Share

โอสถทิพย์

Author: aurnitear
last update Last Updated: 2026-01-07 16:26:13

ความวุ่นวายที่หอเทียนลู่ดูเหมือนจะสงบลงแล้ว แต่สำหรับเสี่ยวอวิ๋น สงครามภายในร่างกายเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น

ร่างบางในชุดนางกำนัลมอมแมมลัดเลาะกลับมาถึงเขตเรือนพักนางกำนัลท้ายตำหนักชิงเฟิงได้อย่างเงียบเชียบ ทันทีที่แน่ใจว่าไม่มีสายตาใครจับจ้อง ขาที่เคยก้าวเดินอย่างมั่นคงก็เริ่มสั่นเทา นางกัดฟันเดินโซซัดโซเซไปที่บ่อน้ำเก่าหลังเรือนพัก มือขาวซีดยึดขอบบ่อหินเย็นเฉียบไว้แน่นเพื่อพยุงกาย

"อึก..." ความเจ็บปวดที่อัดอั้นมาตลอดทางระเบิดออกมาจากทรวงอก ลมปราณที่ปั่นป่วนจากการปะทะกับจ้าวเหมิงตีกลับอย่างรุนแรง

พรวด! เสี่ยวอวิ๋นกระอักเลือดสีแดงคล้ำออกมาคำโต ร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดของก้นบ่อน้ำ เสียงหยดเลือดกระทบผิวน้ำเบื้องล่างดัง จ๋อม เบาๆ ฟังดูคล้ายเสียงน้ำตาของปีศาจ

นางหอบหายใจหนักหน่วง ยกหลังมือขึ้นเช็ดคราบเลือดที่มุมปาก "จ้าวเหมิง... หมัดเหล็กของมันรุนแรงยิ่งนัก... หากข้าไม่มี 'ลมปราณเหมันต์' คอยคุ้มกันชีพจรหัวใจเอาไว้ ป่านนี้ข้าคงได้เป็นผีเฝ้าหอเทียนลู่ไปแล้ว"

นางลองโคจรลมปราณตรวจสอบอาการ แล้วก็ต้องขมวดคิ้วแน่น เส้นลมปราณหลักบอบช้ำสาหัส อวัยวะภายในได้รับแรงกระแทกจนเคลื่อน หากใช้วิธีเดินลมปราณรักษาตาม
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Latest chapter

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   คนตายพูดได้

    บรรยากาศในห้องเก็บศพพลันเย็นยะเยือกขึ้นมาจับขั้วหัวใจ ความกดดันแผ่ออกมาจากร่างของฉีเฟิงจนทำให้อากาศรอบตัวดูเหมือนจะหยุดนิ่ง อาหมิงจ้องตอบชายหนุ่มตรงหน้า นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยักไหล่เบาๆ อย่างไม่ยี่หระ"ก็ได้..." อาหมิงเดินกลับมาที่เตียงศพ มือคว้ามีดผ่าตัดใบเล็กคมกริบขึ้นมาจากถาดเครื่องมือ "ในเมื่อท่านอยากเห็นไส้เห็นพุงนัก... ข้าก็จะสงเคราะห์ให้ แต่ถ้าเห็นแล้วเกิดอาเจียนออกมา เลอะพื้นห้องข้า... ข้าจะให้ท่านเช็ดเอง"ภายในห้องเก็บศพที่มืดสลัวและอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดผสมกลิ่นสมุนไพร อาหมิงขยับมือด้วยความเชี่ยวชาญราวกับกำลังร่ายรำ ปลายมีดผ่าตัดใบเล็กในมือของเขากรีดลงบนหน้าอกผอมแห้งของร่างไร้วิญญาณอย่างแผ่วเบาแต่แม่นยำฉับ...เสียงคมมีดแหวกผ่านชั้นผิวหนังดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ เลาะชั้นกล้ามเนื้อและกระดูกซี่โครงที่หักยุบออก เผยให้เห็นอวัยวะภายในที่บอบช้ำเสียหาย ฉีเฟิงยืนกอดอกมองดูภาพนั้นด้วยใบหน้านิ่งเรียบ แม้ภาพตรงหน้าจะชวนสะอิดสะเอียนเพียงใด แต่เขากลับไม่กระพริบตาแม้แต่น้อย"หืม..." อาหมิงส่งเสียงในลำคอ คิ้วที่แทบไม่มีขนเลิกขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ "หัวใจ... ไม่ได้แตกเพ

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   คำวินิจฉัยที่ไร้เยื่อใย

    ร่างผอมโซของเสี่ยวเป่าถูกทหารยามหามเข้ามาภายในเรือนเก็บศพท้ายกรมเมืองอย่างทุลักทุเล ก่อนจะถูกวางทิ้งลงบนเตียงไม้กระดานแข็งๆ อย่างไร้ความทะนุถนอม ราวกับเป็นเพียงถุงขยะใบหนึ่งที่รอการกำจัดฉีเฟิงเดินตามเข้ามาติดๆ สีหน้าของเขาเคร่งขรึมจนน่ากลัว สองมือที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกำเข้าหากันแน่น เล็บจิกเข้าเนื้อจนเจ็บเพื่อระงับความรู้สึกผิดที่กำลังกัดกินหัวใจ หากเขาไม่รับข่าวสารจากเด็กคนนี้... หากเขาปกป้องเด็กคนนี้ให้ดีกว่านี้..."อะไรกันอีก?"เสียงแหบพร่าและยานคางดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง อาหมิง เจ้าหน้าที่ชันสูตรประจำกรมเมือง เดินลากเท้าออกมาจากเงามืด เขาปรายตามองร่างบนเตียงไม้แวบหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความเบื่อหน่ายอย่างไม่ปิดบัง"แค่ขอทานตายคนเดียว... พวกเจ้าถึงกับต้องหามมาให้ข้าดูถึงในนี้เชียวรึ?" เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพหนุ่มผิวซีดบ่นพึมพำ พลางหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดมือที่เปื้อนคราบสมุนไพร "เปลืองพื้นที่ เปลืองเวลา... เอาเสื่อม้วนๆ แล้วโยนไปทิ้งที่ป่าเสียก็สิ้นเรื่อง จะฝังหรือจะให้หมากินก็ค่าเท่ากัน""ตรวจสอบเขาเดี๋ยวนี้" เสียงของฉีเฟิงดังแทรกขึ้น ทุ้มต่ำแต่เต็มไปด้วยอำนาจกดดัน "ข้าต้องการรู้

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   ศพหน้าประตูกรมเมือง

    แสงแรกแห่งอรุณรุ่งสาดส่องลงมากระทบหลังคากระเบื้องสีเขียวมรกตของมหานครอันรุ่งโรจน์ ปลุกให้เมืองใหญ่ตื่นจากนิทรา เสียงล้อเกวียนบดถนนหินและเสียงจอแจของผู้คนเริ่มดังระงมขึ้นทีละน้อย เป็นสัญญาณของการดิ้นรนเพื่อปากท้องที่วนเวียนเป็นวัฏจักรไม่จบสิ้นในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยแสงสีและความศิวิไลซ์เช่นนี้... ความตายไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอันใดทุกเช้าตรู่ ตามตรอกซอกซอยที่มืดมิดหรือใต้สะพานที่ชื้นแฉะ มักจะปรากฏร่างไร้วิญญาณให้เห็นจนชินตา บ้างเป็นขี้เมาที่ดื่มจนตับวาย บ้างเป็นนักเลงที่ถูกล้างแค้น หรือบ่อยครั้งที่สุด ก็เป็นเพียงศพของขอทานยากไร้ที่หนาวตายเพราะทนพิษลมหนาวเมื่อคืนไม่ไหวผู้คนเดินผ่านร่างเหล่านั้นด้วยสายตาที่ด้านชา ไร้ความเวทนาหรือตื่นตระหนก ราวกับมองเห็นเพียงกองขยะกองหนึ่งที่รอให้ทางการมาเก็บกวาด การตายของขอทานคนหนึ่งในเมืองใหญ่นับล้านชีวิต จึงเป็นเรื่องสามัญธรรมดาเสียยิ่งกว่าใบไม้ร่วงหล่นจากต้นทว่า... ร่างไร้วิญญาณที่ปรากฏขึ้นในเช้าวันนี้ กลับทำให้ฝูงชนต้องหยุดชะงักและเพ่งมองด้วยความประหลาดใจระคนหวาดหวั่นไม่ใช่เพราะสภาพศพที่ดูสยดสยอง หรือเสื้อผ้าขาดวิ่นสกปรกมอมแมมที่บ่งบอกสถานะขอทาน

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   ศาลเจ้าร้างกับโจรดอกเหมย

    ณ ชานเมืองหลวงที่ห่างไกลจากแสงไฟและความวุ่นวายของตลาดโต้รุ่ง ศาลเจ้าเก่าแก่แห่งหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางป่าละเมาะ หลังคากระเบื้องแตกหักเสียหายจนแสงจันทร์สาดส่องลงมาได้ รูปปั้นเทพเจ้าภายในผุกร่อนเหลือเพียงครึ่งตัว บรรยากาศโดยรอบวังเวงและเต็มไปด้วยกลิ่นอับชื้นของตะไคร่น้ำและซากไม้ผุแต่ในค่ำคืนนี้ ศาลเจ้าร้างกลับไม่ได้ไร้ซึ่งผู้คนภายใต้เงาของรูปปั้นเทพเจ้าองค์ใหญ่ มีร่างในชุดดำรัดกุมสี่ร่างยืนประจำการอยู่อย่างเงียบเชียบ ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของความมืด สามคนในนั้นมีรูปร่างสูงใหญ่กำยำ ยืนคุมเชิงอยู่บริเวณประตูทางเข้าที่พังทลาย มือวางทาบด้ามดาบด้วยท่าทีระแวดระวังส่วนร่างที่สี่... ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าแท่นบูชาที่ว่างเปล่า ร่างนี้ดูเพรียวบางกว่าคนอื่นๆ เล็กน้อย สวมชุดดำสนิทตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ใบหน้าถูกปกปิดด้วยผ้าคลุมหน้าสีดำผืนบาง เผยให้เห็นเพียงดวงตาคู่คมกริบที่ส่องประกายวาววับในความมืด ราวกับตาของเหยี่ยวรัตติกาลแม้จะยืนอยู่นิ่งๆ แต่บรรยากาศรอบตัวคนผู้นี้กลับแผ่รังสีแห่งอำนาจที่ทำให้ลูกน้องทั้งสามไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงเสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นที่ด้านนอก ก่อนที่เงาร่าง

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   ตีเนียนกินเปล่า

    ท่ามกลางเสียงจอแจของผู้คนและความอร่อยของเกี๊ยวกุ้ง เสี่ยวอวิ๋นแสร้งทำเป็นก้มหน้าซดน้ำซุป แต่สายตาอันคมกริบลอบมองเงาสะท้อนเลือนรางบนช้อนโลหะในมือ ที่มุมตึกฝั่งตรงข้าม หลังแผงขายผ้าแพร... มีเงาร่างตะคุ่มของชายสวมหมวกปีกกว้างยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้น แต่สิ่งที่ไม่อาจซ่อนเร้นได้ คือประกายสังหารที่แผ่ออกมาจางๆ และมือขวาที่วางทาบอยู่บนด้ามดาบตลอดเวลา"อิ่มแล้วหรือ?" ฉีเฟิงเอ่ยถามเมื่อเห็นนางวางตะเกียบลง ทั้งที่ยังกินไม่หมด "เสียดายของนะ ถ้าไม่กิน ข้าจะแย่งกลับคืนมาแล้วนะ"องค์ชายสี่สังเกตุเห็นแล้ว ฉีเฟิงชะงักตะเกียบไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาคีบหมูเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ต่อด้วยท่าทีสบายอารมณ์เหมือนเดิม แต่ดวงตาขี้เล่นคู่นั้นกวาดมองไปรอบตัวอย่างรวดเร็ว...ทันใดนั้น สายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับร่างตุ้ยนุ้ยและร่างผอมเกร็งในชุดเครื่องแบบกรมเมืองสีน้ำเงิน "เจ้าอ้วนกับเจ้าผอม" คู่เดิมที่เพิ่งจะไล่พวกเขาออกมา กำลังเดินวนเวียนตรวจตราความเรียบร้อยอยู่หน้าร้านขายซาลาเปาถัดไปไม่ไกลมุมปากของฉีเฟิงกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "อืม... ดูท่าคืนนี้มื้อดึกของเราจะย่อยยากเสียแล้วสิ" เขาพึมพำเบาๆ ก่อนจะวา

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   ผีหิวโหย

    "เกือบไปแล้วนะเนี่ย... โชคดีที่ข้าไหวพริบดี ว่าแต่... ท่านตัวหอมเหมือนกันนะเนี่ย แม่นางเสี่ยว..."ปึก!ยังไม่ทันที่ฉีเฟิงจะพูดจบ ท่อนไม้ไผ่ในมือเสี่ยวอวิ๋นก็กระแทกเข้าที่ปลายเท้าของเขาอย่างจัง ไม่แรงถึงขั้นกระดูกหัก แต่ก็เจ็บจนน้ำตาเล็ดฉีเฟิงยิ้มแหยๆ ยกมือยอมแพ้ แต่แววตายังคงพราวระยับด้วยความขบขัน "ข้าช่วยท่านไว้นะ! นั่นเรียกว่าการแสดงชั้นยอด... เอาน่าๆ อย่าเพิ่งโกรธ รีบไปกินบะหมี่กันเถอะ ข้าหิวจนตาลายเห็นไม้ไผ่เป็นน่องไก่แล้วเนี่ย!"เขาไม่รอให้นางด่าซ้ำ รีบเดินนำลิ่วไปที่ร้านบะหมี่ทันที เสี่ยวอวิ๋นมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นไป นางกำไม้ไผ่ในมือแน่น อยากจะหวดลงบนหัวเขาสักทีให้หายแค้น... แต่สุดท้าย มุมปากของนางกลับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่แทบมองไม่เห็น‘คนกะล่อน...’ดูเหมือนราตรีนี้จะสว่างไสวในบัดดลสำหรับนาง"เถ้าแก่! บะหมี่เกี๊ยวกุ้งชามใหญ่พิเศษ! เพิ่มหมูแดง เพิ่มผัก เพิ่มไข่ต้ม! เอาแบบที่กินแล้วอิ่มไปถึงชาติหน้าเลยนะ!"เสียงสั่งอาหารอันดังลั่นของฉีเฟิงเรียกสายตาของลูกค้าโต๊ะข้างๆ ให้หันมามองเป็นตาเดียว เขาฉีกยิ้มกว้างอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ก่อนจะหันมาพยักพเยิดหน้าให้เสี่ยวอวิ๋น "แล้วของแ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status