Masukหนึ่งอาทิตย์ต่อมา...บรรยากาศอันหนาวเหน็บบนเกาะฮอกไกโดช่างแตกต่างกับหัวใจที่เต้นระรัวของนันท์นภัส เธอตื่นเต้นจนแทบหยุดหายใจ เพราะนี่คือครั้งแรกที่ได้อยู่ด้วยกันตามลำพังกับคุณอาหนุ่มท่ามกลางสถานที่ในฝัน บ้านพักหลังเล็กสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่เอกดนัยจองไว้กลายเป็นรังรักที่อบอวลไปด้วยมวลอากาศแห่งความเสน่หา
ที่นอนฟูตองนุ่มหนาเชื้อเชิญให้ร่างสองร่างขยับเข้าหากันโดยอัตโนมัติ เอกดนัยดึงผ้านวมผืนหนาขึ้นห่มให้หลานสาวที่นอนขดตัวซุกอยู่ข้างกาย ก่อนจะรวบตัวเธอเข้ามาไว้ในอ้อมกอดแกร่งเพื่อมอบไออุ่น
“เนเน่จ๋า... หนาวมากไหมครับ” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามชิดริมหู นันท์นภัสไม่ตอบแต่กลับซุกใบหน้าเข้าหาแผ่นอกเปลือยเปล่าของเขา ขนตางอนงามกะพริบไหวอยู่บนผิวเนื้ออุ่น สองมือเล็กโอบกอดเขาไว้แน่นราวกับเป็นหลักยึดเพียงหนึ่งเดียวในโลกที่เงียบงัน
ไออุ่นจากกายหนาช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บให้มลายหายไป เด็กสาวขยับกายซุกซบพิงซบไหล่แกร่ง ทรวงอกนุ่มนิ่มเบียดชิดร่างใหญ่จนเอกดนัยอดใจไม่ไหว เขาโน้มใบหน้าลงจูบประทับที่หัวไหล่มนตรงรอยแยกของชุดนอนลูกไม้สีชมพูอ่อน แต่ทันทีที่สัมผัสเปลวไฟแห่งความปรารถนาก็ลุกโชนขึ้นมาทันที
เขาจูบซับไปตามเรียวแขน ข้อมือ และปลายนิ้วอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาพรมจูบที่ลำคอระหงและใบหูที่แดงระเรื่อ ริมฝีปากหยักได้รูปบดเบียดเข้าหาความอ่อนละมุนของกลีบปากอิ่ม นันท์นภัสตอบรับด้วยจุมพิตที่เร่าร้อนพอกัน จนกระทั่งถึงจุดที่อารมณ์พุ่งพล่านเกือบจะเกินเลย เอกดนัยก็จำต้องผละออกด้วยความรู้สึกผิดที่ท่วมท้น
“อาทำมากกว่านี้ไม่ได้จริงๆ เนเน่... อาเป็นอาแท้ๆ ของหนู อาไม่ควรทำลายหนูไปมากกว่านี้”
“อาเอกคะ... อย่าเพิ่งไปคิดถึงเรื่องนั้นเลยค่ะ เนเน่ไม่บอกใครหรอก”
“ไม่ได้หรอกคนดี... ถึงยังไงอาก็หนีความรู้สึกผิดในใจไม่ได้หรอก”
ความเงียบปกคลุมไปชั่วขณะ ก่อนที่นันท์นภัสจะตัดสินใจเปิดเผยความลับที่ถูกเก็บงำไว้
“อาเอกเคยสงสัยไหมคะ ว่าทำไมคุณพ่อถึงเขียนพินัยกรรมให้เราแต่งงานกัน ทั้งที่อาเอกเป็นน้องชายแท้ๆ ของท่าน”
“อาก็แปลกใจมาตลอด... และหาคำตอบไม่ได้จนถึงทุกวันนี้”
“เนเน่จะบอกให้อาเอกรู้เสียตั้งแต่วันนี้... ว่าเนเน่ไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆ ของคุณพ่อวีรยุทธหรอกค่ะ”
“เนเน่! หนูพูดอะไรออกมา!” เอกดนัยอุทานด้วยความตกใจ เด็กสาวตะแคงหน้ามองเขาด้วยสายตาที่จริงจัง “เนเน่รู้เรื่องนี้มาสักพักแล้วค่ะ วันที่คุณพ่อเรียกเนเน่ไปถามตอนที่อาเอกเพิ่งเรียนจบกลับมาใหม่ ๆ ท่านถามว่าเนเน่รักอาเอกหรือเปล่า ซึ่งเนเน่ก็สารภาพความจริงไป... คือจริง ๆ คุณพ่อรู้เรื่องที่เนเน่แอบรักคุณอามาตลอดค่ะ”
“เล่าต่อไปสิครับ อาอยากรู้” ชายหนุ่มกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น
“คุณย่าเป็นคนเอาเส้นผมของเนเน่ไปตรวจดีเอ็นเอค่ะ และผลที่ออกมาทำให้แม่ของเนเน่ต้องออกจากบ้านไป คุณพ่อปิดบังเรื่องนี้มาตลอดเพราะกลัวเนเน่จะเสียใจ จนวันที่คุณย่าจากไป ท่านถึงยอมเล่าความจริงให้ฟังและมอบหลักฐานการตรวจให้เนเน่เก็บไว้”
“จริงเหรอเนี่ย!... อาไม่เคยรู้เลย เนเน่ไม่ได้หลอกอาใช่มั้ย”
“เนเน่พูดความจริงทุกคำค่ะ เราสองคนไม่ใช่รักต้องห้าม... เราไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน แม่ของเนเน่ก็รู้เรื่องนี้ดีแต่ท่านแค่ไม่ยอมบอกอาเอกเพราะหวังจะใช้เรื่องนี้กีดกันเรา”
สิ้นคำยืนยันที่ปลดเปลื้องพันธนาการทางศีลธรรม ความเงียบสงัดรอบกายก็แปรเปลี่ยนเป็นความอุ่นซ่านที่เอ่อล้น เอกดนัยจ้องมองใบหน้าสวยหวานของหญิงสาวที่เขาหลงรักด้วยความดีใจจนบอกไม่ถูก
ในเมื่อไม่มีกำแพงคำว่าอาหลานมาขวางกั้นอีกต่อไป เขาก็ไม่จำเป็นต้องคอยหักห้ามใจอีกแล้ว เอกดนัยโน้มกายลงหาคนใต้ร่างด้วยความรักที่ล้นปรี่ และในคืนที่หิมะโปรยปรายข้างนอกนั้น... เขาก็เริ่มต้นรังสรรค์บทเพลงแห่งความปรารถนาที่เก็บกดมาเนิ่นนาน เพื่อมอบความสุขที่แท้จริงให้กับดวงใจของเขาอย่างไม่มีวันลืม
“พี่ไม่ได้ตั้งใจจะมีอะไรกับนุชแต่แรก... นุชต่างหากที่รู้อยู่แก่ใจว่าแอบวางยาพี่จนเรื่องมันเกิดขึ้น!”“ตลกแล้วค่ะ! นุชนอนอยู่ในห้องของตัวเองดีๆ แล้วพี่เอกก็เป็นฝ่ายบุกเข้ามาปล้ำนุช” ตรีนุชเชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย“จะดูกล้องวงจรปิดก็ได้นะคะ และถ้าพี่เอกยังไม่ยอมรับผิดชอบ นุชเห็นทีจะต้องเอาเรื่องนี้ไปบอกคุณพ่อ!”“นุช!” เอกดนัยคำรามเรียกชื่อเธอ“พี่รู้ว่านุชเป็นฝ่ายเสียหาย แต่พี่รับผิดชอบนุชด้วยวิธีนั้นไม่ได้จริงๆ เพราะพี่มีคนรักอยู่แล้ว”“ใครกันคะ” หญิงสาวถามเสียงเยาะ“พี่กับเนเน่... เราคบกันมาพักใหญ่แล้ว”“ยัยเนเน่ หลานสาวแท้ๆ ของพี่เนี่ยนะ!” ตรีนุชหัวเราะร่าราวกับเจอเรื่องขบขันที่สุด“พี่เอก... พี่คิดอะไรอยู่ถึงได้เอาหลานสาวตัวเองทำเมีย พี่บ้าไปแล้วหรือไง!”“เนเน่ไม่ใช่หลานสาวทางสายเลือดของพี่!” เอกดนัยแจงออกมาทีละประโยคด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “แม่ของเธอตั้งท้องก่อนจะมาแต่งงานกับพี่ชายของพี่ และผลตรวจดีเอ็นเอก็ยืนยันชัดเจน... อีกอย่าง พินัยกรรมของพี่ชายระบุไว้ชัดว่าพี่ต้องแต่งงานกับเธอทันทีที่เธอเรียนจบ”“แล้วนุชล่ะ! พี่ก็ได้นุชไปแล้วเหมือนกันนะ!”“ถ้าจะให้พี่รับผิดชอบด้วยการแต่งงาน พี่ทำไ
หญิงสาวลืมตาขึ้นมองชายหนุ่มที่นอนทอดกายอยู่เคียงข้าง ท่ามกลางความเงียบสงบที่มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเขา ตรีนุชลอบยิ้มออกมาด้วยความสะใจเมื่อเห็นว่าแผนการที่เธอทุ่มสุดตัวนั้นสำเร็จลุล่วงอย่างงดงาม “พี่เอกต้องรับผิดชอบนุชนะคะ...” เธอกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูของคนกำลังนิทรา เพียงแค่คิดว่าภาพฝันที่จะได้ครอบครองเอกดนัยในฐานะสามีกำลังจะเป็นจริง หัวใจเธอก็พองโตด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง ชายหนุ่มผู้นี้ต้องเป็นของเธอแต่เพียงผู้เดียว ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์พรากเขาไปจากมือเธอได้ มือนุ่มแตะสัมผัสผิวเนื้อแกร่งอย่างแผ่วเบา เธอแนบศีรษะลงกับอกกว้างที่ยังคงทิ้งร่องรอยแห่งพายุสวาทไว้จางๆ ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปคู่ในสภาพที่ชวนเข้าใจผิดบนเตียงนอนไว้เป็นหลักฐานสำคัญ ตรีนุชซบใบหน้าลงกับความอบอุ่นนั้นอย่างหลงใหล “ในที่สุด... พี่เอกก็ตกเป็นผัวของนุชจนได้” หญิงสาวพึมพำอย่างผู้ชนะก่อนจะหลับไปในอ้อมแขนที่เธอช่วงชิงมา เอกดนัยสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้งในช่วงเวลาเย็นจัด แสงอาทิตย์ที่เริ่มลาลับขอบฟ้าสาดส่องเข้ามาในห้อง ยิ่งย้ำเตือนถึงสิ่งที่เขาเพิ่งทำลงไป ชายหนุ่มรีบเขย่าร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวข้
เอกดนัยไม่รับฟังคำคัดค้านใดๆ อีกต่อไป เขาจัดการปลดเปลื้องเสื้อเชิ้ตที่พันธนาการกายออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดในการดันกางเกงที่ติดค้างอยู่ตรงหัวเข่าให้พ้นทางไปสู่ปลายเท้า ท่ามกลางอาการดิ้นรนของคนใต้ร่าง การขัดขืนนั้นเป็นเพียงการแสดงละครฉากใหญ่ เพราะในมุมมืดของห้อง... เลนส์กล้องวิดีโอที่เธอซ่อนไว้กำลังบันทึกทุกท่วงท่าและเสียงครางกระเส่า เพื่อใช้เป็นเครื่องมือแบล็กเมล์ชายหนุ่มในวันที่เขาสิ้นสวาทลง!เมื่อเอกดนัยจัดการปลัดเปลื้องอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายที่พันธนาการร่างกายออกได้สำเร็จ เขาก็ไม่รอช้าที่จะโถมกายเข้าหาความนุ่มละมุนเบื้องหน้า ตรีนุชแสร้งทำเป็นตื่นตระหนก เธอทั้งดิ้นรนและหวีดร้องแผ่วเบาเพื่อตบตาให้เขาเชื่อว่านี่คือสัมผัสแรกที่เธอไม่เคยพานพบจากชายใดมาก่อน“พี่จะรับผิดชอบนุชเอง... นุชจ๋า เป็นของพี่เอกนะครับ”เขากระซิบพร่ำรำพันด้วยสติสัมปชัญญะที่ริบหรี่เต็มทน ลมหายใจของชายหนุ่มสะดุดกึกเมื่อความงามหมดจดปรากฏแก่สายตาอย่างเต็มภาคภูมิ ฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดเร่งเร้าให้หัวใจเต้นรัวกระหน่ำจนอกแทบระเบิด ความอัดอั้นทำให้เขาปรารถนาจะแทรกลึกเข้าไปในกายเธอให้รู้แล้วรู้รอดตรีนุชยังคงแส
เอกดนัยพยายามจะตะเกียกตะกายพาตัวเองไปยังห้องน้ำเพื่อใช้สายน้ำเย็นระงับความกำหนัดและจัดการตัวเอง ทว่าหญิงสาวกลับโถมตัวเข้ากอดรัดแผงอกกว้างเอาไว้แน่น มือนุ่มซุกซนลูบไล้ผ่านเชิ้ตที่เปียกชุ่มเหงื่อ ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปกอบกุมความแข็งขืนกลางลำตัวผ่านกางเกงสแล็คอย่างถือวิสาสะ“พี่เอก... ให้นุชช่วยนะคะ นุชเต็มใจ... นุชเต็มใจเป็นของพี่นะคะ”“โอ๊ะ... อย่าครับ! คุณนุช... อย่า!” เอกดนัยร้องประท้วงเสียงหลง สองมือหนาพยายามคว้าหมับเข้าที่มือนุ่มเพื่อดึงออก ทว่าความร้อนรุ่มจากฤทธิ์ยาที่ชำแรกแทรกซึมไปทั่วทุกรูขุมขนกลับทำให้นิ้วมือของเขาไร้เรี่ยวแรง สัมผัสจงใจจากหญิงสาวที่บีบเฟ้นส่วนอ่อนไหวทำเอาเขาสะด้านไปทั้งร่างจนกรามปูดโปนด้วยความทรมาน“ให้นุชช่วยพี่เถอะค่ะ... นุชรักพี่ ตลอดหลายปีที่ผ่านมานุชไม่เคยลืมพี่เอกได้เลยแม้แต่วันเดียว” ตรีนุชไม่เปิดโอกาสให้เขาโต้แย้ง เธอใช้แรงทั้งหมดที่มีดันร่างหนาให้หงายหลังลงไปบนเตียงนุ่ม ก่อนจะรีบจัดการปลดเข็มขัดและดึงรั้งกางเกงพร้อมชั้นในของเขาลงอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตา ตัวตนมหึมาที่แข็งขึงจนตึงเครียดก็ดีดผึงออกมาท้าทายสายตา“คุณนุช... ปล่อยผมไว้ที่นี่เถอะ... ไม่ต้อง
ภายในรถตู้ส่วนบุคคลที่มืดสลัวและมีม่านกั้นปิดตายจากคนขับ สร้างพื้นที่อันเป็นส่วนตัวจนน่าหวาดหวั่น จู่ๆ สัมผัสนุ่มชื้นจากริมฝีปากบางก็กดลงที่แก้มสากของเขาแผ่วเบาแต่หนักแน่น เอกดนัยถึงกับหน้าเหวอ ตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป“หอมมัดจำไว้ค่ะ... นุชยังชอบพี่เอกเหมือนเดิมนะคะ และชอบมาตั้งนานแล้วด้วย” เธอเปลี่ยนสรรพนามย้อนกลับไปใช้คำเรียกขานเหมือนตอนเด็กๆ เพื่อตอกย้ำว่าเวลาหลายปีที่อยู่เมืองนอก ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกที่เธอมีต่อพี่ชายคนนี้จางหายไปเลย“คุณนุช... เอ่อ... คือผม...” ชายหนุ่มพยายามจะปฏิเสธ ทว่าลิ้นกลับพันกันนัวเนีย“พี่เอกแวะไปที่คอนโดของนุชก่อนนะคะ คุณพ่อยังไปไม่ถึงที่นัดหมายหรอกค่ะ นุชขี้เกียจไปนั่งรอร้อนๆ ที่นั่น” เธอไม่พูดเปล่าแต่ขยับมือนุ่มมาเกาะกุมมือเขาไว้แน่น พลางส่งสายตาเว้าวอนที่ยากจะปฏิเสธ“เอ่อ...” เอกดนัยลังเลใจอย่างหนัก ในหัวมีใบหน้าของนันท์นภัสลอยเด่นขึ้นมาเตือนสติ“นะคะ... พี่เอก...ถือว่าไปนั่งพักจิบกาแฟเย็นๆ รอนุชสักครู่เดียวนะคะ”“ครับ ๆ ... ก็ได้ครับ”เขาตอบตกลงไปในที่สุดเพียงเพราะต้องการตัดรำคาญและกลัวว่าจะถูกจู่โจมไปมากกว่านี้บนรถ ทว่าในใจกลับว้าวุ่นจนหาทางออกไม่เจ
หลังจากพาหลานสาวไปส่งที่โรงเรียนเรียบร้อยแล้ว เอกดนัยก็มุ่งหน้าสู่บริษัทด้วยความอิ่มเอมใจ ทว่าความหวานชื่นกลับถูกขัดจังหวะด้วยสายเรียกเข้าจากเลขาฯ คู่ใจ“คุณเอกขา คุณตรีนุชมาถึงแล้วค่ะ รอนานครู่ใหญ่แล้วนะคะ” เสียงของชุติมาดูจะเร่งเร้าผิดปกติ “คุณชุ ต้อนรับเธอไปก่อนนะครับ อีกไม่เกินห้านาทีผมถึง”ประธานหนุ่มรีบบึ่งรถเข้าสู่บริษัททันทีที่วางสาย เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่ห้องทำงานที่คุ้นเคย เขาก็พบกับร่างระหงของหญิงสาวที่นั่งรออยู่บนโซฟาหนังราคาแพง ตรีนุชบุตรสาวคนสวยของนักธุรกิจใหญ่ในเครือข่ายพันธมิตร เธอมาในชุดเดรสรัดรูปโชว์สัดส่วนเว้าโค้งที่จงใจเน้นให้เห็นถึงความเซ็กซี่“สวัสดีครับคุณนุช” “อุ๊ย! สวัสดีค่ะคุณเอก”“ขอโทษที่ทำให้รอนานนะครับ พอดีติดธุระส่วนตัวนิดหน่อย วันนี้คุณพ่อไม่ได้มาด้วยหรือครับ” เอกดนัยกล่าวทักทายพลางเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานประจำตำแหน่ง “นุชนึกว่าคุณเอกจะลืมนัดของเราเสียแล้ว พอดีวันนี้คุณพ่อติดงานด่วนค่ะ เลยให้นุชมาจัดการแทนทั้งหมด” หญิงสาวลุกขึ้นยืนส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้ม แววตาที่มองเอกดนัยนั้นเต็มไปด้วยความชื่นชมและต้องการครอบครองอย่างปิดไม่มิด“เรื่องโครงการที่คุณพ่อคุณนุช







