึ้นแล้วค่ะบอส ขอบคุณนะคะ"

"ทีหลังก็ระวังหน่อย อย่าทำตัวเป็นเด็กๆ ลุกพรวดพราดแบบนี้อีก เข้าใจไหม" เขาบ่นอุบ แต่ยังคงนวดข้อเท้าให้เธอไม่หยุด

"เข้าใจแล้วค่ะ... บอสคะ"

"อะไร"

"ปล่อยเท้าปรางได้แล้วค่ะ ปรางไม่เจ็บแล้ว"

ภาคินชะงักไปนิดนึง ก่อนจะยอมปล่อยมือออกจากข้อเท้าเนียนนุ่มอย่างเสียดาย เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

"งั้นก็ไปทำงานต่อได้แล้ว กินอิ่มแล้วนี่"

"ค่ะบอส"

ปรางพยุงตัวเองลุกขึ้น เดินกะเผลกๆ ไปที่มุมห้องเพื่อจัดเอกสารต่อ ภาคินมองตามหลังร่างบางไป รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นบนริมฝีปากหยักโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว

เวลาล่วงเลยไปจนถึงสามทุ่ม ภายในห้องทำงานเงียบสงบ มีเพียงเสียงกระดาษและเสียงพิมพ์คีย์บอร์ดเบาๆ จากโต๊ะทำงานของภาคิน ปรางจัดเอกสารแฟ้มสุดท้ายเสร็จเรียบร้อย เธอถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก บิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยล้า

"เสร็จแล้วเหรอ" ภาคินถามโดยไม่เงยหน้าจากจอคอมพิวเตอร์

"เสร็จแล้วค่ะบอส หมดกองนั้นเลย จัดเรียงตามปีและโปรเจกต์เรียบร้อยแล้วค่ะ"

"อืม ดีมาก เก็บของซะ ดึกแล้ว กลับกันเถอะ"

ชายหนุ่มปิดคอมพิวเตอร์ หยิบเสื้อสูทที่พาดอยู่บนเก้าอี้ขึ้นมาสวมทับเสื้อเชิ้ต ปรางมองตามเจ้านายหนุ่มที่เตรียมตัวกลับบ้าน

"บอสคะ ไม่เป็นไรค่ะ ปรางกลับเองได้ บอสกลับก่อนเลยค่ะ"

"ดึกป่านนี้แล้ว เธอจะกลับยังไง รถเมล์หมดแล้วมั้ง"

"ปรางเรียกแกร็บได้ค่ะ สะดวกมากเลย ไม่รบกวนบอสดีกว่าค่ะ"

"ฉันบอกให้เก็บของแล้วลงไปพร้อมฉัน อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำสองนะปราง" ภาคินเสียงแข็งขึ้นมาทันที เขามองหน้าเธอนิ่ง

"ต... แต่ว่า..."

"นี่คือคำสั่งเจ้านาย"

เจอประโยคนี้เข้าไป ปรางถึงกับเถียงไม่ออก เธอได้แต่พยักหน้าหงึกๆ รีบคว้ากระเป๋าสะพายใบเล็กของตัวเองเดินตามหลังเจ้านายหนุ่มออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ

บรรยากาศภายในรถยุโรปคันหรูของภาคินเงียบกริบ แอร์เย็นฉ่ำปะทะผิวกายจนปรางต้องยกมือขึ้นลูบแขนตัวเองเบาๆ เธอแอบลอบมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาของคนขับเป็นระยะ ภาคินขับรถด้วยท่าทีสบายๆ สายตาจดจ่ออยู่กับถนนเบื้องหน้า

"แอร์หนาวไปเหรอ" เขาถามขึ้นลอยๆ ทำลายความเงียบ

"นิดหน่อยค่ะบอส"

ภาคินเอื้อมมือไปปรับอุณหภูมิแอร์ฝั่งเธอให้เบาลง "คอนโดเธออยู่แถวไหน"

"อยู่ซอยสุขุมวิท XX ค่ะ เข้าซอยไปนิดเดียว"

"อืม"

รถสปอร์ตคันหรูแล่นไปตามท้องถนนยามค่ำคืนที่ไม่ค่อยมีรถพลุกพล่านนัก ไม่นานนักก็เลี้ยวเข้าซอยตามที่ปรางบอก และจอดสนิทที่หน้าคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง

"ขอบคุณมากนะคะบอสที่มาส่ง ปรางรบกวนบอสแย่เลย" ปรางยกมือไหว้ขอบคุณเจ้านายหนุ่ม พร้อมกับส่งยิ้มหวานให้

"ไม่เป็นไร เรื่องเล็กน้อย"

"งั้น... ปรางขอตัวขึ้นห้องก่อนนะคะ บอสขับรถกลับดีๆ นะคะ"

ปรางเอื้อมมือไปปลดเข็มขัดนิรภัย แต่ทว่า... มันกลับติดขัดดึงไม่ออก เธอออกแรงดึงอีกสองสามครั้งแต่มันก็ยังแน่นนิ่ง

"เป็นอะไร" ภาคินหันมามอง

"เข็มขัดมันติดค่ะบอส ปรางดึงไม่ออก"

"มานี่ ฉันดูให้"

ภาคินขยับตัวเข้ามาใกล้ โน้มตัวข้ามเบาะมาฝั่งเธอเพื่อจะปลดเข็มขัดนิรภัยให้ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งสองคนใกล้กันมากจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน ปรางนั่งตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว

ชายหนุ่มพยายามงัดแงะหัวเข็มขัดนิรภัยอยู่ครู่หนึ่ง แต่สายตาของเขากลับไม่ได้โฟกัสอยู่ที่มือเลยสักนิด เขาลอบมองเสี้ยวหน้าหวานที่ขึ้นสีระเรื่อของคนข้างๆ มองริมฝีปากอวบอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า

เข็มขัดนิรภัยหลุดออกแล้ว แต่ภาคินกลับไม่ได้ถอยกลับไปนั่งที่เดิม

เขายังคงโน้มตัวคร่อมร่างบางเอาไว้ มือข้างหนึ่งยันกับพนักพิงเบาะของเธอ ส่วนอีกข้างยังคงจับอยู่ที่สายเข็มขัด นัยน์ตาสีรัตติกาลจับจ้องไปที่ดวงตากลมโตของปรางที่มองตอบมาด้วยความสับสนและตื่นตระหนก

"บ... บอสคะ เข็มขัดหลุดแล้วค่ะ" ปรางกระซิบเสียงแผ่ว พยายามเบียดตัวชิดกับเบาะรถให้มากที่สุด

"ฉันรู้..." ภาคินตอบเสียงแหบพร่า สายตาของเขาเลื่อนต่ำลงมาที่ริมฝีปากของเธออีกครั้ง "แต่ฉันยังไม่อยากให้เธอลงไปตอนนี้"

"ท... ทำไมคะ มีงานอะไรด่วนอีกเหรอคะ"

"ไม่ใช่เรื่องงาน..."

ภาคินขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกของเขาแตะกับแก้มเนียนของเธอเบาๆ ปรางเบิกตากว้าง ร่างกายชาวาบราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต สองมือของเธอขยำกระโปรงตัวเองแน่น

"ก่อนกลับ... ฉันมีเรื่องจะตกลงกับเธอสักหน่อย ปาณิตา"

เสียงกระซิบแหบพร่าที่ข้างหู ทำเอาปรางใจหล่นวูบ ริมฝีปากของเขากำลังคลอเคลียอยู่ใกล้ๆ แก้มของเธอ มือหนาของเขาเลื่อนขึ้นมาจับปลายคางมนของเธอให้หันมาสบตากับเขาตรงๆ

และก่อนที่ปรางจะได้ถามอะไรออกไป ริมฝีปากหยักได้รูปของเจ้านายหนุ่มก็ทาบทับลงมาบนริมฝีปากอวบอิ่มของเธออย่างรวดเร็วและอุกอาจ ปิดกั้นทุกคำถามและคำทักท้วงใดๆ ไว้ในลำคอ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ยั่วรัก เลขาคุณภาคิน   บทที่5

    "อื้อ! ปล่อยนะ! บอส! ปล่อยปรางเดี๋ยวนี้!"เพียะ!เสียงฝ่ามือเล็กฟาดลงบนใบหน้าหล่อเหลาของเจ้านายหนุ่มฉาดใหญ่ทันทีที่ริมฝีปากเป็นอิสระ ปรางหอบหายใจแรง น้ำตาเม็ดโตกลิ้งหล่นอาบสองแก้มเนียน เธอถอยร่นไปจนชิดประตูรถ ยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองอย่างแรงด้วยความรู้สึกทั้งโกรธทั้งอายภาคินหน้าหันไปตามแรงตบ ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ เขายกมือขึ้นลูบซีกแก้มที่เริ่มขึ้นรอยแดงจางๆ ก่อนจะหันกลับมามองเลขาตัวเล็กด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา"เธอ... ตบหน้าฉันเหรอปราง" เสียงทุ้มกดต่ำจนน่าขนลุก"ใช่ค่ะ! ปรางตบ! และถ้าบอสยังทำรุ่มร่ามกับปรางอีก ปรางจะตบให้แรงกว่านี้ด้วย!" ปรางตวาดกลับเสียงสั่น "บอสคิดว่าตัวเองเป็นใครคะ เป็นเจ้านายแล้วจะรังแกปรางยังไงก็ได้เหรอ! ปรางไม่ใช่ผู้หญิงอย่างว่านะคะที่จะให้บอสมาจูบมาลวนลามง่ายๆ!""แล้วไอ้ท่าทียั่วผู้ชายไปทั่วนั่นมันคืออะไร! เธอคิดว่าฉันตาบอดหรือไงถึงมองไม่ออกว่าไอ้แก่ดนัยมันคิดอกุศลกับเธอ!" ภาคินสวนกลับทันควัน ความหึงหวงที่ยังคุกรุ่นทำให้เขาเผลอขึ้นเสียงใส่เธอ"ก็ปรางบอกแล้วไงคะว่าปรางไม่ได้ยั่ว! เข็มกลัดมันหลุดเอง! บอสจะให้ปรางทำยังไง ในเมื่อชุดนี้มันคับ ฝ่ายบุคคลก็บอกว่

  • ยั่วรัก เลขาคุณภาคิน   บทที่4

    "อื้อ... บอส..."เสียงหวานครางประท้วงอู้อี้อยู่ในลำคอเมื่อริมฝีปากหยักได้รูปของภาคินบดเบียดลงมาอย่างเอาแต่ใจ ปาณิตาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด สองมือเล็กยกขึ้นดันแผงอกกว้างของเจ้านายหนุ่มสุดแรง แต่ร่างสูงกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด"อืม..." ภาคินครางต่ำในลำคออย่างพอใจสัมผัสจากกลีบปากนุ่มละมุนของเลขาหน้าซื่อมันหวานล้ำกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้มาก ชายหนุ่มขบเม้มริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ เชิงหยอกล้อ ก่อนจะฉวยโอกาสตอนที่ปรางเผยอปากจะประท้วง สอดเรียวลิ้นร้อนเข้าไปกวาดชิมความหวานในโพรงปากเล็กอย่างตะกละตะกลาม"อ๊ะ... อื้อ... บอสคะ... หยุดนะ..." ปรางพยายามเบือนหน้าหนี รสจูบที่ดุดันของเขาทำเอาเธอแทบขาดใจ ลมหายใจเริ่มติดขัด ร่างกายอ่อนระทวยจนต้องเปลี่ยนจากการผลักไสมาเป็นขยำเสื้อเชิ้ตของเขาเอาไว้แน่นเพื่อเป็นหลักยึดภาคินยังคงตักตวงความหวานอย่างไม่รู้จักอิ่ม มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นมาประคองท้ายทอยให้รับจูบของเขาได้ถนัดขึ้น ส่วนมืออีกข้างที่เคยกอดเอวบางก็เริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนผ่านเนื้อผ้าบางๆ ของเสื้อเชิ้ต"บ... บอส... ปรางหายใจ... ไม่ออก..." ปรางท้วงเสียงสั่นเครือ น้ำตาเริ่มคลอเบ้าด้วยควา

  • ยั่วรัก เลขาคุณภาคิน   บทที่3

    เสียงประตูห้องทำงานบานใหญ่ถูกเปิดและปิดลงอีกครั้ง ปาณิตาสะดุ้งสุดตัว ใบหน้าหวานแดงก่ำไปถึงใบหูเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ ถ้าแม่บ้านไม่มาเคาะประตู ป่านนี้... ป่านนี้บอสคงจูบเธอไปแล้วใช่ไหม"เอกสารด่วนจากฝ่ายกฎหมายน่ะ ไม่มีอะไรแล้ว"เสียงทุ้มของภาคินดังขึ้นทำลายความเงียบ ชายหนุ่มเดินถือซองเอกสารสีน้ำตาลกลับเข้ามาในห้อง เขาพยายามตีหน้านิ่ง ทั้งที่ในใจก็ยังรู้สึกเสียดายที่ถูกขัดจังหวะ เขาวางซองเอกสารลงบนโต๊ะทำงาน แล้วหันมามองร่างบางที่นั่งหน้าแดงอยู่บนโซฟา"ข... ขาปรางหายชาแล้วค่ะบอส ปรางไปจัดเอกสารต่อนะคะ" ปรางรีบลุกขึ้นยืน แต่ความรีบร้อนทำให้เธอเสียหลักเซถลาไปข้างหน้า"เฮ้ย! ระวัง!"ภาคินพุ่งตัวเข้ามารับร่างของเธอเอาไว้ได้ทันท่วงที ท่อนแขนแกร่งตวัดรัดรอบเอวบางไว้แน่นจนแผ่นหลังของปรางกระแทกเข้ากับแผงอกกว้างของเขาอีกครั้ง"โอ๊ย..." ปรางหลุดเสียงอุทานออกมาเบาๆ"ทำไมชอบทำตัวซุ่มซ่ามนักนะปาณิตา ถ้าฉันรับไม่ทัน หน้าเธอได้ทิ่มลงพื้นไปแล้วนะ" ภาคินดุเสียงเข้ม แต่กระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น ไม่ยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระ"ป... ปรางขอโทษค่ะ ปรางแค่รีบไปหน่อย บอสปล่อยปรางเถอะค่ะ ปรางยืนเองได้แล้ว" หญิงสา

  • ยั่วรัก เลขาคุณภาคิน   บทที่2

    "บอสคะ ห้าโมงเย็นแล้วค่ะ พนักงานคนอื่นทยอยกลับกันหมดแล้วนะคะ"เสียงหวานของปรางดังขึ้นพร้อมกับเสียงเคาะประตู เธอแง้มประตูห้องทำงานของซีอีโอหนุ่มเข้ามา ใบหน้าจิ้มลิ้มชะโงกเข้ามามอง"เข้ามาสิ ปิดประตูด้วย" ภาคินที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่เงยหน้าขึ้นมาสั่งเสียงเรียบ"ค่ะบอส" ปรางรับคำพร้อมกับดันประตูไม้บานใหญ่ให้ปิดสนิท เสียงกลอนประตูดัง 'กริ๊ก'"บอสมีงานด่วนอะไรให้ปรางทำเหรอคะ" หญิงสาวเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงาน เอียงคอถามด้วยความสงสัย"มานี่สิ" ภาคินกวักมือเรียก"คะ?""ฉันบอกให้เดินมานี่ มาใกล้ๆ"ปรางเดินอ้อมโต๊ะทำงานไปหาเจ้านายหนุ่มที่นั่งพิงพนักเก้าอี้อยู่ เธอยืนอยู่ข้างๆ เขา ระยะห่างไม่ถึงคืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมกับกลิ่นกาแฟจางๆ ลอยมากระทบจมูก"มีอะไรคะบอส?""เห็นแฟ้มสีดำตรงมุมห้องนั่นไหม" ภาคินชี้ไปที่กองแฟ้มเอกสารที่วางซ้อนกันอยู่บนพื้นตรงมุมห้อง ซึ่งเป็นจุดที่ค่อนข้างแคบ"เห็นค่ะ""นั่นคือเอกสารลับของบริษัทตั้งแต่สมัยพ่อฉันบริหาร ฉันอยากให้เธอไปรื้อออกมาจัดหมวดหมู่ใหม่ทั้งหมด""เอ่อ... ทั้งหมดนั่นเลยเหรอคะบอส?" ปรางเบิกตากว้าง มองกองแฟ้มที่สูงเกือบเท่าเอว"ใช่ ทำไม? ทำไม่ได

  • ยั่วรัก เลขาคุณภาคิน   บทที่1

    "บอสคะ กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลได้แล้วค่ะ"เสียงหวานใสของปาณิตาดังขึ้นพร้อมกับร่างบางที่เดินถือแก้วกาแฟเข้ามาในห้องทำงานของประธานบริหาร เธออยู่ในชุดยูนิฟอร์มที่บริษัทกำหนด เสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวกับกระโปรงทรงเอที่ขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าชัดเจนภาคิน อัครเดชากุล ซีอีโอหนุ่มวัย 27 ปี ที่เพิ่งเข้ามารับช่วงต่อจากบิดาที่เสียชีวิตไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ละสายตาจากแฟ้มเอกสารตรงหน้า เขามองร่างบางที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก"วางไว้ตรงนั้นแหละ" ภาคินสั่งเสียงเรียบ"บอสจะรับของว่างเพิ่มไหมคะ ปรางจะได้ไปเตรียมมาให้" ปรางถามอย่างเอาใจใส่ พลางโน้มตัวลงไปวางแก้วกาแฟบนโต๊ะกระจกตัวเตี้ยจังหวะที่เธอโน้มตัวลง คอเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ไม่ได้ติดกระดุมเม็ดบนสุดก็แหวกออกเล็กน้อย เผยให้เห็นเนินอกขาวเนียนรำไร ซ้ำร้ายกระโปรงทรงเอที่รัดรูปอยู่แล้วยังเลิกสูงขึ้นจนเห็นต้นขาขาวผ่อง ภาคินเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขารีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น"ไม่ต้อง ฉันยังไม่หิว" ชายหนุ่มตอบปัดๆ พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด "แล้วนี่เอกสารการประชุมบอร์ดบ่ายนี้ เธอเตรียมเสร็จหรือยัง""เรียบร้อยแล้วค่ะบอส ปรางจัดใส่แฟ้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status