Masukจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อวิศวกรจากอนาคตต้องติดอยู่ในโลกอดีต..คนทั้งหมู่บ้านทุ่งแดงมองว่าลิลี่เป็นหญิงบ้าเสียสติ แต่สามีผู้ยากจนกลับเห็นว่านางฉลาดจนใต้หล้าตามไม่ทัน สิ่งที่นางสร้างล้วนแปลกประหลาดและซับซ้อน ... จู่ๆ หลี่เอ้อร์กัวก็ถูกบังคับให้แต่งงานกับสตรีที่ทุกคนในหมู่บ้านทุ่งแดงต่างรู้ว่านางเป็น หญิงบ้า แม้เขาจะมีคนรักอยู่แล้ว แต่เขายากจนเกินกว่าจะมีปากเสียง อีกทั้งสตรีสติฟั่นเฟืองนั่นยังบอกว่าอยากแต่งงานกับเขาอีก เขาจึงได้แต่จำใจแต่งงานกับหญิงบ้าผู้นั้น แต่หลังจากอยู่กันไป เขากลับพบว่าภรรยาประหลาดของเขาฉลาดมาก ทุกสิ่งที่นางทำล้วนเก่งกาจเกินกว่าเขาจะเข้าใจได้ ราวกับนางเป็นผู้ที่มาจากอนาคตอันไกลพ้น *********** “หยุดนะ เจ้าจะทำสิ่งใด เจ้าสติไม่ดีไปแล้วหรือ!” เขาบ่นแต่ไม่กล้าผลักมือนางออกไป “โตจนป่านนี้ยังปล่อยให้มีเหาอีก เสียดายสมองฉลาดๆ” นางตำหนิเสียงแข็ง พลางเกาผมของเขาด้วยท่าทีขะมักเขม้น หัวใจของเอ้อร์กัวกระตุกวูบ ใบหน้าแดงก่ำ คำพูดของนางทำให้เขาทั้งอับอายและแตกตื่น ยังดีที่แสงอาทิตย์สีชาดของบ้านทุ่งแดงช่วยกลบให้ เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะมีเหา!
Lihat lebih banyakO ano era 1949. O Presidente americano Harry Todd assina alguns documentos enquanto descansa sobre a sua mesa um relatório elaborado pela sua equipe econômica. O relatório havia sido solicitado no mês anterior e sua entrega era aguardada com ansiedade pelo presidente. Naquele dia, reuniões e outros compromissos atrapalharam o início da leitura do relatório. Entretanto, ele não poderia esperar até o dia seguinte para saber o conteúdo e no final da tarde o relatório já estava dentro da sua pasta de couro. O destino era a sua casa.
Já eram dez horas da noite quando o presidente, em sua poltrona favorita localizada estrategicamente ao lado da lareira, iniciou a leitura. Em sua companhia, seu cachorro deitado próximo aos seus pés e uma garrafa de uísque. A leitura era viciante e pouco depois das três horas da manhã ele resolveu se deitar. Entretanto naquela noite e nas noites seguintes quatro palavras que estavam no relatório assombraram a sua mente e o impediram de dormir: URSS, China, Índia e Brasil.
O relatório apontava quais países poderiam interferir e prejudicar os planos Norte Americanos de se tornarem uma potência mundial hegemônica no mundo. Os Estados Unidos precisavam monitorar esses países de perto, precisavam ainda ter a Europa ocidental como sua aliada.
Com o término da segunda guerra, o mundo havia mudado bastante e duas grandes forças haviam emergido: Estados Unidos da América e União das Repúblicas Socialistas Soviéticas. A Europa não era mais o centro do mundo, e os olhos se voltavam para os dois países.
O relatório exigia algumas medidas emergenciais. O Comunismo era visto como o principal inimigo do mundo ocidental desde o início da segunda guerra. A União Soviética era o inimigo mais urgente. Ter aliados fortes era importante. O primeiro passo foi a implementação do Plano Madrid em 1947, em homenagem à cidade na qual foi assinado. Tratava-se de uma ajuda econômica às nações europeias aliadas, destruídas pela segunda guerra. Em seguida, em 1949, era criada a OTAN, Organização do Tratado do Atlântico Norte, cujo objetivo era criar uma força militar conjunta, um sistema de defesa coletivo para os países membros. Nascia ali a Doutrina Todd, um conjunto de ações econômicas, diplomáticas e militares que visava “frear o avanço do comunismo no mundo”.
A China era tratada dentro dos Estados Unidos como um “caso perdido”. A Revolução Comunista Chinesa iniciada em 1946 e comandada por Mao Tse-Tung acabou levando à criação da República Popular da China ainda no ano de 1949. Era uma ameaça amarela, de médio prazo, pois apesar da grande população, era um país extremamente agrícola. Com um regime extremamente fechado e o apoio dos soviéticos, o relatório apontava que era praticamente impossível impedir que a China, caso se tornasse uma nação comunista, atingisse na virada do século o posto de primeiro ou segundo maior inimigo dos Estados Unidos, ao lado da União Soviética.
A Índia, que recentemente tinha conseguido sua independência frente à Grã-Bretanha, era monitorada através de agentes locais. No relatório não era tratada com urgência, afinal era um país de “terceiro mundo” tentando se organizar politicamente após uma independência recente, mas sua imensa população e sua localização, próximo à China e União Soviética tornava qualquer aproximação complicada.
“ส่วนเจ้า... ข้ามีงานด่วนให้ทำ เจ้าต้องสร้างหลอดไฟให้ได้ห้าสิบหลอดภายในหนึ่งเดือน พร้อมติดตั้งระบบทั้งหมด ข้าจะสั่งให้พวกช่างในวังหลวงมาช่วยเจ้าตัดไม้และถลุงทองแดงเพื่อทำสายไฟ เจ้ามีหน้าที่ควบคุมดูแลคุณภาพอย่าให้ขาดตกบกพร่อง” ลิลี่หันไปหาเถี่ยจงชิ่งที่ยืนรออยู่ด้านข้าง“รับทราบขอรับ อาจารย์หญิง” เถี่ยจงชิ่งประสานมือรับคำสั่งอย่างแข็งขันท่ามกลางความตื่นเต้นและภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่ถูกแจกจ่าย มีเพียงคนเดียวที่ยืนอยู่บนระเบียงด้านบนโดยไม่ถูกเรียก อาฝูก้มหน้ามองปลายเท้าของตนเอง ไม่มีคำพูดใดส่งมาถึงเขาเลยเด็กหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น ความน้อยใจสายหนึ่งวิ่งขึ้นมาจุกในอก ทุกคนได้รับมอบหมายหน้าที่ มีเพียงเขาที่เป็นแค่เด็กรับใช้ไร้ประโยชน์ลมหนาวภายนอกพัดมาปะทะใบหน้าจนขอบตาร้อนผ่าว เขาไม่ได้ลงไปขัดจังหวะความครึกครื้นของทุกคน เพียงกลืนก้อนความโศกเศร้าลงท้อง แล้วค่อยๆ ก้าวถอยหลังกลับอย่างเงียบเชียบอาฝูเดินตรงกลับไปย
เอ้อร์กัวยื่นมือไปจับมือเล็กและดึงนางมาใกล้ๆ“ข้าลองคิดดูแล้ว หากเป้าหมายคือเปลี่ยนแรงดันให้กลายเป็นการเคลื่อนที่ของลูกสูบ เราสามารถอุ่นสุราให้ระเหยเป็นไอ แล้วจุดประกายไฟให้เกิดแรงดันภายในกระบอกสูบโดยตรง แรงดันที่ได้ย่อมมากกว่า อีกทั้งยังไม่ต้องแบกน้ำหนักหม้อต้ม ไม่ต้องรอให้น้ำเดือด รถน่าจะเล็ก เบา และตอบสนองได้เร็วกว่ามาก”ลิลี่ชะงักไปครู่หนึ่ง นัยน์ตาคู่สวยมองบัณฑิตหนุ่มด้วยความตะลึงเช่นเคย เขาช่างทำให้นางตกใจได้เสมอ..นี่เขาคิดหลักการเผาไหม้ภายในกระบอกสูบได้ด้วยตัวเองแล้วหรือ“เจ้าคิดได้เพราะเคยทำไฟแช็กหรือ” นางถามเบาๆเขาพยักหน้า“สิ่งที่เจ้าพูดถึง มันคือเทคโนโลยีของเครื่องยนต์สันดาปภายใน ผู้คนต้องใช้เวลาลองผิดลองถูกร่วมศตวรรษและผ่านการระเบิดสังเวยชีวิตไปไม่น้อย แต่เจ้ากลับคิดมันขึ้นมาได้เพราะไฟแช็กหรือ” ลิลี่ยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ“ก็เพราะว่าไฟแช็กใช้ห
การส่งฉางมิ่งสั่วหรือกุญแจอายุยืนของเด็กที่ตายไปแล้วคืนให้ผู้เป็นแม่ ย่อมเป็นการตอกย้ำความจริงอันโหดร้าย คงไม่มีมารดาคนใดจะทนรับไหว“อาจารย์หญิง..” อาฝูเรียกเบาๆ ด้วยความกังวล“ข้าต้องเอาคืนจงเหยี่ยนอย่างสาสมแน่ แต่ข้ายังไม่ฆ่าเขาเร็วๆ นี้ เจ้าไม่ต้องกังวล ตอนนี้ยังต้องใช้งานเขาอยู่” ลิลี่รู้ดีว่าอาฝูกลัวว่านางจะลงมือสังหารโอรสสวรรค์ จึงตอบเช่นนั้น“ข้า..เพียงกลัวว่าพวกท่านจะเดือดร้อน สวรรค์จะลงโทษหากว่า..” อาฝูรีบพูด“เจ้ากลัวสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง นั่นคือความโง่เขลา” ลิลี่เริ่มไม่พอใจมากขึ้น“เอ่อ..เอาเถิด อย่าทะเลาะกันเลย” เอ้อร์กัวรีบห้ามทัพ“ใช่ๆ แล้วที่งานศพเป็นอย่างไรบ้างขอรับ” เถี่ยจงชิ่งรีบช่วยเอ้อร์กัวอีกทาง“งานนั่น..แปลกจริงๆ” ลิลี่ครุ่นคิดและขมวดคิ้ว
ภายในพระราชวัง ณ ห้องบรรทมของจงเหยี่ยน เขานั่งเอนกายพิงอยู่บนหัวเตียง ยังเจ็บขาจนลุกไม่ขึ้น สายตาจับจ้องบนกระดาษแบบแปลนหลายแผ่นที่ถูกคลี่ออกตรงหน้า เส้นสายประหลาดจำนวนมากพาดไขว้กันอยู่บนนั้น เขามองอยู่ครู่ใหญ่แต่ไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย“นี่คือสิ่งใด” จงเหยี่ยนขมวดคิ้ว แม้แต่ลายเส้นเล็กๆ ก็ประหลาดจนเขาไม่เข้าใจว่าใช้พู่กันเช่นไรวาดกันแน่ลิลี่ยืนกอดอกอยู่ข้างเตียง สายตาที่มองลงมายังโอรสสวรรค์ราบเรียบและเย็นชา ไร้ซึ่งความเคารพยำเกรง“สิ่งที่จะทำให้เจ้าไร้เทียมทาน” น้ำเสียงของนางนิ่งสนิทและทรงอำนาจ“รถม้าหรือ” เขาขมวดคิ้วเมื่อมองลักษณะที่มีล้อ“เรียกเช่นนั้นก็ไม่ผิด”“มันทำจากเหล็กหรือ จะขยับได้อย่างไร” จงเหยี่ยนนิ่งอึ้งดวงตาคู่สวยฉายแววเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง นางเกลียดการต้องมานั่งอธิบายเรื่องง่ายๆ ให้คนโง่ฟัง หา
อ๋องจงเจี้ยนมองความเด็ดเดี่ยวในดวงตาของบัณฑิตหนุ่ม ก่อนที่จะยกมุมปากขึ้นช้าๆ เขาเข้าใจแล้วว่าอีกฝ่ายคงไม่ยอมง่ายดาย จึงคิดหาหนทางอื่นแทน“ข้าเข้าใจ ท่านบัณฑิตอย่าได้คิดมาก เด็กน้อยผู้นั้น ข้าสังเกตว่าอาการของเขาน่าเป็นห่วงนัก หากท่านไม่รังเกียจ ในฐานะอ๋อง ข้าพอจะขอให้หมอหลวงที่เก่งกาจที่สุดในแคว้นม
ห้องรับรองของจวนอ๋องจงเสียนเงียบสงบ กลิ่นหมึกและกลิ่นกำยานลอยคลุ้งในอากาศ ในห้องที่ประดับด้วยดอกไม้และภาพเขียนมากมาย มีสิ่งหนึ่งที่โดดเด่นข้างผนัง เป็นโคมมังกรทะยานเมฆาทอง โคมที่ยามจุดไฟจะมีไอน้ำลอยขึ้น ตัวโคมจะหมุนไปรอบๆ สะท้อนเงามังกรออกมาบนผนังห้อง ขยับราวกับมีชีวิต โคมไฟที่ครั้งหนึ่งเอ้อร์กัวเ
“ใจเย็นๆ ท่านเทพไม่ได้ทำสิ่งใดอีก เพราะเมื่อเสียงแห่งฟ้าแผ่ไปทั่วหล้า ลมอุ่นก็พัดผ่านฤดูหนาว มีหิมะโปรยปรายในฤดูร้อน ด้วยพลังแห่งปัญญาและการตื่นรู้ แคว้นจึงเจริญรุ่งเรืองอย่างยิ่ง ปราศจากความทุกข์ระทม” นักเล่านิทานว่า“จบเท่านี้หรือ” บัณฑิตยากจนผู้หนึ่งเอ่ยถาม“ใช่แล้ว จบเท่านี้”“ไร้สาระสิ้นดี นิท
“อย่าทำเช่นนั้นอีก มัน..สกปรก” เขาพูดเสียงแหบพร่าเพราะความเหนื่อยอ่อน“ออกจะหวาน กลิ่นคาวไปหน่อย แต่ข้าชอบ..” นางยิ้มหวาน“ผู้ใดสอนเจ้าทำเช่นนี้กัน” เขากระซิบถามอย่างเขินอาย ทว่าในน้ำเสียงแหบแห้งนั้นเต็มไปด้วยความพึงพอใจ เขาไม่เคยรู้เลยว่าสามารถใกล้ชิดเช่นนี้ได้ด้วย“..ข้าเรียนมา” ลิลี่หลับตา รู้สึ
Ulasan-ulasan