Se connecterบรรยากาศการเดตที่ควรจะแสนหวานกลับกลายเป็นขมขื่น เมื่อเอกดนัยจำต้องยื่นตั๋วภาพยนตร์อีกใบให้เลขาฯ สาว นันท์นภัสเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความไม่สบอารมณ์ เธอไม่ได้แค่หึงหวงอย่างไร้เหตุผล แต่นี่คือเดตแรก ในชีวิตที่เธอเฝ้ารอคอยมาตลอด แต่บัดนี้แม่เลขาฯ ตัวร้ายกลับทำตัวประหนึ่งเป็นเจ้าของหัวใจคุณอาของเธอเสียอย่างนั้น จนเด็กสาวรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นส่วนเกินในพื้นที่ที่ควรจะเป็นของเธอเพียงคนเดียว
ความร้อนรุ่มในใจพุ่งสูงขึ้นเมื่อชุติมาถือวิสาสะเดินควงแขนเอกดนัยอย่างภาคภูมิใจ ทุกถ้อยคำที่เอกดนัยเอ่ยกับหลานสาว ชุติมาเป็นต้องแทรกขึ้นมาแสดงความรอบรู้ไปเสียทุกเรื่อง และที่ร้ายที่สุดคือในช่วงที่ภาพยนต์มีฉากสยองขวัญ แม่เลขาฯ มารยาคนนั้นกลับแกล้งทำเป็นตกอกตกใจแล้วโผเข้าซบไหล่หนาของคุณอาเธออยู่บ่อยครั้ง ทำเอานันท์นภัสกำหมัดแน่น สะกดกลั้นโทสะที่เกือบจะปะทุออกมาไว้ภายใต้หน้ากากที่เรียบเฉย
ระหว่างทางกลับคอนโด บรรยากาศภายในรถเงียบงันราวกับปานป่าช้า นันท์นภัสไม่พูดไม่จาเอาแต่เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง จนเอกดนัยต้องเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมา
“เป็นอะไรไปครับเนเน่ หนังไม่สนุกเหรอ”
“หนังสนุกค่ะ... แต่คนรอบข้างต่างหากที่ทำให้เนเน่หมดสนุก” เธอตอบเสียงสะบัด ทว่าคนขับรถกลับไม่ทันสังเกตกระแสอารมณ์นั้น
“วันนี้จะไปนอนที่บ้านไหม”
“...........” มีเพียงความเงียบที่ตอบกลับมา
“เนเน่... อาถามทำไมไม่ตอบ เป็นอะไรหรือเปล่า” ชายหนุ่มเริ่มขมวดคิ้ว
“อาเอกจะถามให้ได้อะไรขึ้นมาคะ ในเมื่อเรื่องมันก็จบไปแล้ว” เธอโพล่งออกมาด้วยความอัดอั้น เอกดนัยจึงตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าคอนโดทันที เขาตั้งใจจะปรับความเข้าใจกับหลานสาวให้รู้เรื่อง
“อาก็แค่ไม่อยากให้เราต้องมาทะเลาะกันเพราะเรื่องของคนอื่น”
“แต่ดูเหมือนเขาไม่อยากเป็นคนอื่นสำหรับอาเอกนะคะ เป็นแค่เลขาฯ แต่ทำตัวประหนึ่งเป็นเมีย!”
“เนเน่! หนูพูดจาไม่น่ารักเลยนะ อาไม่ได้คิดอะไรกับคุณชุเค้าแบบนั้นสักหน่อย” เอกดนัยปรามเสียงเข้ม
“อาเอกไม่คิด แต่ยัยนั่นมันคิดนี่คะ! ออเซาะซะขนาดนั้น... ถ้าวันนี้เนเน่ไม่ได้ไปด้วย ป่านนี้คงไปถึงไหนต่อไหนกันแล้วมั้งคะ!”
“เน่เน่!!!” เอกดนัยเผลอตะคอกด้วยความลืมตัวเพราะเห็นว่าเธอเริ่มพาลอย่างไร้เหตุผล
เสียงตะคอกนั้นเปรียบเสมือนเข็มที่ทิ่มแทงหัวใจดวงน้อย นันท์นภัสสะดุ้งสุดตัวก่อนที่หยาดน้ำตาจะพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย เธอร้องไห้โฮจนเอกดนัยใจหายวูบ เขาพยายามจะเข้าไปปลอบ แต่ทันทีรถจอดสนิทนันท์นภัสก็รีบวิ่งลงจากรถทันที เด็กสาวตรงดิ่งเข้าห้องนอนแล้วล็อกประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา
เอกดนัยทำได้เพียงยืนเคาะประตูอยู่ด้านนอกด้วยความรู้สึกผิด เขาอาบน้ำแต่งตัวแล้วกลับมาง้อเธออีกครั้ง พยายามส่งเสียงอ้อนวอนเท่าไหร่หลานสาวก็ไม่ยอมเปิด จนกระทั่งเขาตัดสินใจงัดไม้ตายสุดท้ายออกมาใช้
“เนเน่... อาทิตย์หน้าอาจะลางานทั้งอาทิตย์เลยนะ เราไปญี่ปุ่นกันตามที่เนเน่อยากไปดีไหมครับ หายโกรธอาเถอะนะคนดี” ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่บานประตูจะค่อยๆ แง้มออก นันท์นภัสยืนตาบวมช้ำมองเขาอย่างชั่งใจ
“อืม... ขอเนเน่คิดดูก่อนนะคะ”
“ไม่ต้องคิดแล้วครับ เด็กดื้อ... อารู้ว่าหนูอยากไปจะแย่อยู่แล้ว” เขาเอ่ยกลั้วหัวเราะอย่างเอ็นดู
“ฮือ... ของอนต่ออีกนิดไม่ได้เหรอคะ ง้อต่ออีกหน่อยสิ” เธอทำเสียงออดอ้อนทั้งน้ำตา
“ง้อต่อเหรอ แต่อาเริ่มง่วงแล้วนะครับ” ชายหนุ่มทำท่าจะเย้า
“งั้น... อาเอกต้องกล่อมเนเน่นอนนะคะ” ไม่พูดเปล่า เด็กสาวคว้าแขนแกร่งให้เดินตามเข้าไปในห้องนอนของเธอ เอกดนัยยอมตามใจหลานสาวแต่โดยดี เขาเอนกายลงข้างๆ ลูบศีรษะเล็กอย่างรักใคร่ทะนุถนอม คืนนั้น... เขานอนกอดปลอบโยนดวงใจดวงน้อยจนกระทั่งแสงอาทิตย์รุ่งเช้าสาดส่องเข้ามา เป็นสัญญาณว่าพายุในใจของเนเน่ได้สงบลงแล้ว
“พี่ไม่ได้ตั้งใจจะมีอะไรกับนุชแต่แรก... นุชต่างหากที่รู้อยู่แก่ใจว่าแอบวางยาพี่จนเรื่องมันเกิดขึ้น!”“ตลกแล้วค่ะ! นุชนอนอยู่ในห้องของตัวเองดีๆ แล้วพี่เอกก็เป็นฝ่ายบุกเข้ามาปล้ำนุช” ตรีนุชเชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย“จะดูกล้องวงจรปิดก็ได้นะคะ และถ้าพี่เอกยังไม่ยอมรับผิดชอบ นุชเห็นทีจะต้องเอาเรื่องนี้ไปบอกคุณพ่อ!”“นุช!” เอกดนัยคำรามเรียกชื่อเธอ“พี่รู้ว่านุชเป็นฝ่ายเสียหาย แต่พี่รับผิดชอบนุชด้วยวิธีนั้นไม่ได้จริงๆ เพราะพี่มีคนรักอยู่แล้ว”“ใครกันคะ” หญิงสาวถามเสียงเยาะ“พี่กับเนเน่... เราคบกันมาพักใหญ่แล้ว”“ยัยเนเน่ หลานสาวแท้ๆ ของพี่เนี่ยนะ!” ตรีนุชหัวเราะร่าราวกับเจอเรื่องขบขันที่สุด“พี่เอก... พี่คิดอะไรอยู่ถึงได้เอาหลานสาวตัวเองทำเมีย พี่บ้าไปแล้วหรือไง!”“เนเน่ไม่ใช่หลานสาวทางสายเลือดของพี่!” เอกดนัยแจงออกมาทีละประโยคด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “แม่ของเธอตั้งท้องก่อนจะมาแต่งงานกับพี่ชายของพี่ และผลตรวจดีเอ็นเอก็ยืนยันชัดเจน... อีกอย่าง พินัยกรรมของพี่ชายระบุไว้ชัดว่าพี่ต้องแต่งงานกับเธอทันทีที่เธอเรียนจบ”“แล้วนุชล่ะ! พี่ก็ได้นุชไปแล้วเหมือนกันนะ!”“ถ้าจะให้พี่รับผิดชอบด้วยการแต่งงาน พี่ทำไ
หญิงสาวลืมตาขึ้นมองชายหนุ่มที่นอนทอดกายอยู่เคียงข้าง ท่ามกลางความเงียบสงบที่มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเขา ตรีนุชลอบยิ้มออกมาด้วยความสะใจเมื่อเห็นว่าแผนการที่เธอทุ่มสุดตัวนั้นสำเร็จลุล่วงอย่างงดงาม “พี่เอกต้องรับผิดชอบนุชนะคะ...” เธอกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูของคนกำลังนิทรา เพียงแค่คิดว่าภาพฝันที่จะได้ครอบครองเอกดนัยในฐานะสามีกำลังจะเป็นจริง หัวใจเธอก็พองโตด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง ชายหนุ่มผู้นี้ต้องเป็นของเธอแต่เพียงผู้เดียว ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์พรากเขาไปจากมือเธอได้ มือนุ่มแตะสัมผัสผิวเนื้อแกร่งอย่างแผ่วเบา เธอแนบศีรษะลงกับอกกว้างที่ยังคงทิ้งร่องรอยแห่งพายุสวาทไว้จางๆ ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปคู่ในสภาพที่ชวนเข้าใจผิดบนเตียงนอนไว้เป็นหลักฐานสำคัญ ตรีนุชซบใบหน้าลงกับความอบอุ่นนั้นอย่างหลงใหล “ในที่สุด... พี่เอกก็ตกเป็นผัวของนุชจนได้” หญิงสาวพึมพำอย่างผู้ชนะก่อนจะหลับไปในอ้อมแขนที่เธอช่วงชิงมา เอกดนัยสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้งในช่วงเวลาเย็นจัด แสงอาทิตย์ที่เริ่มลาลับขอบฟ้าสาดส่องเข้ามาในห้อง ยิ่งย้ำเตือนถึงสิ่งที่เขาเพิ่งทำลงไป ชายหนุ่มรีบเขย่าร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวข้
เอกดนัยไม่รับฟังคำคัดค้านใดๆ อีกต่อไป เขาจัดการปลดเปลื้องเสื้อเชิ้ตที่พันธนาการกายออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดในการดันกางเกงที่ติดค้างอยู่ตรงหัวเข่าให้พ้นทางไปสู่ปลายเท้า ท่ามกลางอาการดิ้นรนของคนใต้ร่าง การขัดขืนนั้นเป็นเพียงการแสดงละครฉากใหญ่ เพราะในมุมมืดของห้อง... เลนส์กล้องวิดีโอที่เธอซ่อนไว้กำลังบันทึกทุกท่วงท่าและเสียงครางกระเส่า เพื่อใช้เป็นเครื่องมือแบล็กเมล์ชายหนุ่มในวันที่เขาสิ้นสวาทลง!เมื่อเอกดนัยจัดการปลัดเปลื้องอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายที่พันธนาการร่างกายออกได้สำเร็จ เขาก็ไม่รอช้าที่จะโถมกายเข้าหาความนุ่มละมุนเบื้องหน้า ตรีนุชแสร้งทำเป็นตื่นตระหนก เธอทั้งดิ้นรนและหวีดร้องแผ่วเบาเพื่อตบตาให้เขาเชื่อว่านี่คือสัมผัสแรกที่เธอไม่เคยพานพบจากชายใดมาก่อน“พี่จะรับผิดชอบนุชเอง... นุชจ๋า เป็นของพี่เอกนะครับ”เขากระซิบพร่ำรำพันด้วยสติสัมปชัญญะที่ริบหรี่เต็มทน ลมหายใจของชายหนุ่มสะดุดกึกเมื่อความงามหมดจดปรากฏแก่สายตาอย่างเต็มภาคภูมิ ฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดเร่งเร้าให้หัวใจเต้นรัวกระหน่ำจนอกแทบระเบิด ความอัดอั้นทำให้เขาปรารถนาจะแทรกลึกเข้าไปในกายเธอให้รู้แล้วรู้รอดตรีนุชยังคงแส
เอกดนัยพยายามจะตะเกียกตะกายพาตัวเองไปยังห้องน้ำเพื่อใช้สายน้ำเย็นระงับความกำหนัดและจัดการตัวเอง ทว่าหญิงสาวกลับโถมตัวเข้ากอดรัดแผงอกกว้างเอาไว้แน่น มือนุ่มซุกซนลูบไล้ผ่านเชิ้ตที่เปียกชุ่มเหงื่อ ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปกอบกุมความแข็งขืนกลางลำตัวผ่านกางเกงสแล็คอย่างถือวิสาสะ“พี่เอก... ให้นุชช่วยนะคะ นุชเต็มใจ... นุชเต็มใจเป็นของพี่นะคะ”“โอ๊ะ... อย่าครับ! คุณนุช... อย่า!” เอกดนัยร้องประท้วงเสียงหลง สองมือหนาพยายามคว้าหมับเข้าที่มือนุ่มเพื่อดึงออก ทว่าความร้อนรุ่มจากฤทธิ์ยาที่ชำแรกแทรกซึมไปทั่วทุกรูขุมขนกลับทำให้นิ้วมือของเขาไร้เรี่ยวแรง สัมผัสจงใจจากหญิงสาวที่บีบเฟ้นส่วนอ่อนไหวทำเอาเขาสะด้านไปทั้งร่างจนกรามปูดโปนด้วยความทรมาน“ให้นุชช่วยพี่เถอะค่ะ... นุชรักพี่ ตลอดหลายปีที่ผ่านมานุชไม่เคยลืมพี่เอกได้เลยแม้แต่วันเดียว” ตรีนุชไม่เปิดโอกาสให้เขาโต้แย้ง เธอใช้แรงทั้งหมดที่มีดันร่างหนาให้หงายหลังลงไปบนเตียงนุ่ม ก่อนจะรีบจัดการปลดเข็มขัดและดึงรั้งกางเกงพร้อมชั้นในของเขาลงอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตา ตัวตนมหึมาที่แข็งขึงจนตึงเครียดก็ดีดผึงออกมาท้าทายสายตา“คุณนุช... ปล่อยผมไว้ที่นี่เถอะ... ไม่ต้อง
ภายในรถตู้ส่วนบุคคลที่มืดสลัวและมีม่านกั้นปิดตายจากคนขับ สร้างพื้นที่อันเป็นส่วนตัวจนน่าหวาดหวั่น จู่ๆ สัมผัสนุ่มชื้นจากริมฝีปากบางก็กดลงที่แก้มสากของเขาแผ่วเบาแต่หนักแน่น เอกดนัยถึงกับหน้าเหวอ ตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป“หอมมัดจำไว้ค่ะ... นุชยังชอบพี่เอกเหมือนเดิมนะคะ และชอบมาตั้งนานแล้วด้วย” เธอเปลี่ยนสรรพนามย้อนกลับไปใช้คำเรียกขานเหมือนตอนเด็กๆ เพื่อตอกย้ำว่าเวลาหลายปีที่อยู่เมืองนอก ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกที่เธอมีต่อพี่ชายคนนี้จางหายไปเลย“คุณนุช... เอ่อ... คือผม...” ชายหนุ่มพยายามจะปฏิเสธ ทว่าลิ้นกลับพันกันนัวเนีย“พี่เอกแวะไปที่คอนโดของนุชก่อนนะคะ คุณพ่อยังไปไม่ถึงที่นัดหมายหรอกค่ะ นุชขี้เกียจไปนั่งรอร้อนๆ ที่นั่น” เธอไม่พูดเปล่าแต่ขยับมือนุ่มมาเกาะกุมมือเขาไว้แน่น พลางส่งสายตาเว้าวอนที่ยากจะปฏิเสธ“เอ่อ...” เอกดนัยลังเลใจอย่างหนัก ในหัวมีใบหน้าของนันท์นภัสลอยเด่นขึ้นมาเตือนสติ“นะคะ... พี่เอก...ถือว่าไปนั่งพักจิบกาแฟเย็นๆ รอนุชสักครู่เดียวนะคะ”“ครับ ๆ ... ก็ได้ครับ”เขาตอบตกลงไปในที่สุดเพียงเพราะต้องการตัดรำคาญและกลัวว่าจะถูกจู่โจมไปมากกว่านี้บนรถ ทว่าในใจกลับว้าวุ่นจนหาทางออกไม่เจ
หลังจากพาหลานสาวไปส่งที่โรงเรียนเรียบร้อยแล้ว เอกดนัยก็มุ่งหน้าสู่บริษัทด้วยความอิ่มเอมใจ ทว่าความหวานชื่นกลับถูกขัดจังหวะด้วยสายเรียกเข้าจากเลขาฯ คู่ใจ“คุณเอกขา คุณตรีนุชมาถึงแล้วค่ะ รอนานครู่ใหญ่แล้วนะคะ” เสียงของชุติมาดูจะเร่งเร้าผิดปกติ “คุณชุ ต้อนรับเธอไปก่อนนะครับ อีกไม่เกินห้านาทีผมถึง”ประธานหนุ่มรีบบึ่งรถเข้าสู่บริษัททันทีที่วางสาย เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่ห้องทำงานที่คุ้นเคย เขาก็พบกับร่างระหงของหญิงสาวที่นั่งรออยู่บนโซฟาหนังราคาแพง ตรีนุชบุตรสาวคนสวยของนักธุรกิจใหญ่ในเครือข่ายพันธมิตร เธอมาในชุดเดรสรัดรูปโชว์สัดส่วนเว้าโค้งที่จงใจเน้นให้เห็นถึงความเซ็กซี่“สวัสดีครับคุณนุช” “อุ๊ย! สวัสดีค่ะคุณเอก”“ขอโทษที่ทำให้รอนานนะครับ พอดีติดธุระส่วนตัวนิดหน่อย วันนี้คุณพ่อไม่ได้มาด้วยหรือครับ” เอกดนัยกล่าวทักทายพลางเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานประจำตำแหน่ง “นุชนึกว่าคุณเอกจะลืมนัดของเราเสียแล้ว พอดีวันนี้คุณพ่อติดงานด่วนค่ะ เลยให้นุชมาจัดการแทนทั้งหมด” หญิงสาวลุกขึ้นยืนส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้ม แววตาที่มองเอกดนัยนั้นเต็มไปด้วยความชื่นชมและต้องการครอบครองอย่างปิดไม่มิด“เรื่องโครงการที่คุณพ่อคุณนุช







