หลังจากพยายามปลอบประโลมจนหลานสาวคลายความโศกเศร้าลงได้บ้าง เอกดนัยก็รีบพานันท์นภัสไปส่งที่มหาวิทยาลัยด้วยตนเอง เพราะบ่ายวันนี้เธอมีสอบวิชาสุดท้ายที่สำคัญยิ่ง เขาไม่อยากให้ความสูญเสียพรากอนาคตของเธอไปมากกว่านี้ในขณะที่หลานสาวทำหน้าที่ในห้องสอบ เอกดนัยก็ปลีกตัวไปจัดการเรื่องที่พักพิงสุดท้ายของพี่ชายอย่างสุดความสามารถ งานบำเพ็ญกุศลถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ จนกระทั่งวันสุดท้ายของพิธีผ่านพ้นไป ความจริงที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้กระดาษแผ่นหนึ่งก็ถูกเปิดออกทนายสุเมธ ทนายประจำตระกูลได้นำพินัยกรรมที่นายวีรยุทธเขียนไว้ล่วงหน้ามาแจ้งให้เอกดนัยทราบ ซึ่งเนื้อหาข้างในนั้นสั่นคลอนหัวใจของเขาอย่างรุนแรง...พินัยกรรมระบุว่า ในช่วงที่เอกดนัยไปศึกษาต่อต่างประเทศ วีรยุทธล่วงรู้ว่าตนเองมีโรคประจำตัวรุมเร้าจนยากจะเยียวยา เขาจึงฝากฝังทรัพยสินทั้งหมดและดวงใจ เพียงดวงเดียวไว้ในกำมือของน้องชาย โดยมีเงื่อนไขว่า เอกดนัยต้องเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ทั้งหมดให้นันท์นภัส แต่ความพีกอยู่ตรงที่... เมื่อนันท์นภัสอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์ เอกดนัยจะได้รับส่วนแบ่งครึ่งหนึ่งของมรดกทั้งหมด ก็ต่อเมื่อเขาจดทะเบียนสมรสกับหลานสาว!“คุณพอจะรู้
ปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-16 อ่านเพิ่มเติม