Share

เผยพิรุธ

Penulis: aurnitear
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-12 17:44:37

แสงจันทร์สีเงินสาดส่องลงมาบนพื้นหินเย็นเฉียบของลานหน้าห้องพักในเรือนรับรองกรมเมือง ความเงียบสงัดถูกทำลายด้วยเสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ดังขึ้นจากมุมมืด เหลียงเหว่ยก้าวออกมาจากเงาไม้ใกล้ๆ โรงม้า ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบตัวอย่างระแวดระวัง ก่อนจะหยุดยืนนิ่งอยู่ตรงกลางลาน ราวกับรูปปั้นหินที่ไม่มีชีวิต

"ออกมาเถอะ..." เสียงทุ้มต่ำของเขาดังก้องไปในความมืด "ข้ารู้ว่าท่านอยู่ที่นี่... ตั้งแต่ข้าลงจากม้า"

ความเงียบยังคงปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงหัวเราะเบาๆ จะดังขึ้นจากหลังเสาหินใกล้ๆ ประตูห้องพักของฉีเฟิง ร่างเพรียวบางก้าวออกมาอย่างแผ่วเบา เสี่ยวอวิ๋นยืนยืดตัวตรง มือข้างหนึ่งยังกระชับท่อนไม้ไผ่เอาไว้แน่น ดวงตาคมกริบจ้องมองเหลียงเหว่ยอย่างไม่วางตา

"ท่านหัวหน้าองครักษ์... ช่างมีสัญชาตญาณเฉียบคมจริงๆ" เสี่ยวอวิ๋นเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงความระแวง "ข้าแค่ลงมาดูรอบๆ เพราะห่วงความปลอดภัยของเพื่อนข้า... ท่านไม่ต้องคิดมากหรอก"

เหลียงเหว่ยยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาที่มองเสี่ยวอวิ๋นฉายแววประเมิน "ห่วงความปลอดภัย? หรือห่วงว่าจะพลาดโอกาสสังเกตการณ์กันแน่? แม่นางเสี่ยวอวิ๋น... ท่านถือไม้ไผ่ลงมาเดินเล่นยามดึกแบบนี้
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terbaru

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   เผยพิรุธ

    แสงจันทร์สีเงินสาดส่องลงมาบนพื้นหินเย็นเฉียบของลานหน้าห้องพักในเรือนรับรองกรมเมือง ความเงียบสงัดถูกทำลายด้วยเสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ดังขึ้นจากมุมมืด เหลียงเหว่ยก้าวออกมาจากเงาไม้ใกล้ๆ โรงม้า ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบตัวอย่างระแวดระวัง ก่อนจะหยุดยืนนิ่งอยู่ตรงกลางลาน ราวกับรูปปั้นหินที่ไม่มีชีวิต"ออกมาเถอะ..." เสียงทุ้มต่ำของเขาดังก้องไปในความมืด "ข้ารู้ว่าท่านอยู่ที่นี่... ตั้งแต่ข้าลงจากม้า"ความเงียบยังคงปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงหัวเราะเบาๆ จะดังขึ้นจากหลังเสาหินใกล้ๆ ประตูห้องพักของฉีเฟิง ร่างเพรียวบางก้าวออกมาอย่างแผ่วเบา เสี่ยวอวิ๋นยืนยืดตัวตรง มือข้างหนึ่งยังกระชับท่อนไม้ไผ่เอาไว้แน่น ดวงตาคมกริบจ้องมองเหลียงเหว่ยอย่างไม่วางตา"ท่านหัวหน้าองครักษ์... ช่างมีสัญชาตญาณเฉียบคมจริงๆ" เสี่ยวอวิ๋นเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงความระแวง "ข้าแค่ลงมาดูรอบๆ เพราะห่วงความปลอดภัยของเพื่อนข้า... ท่านไม่ต้องคิดมากหรอก"เหลียงเหว่ยยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาที่มองเสี่ยวอวิ๋นฉายแววประเมิน "ห่วงความปลอดภัย? หรือห่วงว่าจะพลาดโอกาสสังเกตการณ์กันแน่? แม่นางเสี่ยวอวิ๋น... ท่านถือไม้ไผ่ลงมาเดินเล่นยามดึกแบบนี้

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   เรื่องบังเอิญในโลก

    แอ๊ด...เสียงบานประตูไม้ด้านหลังถูกผลักออกดังขึ้นทำลายความเงียบ เสี่ยวอวิ๋นหมุนตัวขวับกลับไปทันทีด้วยสัญชาตญาณระวังภัย ปลายไม้ไผ่เกือบจะพุ่งออกไปแล้ว หากแต่สายตาของนางปะทะเข้ากับใบหน้าที่คุ้นเคยเสียก่อน"เสี่ยวอวิ๋น! เจ้ากลับมาแล้วหรือ? ข้าตกใจแทบแย่ที่เห็นเจ้าทำท่าเหมือนจะตีใครแบบนั้น"เพื่อนสาวของนางยืนอยู่ที่หน้าประตู ในมือถือถาดใส่ซาลาเปาร้อนๆ และกาน้ำชาใบใหม่ นางดูตกใจเล็กน้อยที่เห็นท่าทีขึงขังของเสี่ยวอวิ๋น แต่ร่างกายดูปกติดีทุกอย่าง ไร้ร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้ายเสี่ยวอวิ๋นถอนหายใจยาว ลดไม้ไผ่ลง "เจ้าหายไปไหนมา? ข้านึกว่า...""ข้าหิว ก็เลยลงไปที่โรงครัวขอซาลาเปามาเพิ่ม" เพื่อนสาวตอบพลางเดินเข้ามาวางของบนโต๊ะ "แล้วก็แวะดูเรื่องวุ่นวายที่หน้าตึกพักม้าด้วย... เห็นเขาว่าพี่....เอ่อ ท่านเหลียงเหว่ยเพิ่งจะควบม้ากลับมาถึงเมื่อกี้นี้เอง หน้าตาท่าทางเคร่งเครียดน่าดู ทหารวิ่งกันให้วุ่นไปหมด""เมื่อกี้...?" เสี่ยวอวิ๋นทวนคำ คิ้วขมวดเข้าหากันทันที "ข้าเห็นม้าของเขาในคอก เหงื่อยังเปียกชุ่ม... แสดงว่าเขาเพิ่งมาถึง และเจ้า... ก็เพิ่งกลับขึ้นมาพร้อมกับเขา?""ก็... คงงั้นมั้ง?" เพื่อนสาวทำหน

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   การกลับมาของเงาเหล็ก

    "แม่นางอวิ๋น..."เสียงเรียกที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาภวังค์ความคิดของเสี่ยวอวิ๋นแตกกระเจิง นางสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะพบว่าคนที่นางกำลังนินทาในใจนั้นได้หยุดเดินแล้วหันกลับมามองหน้านางตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ใบหน้าหล่อเหลานั้นยื่นเข้ามาใกล้จนนางต้องรีบผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว"ทำไมจู่ๆ ก็เงียบไปเล่า?" ฉีเฟิงเอียงคอถาม รอยยิ้มยียวนกวนประสาทที่คุ้นเคยกลับมาประดับบนมุมปากอีกครั้ง ไร้ซึ่งแววตาอำมหิตที่ใช้มองศพเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง "หรือว่า... บรรยากาศในห้องเก็บศพมันน่ากลัวเกินไปจนท่านขวัญหนีดีฝ่อ? ไม่ต้องกลัวนะ ข้าอยู่นี่ทั้งคน ผีสางนางไม้ที่ไหนก็ทำอะไรท่านไม่ได้หรอก... เว้นแต่ผีจะหล่อกว่าข้า"เสี่ยวอวิ๋นรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ซ่อนความระแวงไว้ภายใต้หน้านิ่งๆ "ข้าเปล่ากลัว... ข้าแค่กำลังคิดอะไรเพลินๆ""คิดเพลินๆ?" ฉีเฟิงหรี่ตาลงอย่างจับผิด ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้นางอีกนิด แกล้งทำจมูกฟุดฟิดเหมือนกำลังดมกลิ่นพิรุธ "แต่ข้าว่าสายตาที่ท่านมองแผ่นหลังข้าเมื่อกี้มันดูแปลกๆ นะ... มันดูเร่าร้อนเหมือนอยากจะทะลวงเสื้อผ้าข้าเข้าไปดูข้างในอย่างไรชอบกล"เขาหัวเราะร่า พลางยกพัดขึ้นมาโบกสะบัดด้วยท่วงท

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   ความคิดในใจ

    ในความความคิดของนาง... ชายผู้นี้คือองค์ชายผู้เหลาะแหละ วันๆ ดีแต่โปรยเงินเล่น เที่ยวหอนางโลม และมีดีแค่ฝีปากกวนประสาท แม้พักหลังนางจะเริ่มเห็น 'ไหวพริบ' ในการเอาตัวรอดและการเจรจาต่อรองของเขาบ้าง... แต่นั่นก็ยังพอเข้าใจได้ว่าเป็นทักษะของผู้เจนจัดในย่านร้านตลาดที่เขาอาจจะเคยคลุกคลีท่องเที่ยวมาบ้างแต่เมื่อครู่... ‘เข็มน้ำแข็ง... พิษวารีดับจิต...’เสียงในใจของเสี่ยวอวิ๋นดังก้องด้วยความกังขา เรื่องพวกนี้ไม่ใช่วิชาความรู้ในตำราเรียนของบัณฑิต และยิ่งไม่ใช่เรื่องที่องค์ชายชั้นสูงจะมารับรู้หรือสนใจ มันคือศาสตร์มืด... คือวิธีการสังหารชั้นสูงของโลกนักฆ่าคนธรรมดาจะสังเกตเห็นรอยน้ำเล็กๆ บนพื้นท่ามกลางความโกลาหลของผู้คนนับร้อยได้อย่างไร? คนธรรมดาจะเชื่อมโยงอาการตายที่ไร้บาดแผล เข้ากับอาวุธที่ละลายหายไปได้ในทันทีได้อย่างไร?นางเผลอกระชับไม้ไผ่ในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว สายตาที่มองฉีเฟิงเปลี่ยนจากความรำคาญใจกลายเป็นความหวาดระแวงอันลึกล้ำที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย‘ฉีเฟิง... แท้จริงแล้วเจ้าเป็นใครกันแน่?’ นางถามตัวเองในใจ ‘ท่าทางเซ่อซ่า ซุ่มซ่าม และอวดรวยที่ผ่านมา... เป็นเพียงนิสัยเสียของเจ้าจริ

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   คนตายพูดได้

    บรรยากาศในห้องเก็บศพพลันเย็นยะเยือกขึ้นมาจับขั้วหัวใจ ความกดดันแผ่ออกมาจากร่างของฉีเฟิงจนทำให้อากาศรอบตัวดูเหมือนจะหยุดนิ่ง อาหมิงจ้องตอบชายหนุ่มตรงหน้า นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยักไหล่เบาๆ อย่างไม่ยี่หระ"ก็ได้..." อาหมิงเดินกลับมาที่เตียงศพ มือคว้ามีดผ่าตัดใบเล็กคมกริบขึ้นมาจากถาดเครื่องมือ "ในเมื่อท่านอยากเห็นไส้เห็นพุงนัก... ข้าก็จะสงเคราะห์ให้ แต่ถ้าเห็นแล้วเกิดอาเจียนออกมา เลอะพื้นห้องข้า... ข้าจะให้ท่านเช็ดเอง"ภายในห้องเก็บศพที่มืดสลัวและอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดผสมกลิ่นสมุนไพร อาหมิงขยับมือด้วยความเชี่ยวชาญราวกับกำลังร่ายรำ ปลายมีดผ่าตัดใบเล็กในมือของเขากรีดลงบนหน้าอกผอมแห้งของร่างไร้วิญญาณอย่างแผ่วเบาแต่แม่นยำฉับ...เสียงคมมีดแหวกผ่านชั้นผิวหนังดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ เลาะชั้นกล้ามเนื้อและกระดูกซี่โครงที่หักยุบออก เผยให้เห็นอวัยวะภายในที่บอบช้ำเสียหาย ฉีเฟิงยืนกอดอกมองดูภาพนั้นด้วยใบหน้านิ่งเรียบ แม้ภาพตรงหน้าจะชวนสะอิดสะเอียนเพียงใด แต่เขากลับไม่กระพริบตาแม้แต่น้อย"หืม..." อาหมิงส่งเสียงในลำคอ คิ้วที่แทบไม่มีขนเลิกขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ "หัวใจ... ไม่ได้แตกเพ

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   คำวินิจฉัยที่ไร้เยื่อใย

    ร่างผอมโซของเสี่ยวเป่าถูกทหารยามหามเข้ามาภายในเรือนเก็บศพท้ายกรมเมืองอย่างทุลักทุเล ก่อนจะถูกวางทิ้งลงบนเตียงไม้กระดานแข็งๆ อย่างไร้ความทะนุถนอม ราวกับเป็นเพียงถุงขยะใบหนึ่งที่รอการกำจัดฉีเฟิงเดินตามเข้ามาติดๆ สีหน้าของเขาเคร่งขรึมจนน่ากลัว สองมือที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกำเข้าหากันแน่น เล็บจิกเข้าเนื้อจนเจ็บเพื่อระงับความรู้สึกผิดที่กำลังกัดกินหัวใจ หากเขาไม่รับข่าวสารจากเด็กคนนี้... หากเขาปกป้องเด็กคนนี้ให้ดีกว่านี้..."อะไรกันอีก?"เสียงแหบพร่าและยานคางดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง อาหมิง เจ้าหน้าที่ชันสูตรประจำกรมเมือง เดินลากเท้าออกมาจากเงามืด เขาปรายตามองร่างบนเตียงไม้แวบหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความเบื่อหน่ายอย่างไม่ปิดบัง"แค่ขอทานตายคนเดียว... พวกเจ้าถึงกับต้องหามมาให้ข้าดูถึงในนี้เชียวรึ?" เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพหนุ่มผิวซีดบ่นพึมพำ พลางหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดมือที่เปื้อนคราบสมุนไพร "เปลืองพื้นที่ เปลืองเวลา... เอาเสื่อม้วนๆ แล้วโยนไปทิ้งที่ป่าเสียก็สิ้นเรื่อง จะฝังหรือจะให้หมากินก็ค่าเท่ากัน""ตรวจสอบเขาเดี๋ยวนี้" เสียงของฉีเฟิงดังแทรกขึ้น ทุ้มต่ำแต่เต็มไปด้วยอำนาจกดดัน "ข้าต้องการรู้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status