LOGINเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา วนิสาอยู่ที่คอนโดของเขาทั้งวันทั้งคืน โดยโกหกพลอยชมพูไปว่าตัวเองกลับบ้าน...
แต่พอถึงเวลากลับหอ เรื่องมันก็แตกจนได้ ก็ท่าเดินแปลก ๆ ของเธอน่ะสิ... ปิดไว้ยังไงก็ไม่มิด “อย่าบอกนะว่าแก…กับ…” คำพูดของพลอยทำเอาวนิสาหยุดกึก ดวงตาคู่นั้นหลบเลี่ยงเบี่ยงสายตาเพื่อนพลางพยักหน้าเบาๆ อย่างยอมรับในสิ่งที่เธอทำ “ยัยนิสา…ว่าแล้วไง บทแกจะใจง่ายก็ใจง่ายจริงๆ” วินาทีนั้นหัวใจของวนิสาเหมือนสะดุด “แกว่าฉัน...ง่ายไปใช่มั้ย?” เธอถามเสียงแผ่ว “แล้วพี่เขาจะเห็นค่าฉันมั้ยเนี่ย…” พลอยชมพูถอนหายใจ เธอไม่ได้อยากพูดให้เพื่อนเจ็บใจหรอก แต่ความจริงมันก็คือความจริง “คนที่จริงจังกับเราน่ะ เขาไม่มาตัดสินว่าเราง่ายหรือไม่ง่ายหรอกนิสา เขาจะดูว่าหลังจากนี้…จะไปด้วยกันได้แค่ไหน” เว้นจังหวะนิดหนึ่ง พลอยชมพูก็พูดต่อเหมือนคนที่รู้อะไรบางอย่างมา “แกก็คอยดูเอาแล้วกัน ว่าพี่เขาจะ ‘คบ’ แกแบบเปิดเผยไหม… หรือแค่เก็บไว้เป็นความลับใต้เตียง” วินาทีนี้ แม้จะพูดอะไรไม่ออก แต่วนิสาก็เริ่มรู้สึกเสียวสันหลังแปลกๆ “แกรู้ป่ะ ว่าลุงรหัสของแกนั่น…ขึ้นชื่อเรื่องเจ้าชู้” … เงียบ … ก่อนที่เสียงของพลอยชมพูจะพูดอีกประโยคที่ทำให้หัวใจวนิสาสะอึก “ฉันก็ไม่แน่ใจหรอกนะ แต่ลุงโจอะไรของแกน่ะ ตระกูลดี หล่อ รวย... ที่เหลือ ตรงนั้นจะใหญ่มั้ย ฉันไม่รู้ แกตอบเองละกัน” “ยัยพลอย!” วนิสาสะกิดเสียงเบา ไม่อยากให้เรื่องลามไปถึงตรงนั้น แต่เพื่อนกลับพูดต่อ “แล้วอีกอย่าง…ฉันได้ยินมาว่าเขากำลังจีบบัดดี้ตัวเองอยู่ด้วย” หัวใจวนิสาชะงัก “ฉันไม่ได้อยากทำลายความหวังแกนะ แต่แกควรเผื่อใจไว้บ้าง” “…แต่ฉันเป็นของพี่เขาแล้วนะพลอย อีกอย่าง ฉันเต็มใจเอง พี่เขาไม่ได้บังคับอะไรเลย” พลอยชมพูหลับตาแน่นิ่ง เหมือนจะพูดอะไรอีกแต่ก็ไม่กล้า... ทิ้งวนิสาไว้กับความคิดกวนใจ …. มหาวิทยาลัย – บ่ายวันจันทร์ กิจกรรมรับน้องเพิ่งจบลง และวันนี้คือวันรวมตัวสายรหัสของแต่ละคณะ ระหว่างที่เดินผ่านโถงทางเดินไปยังห้องนัดพบ วนิสาก็ได้ยินเสียงรุ่นพี่กลุ่มหนึ่งคุยกันเสียงดังจากมุมตึก “เห็นว่าโจกำลังจีบบัดดี้ตัวเองอยู่นะ” “แถมน้องรหัสของบัดดี้ก็แอบชอบโจอีกคน” “ไอ้โจน่ะ มันไม่เคยจริงจังกับใครอยู่แล้ว กินได้ก็กินไปเรื่อย” “แต่แกก็อยากโดนโจกินเหมือนกันล่ะสิ แค่เขาไม่เลือกแก ฮ่าๆๆ” เสียงหัวเราะของกลุ่มสาวๆ ดังสะท้อนในหัวเธอเหมือนตอกย้ำ ‘บัดดี้เหรอ... แล้วเด็กคนนั้นก็ชอบเขาอีกคน... แล้วเราคืออะไร’ อีกมุมมุมหนึ่ง เสียงพูดคุยของชายสามคนลอยมา… วนิสาเดินเข้าใกล้อย่างไม่ตั้งใจ แต่เสียงที่ได้ยินกลับทำให้เธอหยุดหายใจ “ว่าไง จัดการไปแล้วรึยัง” “จัดการแล้ว... แต่เด็กมันซิงว่ะ” ….เงียบงัน “ไอ้เชี่ย!!” เสียงของกวิน “ไอ้เหี้ยโจ!!” เตชินท์แทบพุ่งเข้าไปต่อยหน้าน้องรหัส “ก็แค่อารมณ์พาไป จะให้ทำไงล่ะตอนนั้น...” หัวใจของวนิสาเหมือนถูกกระชากออกไปจากร่างอย่างแรง อารมณ์พาไปอย่างนั้นหรอ แล้วที่เขาพูดมานั่นล่ะ ดวงตาของเธอเบิกโพลง น้ำตารื้นปริ่มขอบตา แต่ยังไม่ทันได้ก้าวหนี ร่างบางก็ถอยหลังไปชนกับโต๊ะข้างๆ จนเกิดเสียงดัง สามคนหันมาพร้อมกัน ก่อนจะสบถออกมาพร้อมๆ กันอีกรอบ “นิสา!!!” “นิสา!!!” เสียงเรียกของโจกับกวินทำให้ทุกคนหันขวับไปมองผู้หญิงคนเดียวที่ยืนตัวสั่นอยู่ตรงมุมตึก แววตาของเธอสั่นไหวอย่างรุนแรง ความตกใจ ความผิดหวัง และคำพูดที่เปรียบเหมือนมีดกรีดกลางใจตัดกันจนยุ่งเหยิง วนิสามองเขาด้วยสายตาที่ปวดร้าว ราวกับพยายามตั้งคำถามกับตัวเองว่า “นี่คือผู้ชายคนเดียวกันกับที่เธอหลงรักมานาน เขาคือคนนั้นจริงๆ น่ะเหรอ?” “พี่คิดกับนิสา…แค่นั้นจริง ๆ เหรอ?” เธอถามตัวเองในใจ แต่คำตอบมันชัดเจนอยู่แล้วจากสิ่งที่เพิ่งได้ยินกับหู พลัน...เสียงจากความทรงจำก็แว่วกลับมาเหมือนคำสาป “แกก็คอยดูเอาแล้วกัน ว่าพี่เขาจะ ‘คบ’ แกแบบเปิดเผยไหม… หรือแค่เก็บไว้เป็นความลับใต้เตียง” คำพูดของพลอยชมพูย้อนกลับมาตอกย้ำอย่างแม่นยำ ราวกับคำทำนายที่แม่นไม่มีพลาด... “นิสา!!” เสียงของเตชินท์ดังขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นสีหน้าเธอซีดขาว ตัวสั่นเทาเหมือนแทบไม่มีแรงจะยืน เธอถอยหลังและรีบเดินจ้ำอ้าว “นิสา… ฟังพวกพี่ก่อน…” กวินพูดบ้าง พยายามเข้ามาประคอง แต่เธอกลับเบี่ยงตัวหนี คนใจสลายส่ายหน้าเบาๆ ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยน้ำตา แต่ไม่มีหยดใดไหลออกมา ราวกับว่าเธอกำลังพยายามอดกลั้นสะกดมันไว้ ก่อนที่หวังสุดท้ายจะครืนลงตรงหน้า “ขอตัวนะคะ...” เสียงเธอเบา... แต่ชัดถ้อยชัดคำอย่างชัดเจน แล้วเธอก็หมุนตัวก่อนจะวิ่งออกไปจากตรงนั้นอย่างไม่เหลียวหลัง ปล่อยให้กลุ่มรุ่นพี่ยืนอึ้งกันอยู่กับที่ เตชินท์ยกมือกำแน่น กวินกัดฟันกรอด ขณะที่โจยังคงยืนอยู่ตรงนั้นเหมือนไม่รู้สึกอะไร เขาแค่มองตามแผ่นหลังเล็กๆ นั่นที่กำลังวิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็ว... ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ เหมือนคนที่แค่… อาจจะเสียเธอไปหนึ่งคนจากลิสต์ของเขาเท่านั้น “ก็แค่เด็กที่เคยแอบปลื้มกู... หายไปอีกคน จะเป็นอะไรไป” เขายิ้มมุมปากอย่างไม่ทุกข์ร้อน เสือผู้หญิงยังไงก็ยังเป็นเสือ ผู้หญิงคนหนึ่งจากไป ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรในโลกของเขา... แต่ในโลกของวนิสา เธอเพิ่งสูญเสียทั้งศรัทธาและหัวใจซ้ำยังความบริสุทธิ์ที่เธอเฝ้าปกป้องมาตลอดชีวิต …. ณ ผับแห่งหนึ่ง เสียงเพลงกระหึ่มผสมกับแสงไฟนีออนสีม่วงที่กะพริบสลับเร็ว ช่วยพรางน้ำตาและหัวใจที่แหลกสลายของ วนิสา ไว้ได้อย่างแนบเนียน คืนนี้เธอแต่งตัวจัดเต็มเป็นพิเศษ สวมเดรสรัดรูปสีแดงเลือดนก แววตาร้อนแรงแต่ซ่อนความว่างเปล่า ข้างกายเธอมี แม็กซ์เวล หรือ แม็กซ์ บัดดี้ของเธอ ซ้ำยังเคยเป็นเพื่อนที่โรงเรียนเก่า แม็กซ์เวลแอบมองเธอมานาน ตอนนี้ก็กำลังคอยเทคแคร์เทเหล้าเติมให้ไม่ขาดมือ น้อยคนนักที่จะรู้ว่าเขาคือญาติของโจนาธาน และก็มีน้อยคนนักที่จะรู้ว่าพวกเขาเป็นญาติกัน “เธอก็สมควรได้สนุกเหมือนคนอื่นบ้างนะนิสา...” แม็กซ์เวลกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกสายตาจ้องมองเธอหวานเยิ้ม วนิสาหัวเราะฝืน ก่อนจะกระดกแก้วรวดเดียว คืนนี้เธอจะไม่ใช่ยัยเด็กโง่ที่รอความรักจากใครอีกแล้ว คืนนี้เธอจะเป็นฝ่ายเลือกเองว่าจะให้ใครเข้ามา… และใครไม่มีสิทธิ์อีกต่อไป ปัง!! แต่แล้วเสียงประตูผับกระแทกเปิดออกแรงอย่างไม่ไว้หน้าใคร แสงสลัวชั่วขณะเผยให้เห็นเงาร่างสูงใหญ่ในชุดเชิ้ตสีดำสนิท ใบหน้าเย็นชาน่ากลัวราวปีศาจในคราบนักล่า…โจนาธาน! เขาก้าวพรวดตรงมาทางโต๊ะที่แม็กซ์กับวนิสานั่งอยู่ โดยไม่มีแม้แต่คำทักทาย “ลุกจากโต๊ะนั้นเดี๋ยวนี้” เสียงทุ้มต่ำของเขาแทบแผดใส่ลมหายใจของทุกคนที่อยู่รอบข้าง แม็กซ์เวลลุกขึ้นกั้นทันที ดวงตาคมฉายแววไม่พอใจ “นายมานี่ได้ไง” โจหรี่ตามองญาติของเขา ก่อนจะปรายตามองหญิงสาวด้วยแววตาวาวโรจน์ “ทำไมจะมาไม่ได้ แล้วนี่?” เขาหันไปมองคนที่กำลังทำเขาเลือดร้อน ก่อนว่า “ใครอนุญาตให้เธอแต่งตัวแบบนี้ออกมาอ่อยผู้ชาย!” “แล้วพี่มีสิทธิ์อะไรงั้นหรือคะ!!” เธอแทบอยากจะตะบันหน้าไอ้คนหน้าหล่อที่ความมั่นเกินร้อยนั่น แต่จะเป็นอะไรไปเล่า ก็แม็กซ์เวล เขาก็หล่อดูดีไม่แพ้กัน ทั้งคู่มีปากเสียงและฉุดกระชากกันอยู่ครู่ใหญ่ จนคนในร้านต่างมองมาเป็นตาเดียว “หยุดได้รึยังคะ คนมองหมดแล้ว” โจนาธานไม่ฟัง เขาหันไปอุ้มคนตัวเล็กออกไปต่อหน้า แม้เธอจะทั้งดิ้น ทั้งถีบ ทั้งทุบ แต่กลับสู้แรงคนตัวใหญ่ไม่ได้ “ปล่อยค่ะ ปล่อยฉัน” ร่างหนารีบกดรีโมทปลดล็อกประตูก่อนจะโยนเธอเข้าไปข้างในอย่างไม่คิดถนอมกัน ตามมาด้วยเสียงปิดประตูที่ดังแรงอีกรอบ ปัง!!คนตัวเล็กเดินดุ่มๆ ลงจากตึกเรียนตรงไปยังลานจอดรถใต้ตึกสถาปัตย์ ที่มุมค่อนข้างลับตา ผู้คนก็ไม่พลุกพล่านเท่าไหร่นักในช่วงพักกลางวันแบบนี้ อีกอย่างคนเจ้าเล่ห์ก็น่าจะเลือกมุมที่ดูลับตาคนที่สุดเสียงรองเท้าคัทชูเล็กกระทบพื้นดังเบาๆ แต่ไม่เบาพอจะหลุดพ้นจากสายตาเพื่อนสนิท“นิสา แกจะไปไหนน่ะ?”เสียงพลอยชมพูเอ่ยถามขึ้นจากด้านหลังวนิสาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหันมาตอบ“พอดี…จะไปเอาของที่รถพี่โจน่ะ”“อ้อเหรอ… ให้ฉันไปเป็นเพื่อนมั้ย?”น้ำเสียงเธอฟังดูใสซื่อแต่สายตาก็จับจ้องเพื่อนรักอย่างไม่ไว้ใจ คนถูกถามมีท่าทีอึกอักเล็กน้อย ก่อนหลบตาแล้วตอบเบา ๆ“ไม่เป็นไรจ้ะพลอย พี่โจ…มีเรื่องจะคุยกับฉันด้วยนิดหน่อย”“อื้อหือออ…แค่นั้นเองน่ะหราา…”พลอยชมพูทำตาวาวเหมือนรู้ทันทุกอย่าง ก่อนจะหัวเราะคิกอย่างคนรู้ทัน“บ้า…”“เอ๊า!! มาว่าคนที่รู้ทันแกซะงั้น”“ยัยพลอย!!”“โอเคๆ …งั้นตามสบายเลยนะ ฉันจะไปกินข้าวกับแม็กซ์กับจีพอดี” แล้วพลอยชมพูก็โน้มตัวมากระซิบข้างหูเพื่อนรัก “ไปนาน ๆ เลยก็ได้นะ…” ยิ้มล้อเลียนแบบนางร้ายสายซัพพอต“บ้า!”วนิสาหันไปค้อนแรงแต่หน้าแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด….เสียงฝีเท้าคนตัวเล็กชะงักลงเมื่อเห็น
ร่างบอบบางที่นั่งทับความขึงขังลำหนาใหญ่ มันบดเบียดก้นงอนงามของเธอและเด้งสู้อยู่ใต้น้ำ ชายหนุ่มจับเธอให้หันหลังให้กันก่อนจะยกก้นเธอขึ้น ร่างบอบบางรู้สึกได้ถึงมวลกล้ามท้องของเขาที่ชนแผ่นหลังของเธอ มือหนายังคงกอบกุมเคล้นคลึงกับยอดทรวงอย่างเอาแต่ใจ ปากหนาร้ายก็เม้มดูดไปทั่วซอกคอขาวอย่างหื่นกระสัน“อื้ม…”ร่างหนายิ่งบดเบียดเสียดสีถูไถก้นเธอมากขึ้น มันทั้งแข็งและแผ่ขยายใหญ่ในเวลาเดียวกัน“โคตรเสียวเลยเมียจ๋า…”“ซี้ดด…” ปากหยักหนาครางสั่น“จับมันกดเข้าไปข้างในของเมียจ๋าหน่อยสิ บดเข้ามาลึกๆ จนสุดลำเลยนะยาหยี”ร่างของเธอแนบลงกับอกเขา กล้ามท้องแข็งตึงสั่นสะท้านเมื่อเธอขยับเอวบดเบียดลงมา ลมหายใจของเขากระชั้นรัวข้างหู เสียงครางกระเส่าหนัก“...โคตรทรมานเลยที่รัก อย่าทรมานพี่แบบนี้”เธอหลับตา ยกสะโพกขึ้นเพียงน้อย ก่อนจะค่อยๆ กดลงในจังหวะเดียวกับที่มือของเขารั้งเอวเธอไว้แน่น เสียงน้ำกระเซ็นพร้อมเสียงครางต่ำในลำคอ“โคตรเสียวเลยเมียจ๋า…บดแรงๆ…ซี้ดดด….”เขาช่วยพยุงเอวบางขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะออกแรงกดสะโพกสวนกระแทกเข้ามาจากด้านล่างอย่างหนักหน่วงในแต่ละจังหวะ เสียงเนื้อกระทบกันกลางอ่างน้ำดังก้องพร้อมกับแรงส
ครืดด…เอี๊ยดด…เสียงเบรกของรถยนต์คันหรูดังกระแทกพื้นลานจอดจนร่างบางแทบหัวทิ่ม ดีที่เข็มขัดนิรภัยยังคาดอยู่ ไม่งั้นเธอคงได้ฝังหน้าลงคอนโซลแน่ๆ“พี่โจ!”เธอร้องขึ้นด้วยความตกใจ แต่ไม่มีเสียงตอบกลับใด ๆ จากเขา ประตูฝั่งคนขับเปิดออกอย่างแรง เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นคอนกรีตดังกังวาน ไม่กี่วินาทีต่อมา ประตูฝั่งเธอก็เปิดออก แล้วร่างหนาก็โน้มเข้ามาหาเธอ“พี่จะทำอะไร!?”เธอเบิกตากว้าง ยังไม่ทันตั้งตัว ร่างบางก็ถูกเขาอุ้มขึ้นพาดบ่าอย่างง่ายดายราวกับตุ๊กตาตัวเบาหวิว“ว้าย! พี่โจ!!”เธอทั้งทุบ ทั้งดิ้น ทั้งหวีดร้องเบา ๆ ด้วยความตกใจและอับอาย“อย่าดิ้น!!”เขาพูดเสียงเรียบลอดไรฟัน…แต่เสียงนั้นแหบพร่าและเครียดขึงจนน่ากลัว ฝ่ามือหนาตีก้นเธอกลับเบา ๆ มือหนาบีบที่ต้นขาอย่างจงใจ เขาเดินดิ่งเข้าตึกโดยไม่สนใจว่าใครจะมอง ไม่สนว่ากล้องวงจรปิดจะจับภาพไว้ ไม่สนแม้แต่สายตาของพนักงานที่ลอบหันมามองอย่างตกตะลึงและเพียงไม่นานหลังประตูห้องก็ถูกปิดลง“ปึก!”แผ่นหลังเธอก็แนบชิดกับบานประตู มือหนาตรึงข้อมือเธอไว้ทั้งสองข้างด้วยมือของเขาเพียงข้างเดียว“คิดจะหนี?”เสียงของเขาต่ำพร่า ดวงตาร้อนระอุราวกับไฟ ใบหน้าคมก้มต่ำ
เสียงเพลงอิเล็กทรอนิกส์ดังกระแทกจังหวะหัวใจในผับหรูใจกลางเมือง แสงไฟหมุนวนเหนือศีรษะ สาดส่องลงมาที่โต๊ะวีไอพีซึ่งเต็มไปด้วยเหล่าคนสวยแต่งตัวจัดจ้านวนิสาอยู่ในชุดเดรสสีดำผ่าข้าง ส้นสูงห้าคูณห้า เรียกได้ว่าฟาดฟันทุกสายตาในร้าน หญิงสาวสวยสะกดมาก ข้างเธอคือแม็กซ์เวล ที่แทบจะกลายเป็นร่างแปะส่วนตัว ชายหนุ่มยิ้มกรุ้มกริ่มไม่ห่าง และข้างเธออีกฝั่ง...พลอยชมพู ในชุดเดรสสีชมพูอมส้มสุดจี๊ด แต่งหน้าโทนแซ่บสะท้านใจ มือหนึ่งถือแก้วไวน์ อีกมือกอดอกมองแม็กซ์เวลอย่างจับผิด“แม็กซ์ นายจะเข้าไปใกล้เพื่อนฉันเกินไปละนะ”เสียงเธอดังพอจะได้ยินชัดในจังหวะเพลงเว้นวรรค“โห่...เพื่อนกันก็ยังหวง”แม็กซ์เวลกระซิบพลางมองวนิสา แต่เจอสายตาคาดโทษจากอีกคนจ้องกลับจนต้องยิ้มกลบเกลื่อนเสียงฮือฮาจากหน้าประตูร้านดังขึ้นเบาๆ ก่อนจะแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคนตัวสูงหน้าตาดีเดินเข้ามาพร้อมกับสาวสวยอีกคนเขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำสบายๆ กางเกงสแลคเข้ารูป ผมเซ็ทเนี้ยบ เคียงข้างเขา...คือสาวสวยคนหนึ่งคนนี้… อลิสสินะ… ผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่า “รักแรก” ที่ใครๆ ก็พูดถึง เธออยู่ในชุดเดรสแดงเพลิง ริมฝีปากแดงจัด และท่าทางที่ “มากกว่าเพื่อน”สาย
เสียงเพลงแนวอัลเทอร์เนทีฟร็อกดังกระหึ่มเคล้ากับกลิ่นควันบุหรี่และกลิ่นอายของแอลกอฮอล์อบอวลไปทั่วร้าน บรรยากาศยามค่ำคืนพลุกพล่านไปด้วยผู้คนที่มาปลดปล่อยความเครียด เตชินท์กับโจนาธานนั่งอยู่ที่โต๊ะมุมสุดในร้านประจำ สายตาของเตชินท์ทอดมองเลยออกไปนอกกระจกใสด้วยแววตากึ่งสนุก ส่วนโจนาธาน… มือถือแก้วเหล้าพร่องลงเรื่อย ๆ ก่อนเขาจะยกมือเรียกพนักงานอีกครั้งโดยไม่ต้องรอให้หมดแก้วไม่ทันไร กวินก็เดินเข้ามาที่โต๊ะ ใบหน้าติดงัวเงียจากการถูกปลุกกลางดึก“มีอะไรพี่โจ? ทำไมดูเครียดจัง”เขาทรุดตัวลงนั่งตรงข้าม พลางรับแก้วจากเตชินท์มาจิบเบา ๆ ดวงตามองอีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วง โจนาธานยังไม่ตอบในทันที เขายกแก้วเหล้าขึ้นดื่มจนหมด ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะพร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่“…อลิสจะกลับไทย”เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยขึ้นในที่สุด ทำลายความเงียบที่ปกคลุมรอบโต๊ะ ใบหน้าคมเข้มฉายแววปั่นป่วนที่ไม่อาจกลั้นไว้ ทั้งเตชินท์และกวินนิ่งไปทันที ชื่อนั้น… พวกเขารู้ดีว่าหมายถึงอะไรอลิส…รักแรกที่ฝังแน่นในใจของโจนาธาน ผู้หญิงที่เขาไม่เคยลืม และไม่เคยเลิกรอ … แต่ตอนนี้...เขาไม่รู้ว่าความรู้สึกที่ว่านั้นมันยังคงเหมือนเดิมรึเปล่ากวินหรี
ดวงตาคมก้มลงมองร่างบางที่อยู่ตรงหน้า เธอกำลังใช้ริมฝีปากอุ่น ๆ ของตัวเอง กลืนกินความเป็นชายของเขา ตาคมก้มลงมองร่างบางอย่างพึงใจเพียงแค่เธอขยับปากครอบครองรอบปลายอย่างระมัดระวัง แล้วใช้ลิ้นแตะตวัดวนรอบส่วนปลายหัวที่ไวต่อสัมผัส ร่างของเขาก็สะดุ้งเฮือก มันเสียว สะท้านร่างไปหมด“ซี้ดดด….โอ้ว…เมียจ๋า…”เสียงสูดลมหายใจเข้าชัดเจนเมื่อความรู้สึกเสียวซ่านแผ่กระจายตั้งแต่ปลายสันหลังจนถึงต้นคอ“โคตรเสียว…โคตรทรมานพี่เลย…” โจนาธานขบกรามแน่น มือหนาทั้งสองข้างสอดเข้ากับเรือนผมของเธอกระชับแน่นขึ้นและกดมันเข้าออกอย่างลืมตัววนิสายังคงขยับอย่างเชื่องช้า ลิ้นเล็กๆ ตวัดวนสลับกับดูดปลายแผ่วเบาในจังหวะที่ทำให้ร่างสูงใหญ่แทบจะระเบิดเขาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ร่างกายกระตุกเป็นพักๆ ไปกับทุกแรงสัมผัสที่เธอมอบให้“ดีมาก…เมียพี่เก่งมากเลยครับ…ค่อยๆ ลากลิ้นแบบนั้นแหละ…” เสียงแหบพร่าครางออกมา“อื้มมม…” เธอตอบรับ“ซี้ดดด…” เขาครางตอบ“อ๊าาา…ใจจะขาดแล้วที่รัก…” เสียงหอบพร่าของเขาประสานกับจังหวะสะโพกที่เผลอขยับตามแรงดูดของเธอเบาๆ ทำให้บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความเร่าร้อนที่ใกล้จะปะทุขึ้นมาอีกครั้ง“อย่าหยุดนะ…อืม







