Masukนางเป็นสตรีร้ายกาจ หน้าตาดุดัน นิสัยไม่เหมือนใคร ส่วนเขาเป็นถึงโอรสแห่งมังกร ทั้งสูงส่งงามสง่า เป็นที่หมายปองของเหล่าสตรี จีนโบราณโรแมนติกย้อนยุคแอบรักครอบครัว
Lihat lebih banyakOLIVIA
It felt like forever since I’d seen him. Two whole weeks without his scent, his voice, or the warmth of his touch. My fated mate had been away in the human world, tending to business. He was the manager of the second biggest penthouse in the city, so he had to split his time between that life and the one here in the pack. Still, it didn’t make the distance any easier. I glanced at my reflection one last time, pressing my lips together to perfect the red lipstick. The deep shade stood out against my fair skin, and I wanted him to see me that way when he walked through the door. My gaze drifted to the small box at the edge of the bed. Inside was the new lingerie I’d gotten just for tonight. I ran my fingers over the silky fabric and felt my cheeks warm. I could already picture his reaction, the way his eyes would darken the moment he saw me in it tonight, after our outing. My heart skipped just thinking about it. It had been too long… two whole weeks without him, and I couldn’t wait to feel that closeness again. I let out a small laugh, shaking my head at myself. I was super excited, maybe a little too much, but I didn’t care. He was finally coming home, and I wanted everything to be perfect. As if the Moon Goddess herself had heard my thoughts, the doorbell rang. I smoothed my dress, trying to calm the sudden rush of excitement fluttering in my chest, and hurried to the door. The moment I opened it, all my restraint vanished. “Logan!” I gasped, before throwing myself into his arms. He caught me effortlessly, his strong arms gripping my waist tight. “Gods, I missed you so much,” he murmured into my hair. I inhaled deeply, my wolf purring inside me at the comfort of his scent. “I missed you more,” I whispered, pulling back just enough to see his face. His gaze swept over me slowly, and a crooked smile tugged at his lips. “You look stunning, Olivia,” he said. Then his voice dropped, as he bit his lower lip. “I can’t wait to take this dress off you.” Heat rushed to my cheeks. “Oh, I can’t wait either,” I replied, matching his tone with a playful smirk. He chuckled softly, brushing his thumb along my jaw. “Shall we?” I nodded, slipping my fingers through his. “We shall,” I whispered, my heart racing as I followed him inside. I was still grinning when we stepped outside toward his car, my hand tucked comfortably in his. He opened the car door for me like he always did, and I was just about to slip inside when a soft sob caught my attention. I frowned, leaning a little as I turned toward the sound and pulled the door wider… only to freeze. There, sitting comfortably in my seat, my seat… was Mia. My stepsister. For a heartbeat, I just stared, my fingers tightening around the door handle. Are you for real? That spot had always been mine, but now… she was sitting there like it belonged to her. Ever since Mia left her mother’s place and moved in with us, everything’s gone sideways. She’d been hurt by her mate’s rejection last full moon, and ever since then, Logan had made it his mission to be there for her… saying he didn’t want her to feel lonely, that she needed comfort and care. And I understood that. I did. But understanding didn’t make it sting any less. This outing was supposed to be ours… our long-awaited alone time, a chance to reconnect after weeks apart. Yet here she was again, wedging herself right between us without a hint of hesitation. I forced a breath, pasting on a small, strained smile. “Hey… Mia,” I said softly, though my voice wavered just a little. She sniffled again, her eyes red and glossy. “I… I was lonely inside,” she said softly, her voice trembling. “Then I saw Logan’s car parked out here, and I just… I don’t know, I didn’t know how to ask but… I wanted to come with you guys. Please, can I?” I blinked, completely thrown. Oh, not today. What is all this? Before I could even gather my thoughts, Logan stepped closer, his expression softening. “Hey, hey,” he said gently, taking her hand in his. “Stop crying, please.” His voice dropped, “She’s been through a lot, Olivia,” he murmured, his thumb brushing against Mia’s knuckles. “I’d really want her to come with us. Maybe it’ll help her clear her head a little.” Then he turned to me, his tone shifting to that quiet, pleading one he knew I could never ignore. “Baby, please… can she come?” I stared at him and my chest burned. Mia looked at me again, her eyes brimming with tears. “Please, Olivia,” she whispered, her lower lip trembling. I wanted to say no. I wanted to tell her this trip was supposed to be ours… mine and his. But the sight of her crying made my heart falter. Even when I was furious, I couldn’t bring myself to be cruel. I sighed, looking away for a second to steady myself. “Fine,” I said quietly, forcing a small smile. “Of course she can come.” “Go get dressed,” I muttered. “And please, don’t take long.”ภายในตำหนักหลวงของแคว้นต้าหลี่..."สิบกว่าปีมานี่ หยางเอ๋อร์ของเรา ไม่เคยทำให้ผิดหวัง" หลี่ซ่งหมินเอ่ยขึ้นกับหงเหม่ยหลงที่นั่งเคียงข้างกันอยู่ตรงริมระเบียงของตำหนัก ชายหนุ่มยังคงประคองกอดหญิงสาวอันเป็นที่รักเอาไว้ในอ้อมแขนด้วยความรักไม่เสื่อมคลาย ขณะกล่าวต่อเนิบนาบน้ำเสียงเรียบเรื่อย "หยางเอ๋อร์เคยบอกกล่าวแก่ข้าว่าไม่จำเป็นต้องรับสนมเพื่อเสริมอำนาจแต่อย่างใด เพราะอำนาจเหล่านั้นเขาสามารถสร้างขึ้นมาได้" สีหน้าภาคภูมิใจในตัวของบุตรชายหนึ่งเดียวแสดงออกฉายชัดพร้อมๆกับประโยคที่เอื้อนเอ่ยหงเหม่ยหลงที่เพียงนั่งฟังเงียบๆจึงเอ่ยขึ้นอย่างเป็นกังวล "เป็นเพราะข้า หยางเอ๋อร์จึงต้องเหน็ดเหนื่อย เพราะข้าเห็นแก่ตัว ซ่งหมิน...ความรักของเราเป็นดาบสองคม" หญิงสาวหยุดคำอยู่อึดใจก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "ปีนี้หยางเอ๋อร์อายุย่างเข้ายี่สิบห้าปีแล้ว เขายังคงครองตัวเป็นโสด ไม่สนใจอิสตรี ทำแต่ศึกสงคราม ไม่สนใจใคร สนใจแต่อำนาจ ทำตัวเหี้ยมโหดเย็นชา สร้างกำแพงให้ตัวเอง เพื่อเป็นเกราะป้องกันพวกเราผู้เป็นบิดามารดา"หลี่ซ่งหมินก้มหน้าน้อยๆยิ้มบางเบาใส่สตรีในอ้อมกอดก่อนเอ่ยถาม "เจ้าคิดเช่นนั้นหรือ
"พวกเจ้า พวกเจ้า" เว่ยฟางเริ่มเอ่ยสิ่งใดไม่ถูกนางคล้ายจะเป็นลมจนสาวใช้คนสนิทที่ยืนอยู่ไม่ห่างต้องรีบเข้ามาประคองหยางเจียนเองก็มีอาการไม่ต่างกัน "พวกเจ้าอายุเพียงแค่นี้ มันเร็วไปหรือไม่ที่จะด่วนตัดสินใจ" แต่เหมือนอิ้งลี่จะมิได้ฟังคำห้ามปรามใดๆ หญิงสาวเพียงวิ่งออกไปก่อนจะกระโดดขึ้นม้าคู่ใจแล้วตะบึงควบออกไปจากกลุ่มของหยางเจียนและเว่ยฟาง ซักพักเสียงถกเถียงกันจึงตามมา"ใครเป็นคนรักของเจ้า อิ้งลี่" เสียงนั้นเป็นเสียงของเฟิงหลินนั่นเอง หนุ่มน้อยเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งควบม้าให้หนีออกห่างจากการตามติดของอิ้งลี่ "ข้าก็แค่พูดเอาไว้ก่อนล่วงหน้า 5 ปี มิได้รึ" อิ้งลี่ตะโกนขึ้นพลางควบม้าไล่ตามเฟิงหลิน"ไม่ได้" "ทำไมเล่า"และเสียงถกเถียงกันของหนุ่มน้อยกับสาวน้อยก็หายไปพร้อมกับคณะเดินทางขององค์ชายหลี่หงจินหยางท่ามกลางความสับสนงุนงงของผู้เป็นมารดาอย่างเว่ยฟางและหยางเจียนท่ามกลางร่มไม้ตรงทางเดินทอดยาวภายใต้ท้องฟ้าแจ่มใสโอบล้อมไปด้วยสายลมแผ่วเบา"เจ้าคิดว่าอย่างไร หลงเอ๋อร์" หลี่ซ่งหมินเอ่ยถามหงเหม่ยหลงขณะทั้งสองพากันเดินชมนกชมไม้ไปตามทางของอุทยานหลวง"ข้ารู้สึกกังวลเสียยิ่งกว่าการตั้งครรภ์ของตัวเองเ
หนุ่มน้อยคนหนึ่งอยู่ในชุดสามัญชนทั่วไปแต่ด้วยใบหน้าที่สะอาดหมดจดงดงามปานเทพเซียน และดวงตาคมกริบฉายแววกล้าแกร่งเกินวัย กำลังควบม้าตะบึงมาก่อนจะผ่อนเป็นเชื่องช้าเดิน เหยาะ เหยาะ เข้ามาหาผู้เป็นบิดาและมารดาที่ยืนรอตนอยู่ด้านตรงลานกว้างกลางพระราชวังราศีของผู้นำผู้มีอำนาจบารมีได้แผ่ออกมาจากตัวหนุ่มน้อยอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าเขาจะมีอายุเพียงสิบกว่าปีเท่านั้น หลี่ซ่งหมินและหงเหม่ยหลงยืนมองหลี่หงจินหยางที่กำลังนั่งงามสง่าอยู่บนอาชาคู่ใจ ยามนี้ได้เวลาที่บุตรชายหนึ่งเดียวของพวกเขาจะได้ออกเรียนรู้การเป็นผู้นำที่แท้จริง ศึกครานี้หลี่หงจินหยางได้รับหน้าที่ให้ไปเปิดศึกเพื่อที่จะทำการปิดศึกให้ได้อย่างถาวรกับพวกแคว้นเว่ยที่ยังคงหลงเหลือเมื่อหลายปีก่อน ถึงแม้ว่าพวกแคว้นเว่ยนั้นจะยังไม่มีการจู่โจมหรือเปิดศึกใดๆ กับแคว้นต้าหลี่ แต่จากข่าวกรองที่หลี่ซ่งหมินได้รับนั้น มิใช่ว่าพวกแคว้นเว่ยจะรามือจากการแก้แค้นแต่อย่างใด พวกมันยังคงก่อตั้งกลุ่มกำลังและขยายเพิ่มอำนาจอย่างต่อเนื่องเพื่อรอเวลาที่เหมาะสมสำหรับการกลับมายังดินแดนที่เคยเป็นของพวกมัน แต่การที่จะเป็นฝ่ายรอรับมิสู้เป็นฝ่ายรุกเสียก่อนยามที่
และเสียงดาบฟาดฟันประสานกันก็ยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องในเวลาต่อมาหงเหม่ยหลงเพียงนั่งชมภาพของสองพ่อลูกแลกหมัดประสานกระบี่กันไปมาอย่างนึกชื่นชม ยามนี้หญิงสาวตัดสินใจเอาไว้แล้วว่าจะพยายามตั้งครรภ์ด้วยตนเองโดยไม่สนใจบรรดาสนมนางใดอีกต่อไป แต่ถ้านางไม่สามารถมีลูกได้ดังใจหวังนางก็จะเป็นทุกอย่างให้บุตรชายหนึ่งเดียวของนาง หลี่หงจินหยางนั้น นางจะเป็นทั้งมารดา เป็นทั้งอาจารย์ เป็นทั้งสหายในทุกสถานการณ์ให้กับบุตรชายของนาง แต่การที่จะทำให้หลี่หงจินหยางอยู่ได้ด้วยหน้าที่อันหนักหน่วงในภายภาคหน้าได้นั้น การประคบประหงมย่อมเป็นการกระทำที่ผิดมหันต์ เขาต้องเรียนรู้ในทุกๆเรื่องตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ภายในตำหนักกลางบริเวณห้องรับประทานอาหารของครอบครัวสกุลหลี่ “ออกรบหรือเสด็จพ่อ” หลี่หงจินหยางเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้นไปทางหลี่ซ่งหมินภายในตำหนักกลางหลังจากทานอาหารร่วมกันเป็นที่เรียบร้อย“ถูกต้อง” หลี่ซ่งหมินรับคำเรียบๆ ก่อนเอ่ยต่อเพื่อขยายความ“ขณะนี้มีข่าวกรองเกี่ยวกับพวกของแคว้นเว่ยที่สามารถหลบหนีไปได้เมื่อหลายปีก่อน พวกมันสามารถสร้างขุมกำลังเอาไว้ในเขตแดนต้าไห่ ข้าอยากให้เจ้
เวลาผ่านไป... เสียงฟาดฟันยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องหงเหม่ยหลงยังคงไล่ฆ่ากลุ่มกบฎอย่างบ้าคลั่งร่วมกับเหล่าทหารกล้าทั้งหลายแม้เรี่ยวแรงจะเริ่มทดถอยแต่การฟาดฟันยังคงเปรียบดั่งเสมือนเครื่องจักรสังหารที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างเข้มงวดตั้งแต่ยังเยาว์วัยแต่กลุ่มคนพวกนี้ก็มิใช่ว่าไม่มีฝีมือ ทั้งยังมีจำนวน
หลังจากที่หงเหม่ยหลงได้นำทัพเหล่าทหารของตนเข้ามาภายในอาณาเขตของพระราชวังเป็นที่เรียบร้อยแล้วหญิงสาวเพียงยกฝ่ามือขึ้นเพื่อส่งสัญญาณมือให้เหล่าทหารของตนเป็นเชิงหยุดอยู่กับที่ เพื่อสังเกตการต่อสู้ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตรงหน้านางสังเกตเห็นกลุ่มที่ต่อสู้อยู่กับกลุ่มของเหล่าทหารประจำพระราชวังคล้ายกับว่าก
หลายวันต่อมา ข่าวการเคลื่อนไหวของกองกบฏก็เริ่มเด่นชัดขึ้นทุกที แต่หงเหม่ยหลงยังคงรับฟังข่าวคราวการเคลื่อนไหวนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ภายในวังแห่งนี้มีทหารรักษาการณ์อยู่หลายร้อยนาย รวมกับทหารในพระราชวังอีกนับไม่ถ้วนก็จริง แต่กลุ่มกองกบฎอาจจะมีมากกว่านั้น” เสียงของหลิวฉวนหยู่ร์ยังคงกล่าวรายงานโดยไม่
“ท่านคาดการณ์เอาไว้แล้วหรือ”หงเหม่ยหลงถามหลี่ซ่งหมินขณะกำลังช่วยชายหนุ่มแต่งกายอยู่ด้านหน้าของตน“อืม...” หลี่ซ่งหมินจ้องหน้าหงเหม่ยหลงพลางตอบคำนิ่งๆ“เรื่องข่าวลือเกี่ยวกับเว่ยฟางเมื่อหลายเดือนก่อน ข้ายังไม่พร้อมฉีกสัญญาสงบศึกและเจ้าก็ใกล้คลอด” หงเหม่ยหลงเพียงรับฟังนิ่งๆขณะจัดอาภรณ์ของชายหนุ่มให